ในโลกซวนหยวนอันกว้างใหญ่ไพศาลนี้ เหล่าผู้คนที่ปรารถนาจะก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์ธรรมดา ล้วนต้องเดินบนเส้นทางแห่งการบำเพ็ญเพียร ซึ่งโดยหลักแล้ว แบ่งออกได้เป็สองวิถีทางอันยิ่งใหญ่ ที่แม้จะมีจุดหมายคล้ายคลึงกันคือความแข็งแกร่ง แต่ก็มีแนวทางที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน
ทว่า ไม่ว่าผู้ใดจะเลือกเดินบนวิถีใด รากฐาน คือสิ่งสำคัญที่สุด การเริ่มต้นบำเพ็ญเพียรจึงต้องผ่าน ขั้นที่ 1 ชำระกายา เพื่อขัดล้างร่างกายให้บริสุทธิ์ และ ขั้นที่ 2 ก่อลมปราณ เพื่อรวบรวมพลังชีวิตดั้งเดิม สร้างความมั่นคงภายใน และเปิดทางให้พลังงานสามารถโคจรได้อย่างอิสระ รากฐานทั้งสองขั้นนี้เปรียบดังการเตรียมผืนดินและวางเสาเข็มอันแข็งแกร่ง จำเป็อย่างยิ่งสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะฝันใฝ่จะเป็ยอดนักรบผู้ไร้เทียมทาน หรือจอมเวทผู้ยิ่งใหญ่ก็ตาม เพราะมันคือพื้นฐานของพลังชีวิต ความทนทาน และศักยภาพในการรองรับพลังที่สูงขึ้นในอนาคต
เมื่อรากฐานมั่นคงแล้ว เส้นทางก็จะเริ่มแยกออกไป:
* วิถีแห่งนักรบ (ผู้ใช้ออร่า): ผู้เดินบนเส้นทางนี้ เลือกที่จะ บำเพ็ญพลังจากภายใน พวกเขาทุ่มเทให้กับการ ฝึกฝนพลังปราณ (Qi/Aura) ในร่างกาย ให้แข็งแกร่งและหนาแน่นขึ้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ใช้พลังปราณนั้นหล่อหลอมร่างกายให้แข็งแกร่งดุจศาสตราวุธ เพิ่มพูนพละกำลังและความเร็วให้ถึงขีดสุด ผสานเข้ากับ เพลงยุทธ์และกระบวนท่าอาวุธ อันร้ายกาจ พลังทำลายล้างของพวกเขานั้นมาจากความแข็งแกร่งภายในล้วนๆ
* วิถีแห่งจอมเวท (ผู้ใช้อาคม): ผู้ที่เลือกเดินบนเส้นทางสายมนตรานี้ จะให้ความสำคัญกับการ ฝึกฝน "ทะเลแห่งจิตใจ" (Sea of Consciousness) และสร้าง "แก่นมานา" (Mana Core) ขึ้นภายใน เพื่อใช้เป็สื่อกลางในการ ััและควบคุม "มานา" (Mana) ซึ่งเป็พลังงานธาตุอันบริสุทธิ์ (ดิน, น้ำ, ลม, ไฟ, สายฟ้า ฯลฯ) ที่มีอยู่ในฟ้าดินรอบตัว พวกเขาเรียนรู้ "เคล็ดวิชามนตรา" (Magical Techniques) เพื่อก่อร่างสร้างพลังงานธาตุเ่าั้ให้กลายเป็ "อาคม" (Spells) อันทรงพลังและพลิกแพลงได้ตาม "กฎเกณฑ์แห่งธาตุ" (Elemental Laws) ที่ตนเข้าใจ
แล้วพลังปราณพื้นฐานเกี่ยวอะไรกับจอมเวท? แม้จอมเวทจะใช้มานาจากภายนอกเป็หลัก แต่รากฐานพลังปราณที่มั่นคง (ขั้น 1-2) ก็ยังคง สำคัญอย่างยิ่ง เพราะร่างกายที่แข็งแรงช่วยให้ ทนทานต่อการใช้พลังจิตอันมหาศาล ในการควบคุมมานาได้ดีขึ้น ช่วยให้ ฟื้นตัวจากความเหนื่อยล้าได้เร็ว และทำให้ การโคจรมานาภายในร่างมีความเสถียร ลดความเสี่ยงในการร่ายอาคมที่ซับซ้อนลงได้
ศักยภาพและระดับขั้น: สำหรับจอมเวทนั้น รากิญญา (Spirit Root) คือตัวบ่งบอกพร์ว่าพวกเขามีความผูกพันกับธาตุใด และมีศักยภาพในการเข้าถึงกฎเกณฑ์ธาตุได้ลึกซึ้งเพียงใด (ั้แ่ระดับต่ำไปจนถึงระดับไร้ขีดจำกัดในตำนาน) ส่วน ชื่อเรียกระดับขั้นทั้ง 10 ขั้น (ชำระกายา, ก่อลมปราณ, ..., นภาล่วงรู้, ฯลฯ) นั้น เป็ ชื่อเดียวกันสำหรับผู้ฝึกตนทุกสาย ใช้บ่งบอกถึงระดับ พัฒนาการโดยรวม ของพลังชีวิตและจิติญญา แต่ความสามารถที่แท้จริงในแต่ละขั้นของนักรบและจอมเวทนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
การฝึกสองสาย: การที่จะเชี่ยวชาญทั้งพลังปราณภายในและพลังเวทมนต์ภายนอกพร้อมกันนั้น เป็เื่ที่ ยากเย็นแสนเข็ญอย่างที่สุด ต้องอาศัยทั้งพร์อันเหนือฟ้าและวาสนาอันยิ่งใหญ่ คนส่วนใหญ่จึงเลือกทุ่มเทให้กับหนทางเดียวที่ตนถนัดที่สุดเท่านั้น