เกี้ยวรักท่านอ๋อง ฉบับชายาข้ามมิติ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 4 บทที่ 115 พวกเราอย่าได้โกหกกัน

            อวิ๋นอี้เชื่อว่ามีเรื่องบังเอิญในโลกนี้ทว่านางไม่เชื่อว่าจะมีเรื่องบังเอิญถึงเช่นนี้

            แม้ว่านางจะมิได้พิสูจน์กับเสี่ยวมู่อวี่ด้วยตนเองแต่สิ่งที่นางคาดเดาต้องไม่ไกลจากความจริงแน่

            เวลาและสถานที่ที่เจอกับเสี่ยวมู่อวี่ใกล้เคียงกับการหายตัวไปขององค์หญิงน้อยราชวงศ์เป่ยหมิงนัก

            บวกกับเมื่อพูดถึงพวกเผยยวนอี้สองคนที่มาจากเป่ยหมิงแล้วปฏิกิริยาของเสี่ยวมู่อวี่ก็ผิดปกติเกินสังเกตได้

            สัญญาณที่น่าสงสัยทุกอย่างบ่งบอกถึงบางสิ่งบางอย่าง

            เสี่ยวมู่อวี่น่าจะเป็นองค์หญิงน้อย!

            การคาดเดาครั้งนี้ทำให้อวิ๋นอี้รู้สึกตื่นเต้นมากนางนั่งอยู่ในห้องหนังสือเป็นเวลานานโดยไม่ขยับ

            ดวงตะวันตกลับขอบฟ้าไปแล้วแทนที่ด้วยดวงจันทร์ที่สว่างไสว เคลื่อนตัวจากขอบฟ้าสู่กลางท้องฟ้า มิทันได้รู้สึกตัวค่ำคืนก็พลันเคลือบคลานเข้ามาสภาพแวดล้อมเงียบสงบ

            ในห้องไม่มีไฟ มืดสนิท

            ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงฝีเท้าจากระยะไกลเข้ามาใกล้ อวิ๋นอี้ได้สติกลับมาประตูเปิดออกในทันใด

            หรงซิวก้าวเข้ามา สังเกตได้ถึงใครบางคนในห้องทันทีพลันพูดอย่างระมัดระวังว่า “ผู้ใดน่ะ?”

            ในความมืดมิดเขาหันหน้าไปมองนางด้วยแววตาที่เร่าร้อน

            อวิ๋นอี้ขยับริมฝีปากและตอบสายตาของเขาว่า"ข้าเอง"

            "เมียจ๋า?” เขาแปลกใจและงุนงง จึงเดินเข้าไปตามเสียง“เหตุใดมานั่งอยู่ตรงนี้ไม่จุดตะเกียง? ”

            “เมื่อครู่สติหลุดไปกับเรื่องที่คิดเพคะ”อวิ๋นอี้บอกความจริง "กลับมามีสติได้เพราะฝ่าบาทเสียงดัง"

            เขาหัวเราะและจุดตะเกียงอย่างรวดเร็วแสงสีเหลืองอบอุ่นส่องประกายทั้งห้อง นางเงยหน้าขึ้นมองเขาบุรุษที่คิ้วตางดงามหล่อเหลาและริมฝีปากที่แฝงด้วยรอยยิ้ม

            หัวใจที่มิมีที่พักของอวิ๋นอี้ได้อ่อนลงในทันที

            นางยิ้มและเอื้อมมือออกไปบุรุษหนุ่มใกล้เข้ามาเองปล่อยให้นางกอด น้ำเสียงอ่อนโยนที่ราวกับน้ำจะหยดลงมา"คิดถึงข้าจนมิได้สติหรือ?"

            "เปล่าเพคะ" นางยิ้มตอบ

            หรงซิวเบิกตากว้างแสร้งทำเป็นโกรธ “มิใช่หรือ? พูดสิ!บุรุษป่าเถื่อนผู้ใดมาขโมยหัวใจเมียข้า?”

            เขายิ่งแสดงยิ่งติดเล่น อวิ๋นอี้ยิ้มแล้วหยิกเขา“หรงซิว ข้าจะคุยกับท่านเรื่องจริงจัง!”

            “เมียจ๋าพูดเถิด” เขาทำหน้าจริงจังหูของเขาตั้งตรงขึ้น

            อวิ๋นอี้ไม่สามารถเก็บซ่อนความลับได้ยิ่งตัดสินใจเองมิได้ หากว่าเสี่ยวมู่อวี่เป็นองค์หญิงเป่ยหมิงจริงๆนางมิรู้จะทำอย่างไร จึงได้แต่ขอให้หรงซิวช่วย

            นางบอกหรงซิวในเรื่องการคาดเดาของนาง

            “ฝ่าบาทคิดว่าอย่างไรเพคะ?” อวิ๋นอี้เม้มปาก “เพียงมองตาก็รู้สึกว่าเหมือนมากเลยใช่หรือไม่?”

            หรงซิวขมวดคิ้ว กางม้วนภาพในมือดูอยู่นานจากนั้นกลับไปพิงตัวบนเก้าอี้แล้วหัวเราะออกมาเบาๆ

            เขายิ้มทำเอาอวิ๋นอี้หัวชา ตีเขาเบาๆ"พูดสักทีสิเพคะ ใช่เขาหรือไม่?"

            “เป็นไปได้อย่างมาก” หรงซิวมั่นใจ“คิดไม่ถึงเลยว่าย่ำจนรองเท้าเหล็กสึกไม่พบพาน [1] หลังจากค้นหาไปทั่วทุกทิศที่แท้เขาจะอยู่ใต้จมูกของเรา”

            "เช่นนั้นเพลานี้... "อวิ๋นอี้ลังเล "พวกเราควรทำอย่างไรเพคะ? เราควรบอกองค์ชายไปเลยหรือว่าควรจะคุยกับเสี่ยวมู่อวี่ก่อน ให้เขายอมรับ"

            "เจ้าคิดอย่างไร"หรงซิวยักไหล่แล้วถามความคิดเห็นของนาง "ทางองค์ชายมิต้องรีบร้อนข้าแนะนำให้ไปคุยกับเด็กน้อยก่อน ทำความเข้าใจสถานการณ์จากเขาก่อน"

            "ข้าคิดเช่นเดียวกัน"

            หลังจากทานอาหารเย็นอย่างรวดเร็วหรงซิวและอวิ๋นอี้ก็นำขนมมาให้เสี่ยวมู่อวี่ทว่าก่อนที่จะไปถึงเรือนดันพบเผยยวนอี้โดยบังเอิญเสียก่อน จึงตกใจกันมาก

            เหตุใดเขาถึงอยู่ที่นี่?

            “องค์ชายใหญ่” หรงซิวพูดอย่างสงบ"ได้พบกันที่นี่เชียว"

            "พวกท่านมาที่นี่..."เผยยวนอี้ถามครึ่งหนึ่งพลันรู้สึกว่าไม่ดี จึงเปลี่ยนคำพูด “หลังจากอาหารค่ำข้ามาเดินเล่น เมื่อครู่เห็นเด็กคนหนึ่ง มองดูรู้สึกคุ้นตาจึงอยากจะตามไปดูไม่คิดเลยว่าจะพบพวกท่าน"

            เด็ก!

            อวิ๋นอี้ประหม่าจนเล็บจิกลงไปในเนื้อเสียงของนางสั่น "เด็กที่องค์ชายเห็นเกรงว่าจะเป็นหลานชายของพวกเราน่ะเพคะ"

            "หลานชายหรือ?” เผยยวนอี้หันหน้ามา ถามอย่างลังเล “เหตุใดจึงมิเคยได้ยินพระชายาพูดถึง?”

            "หลานชายของข้าผู้นี้ชอบเก็บตัวไม่ชอบพบปะผู้คน ญาติข้าฝากเลี้ยงไว้สักพักน่ะเพคะ" นางอธิบายคิดคำตอบให้วุ่น

            เผยยวนอี้เข้าใจในทันใด "เช่นนี้นี่เองข้าคงคิดมากไปเอง"

            "องค์ชายพักผ่อนเถิดข้ากับอวิ๋นอี้ยังมีธุระ ขอตัวนะพ่ะย่ะค่ะ" หรงซิวรีบตัดจบอย่างสุภาพทั้งสองเฝ้าดูเผยยวนอี้ออกไป พลันมองตากันและนั้นรีบเข้าไปในเรือน

            เรือนนี้คนยังไม่หลับการมาถึงของพวกเขาทำให้เสี่ยวมู่อวี่แปลกใจมาก

            ต่อหน้าอวิ๋นอี้ เสี่ยวมู่อวี่ร่าเริงมากทว่าต่อหน้าหรงซิวเขาทั้งฉลาดและเชื่อฟัง

            หลังจากที่เขาทพความเคารพแล้วหรงซิวพลันสั่งให้คนใช้ทั้งหมดออกไป และทันทีที่ประตูปิดบรรยากาศโดยรอบก็ตึงเครียดและจริงจัง

            เสี่ยวมู่อวี่งุนงงเล็กน้อย ทั้งกลัวด้วย เขามองดูอวิ๋นอี้อย่างระมัดระวังและถามว่าเกิดกระไรขึ้นเบาๆ

            อวิ๋นอี้ส่ายหัวและมองเขาอย่างปลอบโยน"อย่าได้กลัวไป"

            ทั้งสองคนมองกันไปมา หรงซิวมองเห็นทุกอย่างนิ้วเรียวของเขาเคาะลงบนโต๊ะแล้วพยักหน้าให้เสี่ยวมู่อวี่ "มานั่งนี่สิ"

            เสี่ยวมู่อวี่ก้าวไปข้างหน้าและพูดว่า"องค์ชาย มีกระไรหรือพ่ะย่ะค่ะ?"

            “เสี่ยวมู่อวี่ที่ข้าและแม่เจ้ามาที่นี่ เพราะอยากจะถามคำถามเจ้า” หรงซิวมิอยากอ้อมค้อมจึงพูดไปตรงๆ “เจ้ามิต้องกลัว เราจะไม่โกหกกัน มีกระไรก็พูดกันได้หรือไม่?”

            “เหตุใด จู่ๆ …” เสี่ยวมู่อวี่หดคอสีหน้าเปลี่ยนไป ตอนที่เผชิญหน้ากับหรงซิว นัยน์ตาของเขาเหมือนจะมองเห็นทุกสิ่งจึงทำให้เขามิมีความกล้าใดๆ “พ่ะย่ะค่ะ”

            ทั้งสองเห็นเช่นนั้นการคาดเดาในใจยิ่งชัดเจนขึ้นไปอีก

            หรงซิวไม่รีบร้อน เขารินชาหนึ่งถ้วยมิได้ถามในทันที แต่ถามก่อนว่าเขาอยู่ในจวนองค์ชายรู้สึกอย่างไรบ้าง

            เสี่ยวมู่อวี่ตอบทีละคำถาม

            เมื่อเห็นว่าถึงเวลาแล้วหรงซิวยิ้มเล็กน้อยแล้วยื่นดาบตรงเข้าไป"เจ้าคือองค์หญิงน้อยที่หายไปของเป่ยหมิงใช่หรือไม่?"

            "......"

            เสี่ยวมู่อวี่มือสั่น ทำเอาถ้วยน้ำชาบนโต๊ะหกเขารีบจะเก็บกวาดแต่ถูกอวิ๋นอี้ขวางไว้ก้าวหนึ่งเขาจึงทำได้เพียงจับชายเสื้อผ้าของเขาและก้มหน้าลง

            เวลาผ่านไปนาทีแล้วนาทีเล่า

            หรงซิวไม่รีบ รอคอยคำตอบช้าๆ

            ความเงียบและความเฉยของเขาเป็นเหมือนนักล่าที่ชาญฉลาดตาข่ายถูกวางไว้หมดแล้ว เหยื่อมิมีที่หลบหนีทั้งหมดที่เขาต้องทำคือรอให้เหยื่อยอมรับความพ่ายแพ้และหยุดดิ้นรน

            หรงซิวรอจนได้คำตอบ

            เสี่ยวมู่อวี่กำหมัดแน่นและร้องว่า "ใช่!ข้านี่แหละ! แต่ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ ได้โปรดอย่าส่งข้ากลับ! ขอร้องนะพ่ะย่ะค่ะ!"

            ประโยคหลังของเขาแทบจะตะโกนทั้งหมด ในกลางดึกผู้คนต่างตกตะลึงเมื่อได้ยินเสียง

            อวิ๋นอี้ก้าวไปข้างหน้าทันที อยากจะอุ้มเขาขึ้นมา

            ทว่าผู้ใดจะคิดล่ะว่าเสี่ยวมู่อวี่จู่ๆก็คุกเข่าลงกับพื้น โขกหัวลงพื้นติดต่อกัน พูดมิหยุด "ได้โปรด!ข้ากลับไปมิได้! ข้ากลับไปมิได้!"

            เด็กน้อยร้องไห้หนัก น้ำตาและน้ำมูกไหลนองหน้าเขาเห็นเช่นนั้นนางพลันอดรู้สึกเจ็บปวดมิได้น้ำตาคลอเบ้า

            อวิ๋นอี้อุ้มเขาขึ้นเสี่ยวมู่อวี่ซุกตัวอยู่ในอ้อมแขน ร้องไห้อย่างทรมานมากกว่าเดิม

            “มิต้องร้องไห้” นางปลอบเขา“ข้าจะไม่ส่งเจ้ากลับ แต่ข้าต้องรู้เหตุผล”

            เชิงอรรถ

            [1] ย่ำจนรองเท้าเหล็กสึกไม่พบพาน 踏破铁鞋无觅处 หมายถึง พยายามหาแทบตายก็ไม่เจอ

    คล้ายกับเรื่องเกี้ยวรักท่านอ๋อง ฉบับชายาข้ามมิติ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592