เเสงเเดดยามเช้าส่องผ่านม่านที่ปิดไม่สนิททางด้านซ้ายของเตียงกระทบลงมาที่หน้าของผม เเสงนั้นเเรงเเละจ้าจนทำให้ผมรู้สึกตัว ถึงจะเเค่สะลืมสะลือ เเต่หัวสมองเเละความคิดยังทำงาน
คำว่า 'ตลอดไป' พุ่ดขึ้นมาในหัวระหว่างที่ผมกำลังจะลุกขึ้นจากเตียงทั้งๆที่กำลังสะลืมสะลืออยู่ ผมสายหน้าเเละตบหน้าตัวเองเบาๆก่อนที่จะดันตัวเองขึ้นมานั่งบนเตียงเเละเอื้อมไปกดสวิตซ์เปิดไฟซึ่งอยู่หัวเตียง
ผมเดินไปทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำก่อนมาเตรียมของสำหรับวันเปิดภาคเรียนมัธยมปลายปีที่1
"ยูจิ! ลงมาได้เเล้ว!"
เสียงของเเม่ผมซึ่งวันๆเอาเเต่อยู่ข้างล่างเเละะโใช้ผมที่อยู่ข้างบนตลอดซึ่งมันจะดังทะลุจากชั้น1ขึ้นมาชั้น2ทุกๆครั้งที่เเม่ะโ
"ครับ...เเม่"
ผมตอบเเบบส่งๆไป ถึงเเม้เเม่จะได้ยินเสียงนั้นหรือไม่ก็ตาม
ถึงเเม้ว่าเเม่ผมจะะโเรียก เเต่จริงๆเเล้วเเม่เค้าสนเเต่เื่ตัวเอง สนเเต่ว่าถ้าผมไปสายจะโดนจดหมายส่งมา เเค่เท่านั้นเเหละครับ... เเต่ก็ไม่เเปลก ไม่มีใครสนใจผมอยู่เเล้ว ผมมักจะอยู่เงียบๆ เเละไม่ค่อยไปสุงสิงกับใครอยู่เเล้ว ผมเลยไม่ค่อยจะมีเพื่อนเเละอยู่ตัวคนเดียวมาตลอด
ผมเดินลงจากบันไดชั้นสองเเละมุ่งหน้าไปที่ประตูบ้าน ผมหยิบขนมปังซึ่งอยู่บนโต๊ะระหว่างเดินไปที่ประตูมาเเผ่นหนึ่งเเล้วเอาเข้าปากก่อนเปิดประตูเเละก้าวเท้าออก
"ไปเเล้วนะครับ..."
ผมพูดตามมารยาท เเต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ ผมเลยหันกลับไปเเล้วรีบเดินไปโรงเรียนเเทนที่จะมาสนใจเื่ไม่เป็เื่
ผมก้าวเท้าเดินต่อไปพล่างนึกถึงคำที่พุ่ดขึ้นมาตอนเช้า ผมก็ยังรู้สึกเเปลกๆที่ยังคิดถึงคำๆนั้นซึ่งผมได้พยายามลบออกไปจากหัวสมอง ผมก้มหน้าเเละเปลี่ยนจากคิดถึงเื่ความหมายของคำๆนั้นมาเป็การจดจ่อต่อการก้าวเท้าของผมเอง
หลังจากเดินก้มหน้ามาซักพัก ผมก็มาถึงหน้าโรงเรียนมัธยมปลายที่ผมเรียน 'โรงเรียนมัธยมปลาย นามาโนชิ'
ผมเพิ่งสังเกตว่าคนเดินพลุกพล่านมากๆ มีนักเรียนหลายระดับชั้นเดินเข้าผ่านประตูโรงเรียนนับพันคนในเวลานั้น
ลมซึ่งพัดใส่หลัง บอกผมให้ผมก้าวไปข้างหน้า
หลังจากจบการเปิดภาคเรียนที่ฮอลล์ซึ่งตั้งอยู่ทางด้านหลังประตูทางเข้า ผมเเละคนในชั้นเดียวกันก็เดินขึ้นไปบนตึกของห้องตนเอง ตึกซึ่งตั้งอยู่ทางซ้ายของตัวฮอลล์เลยทำให้เดินสะดวกเเละไม่เหนื่อย
ผมเข้าไปเลือกที่นั่งประจำซึ่งจะเลือกที่ตรงนี่ทุกครั้งที่เปลี่ยนห้องใหม่ โต๊ะเเถวหลังสุดที่ติดอยู่กับหน้าต่าง โต๊ะตรงนี้ข้อดีของมันคือไกลคุณครู ใกล้ประตูทางออกด้านหลังของห้องเเละไม่เป็จุดสนใจของใคร
ผมเอากระเป๋าไปเเขวนตรงที่เเขวนของโต๊ะที่ผมเลือก เเละหยิบนิยายขึ้นมาอ่านระหว่างรอครูประจำชั้นคนใหม่พูดหน้าชั้นเรียน
ซึ่งผมก็พอจะเดาๆได้ว่าจะเกิดอะไรบ้างตามมา ผมก็เลยไม่สนใจที่จะฟังเท่าไหร
เวลาผ่านได้ครู่เดียว คุณครูประจำชั้นของห้องผมก็เปิดประตูทางด้านหน้าเเล้วเดินเข้ามา
เป็ครูผู้หญิงซึ่งดูไม่ได้เเก่มากเเต่ก็ไม่ได้เด็ก เป็คนที่ดูมีอายุ เเต่สีหน้าเเละท่าทางดูหยิ่งกว่าครูที่ผมเจอผ่านๆมา
ครูเริ่มจากเเนะนำตัวเเละกล่าวทักทายนักเรียนทุกๆคนเหมือนทุกๆปี ที่ผมเจอ เเละครูก็เดินจากไปเพื่อเริ่มคายเเรก
ถึงเเม้เวลาครูพูดผมจะไม่ได้ตั้งใจฟังเเละดูเเต่วิวทิวทัศน์ซึ่งผมรู้สึกน่าสนใจกว่าสิ่งที่อยู่ในห้อง เเต่ผมก็จำชื่อของครูประจำชั้นได้
'อาจารย์ มาโกะ ฮายาชิดะ'
ถึงเเม้ตัวผมเองจะไม่ได้ชอบการเรียนสักเท่าไหรเเต่คะเเนนของผมก็ไม่ได้ย่ำแย่ขนาดนั้น อันดับตอนมัธยมต้นปีที่3 ของผมอยู่ที่ 90 ในเกือบ 500 คนทืี่อยู่ระดับชั้นเดียวกัน
เวลาเรียนผมก็เเค่ตั้งใจฟังเเละจดสิ่งที่ตัวเองคิดว่าสำคัญ โดยส่วนใหญ่เเล้วตัวผมเองจะให้ความสนใจหรือตั้งใจทำอะไรกับสิ่งที่ตัวเองชอบหรือคิดว่าสำคัญเท่านั้น ไม่นับเเค่เื่เรียนเเต่หมายถึงทุกๆเื่ในชีวิตประจำวัน
ผมใช้วิธีเเบบนั้นมันเลยทำให้คาบหนึ่งคาบหรืออาทิตย์หนึ่งอาทิตย์จบลงอย่างรวดเร็ว
การที่ผมจะรู้สึกว่าสิ่งๆหนึ่งอยู่นานขึ้นกว่าปกติเเต่ไม่ใช่ตลอดไปนั้น ต้องเป็สิ่งที่สำคัญเท่านั้น
ผมไม่รู้ว่าผมใช้วิธีนี้ในการเรียนเเละใช้ชีวิตได้อย่างไรเเต่มันก็ไม่ได้เป็วิธีที่เเย่หรอกนะ ผมคิดเเบบนั้น
เเต่จนถึงตอนนีี้ผมก็ยังไม่เจอสิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกดืมด่ำหรืออยู่กับมันนานๆเลย เเค่อย่างเดียวก็ยังไม่เจอ
เวลาผ่านไปจนจบวัน
ผมเดินออกจากห้องจากประตูหลัง เดินไปเปลี่ยนร้องเท้าเเละเดินผ่านแประตูโรงเรียนออกไป
"กลับมาเเล้วครับ"
ผมพูดตอนพร้อมกับเปิดประตูบ้าน
ผมชำเลืองมองตรงโซฟาที่ตั้งอยู่ตรงห้องนั่งเล่น เเม่ผมก็ยังนั่งอยู่ตรงนั้น ไม่เเม้เเต่จะหันมามองด้วยซ้ำ
ถอดร้องเท้าเเละขึ้นไปบนห้อง หมกตัวจนถึงข้าวเย็นเเละหมกตัวต่อจนเข้านอน
วันๆนึงของผมมีเเค่นี้เเหละครับ ไม่มีอะไรมาก
เเต่ล่ะวันของเทอมเเรกผ่านไปเเบบไม่มีอะไรพิเศษเกิดขึ้น ผ่านไปเเบบไม่มีอะไรเเม้กระทั้งความสุข เเต่ผมก็ชินเเล้วล่ะครับ เพราะเเม้กระทั้งคนในครอบครัวคนเดียวของผมยังไม่ค่อยจะพูดกับผมเลย
ในวันสุดท้ายของเทอมเเรกก่อนปิดเทอมเล็ก ก็เป็วันปกติเหมือนทุกวัน
เเละผมก็เข้านอน
เเล้วก็คิดว่าการนอนเเบบนี้ตลอดไป...ก็คงดีเหมือนกัน...