“คุณมาศ คุณต่างหากที่ต้องเข้าใจผม ว่าทำไมผมต้องทำอย่างนี้น่ะครับ” อำมรินทร์กล่าว
“หมายความว่ายังไงคะ” ผกายฤกษ์แปลกใจ
“คุณยังจำที่คุณต้องออกสังคมกับพ่อของผมอยู่บ่อยๆ ได้มั้ยครับ”
“ค่ะ จำได้”
“ก็เหตุผลเดียวกัน คุณก็รู้ดีว่าข่าวชีวิตครอบครัวมันมีผลต่อวงการธุรกิจด้วย และตอนนี้คุณก็เป็ภรรยาผมแล้ว ถ้าเขาได้ข่าวว่าขนาดภรรยาผมยังดูแลไม่ได้ แล้วใครจะกล้าไว้ใจผมล่ะครับ”
“ไม่เห็นจะเกี่ยวกันเลยนี่คะ และอีกอย่าง ยังไงคนอื่นก็มองพวกเราไม่ดีอยู่แล้ว คุณอย่าลืมสิว่าฉันเคยเป็แม่เลี้ยงคุณมาก่อน แล้วฉันยังคงกล้าออกสังคมได้อีกหรอคะ”
“พวกเขาไม่สนใจอดีตของคุณหรอกครับ พวกเขาสนเพียงแต่ตอนนี้เป็อย่างไรมากกว่า คุณช่วยผมหน่อยเถอะนะครับ ขอให้ผ่าน่นี้ไปก่อน เพราะนักข่าวยังคงติดตามข่าวของผมอยู่”
ผกายฤกษ์ยืนคิดอยู่นานจนยอมใจอ่อน เพราะตนก็ไม่อยากถูกนักข่าวตามติดเหมือนกัน “ก็ได้ค่ะ ฉันยอมช่วยคุณก็ได้”
ผกายฤกษ์เลยจำใจแกล้งแสดงเป็ภรรยาของเขาต่อหน้าผู้อื่นรวมไปถึงคนในบ้านด้วย ทำให้ตอนนี้เธอจะต้องออกงานสังคมกับอำมรินทร์อยู่บ่อยๆ แม้กระทั่งคืนนี้ก็เช่นกัน
************************************************
อำมรินทร์พาภาณุมาศตัวปลอมไปงานเลี้ยงการกุศล ภายในงานเป็บุฟเฟ่ต์และมีกิจกรรมประมูลซื้อสินค้าเพื่อสมทบทุนสร้างอาคารโรงเรียน เขาคอยโอบเอวคอดของภรรยาเดินไปรอบๆ งาน มีบางครั้งที่เขามักจะแกล้งหอมแก้ม ทำให้ผกายฤกษ์โมโหต้องคอยหยิกเขาอยู่บ่อยครั้ง
ผกายฤกษ์พูดแทบเป็กระซิบว่า “คุณทำเกินไปแล้วนะคะ”
อำมรินทร์หันมามองแบบยิ้มๆ แล้วกล่าวว่า “น่านะคุณ มันต้องแสดงให้สมจริงหน่อยสิครับ”
จนกระทั่งทั้งคู่เดินมาพบคุณพงศ์ศักดิ์ เ้าของเหมือนแร่ประจำจังหวัดกระบี่
“สวัสดีครับคุณพงศ์ศักดิ์ นี่ภาณุมาศ ภรรยาผมครับ” อำมรินทร์กล่าว
คุณพงศ์ศักดิ์มีสีหน้าแปลกๆ เวลาที่มองมาทางภาณุมาศ แต่ก็พูดตามมารยาทว่า “สวัสดีครับคุณภาณุมาศ ผมต้องขอโทษด้วยที่ไม่ได้ไปร่วมงานแต่งงานของพวกคุณ ผมขอแสดงความยินดีด้วยก็แล้วกัน”
“ขอบคุณค่ะคุณพงศ์ศักดิ์” ผกายฤกษ์ตั้งตัวไม่ทันจริงๆ เพราะคิดว่าพี่มาศกับคุณพงศ์ศักดิ์ต้องรู้จักกันมาก่อนแน่ๆ และไม่รู้ว่าทั้งคู่มีความสัมพันธ์กันยังไง เธอจึงยังไม่พูดอะไรมาก กลัวแสดงพิรุธออกไป
“ผมได้ข่าวว่าคุณกำลังจะแต่งงาน แล้วว่าที่ภรรยาของคุณล่ะครับ ทำไมไม่มาในงานด้วย” อำมรินทร์กล่าว
“เธอไม่ค่อยสบายครับ ผมเลยให้เธอพักผ่อนอยู่ที่บ้าน” พงศ์ศักดิ์ตอบด้วยความแปลกใจที่อำมรินทร์ทราบข่าวด้วย
“ผมเคยได้ยินว่าเธอรักในอาชีพนักข่าว แต่ยอมลาออกเพื่อมาแต่งงานกับคุณ นับว่าเธอคงรักคุณมากสินะครับ” อำมรินทร์กล่าวแบบรู้จริง
“ผมไม่ยักรู้ว่า คุณอำมรินทร์จะติดตามข่าวของผม จนรู้มากซะขนาดนี้นะครับ” พงศ์ศักดิ์กล่าว
“เอาเถอะครับ ผมก็แค่แซวคุณเล่น ผมขอพาตัวภรรยาไปนั่งพักก่อนนะครับ มาศเขาน่าจะเหนื่อยแล้ว” อำมรินทร์ยิ้มและพูดตัดบท
“ตามสบายเถอะครับ” พงศ์ศักดิ์กลับมองภาณุมาศอย่างอาลัยอาวรณ์ โดยที่ทั้งคู่ไม่ทันสังเกต
ผกายฤกษ์ได้ยินเื่ราวทำให้เธออยากรู้ว่านักข่าวที่จะเป็ว่าที่ภรรยาของคุณพงศ์ศักดิ์เป็ใครเลยหันไปสอบถามอำมรินทร์ทันที “เอ่อ แล้วว่าที่ภรรยาของคุณพงศ์ศักดิ์เป็ใครหรอคะ”
“ถ้าจำไม่ผิด เธอชื่อ พรรณพรครับ ผมเห็นเขาจ้างบอดี้การ์ดมาคอยคุ้มกันเธอด้วย” อำมรินทร์กล่าว
“อะไรนะคะ! ทำไมถึงเป็พรรณพรล่ะคะ” ผกายฤกษ์ใเพราะผู้หญิงคนนั้นเป็เพื่อนรักของเธอเองจนเผลอหลุดปาก ทำให้อำมรินทร์มองมาอย่างแปลกใจ
“คุณรู้จักพรรณพรด้วยหรอครับ” อำมรินทร์ถาม
“อ้อ เปล่าค่ะ ฉันพูดผิดน่ะค่ะ ปกตินักธุรกิจจะไม่ค่อยชอบนักข่าว ทำไมพวกเขาถึงรักกันได้อะไรทำนองนี้น่ะค่ะ” ผกายฤกษ์พูดกลบเกลื่อน
“เห็นว่าชอบพอกันตอนที่พรรณพรไปสัมภาษณ์คุณพงศ์ศักดิ์น่ะครับ” อำมรินทร์กล่าว
“อ้อ ค่ะ”
ผกายฤกษ์รู้สึกใจเต้นเพราะตอนนี้อำมรินทร์พาเธอเดินไปหาคุณภาณุวัฒน์ กำลังจะทักทาย
แต่แล้วมีบอดี้การ์ดของภาณุวัฒน์มากระซิบอะไรบางอย่างทำให้ภาณุวัฒน์รีบเดินออกไปจากงานทันที ผกายฤกษ์อยากจะติดตามไปสืบ แต่ติดว่าเธออยู่กับอำมรินทร์และตอนนี้เขาก็พาเธอไปทักทายนักธุรกิจไฮโซเกือบทั่วทั้งงาน
หลังงานเลี้ยงเลิก ผกายฤกษ์นั่งรถกลับกับอำมรินทร์ ทั้งคู่นั่งด้านหลัง โดยมีคนขับรถและบอดี้การ์ดอีกหนึ่งนั่งมาในรถด้วย เธอเดินจนเหนื่อยเลยบ่นว่า “คุณไม่เห็นต้องพาฉันไปแนะนำจนทั่วทั้งงานแบบนี้นี่คะ”
“ผมต้องแนะนำคุณในฐานะภรรยาของผม เพราะตอนนี้คุณไม่ได้เป็ภรรยาของพ่อผมอีกแล้วนะครับ” อำมรินทร์อธิบาย
ผกายฤกษ์รู้สึกแปลกๆ กับสถานะของภาณุมาศ เพราะหลังจากไมเคิลตายก็ต้องแต่งงานกับลูกเลี้ยงของตนเอง ได้แต่ถอนหายใจและไม่พูดอะไรอีก จนกระทั่งกลับมาถึงห้องนอน
ผกายฤกษ์อยากจะนอนแยกห้อง แต่อำมรินทร์ก็พยายามอ้างเื่ข่าวบ้างเื่มีผลต่อธุรกิจบ้างจนเธอฟังจนเบื่อ แต่เธอคิดว่าเขาไม่น่าจะกล้าทำอะไรเธอ เลยยอมใจอ่อนนอนเตียงเดียวกันกับเขาแต่มีหมอนข้างคั่นกลาง