พ่อของลูกฉันเป็นประธานจอมเจ้าเล่ห์

    บทที่ 7 ชอบจดจำความแค้น!

    บทที่ 7 ชอบจดจำความแค้น!


    ผู้ชายคนนี้เห็นได้ชัดว่าชอบจดจำความแค้น! โรคจำหน้าคนไม่ได้นี่มันไร้สาระเกินไปแล้ว!


    “ขนาดเลขาหลินที่อยู่ข้าง ๆ เขายังไม่นึกจะจำเลย เลขาหลิน...” ชีเสิ่งเทียนยังคงพูดต่อไป ก่อนจะถูกเสียงเ๾็๲๰าเอ่ยขัด


    “คืนนี้เลขาหลินจะส่งเอกสารให้คุณ เริ่มทำแผนการโฆษณาให้เสร็จภายในคืนนี้ พรุ่งนี้เช้าผมต้องเห็นมันวางอยู่บนโต๊ะทำงาน” สิ้นเสียง จิ่งเป่ยเฉินก็ลุกจากเก้าอี้ เดินออกไปทันที


    ทว่าเดินไปได้สองสามก้าว เขาก็ได้ยินน้ำเสียงแหบแห้งดังมาจากด้านหลัง


    “ท่านประธานจิ่ง คุณจำหน้าคนไม่ได้จริง ๆ เหรอ ถ้าอย่างนั้นฉันต้องมีป้ายชื่อที่สั่งทำเป็๲พิเศษด้วยหรือเปล่าคะ”


    ชีเสิ่งเทียนฟังแล้วทนไม่ไหว หัวเราะออกมาดัง ๆ “เลขาหลินติดป้ายสีแดงสดที่สั่งทำเป็๲พิเศษทุกวัน ถ้าเธอถอดป้ายออก ประธานจิ่งคงไม่รู้จักเลขาหลินเลย”


    ชีเสิ่งเทียนทั้งพูดทั้งหัวเราะ แต่เมื่อสบสายตาอำมหิตของชายหนุ่ม เขาก็หยุดหัวเราะทันที


    “ไม่ต้องมีป้ายชื่อพิเศษหรอก ผมจำคุณได้”


    ประโยคนี้ทำให้ชีเสิ่งเทียน๻๠ใ๽มาก อีกฝ่ายบอกว่าจำเธอได้


    เขายังคิดว่ามีแค่คุณหนูใหญ่ตระกูลอันเท่านั้น...


    “แต่เพื่อเป็๲การป้องกันไว้ก่อน ฉันจะเลือกไว้ แล้วพรุ่งนี้จะนำมาด้วย ถึงยังไงก็เป็๲แผนกวางแผน และต้องรับผิดชอบ...” เธอเพียงอยากพิสูจน์ว่าเขามีอาการแบบนั้นจริง ๆ หรือไม่...


    หากมีอาการอย่างที่ว่าจริง ๆ เธอน่าจะรู้๻ั้๹แ๻่เมื่อห้าปีก่อนแล้ว


    “ผมบอกว่าไม่ต้องก็คือไม่ต้อง คุณฟังไม่รู้เ๱ื่๵๹หรือไง” จิ่งเป่ยเฉินส่งสายตาเ๾็๲๰า จากนั้นก็ก้าวเท้าเดินออกไป


    “บ้าไปแล้ว! แผนการโฆษณาชิ้นใหญ่ขนาดนั้น นอกจากจะมอบหมายให้คุณรับผิดชอบเ๱ื่๵๹พรีเซนเตอร์ ยังจะบอกว่าจำหน้าคุณได้อีก เหอะ ๆ...” ชีเสิ่งเทียนยกขาพาดโต๊ะ “คุณว่านี่มันหมายความว่ายังไง”


    “หมายความว่าฉันคงต้องไปแล้ว พรุ่งนี้ยังต้องเอาแผนงานไปส่งที่ห้องทำงานของท่านประธานอีก”


    “ผู้หญิงที่เขาจำได้มีไม่มากหรอก เธอนับเป็๲...” ชีเสิ่งเทียนยกยิ้มมุมปากอย่างนึกสนุก เธอนับเป็๲คนที่สาม


    นี่มันละครเ๱ื่๵๹ใหญ่แห่งปีชัด ๆ!


    จิ่งเป่ยเฉินคงยังไม่รู้ว่าอันอวี้หานมีลูกแล้ว


    อันโหรวไม่สนใจเขา และเดินออกไปทันที


    ในห้องสัมภาษณ์จึงเหลือเพียงชีเสิ่งเทียนที่ยังคงเพ้อฝันอยู่


    เมื่อลิฟต์ลงมาถึงชั้นหนึ่ง อันโหรวเพิ่งจะก้าวออกมาก็เห็นลูซี่กำลังเดินมาหาด้วยท่าทางเดือดดาล


    “คนหนุนหลังเธอเป็๲ใคร” ลูซี่มองอันโหรวด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยาม 


    “คนที่คุณไม่ควรยุ่งด้วย” อันโหรวเชิดหน้ามองเธอตรง ๆ พลางยิ้มเล็กน้อย 


    เธอพูดแบบนี้ไป เพราะแค่อยากหลีกเลี่ยงการยุ่งเกี่ยวให้มากที่สุดเท่านั้น


    “ฉันเป็๲แฟนของเป่ยเฉิน ประธานของบริษัทจิ่ง คนหนุนหลังของเธอ ทำไมฉันจะไปยุ่งด้วยไม่ได้ บอกมาว่าเป็๲ใคร” ลูซี่ถลึงตา คำพูดมีแต่ความแค้นเคือง


    “ถ้าคุณอยากรู้ว่าเป็๲ใคร ก็ไปถามกับท่านประธานจิ่งเองสิ” อันโหรวไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเธอต่อจึงหมุนตัวจากไป


    ท่วาลูซี่กลับรั้งเธอไว้จากด้านหลัง “ปากดีจริง ๆ นะ เธอกล้าพูดเหรอว่าเป็๲คนของท่านประธานจิ่งแล้ว”


    เมื่อเห็นว่าผู้คนเริ่มมองมามากขึ้นเรื่อย ๆ อันโหรวจึงสะบัดมือของลูซี่ออก “ฉันเป็๲คนทำอะไรก็ใช้สมอง แต่ฉันขอถามหน่อยว่าคุณมีสมองบ้างหรือเปล่า”


    เธอหยุดพูด ก่อนมองอีกฝ่ายทั่วตัว แล้วเผยรอยยิ้มไม่สุภาพ “อีกอย่าง ฉันไม่รู้เลยว่าคุณทำศัลยกรรมอะไรมาบ้าง คิดว่าคู่ควรที่จะเอามาเปรียบเทียบกันได้เหรอ”


    ครั้นประโยคนี้เอ่ยจบ ที่แห่งนั้นก็เกิดความโกลาหลขึ้นมา สีหน้าของลูซี่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาไปหมด


    ผู้คนโดยรอบต่างหยุดฝีเท้ามองมา บางคนเริ่มกระซิบนินทา


    “เธอถึงกับด่าว่าลูซี่ไม่มีสมอง ลูซี่เป็๲แฟนสาวในข่าวลือของท่านประธานจิ่งนะ เธอช่างกล้าหาญจริง ๆ คงไม่อยากทำงานที่นี่แล้วแน่ ๆ”


    “ลูซี่เป็๲ถึงนางแบบชื่อดังแห่งวงการ ทั้งยังมีท่านประธานจิ่งให้พึ่งพิง ผู้หญิงคนนั้นทำให้ลูซี่โกรธก็เหมือนรนหาที่ตายชัด ๆ”


    ลูซี่ได้ยินคำพูดของคนรอบข้าง จึงยิ่งทำให้เธอรู้สึกได้ใจมากขึ้น “ฉันไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าเธอจะไปสัมภาษณ์เป็๲พรีเซนเตอร์โฆษณาได้ยังไง ภาพลักษณ์ไม่ได้เ๱ื่๵๹สักนิด ขนาดน้ำเสียงยังฟังดูแย่”


    อันโหรวชะงักไป “สัมภาษณ์พรีเซนเตอร์โฆษณาเหรอ” แต่เธอมาสัมภาษณ์งานที่แผนกวางแผนชัด ๆ


    “ยังจะทำไขสืออีก เมื่อกี้มันเป็๲การสัมภาษณ์รอบสุดท้ายของพรีเซนเตอร์โฆษณา เธอคิดว่าจะสู้ฉันได้หรือไง” ลูซี่เอ่ยพลางยกมือเพื่ออวดรูปร่าง


    สีหน้าของอันโหรวเปลี่ยนไปทันที เมื่อครู่เธอไปผิดที่นี่เอง! หลินจือเสี่ยวบอกสถานที่สัมภาษณ์กับเธอผิด!


    เมื่อเห็นลูซี่กำลังโอ้อวดรูปร่างอยู่ตรงหน้า อันโหรวก็หัวเราะออกมาเบา ๆ


    “คุณคงทำหน้าที่เป็๲พรีเซนเตอร์สินค้าตัวใหม่ของบริษัทจิ่งไม่ได้หรอก”


    ลูซี่ชะงัก “พูดเ๱ื่๵๹เหลวไหลอะไร ไม่มีใครเหมาะสมไปกว่าฉันอีกแล้ว”


    เอ่ยถึงตรงนี้ น้ำเสียงของเธอก็แหลมสูง “แล้วเธอเป็๲ใคร ถึงมีสิทธิ์มาสั่งสอนฉัน”


    รอยยิ้มบนใบหน้าของอันโหรวยิ่งเจิดจ้า “ขอโทษนะ แต่การวางแผนโฆษณาสินค้าตัวใหม่ รวมถึงการคัดเลือกพรีเซนเตอร์ ฉันเป็๲คนรับผิดชอบทั้งหมด คุณลูซี่ ถ้าคุณมีข้อสงสัย เชิญไปถามท่านประธานจิ่งโดยตรงได้เลย”


    “เธอ!...” ลูซี่อ้าปากค้าง มองแผ่นหลังของอันโหรวที่เดินจากไป ทว่ากลับพูดอะไรไม่ออกสักคำ


    เมื่อกลับถึงบ้าน อันโหรวยังไม่ทันจะหยิบกุญแจออกมา ประตูบ้านก็ถูกเปิดออก


    ใบหน้าสดใสของลูกสาวตัวน้อยทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาก


    “แม่ กอดหนูหน่อย” อันหน่วนยื่นแขนทั้งสองข้าง ออดอ้อนด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล


    “หน่วนหน่วนเป็๲เด็กดีหรือเปล่า พี่ชายลูกล่ะ” เธอรวบตัวลูกสาวขึ้นมากอด ก่อนปิดประตูลง


    “พี่บอกว่าแม่ทำงานกลับมาเหนื่อย ๆ เขาเลยอยากทำอาหารให้แม่กิน”


    อันโหรวฟังแล้วยิ่งร้อนใจ เด็กคนนี้ทำไมถึงเข้าไปในครัวอีกแล้ว เธอรีบวางตัวลูกสาวลง แล้ววิ่งไปที่ห้องครัวทันที


    “หยางหยาง”


    “แม่ ไม่ต้องรีบร้อนนะ อีกเดี๋ยวก็กินได้แล้ว ป้าจือเสี่ยวกลับมาด้วยหรือเปล่า” อันหยางถามพลางตักซุปมะเขือเทศใส่ไข่ลงในถ้วยใบใหญ่ไปด้วย


    หลังเห็นกับข้าวสามอย่างกับซุปหนึ่งถ้วยที่จัดวางอย่างเป็๲ระเบียบ อันโหรวรู้สึกว่าลูกชายของเธอมีความสามารถมากจริง ๆ


    “แม่ วันนี้การสัมภาษณ์งานเป็๲ยังไงบ้างครับ” อันหยางมองด้วยสายตาเป็๲ห่วง ท่าทางของเขาราวกับเป็๲ผู้ใหญ่ตัวน้อย ๆ


    อันโหรวมองลูกชาย ทว่าใบหน้าของผู้ชายคนนั้นกลับฉายเข้ามาในความคิด หากเธอถูกจับได้ว่า...


    “แม่ เป็๲อะไรหรือเปล่า” อันหน่วนเบะปากน้อย ๆ สีหน้าเหมือนใกล้จะร้องไห้


    อันโหรวรีบยื่นแขนออกไป โอบกอดทั้งลูกชายลูกสาวเข้ามาในอ้อมแขน “พวกลูกเป็๲ดวงดาวนำโชคของแม่ การสัมภาษณ์ราบรื่นมาก แค่ครั้งเดียวก็ได้งานเลย”


    ขณะกำลังเติมเต็มจิตใจกันอยู่นั้น ประตูบ้านก็ถูกเปิดออกเสียงดังปัง หลินจือเสี่ยวเดินเข้ามาอย่างร้อนรน


    “โหรวโหรว เธอตีฉันเถอะ ฉันบอกสถานที่สัมภาษณ์กับเธอผิด” หลินจือเสี่ยวเห็นอันหยางขมวดคิ้วก็พลันชะงักไป ยิ่งมองแบบนี้ หน้าตาอันหยางกับคุณจิ่งก็ยิ่งดูคล้ายกันมากจริง ๆ!


    เมื่อความคิดนี้ผุดเข้ามาในห้วงความคิด สีหน้าของหลินจือเสี่ยวก็เปลี่ยนไป เธอคว้าตัวอันโหรว แล้วหยั่งเชิงถามเสียงเบา “โหรวโหรว เธอไม่คิดเหรอว่าอันหยางกับคุณจิ่งหน้าตาคล้ายกันมาก”


    หัวใจของอันโหรวเต้นแรง “ในโลกนี้มีเ๱ื่๵๹บังเอิญเยอะแยะจะตายไป เธอดูอย่างหน่วนหน่วนสิ เธอกับหยางหยางเป็๲ฝาแฝดกันแท้ ๆ แต่คนหนึ่งหน้าตาคล้ายลูกครึ่ง ส่วนอีกคนกลับมีหน้าอย่างจีน”


    “ก็จริง คงเป็๲แค่เ๱ื่๵๹บังเอิญเท่านั้นแหละ แต่ว่าเธอต้องไม่ให้คุณจิ่งเจอตัวหยางหยางเด็ดขาด ไม่อย่างนั้น...”