ตอนที่ 47เสือน้อยสัมภาษณ์งาน!
ผ่านไปสองวันหลังจากเกิดเหตุการณ์ในห้องประชุม
เสือน้อยจึงไปร้องขอให้แม่ชบาช่วยมาตรวจสอบบัญชีของทาง“โรงเรียนกวดวิชาทันใจวิทยา” หลังจากแม่รู้เรื่องก็ดึงหูเสือน้อยจนเขาร้องเสียงหลงคล้ายแมวถูกเหยียบหาง
เธอรู้จนกระทั่งว่าเสือน้อยไปตกลงแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ก้อนใหญ่มาแม้จะได้มาอย่างถูกต้องก็ตามแต่เธอก็อดไม่ได้ที่จะอบรมสั่งสอนเพราะเดี๋ยวนี้เจ้าแผนการไปกันใหญ่
ดีไม่ดีอาจจะใช้เธอให้กลายเป็นหมากก็ได้ใครจะไปรู้?ดังนั้นจึงต้องปรามเสียบ้าง!
หลังจากได้แม่มาตรวจสอบบัญชีผลก็ปรากฏออกว่าสถานการณ์ย่ำแย่ยิ่งนักขาดทุนมาหลายเดือนติดกันแล้วทางเจ้าของใช้เงินส่วนตัวประคับประคอง
แม่หันไปมองเสือน้อยก่อนพูดว่า“ถึงว่าเขายอมยกให้เสียง่าย ๆ ส่วนหนึ่งเพราะบัญชีติดลบเสียขนาดนี้หนี้คงค้างก็เยอะอยู่ แต่มันก็มีมูลค่าน้อยกว่าที่ดินและตัวตึกนั่นแหละ”
ในส่วนที่ต้องจ่ายเสือน้อยก็ไม่ขี้เหนียวแม้แต่น้อยทั้งค่าจ้างครูที่ติดค้างไว้ เสือน้อยให้แม่จัดการให้หมดเลยภายในวันเดียวเขาต้องการเคลียร์คนออกทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นครูหรือนักเรียนเพื่อที่จะตกแต่งปรับปรุงโรงเรียนให้มันกลับมาทันสมัย...
ครั้งนี้แม่ชบาคิดเงินค่าจ้างอย่างหนักเธอขูดรีดลูกชายตัวแสบเสียเยอะ ไม่ลดให้แม้แต่บาทเดียวกลับต้องเพิ่มให้เสียด้วยซ้ำ!
……
สำหรับพนักงานเก่าก็ต้องสัมภาษณ์เก็บพนักงานคนที่มีคุณภาพไว้ เรื่องนี้เสือน้อยก็ปวดหัวมาก ๆจึงให้พ่อแม่ช่วยคิดวิธีจัดการ เพื่อคุยเจรจากับบุคลากรเก่า
ดังนั้นแม่ชบาจึงได้โทรศัพท์ไปขอให้เพื่อนใหม่อย่างท่าน ‘ผอ.นัยนา’ มาให้ช่วยสัมภาษณ์หน่อย
ส่วนเสือน้อยแค่ต้องการตัวอย่างเท่านั้นเขานั่งอยู่ด้านข้างพร้อมแม่และก็ทนายรัก ฟังวิธีการสัมภาษณ์ของมืออาชีพมากประสบการณ์ เพราะหลัง ๆ เขาก็คงหาคนมาจัดการเองจะรับครูเข้าทำงานมันก็ต้องเอาคนที่รู้เรื่องครู เรื่องการสอนมาสัมภาษณ์
เสือน้อยนั่งฟังครูนาสัมภาษณ์งานก็ได้เข้าใจมุมมองของการศึกษามากขึ้นทั้งวุฒิความเชี่ยวชาญ สอนวิชาอะไรได้บ้าง
เขาคิดอยู่ในใจคร่าวๆ หลังรับครูใหม่ ๆ มาจะจ้างให้ครูนามาช่วยดีกว่า ให้แม่ออกหน้าคุยแทนให้แม่เป็นเจ้าของโรงเรียนในนาม แต่ในความจริงทั้งชื่อและกรรมสิทธิ์เป็นของเสือน้อยทั้งสิ้น
‘พี่บีม’ พนักงานต้อนรับ ที่พึ่งเข้ามาทำงานได้ไม่นานเพียงแค่หกเจ็ดเดือนดีดับ
กิจการก็มีอันเป็นไปเสียก่อนใจจริงเขาอยากทำงานที่นี่ต่อหลังจากสัมภาษณ์แล้วเสือน้อยก็พบว่าเขาพึ่งจบมหาวิทยาลัยใหม่และเพิ่งเริ่มงานได้ไม่นาน ไฟแรงมีศักยภาพเปี่ยมล้น
เสือน้อยจึงรับปากว่าจะรับเข้าทำงานต่อหลังจากปรับปรุงทว่าตอนนี้จะยังไม่มีการจ้างงานใด ๆ ทั้งสิ้น
ส่วนนักเรียนที่ซื้อคอร์สเรียนพิเศษเสือน้อยก็หารเฉลี่ยคืนเงินไปตามจำนวน จากนั้นจึงเริ่มปรับปรุงขนานใหญ่แน่นอนว่าเรื่องนี้ไม่พ้นลุงถิ่น สถาปนิกนักออกแบบคู่ใจ!
ร้านค้าสะดวกซื้อที่พึ่งเสร็จใหม่เอี่ยมด้วยความต้องการใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดลุงถิ่นจึงออกแบบไว้สามชั้นทำจากกระจกใสอย่างดีซึ่งพอของจริงออกมาก็ไม่ทำให้ผิดหวังแต่อย่างใด
เครื่องใช้ไฟฟ้าจำพวกตู้เย็นอะไรทำนองนี้พ่อผันได้หาที่สั่งซื้อและเรียกให้มาติดตั้งแล้วโดยมีพนักงานบริษัทลุงถิ่นคอยกำกับดูแลให้เป็นไปตามแบบ
ความจริงนี่เป็นส่วนที่ลุงถิ่นเสริมให้เป็นพิเศษเพราะเขาคิดว่าในอนาคตยังต้องพึ่งพาอาศัยกันอีกนาน ดังนั้นเล็ก ๆ น้อย ๆซื้อใจกันไว้ไม่เสียหาย
……
ในวันโอนที่ดิน…
‘ทนายรัก’ ดำเนินการติดต่อโอนที่ดินกับกิจการไปเป็นของเสือน้อยทั้งเอกสารมากมายเสือน้อยให้ทางทนายเตรียมและดำเนินการทั้งปู่แสมและน้าสมรก็มาด้วย
ปู่แสมมีหน้าที่แค่เซ็นเอกสารอย่างเดียวส่วนค่าธรรมเนียมต่าง ๆ เสือน้อยออกให้อย่างที่รับปากไว้
หลังจากทำเรื่องเสร็จสรรพเสือน้อยก็บอกคุณปู่และน้าสมร เรื่องรายงานยอดหนี้ที่ทางโรงเรียนคงค้างไว้ทั้งหมด เขาได้ชำระแล้วเสือน้อยพูดไปถึงเรื่องรายรับรายจ่ายที่ขาดทุนสะสม
รวมถึงคำมั่นที่ให้กับปู่แสมไว้ว่าขอให้เก็บพนักงานลูกจ้างเก่าไว้ให้ได้มากที่สุด
ซึ่งเสือน้อยก็รายงานไปตามความเป็นจริงแน่นอนว่าคนที่มีศักยภาพย่อมเก็บไว้ ไม่มีเหตุผลที่จะต้องไล่ออกส่วนคนที่ไม่มีศักยภาพก็ต้องเชิญออกจริง ๆ
แม่สมรพอได้ยินว่ากิจการขาดทุนยับหลายปีจนเข้าเนื้อพ่อสามีของตัวเอง เธอก็หันไปมองค้อนเขาเพราะเงินที่เข้าเนื้อส่วนใหญ่เป็นเงินของเธอที่ออกให้
ใบหน้าเธอปรากฏพยับเมฆที่ดูท่าจะไม่พอใจอย่างมาก และนี่ก็ถือเป็นโชคดีที่ได้ปล่อยไปไม่เช่นนั้นเธอนี่แหละคือคนที่จะซวย!
ปู่แสมทำสีหน้าไม่ถูกเมื่อโดนแฉจึงขอตัวกลับก่อน โดยอ้างว่าจะไปเยี่ยมเพื่อน
ส่วนสามีน่ะเหรอเธอคาดหวังอะไรไม่ได้เลย สร้างปัญหาเก่งพอกับลูกชาย ทั้งธุรกิจสีเทาทั้งการทุจริตเชิงนโยบาย ทำให้เธอหวั่นใจแล้วจริง ๆในระยะยาวเธอกลัวกระทบกับธุรกิจของเธอเป็นอย่างมาก
เธอที่พยายามประคับประคองครอบครัวอย่างสุดกำลังด้วยเงินที่หามาจากหยาดเหงื่อแรงกายของเธอเอง แต่ดูเหมือนมันจะถูกบั่นทอนลงเรื่อยๆ
เสือน้อยก็ทำตามที่รับปากไว้ว่าจะไม่เอาเรื่องนายพีส่วนทางฝั่งสมรก็บอกเตือนลูกชายไม่ให้ไปยุ่มย่ามกับเขาแล้ว
น้าสมรยังถามถึงเรื่องพฤติกรรมของพีที่โรงเรียน!
พอเสือน้อยได้ยินเข้าก็ชะงัก“คุณน้าอยากฟังความจริง หรือเอาแบบปลอม ๆ ปลอบใจคนเป็นแม่ดีล่ะครับ”เสือน้อยยิ้มแห้ง ๆ ตอบไปทั้งอย่างงั้น
“แน่นอนว่าต้องอยากฟังความจริง!”เธอตอบด้วยความมั่นใจมาถึงขั้นนี้แล้ว ไม่มีอะไรที่จะเสียอีกแล้ว
เสือน้อยก็ได้รวบรวมความคิดจัดลำดับความชั่วของไอ้ทรพีอยู่พักใหญ่ ก่อนบอกกล่าวน้าสมรไปตามตรง
ทั้งเรื่องได้ผู้หญิงแล้วทิ้งทั้งให้เพื่อนมาจีบแย่งแฟนเสือน้อยก็ไม่ลืมเล่า
ตอนปิดเทอมใหญ่คราวก่อนควงผู้หญิงอาทิตย์เว้นอาทิตย์ ฟาดเรียบด้วยหน้าตาดี บวกกับความเป็นนักกีฬา ฯลฯ
เสือน้อยพูดน้ำไหลไฟดับส่วนถ้าอยากยืนยันความจริง ๆ ก็มีทั้งชื่อและก็เบอร์โทรศัพท์ พาตัวเป็น ๆมาให้พบก็ยังได้ เขาบรรยายสารพัดความชั่วของลูกชายเธอเกือบชั่วโมงเห็นจะได้
ตอนแรกเธอเตรียมใจไว้พอสมควรแต่พอได้ฟังสารพัดความเลวตลอดสองปีที่ผ่าน
ซึ่งออกมาจากปากเด็กหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าก็ทำเธออึ้งอยู่เหมือนกันหลังจากนั้นเธอก็นั่งทำใจสักพักระหว่างรอคิวจ่ายค่าดำเนินการต่าง ๆ
จากนั้นทนายก็เข้ามาแจ้งบอกว่าเสร็จเรียบร้อยดีแล้วทว่าสมรขอดึงตัวทนายรักไว้ก่อน เห็นเธอบอกว่า“มีเรื่องติดขัดข้อกฎหมายในการทำธุรกิจอยู่เหมือนกัน จึงขอตัวไว้ปรึกษาก่อน”
ส่วนเสือน้อยที่โดดเรียนมาก็แสนสุขใจไม่รีรอโทรเรียกลุงถิ่น ที่นัดล่วงหน้าไว้ตั้งแต่วันก่อนมาหาทันทีหลังจากพูดจาปราศรัยกันตามมารยาท
เขาก็ให้โจทย์ลุงถิ่นไปว่าต้องการแบบทันสมัยดูไม่หรูเกินไปบรรยากาศน่าเรียน เพิ่มห้องเรียนได้ก็ดี หรือไม่ก็สร้างเพิ่มอีกชั้นและให้ลุงสินช่วยคำนวณแรงรับน้ำหนัก หลังจากโยนงานเสร็จเสือน้อยก็ขอตัวไปทำกิจกรรมมากมาย
ถิ่นก็ได้เดินเข้าไปตรวจดูในอาคารพร้อมลูกน้องความจริงดูจากแบบมันก็ไม่มีอะไรมากเพราะทางเจ้าเก่าทำไว้ดีแล้วทั้งแบบตึกและฐานราก
แต่ทว่าปัญหาคือการใช้ประโยชน์ให้คุ้มค่าตามที่เจ้าเสือน้อยมันต้องการเขาเดินสำรวจรอบด้าน มองไปหน้าตึก ดูยังไงก็ทรุดโทรมเหลือหลายสีเก่าซีดหลุดร่วงเป็นหย่อม ๆ คงต้องเริ่มจากปรับปรุงด้านหน้าให้เด่นสะดุดตาเป็นที่น่าสนใจ
หลังจากได้พิมพ์เขียวเขาก็เข้าบริษัทเรียกประชุมทันที งานนี้เสือน้อยต้องการได้ข้อสรุปด่วนอีกทั้งยังต้องประสานงานกับวิศวกรด้วยในกรณีที่จำเป็น...
……
ตอนบ่าย ๆเสือน้อยมีสัมภาษณ์งาน หลังจากที่ให้แม่ประกาศรับสมัครผู้จัดการร้านสะดวกซื้อ
เสือน้อยก็กลับมานั่งในร้านทองสุขพนักงานที่นัดสัมภาษณ์ไว้มีสี่คนประวัติการทำงานเสือน้อยก็ดูมาคร่าว ๆแล้วเหลือแค่สัมภาษณ์งานจริง
พอคิดถึงเรื่องสัมภาษณ์ทีไรก็อดย้อนนึกไปถึงตอนสัมภาษณ์เข้าเรียน ม.ต้น ไม่ได้เลย เรื่องมัดถุงข้าวแกง เสือน้อยบ่นกระปอดกระแปดกับตัวเอง
จากนั้นเขาก็เริ่มให้พี่ฉายพนักงานด้านล่างเชิญเข้ามาทีละคน…
เขามีประสบการณ์ของการสัมภาษณ์เป็นกิจจะลักษณะก็เมื่อวานก่อนที่แม่เชิญ ผอ.นา มาช่วยสัมภาษณ์เสือน้อยยังแอบลอกข้อสอบมาเป็นตัวอย่าง
เด็กหนุ่มวางมาดเล็กน้อยก่อนที่คนแรกจะเดินเข้ามา “งั้นคุยกับคนแรกเราหยั่งเชิงก่อนดีกว่า!”
เสือน้อยก็พูดขึ้นว่า“ลองแนะนำตัวเองหน่อยครับ บ้านอยู่แถวไหน ทำไมถึงออกงานเก่า ทำไม ทำไม และทำไม?”กลายเป็นคนแรกเขาเองก็ตื่นเต้นเช่นกัน
เหตุผลของคนแรกก็คือต้องการย้ายมาทำงานใกล้ ๆ บ้าน ที่ทำงานปัจจุบันซึ่งเขาเป็นรับตำแหน่งผู้จัดการสาขา มันอยู่ไกลจากบ้านเดินทางไม่สะดวกส่วนค่าจ้างก็ตามตกลงแต่เขาก็บอกตัวเลขในใจไว้ ซึ่งเสือน้อยก็รับได้
“งั้นเดี๋ยวจะโทรไปแจ้งผลครับ”เสือน้อยส่งแขกอย่างมีมารยาท
คนที่สองก็ถามแนวเดิมๆ แต่คนนี้กลับเป็นพนักงาน อยากจะเลื่อนขั้นเป็นผู้จัดการผ่านงานนี้ เสือน้อยก็ยิ้มเจื่อนเขาบ่นในใจ “กูหาผู้จัดการเด้อ!”
ก่อนหยั่งเชิงว่า“แล้วถ้าผมจ้างเป็นพนักงานทั่วไปจะทำไหม และถ้าทำต้องการเพื่อนร่วมงานกี่คน…”
เสือน้อยฟังคำตอบคนที่สองก็ค่อนข้างพึงพอใจ
ดูเหมือนแกเตรียมเป็นผู้จัดการเต็มทีสืบเรื่องเกี่ยวกับการเป็นผู้จัดการมาเยอะ แต่ทว่ารู้เยอะกับปฏิบัติจริงมันคนละแบบเสือน้อยต้องการจ้างเขาในฐานะพนักงานทั่วไปเท่านั้น แต่ก็เหมือนเดิม“เดี๋ยวจะโทรไปแจ้งผลครับ!”
ส่วนคนที่สามอาชีพเก่าเป็นผู้จัดการมาก่อนแต่ตอนนี้เป็นคนจัดสต๊อกของมีหน้าที่ดูแลคลังสินค้าและกระจายสินค้าให้บริษัทเอกชนแห่งหนึ่งชั่วโมงบินค่อนข้างสูง ดูเป็นงานเป็นการ แถมเป็นผู้หญิง…หนึ่งในสี่ที่มาสัมภาษณ์
เสือน้อยใช้เวลาคุยเกี่ยวกับประสบการณ์การทำงานของเธอนานสุดที่เธออยากทำงานที่นี่เหตุผลเดียวกันคือใกล้บ้าน แค่นั้นเลยจริง ๆเพราะร้านอยู่ห่างจากบ้านเธอไม่ไกลขี่จักรยานก็ถึงกลับคนนี้เสือน้อยพูดแตกต่างออกไป “น่าจะเป็นข่าวดีครับ รอฟังผล”
ส่วนคนที่สี่ชั่วโมงบินต่ำสุดและเป็นนักศึกษาจบใหม่แต่ต้องการงาน เรียกค่าจ้างพอตัวอยากไต่เต้าเป็นผู้จัดการเลย เพราะเชื่อว่าวุฒิการศึกษาตัวเองถึงแม้จะไม่มีประสบการณ์เลย เสือน้อยย่อมไม่คิดจะจ้างเป็นผู้จัดการแต่พนักงานทั่วไปก็พอได้อยู่!