"ท่านหมอหลวงพระสนมเป็เช่นไรเ้าคะ"
"อากาศไข้ตัวเย็นของนางดีขึ้นมากแล้ว ข้าจะจัดยาที่ทำให้เืลมไหลเวียนดีให้เ้าต้มให้พระสนมกินสามเวลาเดี๋ยวก็หาย ส่วนอาการหลงลืมอาจเป็เพราะหมดสติไปนานต้องค่อยๆ ฟื้นฟู เ้าก็ต้องคอยอธิบายให้พระสนมฟังเดี๋ยวพระนางก็จำได้"
"ขอบคุณท่านหมอมากนะเ้าคะ เดี๋ยวข้าออกไปส่งเ้าค่ะ"
หลังจากคนพวกนั้นออกไปเฟิ่งเยว่ก็ลุกขึ้นนั่งสายตามองสำรวจไปรอบตัว หากที่แห่งนี้ไม่ใช่ฉากในละครนางก็คงคิดว่ากำลังฝันไป
"ฉันทะลุมิติมาที่นี่จริงๆ เหรอ มันมีเื่แบบนี้เกิดขึ้นในโลกเราด้วยเหรอเนี่ย"
เพราะเคยเห็นแต่ในละครหรือนิยายที่อ่านทำให้เฟิ่งเยว่ที่เพิ่งเคยมาััเองถึงกับไม่เชื่อตาตัวเอง
เธอจำได้ว่าตนเองตกจากระเบียงห้องจนตายไม่คิดว่าตื่นมาจะมาอยู่ในร่างที่คิดว่าคงเป็สนมของใครสักคนไปได้
แถมร่างกายนี้ยังอ่อนปวกเปียกแค่ตกน้ำยังไม่มีแรงลุกเดินเลย หากเป็เธอคนก่อนคงวิ่งปรื๋อได้แล้ว
"พระสนมเป็เช่นไรบ้างเ้าคะ ข้าเป็ห่วงท่านแทบแย่"
นางกำนัลคนนั้นกลับเข้ามาทำให้เฟิ่งเยว่กลับมาสนใจนาง ในหัวว่างเปล่าไม่มีเื่ราวอะไรเลยตามจริงถ้ามาอยู่ในร่างคนอื่นมันก็ต้องมีความทรงจำผู้นั้นอยู่บ้างสิ
"จำอะไรไม่ได้เลย ปวดหัวมากๆ "
"งั้นท่านนอนพักเถิดนะเ้าคะ อีกเดี๋ยวข้าจะมาเรียกท่านดื่มยาและกินอะไรบ้าง"
"อืม..."
เฟิ่งเยว่ไม่รู้ว่าต้องเอ่ยสิ่งใดกับนางทำให้รีบไล่นางออกไปทางอ้อม เธอ้าใช้ความคิดอย่างหนักตื่นมาแทบจำอะไรไม่ได้
"พระชายารองเสด็จ! "
"เดี๋ยวนะชายารองงั้นเหรอ ตายแล้วฉันจะไปหลบตรงไหนยังไม่พร้อมเจอใครตอนนี้นะ"
เฟิ่งเยว่พยายามลุกขึ้นจากเตียงแต่ร่างกายใหม่นี้ก็ไม่เอื้ออำนวยเสียจริง มันที่เชื่องช้าและไม่ได้ดังใจ
เพล้ง! ว้าย!
เพราะพยายามลุกจากเตียงทำให้เฟิ่งเยว่ที่ขายังไร้เรี่ยวแรงอยู่ล้มลงข้างเตียงเป็จังหวะที่พระชายาเอกเลี่ยงกฎงเหมยเข้ามาพอดีนางรีบเข้ามาประคองเฟิ่งเยว่ทันทีด้วยความใ
"พระสนม! เป็เช่นไรเหตุใดถึงรีบร้อนลุกเช่นนี้ นางกำนัลไปที่ใด"
"ไม่เป็ไรๆ แต่เขาไม่มีแรง"
นางค่อยๆ ลุกขึ้นอย่างลำบากมานั่งบนเตียง จังหวะที่จะเงยหน้าขึ้นขอบใจคนที่มาช่วยกลับทำให้เฟิ่งเยว่ชะงัก
ความเกลียดชังความโมโหฟุ้งขึ้นสูงจนยากที่จะอธิบายเป็คำพูดได้รู้เพียงเวลานี้อยากฆ่าผู้หญิงตรงหน้าเหมือนกับที่เธอเคยทำกับตนจนตายแบบนี้
"หนิงเหมย! "
"บังอาจ! กล้าดีเช่นไรมาเรียกพระนามของพระชายาตรงๆ เช่นนี้พระนางเป็เพียงสนมเท่านั้นนะ"
นางกำนัลที่ติดตามเอ่ยขึ้นเสียงดังด้วยความไม่พอใจแทนคุณหนูของตน ข่าวลือที่ว่านางแสร้งจมน้ำเพื่อโยนความผิดให้พระชายาคงจะเป็จริง
"เ้าสิบังอาจ! กล้าดียังไงมาขึ้นเสียงกับข้าที่เป็ถึงพระสนม! เป็เพียงนางกำนัลต่ำต้อยดูสิว่ากฎวังหลวงจะว่าเช่นไร! "
ดีที่เฟิ่งเยว่เปิดพิพิธภัณฑ์ของโบราณทำให้นางศึกษาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์จีนโบราณมามากพอสมควรหากจะว่าตามลำดับขั้นและกฎวังหลวงนางก็มีความรู้ไม่น้อยหน้าผู้ใด
"พระสนมโปรดระงับโทสะ นางกำนัลของข้าเอ่ยวาจาเลอะเลือนขออย่าถือโทษนางเลย "
"หากไม่ลงโทษในวันนี้แล้วเื่ถึงหูผู้อื่นหม่อมฉันคงไม่แคล้วถูกนินทาว่าร้าย พระชายาเลือกเถิดจะให้ข้าลงมือหรือจะลงมือเอง"
เลี่ยงหนิงเหมยมองดูท่าทีที่เปลี่ยนไปของเฟิ่งเยว่อย่าวิเคราะห์นางเปลี่ยนไปมากจากเมื่อวาน เหมือนไม่ใช่นางคนเดิมอีกต่อไปในเวลานี้
เห็นทีหากดึงดันไปคงแต่จะรั้งทำให้ผู้คนกล่าวถึงนางไม่ดีที่อบรมนางกำนัลไม่ได้ยังไงก็ต้องจัดการ
"เอาตัวนางไปโบย 30 ทีแล้วบอกจวนตระกูลเลี่ยงให้ส่งผู้อื่นมาแทนนางซะ"
"พระชายาไม่นะเพคะ! หม่อมฉันจะไม่ทำเช่นนี้อีกแล้ว ขอทรงอย่าให้หม่อมฉันไปเลยจะโบยหม่อมฉันกี่ทีก็ได้"
"เอาตัวนางออกไป"
เลี่ยงหนิงเหมยตัดบทไม่อยากให้นางกำนัลทำเสียเื่สู้เปลี่ยนใหม่จะดีเสียกว่าต้องมีปัญหาในวันนี้ อีกอย่างเมื่อวานนางทำงานพลาด!
"พระสนมคงสบายใจแล้ว ข้าอยากจะถามเื่เมื่อวานเหตุใดอยู่ๆ ถึงตกลงไปในสระเช่นนั้น"
"หม่อมฉัน้าพักผ่อนเพคะ "
เฟิ่งเยว่ยังไม่้าสนทนาสิ่งใดกับนางในเวลานี้ นางอยากทบทวนเื่ราวทุกอย่างที่เกิดขึ้นในตอนนี้ก่อนและอีกอย่างยิ่งมองหน้าพระชายาผู้นี้ใจของเฟิ่งเยว่ก็เต็มไปด้วยเพลิงแค้น
"เช่นนั้นแล้วข้าก็ไม่กวนแล้ว รักษาสุขภาพด้วยนะพระสนม"
สายตาของเฟิ่งเยว่มองตามหลังหนิงเหมยออกไปอย่างใช้ความคิดและเกลียดชังปิดไม่มิด
"พระสนมเมื่อครู่หม่อมฉันสะใจยิ่งนัก "
เสียงของนางกำนัลที่เฟิ่งเยว่เห็นั้แ่ตื่นในตอนแรกเอ่ยขึ้นพร้อมกับยิ้มพอใจมากจนเฟิ่งเยว่สงสัย
"เ้ารู้ใช่ไหมว่าข้าความจำยังไม่ฟื้นฟูดี เื่นี้อย่าบอกผู้อื่นเด็ดขาดเข้าใจไหม กำชับหมอหลวงด้วย"
"เพคะ หม่อมฉันกำชับเรียบร้อยแล้วเพคะพระสนมไม่ต้องกังวลใจ"
"ดีมาก เอาล่ะเ้ามาเล่าทุกอย่างให้ข้าฟังทั้งหมดก่อนเข้าวังจนถึงตอนนี้ ข้าอาจจะจำได้และก็เอ่อ ...เ้าชื่อว่าอะไร"
"หม่อมฉันถิงถิงเพคะ เื่ต่างๆ ที่ท่านสงสัยถามข้าได้เลยเพคะข้าเต็มใจเล่า"
หลังจากนั้นเฟิ่งเยว่ก็ถามเื่ราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นจนได้รู้ว่าจริงๆ ตระกูลของนางและพระชายารองไม่ถูกกัน ต่างฝ่ายต่างเป็ตระกูลใหญ่ที่กระหายในอำนาจ
ชินอ๋องผู้นี้ฉลาดเข้าใจเลือกพระชายาและพระสนมมาก หากคาดเดาไม่ผิดคงจะเอานางเข้ามาทัดทานอำนาจของตระกูลเลี่ยง
ส่วนที่ว่าทำไมในชาติภพนี้เหตุใดหนิงเหมยถึงได้อยู่คนละตระกูลกับนางคงต้องหาคำตอบอีกที แต่ดูนางจะร้ายกาจเช่นเดิมร้ายแบบไม่เปิดเผยหรือแสร้งเป็คนดีนั่นเอง
แววตานางในวันนี้เหมือนหนิงเหมยในอีกหนึ่งพันปีที่โเี้แย่งชิงชายที่น้องสาวจะแต่งงานด้วยและฆ่าน้องตัวเองได้ลงคอ ภพชาตินี้นางก็คงจะไม่ต่าง
ซ่อนความร้ายกาจเอาไว้ในคราบของสตรีสูงศักดิ์อ่อนหวานเรียบร้อยเห็นใจผู้อื่น จะว่าไปก็แตกต่างจากหนิงเหมยในอีกหนึ่งพันปีตรงนี้
หนิงเหมยในอนาคตคิดสิ่งใดนางก็พูดออกมาร้ายก็ร้ายที่สุด แต่นางในเวลานี้ดูท่าจะรับมือยาก มีสิ่งที่ดีในเื่นี้คือชื่อนามของทุกคนดูจะไม่ต่างจากเดิมเพียงมีนามตระกูลเข้ามาด้วยเท่านั้นมันทำให้นางไม่ต้องสับสนเวลาคนอื่นเรียก
ดูเหมือนสิ่งที่ส่งนางมาที่แห่งนี้จะ้าให้นางได้แก้ตัวและแก้แค้นอีกครั้ง และครั้งนี้เฟิ่งเยว่จะไม่พลาดแน่นอน!