ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    เล่มที่ 4 บทที่ 104 อาหญิงใหญ่จิ่งไม่ยอมตัดใจ

            จิ่งเยี่ยนกุยรีบยื่นมือไปอุ้มลูกหมาน้อยไว้ในอ้อมกอด เมื่อเธออุ้มมันไว้ให้มั่นแล้ว มันก็กระดิกหางอย่างบ้าคลั่ง และแลบลิ้นสีชมพูเลียฝ่ามือของเธออย่างออดอ้อน

            สีหน้าของฟางเสียนจืออึมครึมทันที เจ้าตัวเล็กนี่มันหน้าไม่อายเกินไปแล้ว!

            เขายื่นมือไปดึงเสี่ยวจ๋ายจ๋ายออกจากอ้อมแขนของเธอ “สกปรกจะตาย มีแต่หมัด”

            เสี่ยวจ๋ายจ๋ายโกรธทันใด มันหงุดหงิดที่เขามาขัดขวางการใกล้ชิดกับเจ้าของยังพอทน แต่นี่ยังมาใส่ร้ายมันอีก! มันอาบน้ำทุกวัน จะมีหมัดได้ที่ไหน!

            เสี่ยวจ๋ายจ๋ายขู่คำรามใส่เขา นึกอยากจะกัดเขาให้จมเขี้ยวสักครั้ง

            เพียงแต่ว่ามันโตเร็วขึ้นมาก ตอนนี้ก็ตัวโตกว่าตอนที่เพิ่งพามาเลี้ยงใหม่ๆ มากทีเดียว แต่ก็ยังเป็นแค่ลูกหมาตัวกลมๆ จะไปสู้กับฟางเสียนจือที่มีแขนขายาวๆ ได้อย่างไร?

            ฟางเสียนจือจับหนังหลังคอของมันไว้ ทำให้มันลอยคว้างกลางอากาศ คว้าก็คว้าไม่ถึงคน จะอ้าปากกัดก็ยังกัดไม่ถึงเขาด้วยซ้ำ

            เสี่ยวจ๋ายจ๋ายร้อนรนจนแทบอยากจะร้องไห้ ภายหน้ามันจะให้เจ้าของอยู่ห่างจากผู้ชายใจร้ายคนนี้!

            จิ่งเยี่ยนกุยยื่นมือไปอุ้มเสี่ยวจ๋ายจ๋ายกลับมาแล้วพูดว่า “เสี่ยวจ๋ายจ๋ายสะอาดมากๆ มันไม่มีหมัดหรอก อย่าไปแกล้งมันเลย! วันนี้ก็ดึกมากแล้ว กลับไปก่อนเถอะค่ะ”

            ฟางเสียนจือมองเสี่ยวจ๋ายจ๋ายที่ซุกอยู่ตรงหน้าอกของจิ่งเยี่ยนกุยแล้วอยากจะจับมันโยนทิ้งไปเสียให้พ้นๆ เขารู้สึกว่าสถานะของตัวเองต่ำต้อยเหลือเกิน ตอนอยู่ข้างนอกก็ถูกซูไป่ชิงทำให้หงุดหงิดใจแล้ว พอมาถึงบ้านก็ยังต้องมาเจอเจ้าตัวเล็กนี่อีก

            เขาจ้องเสี่ยวจ๋ายจ๋าย มันกลับแลบลิ้นใส่เขา ราวกับว่ากำลังแสดงความดีใจที่ได้รับชัยชนะ

            ฟางเสียนจือสาบานอยู่ในใจว่าสักวันเขาจะจับเจ้าตัวเล็กนี่โยนทิ้งไปให้พ้นๆ!

            จิ่งเยี่ยนกุยเห็นฟางเสียนจือและเสี่ยวจ๋ายจ๋ายจ้องหน้ากันก็รู้สึกขำ เขาเป็นเด็กน้อยแค่ไหนกัน ถึงได้มาทะเลาะกับหมาเสียได้

            หลังจากฟางเสียนจือเดินกลับไป หยางหว่านซิ่วก็ชมเสี่ยวจ๋ายจ๋าย “ตอนที่แกไม่อยู่บ้าน มันไม่ค่อยอยู่นิ่งเลย ไม่กินข้าว นั่งรอแกอยู่ที่ลานบ้านทุกวัน แต่เพราะมันยังเล็กเกินไป นั่งไปนั่งมาก็หลับเสียแล้ว แต่พอได้ยินเสียงแก มันก็ลากฉันมาเปิดประตู”

            “ฉันก็เคยเห็นหมามาหลายตัว แต่ไม่เคยเห็นหมาที่ฉลาดกว่าเสี่ยวจ๋ายจ๋ายเลย”

            จิ่งเยี่ยนกุยรู้ว่าที่มันไม่ยอมกินข้าวตอนเธอไม่อยู่บ้านก็เพราะว่าไม่มีน้ำจากมิติ แต่พอนึกถึงตอนที่มันรอเธอจนหลับไป ก็ทำให้หัวใจของเธออ่อนยวบลง ในชาติที่แล้วไม่เคยมีใครคิดถึงเธอแบบนี้มาก่อน แต่ตอนนี้แค่เธอออกไปข้างนอก ก็มีทั้งคนและสัตว์เลี้ยงที่คิดถึงเธออยู่ ทำให้หัวใจของเธอรู้สึกอบอุ่น

            อาหญิงเล็กจิ่งได้เตรียมน้ำอาบไว้ให้เธอเรียบร้อยแล้ว และเดินมาเรียกเธอไปอาบน้ำ เธอยืดตัวบิดขี้เกียจแล้วพูดว่า “หนูรู้สึกว่าตัวเองมีความสุขจังเลย!”

            จิ่งเยี่ยนกุยรู้สึกจากใจจริงว่าช่วงนี้ชีวิตของเธอดีมาก แต่ก็ดันมีคนเข้ามาทำให้เธอหงุดหงิดในทันที วันนั้นขณะที่เธอกำลังจัดแจงสมุนไพรอยู่ในสวน อาหญิงใหญ่จิ่งก็ถือของมาสองสามอย่าง เมื่อเห็นเธอก็ทักทายอย่างกระตือรือร้น “นั่นเยี่ยนกุยเหรอ?”

            จิ่งเยี่ยนกุยเงยหน้าขึ้น อาหญิงใหญ่จิ่งพลันรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบสว่างขึ้น เมื่อก่อนเธอรู้ว่าจิ่งเยี่ยนกุยมีรูปร่างหน้าตาที่สวย แต่ก็ไม่เคยเห็นเธอสวยขนาดนี้มาก่อน เด็กสาวที่อยู่ตรงหน้านี้ผิวพรรณขาวผ่อง ตาโตดำขลับ ใบหน้าก็สวยได้รูป ราวกับหลุดออกมาจากภาพวาด

            “นั่นแกจริงๆ!” อาหญิงใหญ่จิ่งร้องอยู่ในใจ “สวยจริงๆ อวี๋ซือเหยี่ยจะต้องชอบแน่ๆ!”

            อาหญิงใหญ่จิ่งยิ้มจนเห็นฟัน “เยี่ยนกุยยิ่งโตยิ่งสวยขึ้นนะ!”

            จิ่งเยี่ยนกุยได้ยินคำนี้ก็รู้สึกระแวดระวังขึ้นมาทันที เธอมีความทรงจำที่ไม่ดีเกี่ยวกับอาหญิงใหญ่จิ่ง ในบรรดาลูกห้าคนของหยางหว่านซิ่ว หากรวมด้านมืดของสี่คนนั้น ก็ยังสู้เธอคนเดียวไม่ได้ เธอเป็นพวกไม่ทำอะไรถ้าไม่ได้ผลประโยชน์ ตอนนี้กลับมายิ้มให้เธอแบบนี้ ถ้าจะบอกว่าไม่ได้คิดแผนการที่ไม่ดี จิ่งเยี่ยนกุยไม่มีทางเชื่อแน่นอน

            จิ่งเยี่ยนกุยทักทายอาหญิงใหญ่จิ่งด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แล้วก้มหน้าจัดยาสมุนไพรต่อ อาหญิงใหญ่จิ่งมองเธอด้วยสายตาเป็นประกายอีกครั้ง นอกจากหน้าตาที่สวยแล้ว รูปร่างของเธอก็ดีมาก ถึงแม้จะผอมเพรียวแต่ก็ดูงดงามมีน้ำมีนวล

            จิ่งเยี่ยนกุยรู้สึกไม่พอใจที่ถูกจ้องมอง จึงเงยหน้าขึ้นถาม “อาหญิงใหญ่มาหาคุณปู่คุณย่าเหรอคะ? พวกท่านอยู่ในบ้านค่ะ”

            เสี่ยวจ๋ายจ๋ายที่นอนเล่นอยู่ข้างจิ่งเยี่ยนกุยรับรู้ได้ถึงอารมณ์ของเธอ จึงหันไปมองอาหญิงใหญ่จิ่ง ดวงตาสีฟ้าครามของลูกหมาน้อยเต็มไปด้วยความระแวดระวัง ใครก็ตามที่ทำให้เจ้านายของมันไม่มีความสุข คนนั้นก็ไม่ใช่คนดี

            อาหญิงใหญ่จิ่งหัวเราะแล้วพูดว่า “ไม่รีบๆ”

            เธอพูดจบก็เดินเข้าไปหาจิ่งเยี่ยนกุย แต่ไม่ได้สังเกตเห็นเสี่ยวจ๋ายจ๋ายที่นอนอยู่บนพื้น เท้าของเธอจึงเหยียบเข้าที่หางของมันอย่างจัง มันตกใจรีบลุกขึ้นยืนแล้วเห่าหนึ่งครั้ง ก่อนที่จะอ้าปากงับเข้าที่ขาของอาหญิงใหญ่จิ่ง

            ตามปกติแล้ว ลูกหมาในวัยของเสี่ยวจ๋ายจ๋ายฟันยังขึ้นไม่เต็มที่ ไม่มีแรงกัดมากนัก แต่ว่าเสี่ยวจ๋ายจ๋ายตัวนี้มาจากมิติ ไม่เหมือนลูกหมาทั่วไป แรงกัดของมันไม่ได้น้อยไปกว่าหมาโตเต็มวัยเลยสักนิด

            มันกัดไปหนึ่งที อาหญิงใหญ่จิ่งก็กรีดร้องเสียงดังเหมือนหมูถูกเชือด เธอยกมือขึ้นจะตีเสี่ยวจ๋ายจ๋าย ทว่ามันฉลาดมาก เมื่อเห็นมือของอาหญิงใหญ่จิ่งยกขึ้นมา มันก็ได้กัดลงไปอีกครั้ง หลังจากกัดเสร็จ มันก็สะบัดหางพลางกระโดดวิ่งด้วยขาสั้นๆ ของมัน หันหลังวิ่งกลับเข้าไปในบ้าน

            อาหญิงใหญ่จิ่งร้องด่ากระปอดกระแปดอยู่ที่นั่น แต่มันกลับวิ่งเข้าไปในบ้านแล้ว พร้อมกับเจอกับหยางหว่านซิ่วที่กำลังจะออกมาพอดี มันจึงรีบวิ่งเข้าไปในอ้อมกอดของเธอ ก่อนจะส่งร้องครางเบาๆ เหมือนกำลังฟ้อง

            จิ่งเยี่ยนกุยที่เห็นเหตุการณ์นี้ก็ตะลึงไปสักพัก เสี่ยวจ๋ายจ๋ายนี่เป็นปีศาจหรือเปล่า? กัดคนเสร็จก็วิ่งหนี แถมยังไปหาหยางหว่านซิ่วที่เป็นผู้หนุนหลังคนสำคัญอีก

            หลังจากถูกเสี่ยวจ๋ายจ๋ายกัดไปสองครั้ง อาหญิงใหญ่จิ่งที่เมื่อกี้ยังวางท่าทีสูงส่ง ตอนนี้กลับกลายเป็นคนพาลและเตรียมจะหาเรื่องเสี่ยวจ๋ายจ๋าย “ไอ้หมาบ้ามาจากไหนกัน ถึงได้กล้ามากัดฉัน!”

            หยางหว่านซิ่วจับแขนของอาหญิงใหญ่จิ่งไว้ “แกก็เกินไป มาถือสากับลูกหมาน้อยๆ !”

            “มันกัดฉัน!” อาหญิงใหญ่จิ่งก็รู้สึกน้อยใจเช่นกัน

            หยางหว่านซิ่วมองอาหญิงใหญ่จิ่งแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ฉันก็เลี้ยงเสี่ยวจ๋ายจ๋ายมาสักพักแล้ว ปกติมันเชื่องจะตาย ใครๆ ก็ชอบมัน ไม่มีใครที่มันไม่กระดิกหางให้ คนมากมายขนาดนี้ก็ไม่เห็นจะกัด แต่ดันมากัดแก ฉันว่าแกน่าจะไปรังแกมันเสียมากกว่า!”

            “ย่าคะ อาหญิงใหญ่เหยียบหางของเสี่ยวจ๋ายจ๋ายเมื่อกี้ค่ะ” จิ่งเยี่ยนกุยพูด

            หยางหว่านซิ่วจ้องอาหญิงใหญ่จิ่ง “แกนี่มันจริงๆ เลยนะ ตาไปอยู่ไหนกัน? เหยียบหางเสี่ยวจ๋ายจ๋ายไปแบบนั้น มันจะกัดแกก็ไม่ผิดหรอก!”

            อาหญิงใหญ่จิ่งยังอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่หยางหว่านซิ่วกลับพูดอย่างไม่ใส่ใจว่า “พอได้แล้ว ไม่ต้องมาทำเป็นน่าสงสาร ทุกคนที่อยู่ในชนบทก็เคยโดนหมากัดกันทั้งนั้น จะเป็นจะตายอะไรกันนักหนา ถ้าแกกลัวเป็นโรคพิษสุนัขบ้า ก็ไปฉีดวัคซีนที่ในเมืองก็แล้วกัน ไม่ใช่ว่าเสี่ยวจ๋ายจ๋ายกัดแก แล้วแกจะต้องไปกัดมันคืนหรอกใช่ไหม?”

            ช่วงหลายปีที่ผ่านมา หยางหว่านซิ่วก็ผิดหวังกับอาหญิงใหญ่จิ่งไปมากพอแล้ว เมื่อไม่กี่วันก่อนอาหญิงใหญ่จิ่งก็มาทีหนึ่งแล้ว ตอนนี้ยังมาอีก ผิดปกติแบบนี้ต้องมีอะไรแน่ๆ ไม่รู้ว่าลูกสาวคนโตของเธอกำลังคิดวางแผนอะไรอยู่!

    คล้ายกับเรื่องยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80 ที่คุณอ่าน

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730