บทที่17
เผชิญหน้ากับสำนักกระบี่ราชันย์
เท้าทั้งสองข้างหยุดลงเบื้องหน้าคือร่างของชายร่างกายสูงใหญ่กลุ่มนึงที่กำลังมายืนอยู่บริเวณด้านหน้าของเขา
พวกมันใช้ดวงตาของตนเองเหลือบมองต่ำลงมาที่เขาที่กำลังยืนอยู่หลี่หยุนร่างกายแข็งทื่อ ดวงตามองขึ้นไปที่ผู้ที่อยู่ด้านหน้า
หลี่หยุนไม่ขยับร่างกายเลยแม้เพียงนิดเขาจดจำได้ในทันทีว่าผู้ที่ยืนอยู่ด้านหน้าในตอนนี้คือผู้ใด
มันเป็เพราะว่าชุดที่เป็เอกลักษณ์ของสำนักกระบี่ราชันย์มันเป็ชุดสีน้ำเงินเข้มดูมีลวดลายงดงามสิ่งที่เป็จุดสังเกตได้อย่างชัดเจนคือบริเวณหน้าอกข้างขวามีตราสัญลักษณ์หยินหยาง
มันคือจุดเด่นของชุดสำนักกระบี่ราชันย์หลี่หยุนจดจำได้ทันทีแล้วก็สามารถระบุได้ในทันทีด้วยว่าผู้ที่อยู่ด้านหน้าเป็คนของสำนักใด
พวกมันเดินทางมาที่สถานที่แห่งนี้เพื่อมาตรวจสอบเขาแม้จะรู้ดีว่าผู้ที่อยู่ด้านหน้านั้นเดินทางมาเพื่อตรวจสอบเขาโดยตรงแต่ทว่าหลี่หยุนก็ยังคงแสดงท่าทางที่เรียบเฉย
อีกฝั่งจ้องมองมาที่เขาเขาเองก็จ้องมองไปที่อีกฝ่ายก่อนที่กลุ่มคนพวกนั้นจะทำการเดินออกไปจากจุดนี้
พวกมันประมาณสี่ถึงห้าคนเดินผ่านร่างกายของเขาไปโดยที่ไม่รู้ว่าเขานั้นเป็ผู้ใด
หลี่หยุนมองเห็นร่างกายของผู้คนที่เดินผ่านไปเขาหันหลังไปมองแผ่นหลังพวกมันที่เดินหายไปในกลุ่มผู้คนพลางกับคิดในใจ “ พวกนั้น…เป็คนของสำนักกระบี่ราชันย์ไม่ผิดแน่ถูกส่งมาตรวจสอบภายในเมืองแห่งนี้จริงๆด้วย..”
“ ในตอนนี้พวกมันเดินทางมาที่สถานที่แห่งนี้ก็แสดงว่าความคิดของเราคิดได้ถูกต้องพวกมันจะทำการตรวจสอบภายในอาณาแห่งนี้คงจะต้องทำการตรวจสอบทุกๆเมืองรวมไปถึงเมืองแห่งนี้เช่นเดียวกัน”
หลี่หยุนเขาปล่อยพวกมันไปก่อนก่อนที่จะหันใบหน้าของตัวเองอีกทางนึงแล้วเดินตรงไปด้านหน้า
เขามุ่งตรงไปอีกทางนึงแต่ทว่าเป้าหมายของเขาในตอนนี้อย่างแรกคือการตามหาตัวซินซิน
แต่มันเองก็ไม่พบเจอเขาทำการเดินทางหาเป็เวลาสักพักใหญ่ๆแต่ก็ไม่พบเจอนางเลยแม้แต่น้อย
เขาเดินไปทั่วท้องตลาดแล้วและสุดท้ายก็มาอยู่ตรงอยู่บริเวณด้านหน้าโรงน้ำชาแห่งนึง“ นางหายไปที่ไหนกัน… ”
สถานที่เดินตามหามาเป็เวลานานไม่พบเจอตัวนั้นแม้แต่เงาเลยทำให้เขาเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
จากที่ได้รู้มาคือการที่นางเดินทางเข้ามาภายในตลาดพร้อมกับมาซื้อของไปตลาดเหตุใดตอนนี้ถึงไม่พบเจอนานแม้แต่น้อย
หลี่หยุนดวงตาทั้งสองข้างกวาดไปมองบริเวณรอบๆก่อนที่จะััได้ถึงบางอย่าง
บริเวณตรอกเล็กๆข้างโรงน้ำชาพบเห็นเงาของเสี่ยวซานอยู่ภายในบริเวณนั้น
เขาเดินตรงไปอย่างรวดเร็วเข้าไปหาเสี่ยวซานที่กำลังยืนอยู่ภายในตรอกเล็กๆ
เมื่อเดินเข้าไปภายในตรอกเล็กๆเขาก็พบเจอร่างของเสี่ยวซานที่หยุดรออยู่ภายในนั้นเรียบร้อยแล้ว
เสี่ยวซานโค้งศีรษะลงเล็กน้อยพร้อมกับกล่าวรายงานกับท่านประมุขของตนเองออกไป“ เรียนท่านประมุขตอนนี้พวกนั้นกำลังมุ่งตรงไปทางทิศตะวันตกของเมืองแห่งนี้… ”
“ แล้วซินซินก็อยู่ภายในบริเวณนั้นเช่นเดียวกัน… ”
หลี่หยุนได้ยินแบบนั้นดวงตาทั้งสองข้างเต็มไปด้วยความจริงจังคิ้วทั้งสองข้างของเขาก็ขมวดข้าหากัน “หมายความว่าอย่างไรหมายความว่าพวกมันกำลังสะกดรอยตามนางอยู่อย่างนั้นหรือ… ”
เสี่ยวซานพยักหน้าตอบรับก่อนที่จะรายงานอีกครั้งถึงเหตุผล“ มีความเป็ไปได้ขอรัก บางทีพวกมันอาจจะนำรูปลักษณ์ของน้ำได้แล้วก็รู้เกี่ยวกับเื่ราวของนางจากผู้ใดสักคน”
ได้ยินคำพูดเช่นนั้นหลี่หยุนร่างกายเขาหยุดนิ่งยกมือทั้งสองข้างขึ้นมากุมขมับ
“ จริงสิ!!! เราลืมไปได้อย่างไรภายในพรรคมารฟ้ามีคนที่เป็สายลับอยู่ไม่ใช่เพียงแค่คนหรือ 2 คนเท่านั้นแต่ภายในพรรคนี้มีสายลับมากมายเลยทำให้ข้อมูลของพรรครั่วไหลไปเป็จำนวนมาก” หลี่หยุนพูดกับตนเองภายในใจอย่างหนักใจ
มีอีกเื่หนึ่งที่เขานั้นลืมคิดไปเสียสนิทสิ่งที่เขากำลังลืมคิดไปนั่นก็คือเกี่ยวกับสายลับภายในพรรคมารฟ้า
ตัวของเขาเขียนตัวละครระหว่างตัวละครภายในนิยายเื่นี้ที่หลายต่อหลายตัวนี้เป็สายลับของสำนักต่างๆที่ถูกส่งเข้ามาภายในพรรคมารฟ้า
โดยคนที่ถูกส่งเข้ามาเป็สายลับไม่ได้มีเพียงแค่คนหรือ2 คนแต่มีอยู่มากมายแม้แต่ในระดับผู้าุโเองก็มีคนที่แฝงตัวมาเป็เวลานาน
นั่นคือสิ่งที่เขาลืมคิดไปแล้วนี่เองก็เป็อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้พรรคแห่งนี้ล่มสลายได้รวดเร็วมากกว่าที่อื่น
เพราะว่ามีสายลับที่อยู่ภายในพรรคมารฟ้าจำนวนมาก
ในครั้งนี้พวกมันจะจำนางได้ไม่ไปเพราะว่าคงจะมีสายลับอีกมากมายที่แฝงตัวอยู่แล้วก็มอบข้อมูลให้เกี่ยวกับรูปลักษณ์ของนาง
หลี่หยุนหลังจากที่ยืนคิดเกี่ยวกับเื่นั้นอยู่สักพักเขาเงยหน้าของตัวเองขึ้นมามองตรงไป
“ รีบไปกัน!!! ” หลี่หยุนสั่งการออกไปด้วยใบหน้าที่จริงจัง
หลังจากนั้นก็พากันมุ่งตรงไปยังบริเวณทิศตะวันตกอย่างรวดเร็วเพื่อตามคนพวกนั้นไป
…
บริเวณทิศตะวันตกของเมือง
ซอยเล็กๆแห่งหนึ่งร่างของซินซินกำลังเดินอยู่ภายในตรอกแห่งนั้นพร้อมกับตะกร้าผักภายในมือเท้าของนางค่อยๆเดินไปด้านหน้าอย่างช้าๆภายในตรอกแห่งนี้
ในขณะที่กำลังเดินตรงเข้าไปภายในสถานที่แห่งนี้ผู้คนที่อยู่บริเวณรอบๆก็เริ่มน้อยลงเรื่อยๆซินซินแสดงใบหน้าที่เรียบเฉยดวงตาของนางและใบหน้าในตอนนี้แสดงไปในความเย็นช้า
ในขณะที่เดินตรงลึกเข้าไปในภายในเสียงฝีเท้าบริเวณด้านหลังดังแว่วมา ภายในตรอกแห่งนี้เสียงเริ่มเงียบสงัดมากขึ้นทำให้สามารถได้ยินเสียงที่อยู่บริเวณด้านหลังได้อย่างชัดเจน
ร่างของผู้ที่กำลังเดินตรงเข้ามาซินซินยืนอยู่ดวงตาของนางเหลือบไปมองบริเวณด้านหลัง
นางรู้ได้ในทันทีว่าตอนนี้มีบางคนกำลังเดินติดตามนางมาจากบริเวณด้านหลัง
เพราะแบบนั้นเลยตอนนี้นางเลยกำลังแสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความจริงจังทางในการเดินเริ่มลึกลงไปเรื่อยๆจนไปถึงทางตัน
เมื่อทางบริเวณด้านหน้าเป็ทางตันเป็กำแพงที่ตั้งอยู่ซินซินหยุดเท้าทั้งสองข้างของตนเองลงดวงตาของนางเหลือบไปมองบริเวณด้านหลัง
เมื่อนางค่อยๆหันใบหน้าของตนเองไปมองบริเวณด้านหลังเห็นเข้ากับร่างของกลุ่มคนที่สวมใส่ชุดสีน้ำเงินเข้มปรากฏกายอยู่ประมาณสี่ถึงห้าคน
ซินซินร่างกายของนางหันไปเผชิญหน้ากับคนพวกนั้นอย่างตรงๆดวงตาในตอนนี้กำลังเต็มไปด้วยความเ็า
“ คนของสำนักกระบี่ราชันย์… ”นางรู้ได้ในทันทีเมื่อเห็นร่างกายของอีกฝ่ายที่สวมใส่ชุดของสำนัก
ชุดของสำนักนี้เด่นชัดเป็อย่างมากมีผู้คนน้อยยิ่งนักที่จะไม่รู้จัก
เพราะแบบนั้นนางเลยรู้ได้ในทันทีว่าเป็คนของสำนักกระบี่ราชันย์แล้วนางก็รู้ด้วยว่าคนภายในสำนักนี้มีจุดประสงค์และมีเจตนาอันใดถึงมาปรากฏกายภายในสถานที่แห่งนี้
คนพวกนั้นก็แสดงเจตนาของตัวเองออกมาอย่างชัดเจนแล้วตาของพวกมันเต็มไปด้วยความจริงจังจ้องมองมาที่นางพร้อมกับระบุตัวตนอย่างแน่ชัด
ร่างกายของพวกมันก้าวเท้ามาบริเวณด้านหน้ามากขึ้นเรื่อยๆ“ คนของพรรคมารฟ้า… ”
พวกมันเองก็ระบุตัวตนของนางได้เช่นเดียวกันว่าเป็ผู้ใดเหมือนว่าเกี่ยวกับเื่ราวของนางพวกมันเองก็จะรู้เช่นเดียวกัน
ซินซินไม่ได้ประหลาดใจที่พวกมันจะรู้เกี่ยวกับเื่ราวของนางนางยังคงแสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเรียบเฉย
ทั้งสองฝ่ายแสดงเจตนาอาฆาตออกมาอย่างชัดเจนราวกับว่าจะเริ่มการต่อสู้ในตอนนี้
และแล้วคนพวกนั้นก็พุ่งทะยานเข้ามาเริ่มจากชายที่มีร่างกายใหญ่โตที่สุด มันพุ่งเข้ามาบริเวณด้านหน้าร่างกายอันใหญ่โตของมันกระโจนเข้ามาหานาง
ซินซินไม่ได้สะทกสะท้านแม้แต่น้อยแววตาของนางยังคงเต็มไปด้วยความเรียบเฉย
ซินซินยกฝ่ามือของตนเองขึ้นมาเข้าปะทะกับฝ่ามือของอีกฝ่ายที่พุ่งทะยานมาด้านหน้า
“ ผัวะ!! ”ฝ่ามือทั้งสองปะทะเข้าหากันลมปราณจากฝ่ามือแผ่ซ่านออกมาจากการโจมตี
แต่ผลที่ออกมานั้นค่ะแตกต่างจากสายตาเห็นแทนที่ว่าชายร่างกายใหญ่โตจะอัดกระแทกสตรีร่างกายเล็กบางเพียงแค่นั้นประเด็นแต่มันกลับไม่ใช่ฝ่ามือที่ปะทะเข้าหากันลมปราณของซินซินกลับแข็งแกร่งมากกว่าขั้นหนึ่งอัดกระแทกมันลอยกลับไป
มันกระเด็นออกไปเกือบวิ่งไปกับพื้นแล้วก็ลุกขึ้นมาอีกครั้งบริเวณแขนของมันาเ็จากการโจมตีเมื่อครู่
ซินซินดวงตาของนางเต็มไปด้วยความจริงจังมองตรงไปที่พวกมันพร้อมกับวางตะกร้าภาพภายในมือลงที่พื้น
“ พวกเ้าไม่รักชีวิตกันจริงๆ… ” หลังจากนั้นซินซินก็ได้เริ่มลงมือ
คราวนี้พวกมันที่ยืนอยู่บริเวณด้านหน้าเป็ฝ่ายตั้งรับนางเป็คนที่พุ่งทะยานเข้าไปอย่างรวดเร็วเข้าหาคนพวกนั้น
เมื่อพุ่งทะยานเข้าไปหาพวกนั้นที่อยู่ด้านหน้าฝ่ามือของนางซัดตรงเข้าไปที่จุดตายของพวกมันแต่ละคน
“ ผัวะ!!! ผัวะ!!! ผัวะ!!!! ผัวะ!!! ”ฝ่ามือของนางที่อัดแน่นไปด้วยลมปราณกระแทกเข้าที่บริเวณจุดตายของพวกมันทั้ง 5คนได้อย่างสมบูรณ์แบบ
มันทะลวงเข้าไปภายในแก่นิญญาที่อยู่บริเวณใจกลางจุดตันเถียนกระแทกเข้าไปในครั้งเดียวเพียงแค่พริบตาล่างของบุรุษร่างกายใหญ่โตพวกนั้นกระอักโลหิตพร้อมกับลงไปนอนกับพื้น
พวกนี้โดนสังหารตายในด้วยฝ่ามือเดียวเท่านั้นซินซินนางยืนอยู่ท่ามกลางซากศพมากมายของกลุ่มสำนักกระบี่ราชันย์
ในขณะที่นางลงมือสังหารพวกมันไปเรียบร้อยแล้วบริเวณด้านหลังเสียงฝีเท้าย่างกรายเข้ามาอย่างรวดเร็วผู้ที่ปรากฏกายออกมาเป็ลำดับไปมันก็คือหลี่หยุนและเสี่ยวซาน
ทั้งสองเดินทางมาถึงบริเวณนี้หลี่หยุนสิ่งที่เขานั้นทำเป็ลำดับแรกคือการยกมือของตนเองขึ้นมากุมขมับ
“ เวรกรรม… ” หลี่หยุนสบถออกมาด้วยความหนักใจ
จบบท