"เธออยู่ที่นี่แล้ว ไม่ต้องกลัวนะ"
"จะไม่มีใครทำอะไรเธอได้แล้ว"
สินธุปลอบสิรินทรา เขาเองก็สงสารผู้หญิงคนนี้จับใจเพราะรู้เื่ราวชีวิตของเธอมาจากภรรยาแล้วเหมือนกัน ไม่น่าเชื่อเลยว่าคนๆหนึ่งจะต้องเจอแต่เื่เลวร้ายมาทั้งชีวิตแบบนี้
"เอ่อ...หนูคงต้องกลับแล้วล่ะค่ะ"
สิรินทราบอกอย่างนึกขึ้นได้เพราะอะไรน่ะหรือ...เพราะเธอไม่มีค่ารักษาพยาบาลให้กับโรงแรมแพงๆแบบนี้ไงเล่า
"ไม่ได้นะสิ ขาเธอเจ็บอยู่"
"อย่างน้อยก็ต้องนอนพักที่นี่คืนหนึ่ง นี่ดีนะที่คุณธุเบรกทันไม่อย่างนั้นเธอเจ็บหนักกว่านี้แน่" อรวรรณดุหญิงสาว
"ไม่ต้องห่วงเื่ค่ารักษาพยาบาลหรอก ครูจัดการหมดแล้ว...รวมถึงห้องพิเศษนี้ด้วย" อรวรรณบอกลูกศิษย์สาวอย่างรู้ทัน
"หนูจะรีบหาเงินมาคืนครูให้เร็วที่สุดนะคะ" สิรินทราบอกอย่างเกรงใจเพราะที่ผ่านมาอรวรรณก็ช่วยเหลือเธอมามากแล้ว
"ไม่ต้องหรอกสิรินทรา แค่เธอไม่หนีครูไปก็พอ"
"เธอลำบากขนาดนี้ทำไมถึงไม่ติดต่อครูล่ะ" อรวรรณถามหญิงสาว
"คือ...หนูไม่อยากให้ครูเป็ห่วงนี่คะ" สิรินทราบอกเสียงเบาหวิว
"เห็นแบบนี้แล้วครูก็อดเป็ห่วงเธอไม่ได้หรอก"
"แล้วเธออยากได้งานทำรึเปล่าล่ะ?" อรวรรณถามหญิงสาวอีกครั้ง
"อยากค่ะ งานอะไรก็ได้หนูไม่เกี่ยง"
"ขอแค่หนูไม่ตกงานอีกก็พอ"
สิรินทราบอกอย่างดีใจ อย่างน้อยเธอก็จะไม่ต้องถูกเ้าของห้องเช่าตามทวงหรือไล่ที่อีกถ้าหากหญิงสาวมีเงินมาจ่าย ที่ผ่านมาพงศกรก็พยายามให้เธอไปพักที่บ้านของเขานั่นแหละ แต่สิรินทราก็เลือกปฎิเสธไปเพราะรู้ว่าแฟนหนุ่ม้าอะไรจากเธอ
"งั้นพรุ่งนี้ครูจะมาคุยรายละเอียดกับเธออีกที"
.
.
"นี่คุณคิดจะทำอะไรน่ะ?"
สินธุถามภรรยาอย่างไม่ไว้ใจเมื่อกลับมาถึงบ้านเพราะดูเหมือนอรวรรณกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่ในใจ...หวังว่าจะไม่ใช่เื่ที่เธอเปรยกับเขามาเมื่อสองสามวันก่อนหรอกนะ
"คุณก็รู้นี่คะว่าฉันกำลังคิดอะไรอยู่"
"ฉันอยากให้ลูกของเราเกิดมาในท้องของแม่อุ้มบุญที่มีจิตใจดี"
"สิรินทราเป็คนดี เธอคือคนที่เหมาะสมที่สุดแล้ว มันอยู่ที่ว่าเด็กคนนั้นจะยอมรับข้อเสนอของเรารึเปล่า"
อรวรรณบอกกับสามีด้วยความหวังเพราะเธออยากมีลูกมาก หลังจากที่แท้งลูกไปเมื่อหลายปีก่อนเธอก็ไม่เคยตั้งท้องอีกเลยไม่ว่าจะพยายามด้วยวิธีธรรมชาติหรือพึ่งวิทยาศาสตร์แล้วก็ตาม
ความหวังสุดท้ายที่เพื่อนหมอคนสนิทแนะนำอรวรรณมานั่นคือต้องใช้ตัวอ่อนที่เกิดจากอสุจิของสามีและไข่ของเธอฝังตัวในแม่อุ้มบุญ อรวรรณมีความหวังขึ้นมาอีกครั้งและถ้าหากจะหาใครสักคนมาอุ้มบุญลูกของเธอ อรวรรณก็อยากให้เป็คนที่ไว้ใจได้และมีจิตใจดีอย่างสิรินทรา
เช้าวันต่อมา...
"อุ้มบุญหรอคะ?"
สิรินทราถามเสียงเบาหวิวเมื่อได้รู้งานที่อรวรรณบอก เธอต้องเป็แม่อุ้มบุญให้อาจารย์สาวผู้มีพระคุณโดยมีค่าจ้างตอบแทนเป็เงินหนึ่งล้านและจะให้สินธุช่วยฝากงานให้เพราะเธอถูกตาเฒ่าหัวงูกดดันจนประวัติติดแบล็คลิสไม่มีบริษัทไหนรับเข้าทำงานอีกแล้ว
"ใช่จ้ะ แต่เดี๋ยวครูจะให้เงินก้อนแรกกับเธอก่อนเป็ค่ามัดจำละกัน" อรวรรณยื่นเช็คมูลค่าหนึ่งแสนบาทให้หญิงสาว
"มันมากเกินไปค่ะครู หนูรับไม่ได้หรอก"
สิรินทราปฎิเสธอย่างเกรงใจ อรวรรณให้เธอมามากแล้ว ให้มาตั้งหนึ่งแสนบาทโดยที่เธอยังไม่ได้ทำอะไรให้เลยหญิงสาวรับไว้ไม่ได้จริงๆ
"ไม่ได้หรอก ครูกลัวเธอเปลี่ยนใจน่ะ"
"อย่าหาว่าครูอย่างนั้นอย่างนี้เลยนะ เธอช่วยรับเงินนี้รับไว้ด้วยเถอะ" สิรินทราขอร้องหญิงสาว
"อรเขาอยากมีลูกมากน่ะ เราพยายามกันหมดทุกทางแล้ว"
"อีกอย่างเธอไม่ต้องกลัวนะ เธอคือคนสำคัญที่ทำให้เขาเกิดมา ยังไงฉันกับอรก็ไม่กีดกันอยู่แล้วถ้าเธออยากจะมาเยี่ยมเขาบ้าง"
สินธุบอกกับสิรินทราถึงลูกในอนาคต แม้จะรู้ว่าวิธีของเขาและภรรยาจะเป็การมัดมือชกเด็กคนนี้ก็ตาม
"หนูยินดีช่วยครูและคุณสินธุ เงินค่าจ้างหนูขอรับแค่ก้อนนี้นะคะ"
"ถ้าไม่มีครูอรชีวิตของหนูก็คงไม่มีวันมาถึงจุดนี้ ป่านนี้หนูอาจจะเป็เด็กเร่ขายพวงมาลัยอยู่ที่ไหนสักแห่ง"
"หนูคิดเสมอว่าวันหนึ่งถ้ามีโอกาสหนูจะต้องตอบแทนบุญคุณให้ได้ แล้วในที่สุดวันนี้ก็มาถึง หนูขอแค่มีงานทำเลี้ยงตัวเองได้ส่วนเงินค่าจ้างนั้นหนูขอไม่รับค่ะ" สิรินทรายืนยันกับคนทั้งสอง
"อะไรนะครับ! นี่พี่ธุกับพี่อรจะให้ผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้มาอุ้มท้องลูกของตัวเองให้หรอครับ?"
อนิรุจถามขึ้นอย่างไม่เข้าใจเมื่อทราบเื่ราวทั้งหมดจากพี่ชาย เขาไม่เห็นด้วยกับวิธีการพวกนี้เลย ไม่มีผู้หญิงดีๆที่ไหนที่ยอมอุ้มท้องถึงเก้าเดือนเพื่อคลอดลูกให้กับคนอื่นนอกจากผู้หญิงที่เห็นแก่เงิน
ต่อให้เป็แค่เด็กที่เกิดจากไข่และน้ำเชื้อของคนอื่นที่ถูกนำมาฉีดเข้ามดลูกของตัวเองก็เถอะ...ยังไงมันก็ต้องมีสายใยผูกพันกันบ้างนอกเสียจากว่าผู้หญิงคนนั้นจะเป็คนใจจืดใจดำฝังลึกอยู่ในจิตใจจนยากที่จะเปลี่ยนแล้ว!
"คนอื่นที่ไหนกันล่ะ สิรินทราเป็ลูกศิษย์ที่อรไว้ใจ"
"อีกอย่างเด็กคนนี้ก็เป็คนดี เธอมีคุณสมบัติเหมาะสมที่สุดแล้วที่จะเป็แม่อุ้มบุญให้ลูกของพวกเรา"
สินธุบอกอย่างมั่นใจ เขาเชื่อภรรยาเพราะคนอย่างอรวรรณไม่เคยไว้ใจใครง่ายๆ
"แกก็อย่าอคตินักเลยน่าไอ้รุจ เื่พวกนั้นมันก็ผ่านมาหลายปีแล้วนะ"
สินธุบอกกับน้องชาย เขารู้ว่าอนิรุจไม่เคยเห็นด้วย แต่ถึงยังไงสินธุและภรรยาก็อยากได้ลูกที่เป็ลูกของตนเองจริงๆ มากกว่าเอาลูกของญาติห่างๆมาเลี้ยง
"แต่ถ้าเป็ลูกที่แกไปไข่ไว้ฉันจะพิจารณาอีกที"