“ทาไดมะ” เสียงหวานร้องตรงหน้าประตูห้องขณะโค้งตัวลงถอดรองเท้าแล้วง่วนกับการเก็บของเล่นระเกะระกะเข้าตะกร้าเรื่อยไปกระทั่งถึงห้องนั่งเล่น
“โอกาเอริ โอก้าซัง” เสียงเล็กดังนำก่อนตัว
ยัยหนูตัวน้อยวิ่งตื๋อมาหา หญิงสาวรีบย่อตัวลง รอรับจุมพิตจากเรียวปากอิ่มสีแดงจัดที่ประกบแก้มซ้ายขวา หน้าผาก และจมูก
อารมณ์อยากบ่นเมื่อครู่หายวับไปสิ้นเชิงเมื่อเจอลูกอ้อน แต่ไม่วายความเป็คุณแม่เ้าระเบียบก็ทำให้หญิงสาวต้องดุลูกสาวเล็กน้อยเพื่อรักษากฎเกณฑ์ของบ้าน
“หม่ามี้บอกว่ายังไงเอ่ย เล่นเสร็จแล้วต้องใส่ไว้ในนี้ใช่มั้ยคะ”
แกรับฟังพลางใช้นิ้วชี้ป้อมๆ กดลงตรงแก้มอย่างน่ารัก เป็อีกหนึ่งท่าไม้ตายที่ให้ดุไม่ลงแต่คราวนี้เธอตั้งใจจะไม่อ่อนข้อ
“หม่ามี้เหนื่อยสุดๆ เลย ทำงานเสร็จกลับมาก็ต้องเก็บของเล่นให้หนูอีก” เธอคุกเข่า ความสูงเกินตัวยัยหนูน้อยวัย 3 ขวบ
ดวงหน้าสวยยื่่นเข้าไปใกล้ มองคนหน้าเล็กกะพริบตาปริบๆ ออดอ้อน
แทนที่จะพูดแกกลับซุกหน้าตรงหน้าอก ถูไถใบหน้าไปมาเหมือนอย่างชอบทำก่อนนอน
“คุณป้าดุเธอบ้างสิคะ” นรารินเงยหน้ามองคุณป้าวัยเกษียณชาวญี่ปุ่นแท้ๆ ที่จ้างมาดูแลลูกสาวของเธอั้แ่ยังแบเบาะ รายนี้รักราวกับหลานในไส้แถมตามใจเก่งเป็ที่หนึ่ง
“โถ่... อิงซัง แกยังเด็กนะคะ” หญิงเลยวัย 65 ทำสีหน้าอ้อนแบบเดียวกับที่ยัยตัวเล็กชอบใช้ตอนหวังจะเอาชนะใจเธอไม่มีผิด
“เป็เด็กแต่ก็ต้องมีความรับผิดชอบค่ะ ห้ามตามใจแกนะคะ หนูไม่อยากให้ป้าเหนื่อยเพราะความซนของแกด้วย” หญิงสาวพูดด้วยประโยคภาษาญี่ปุ่นคล่องปรื๋ดสำเนียงใกล้เคียงเ้าของภาษา อีก 2 เดือน จะครบ 4 ปีเต็มที่ใช้ชีวิตอยู่ประเทศนี้ แต่คงไม่มีปีที่ 5 เพราะเธอกำลังจะย้ายกลับเมืองไทยเร็วๆ นี้เมื่อครบสัญญาทำงาน 2 ปี
อีกทั้ง… มันคงดีกับลูกสาวของเธอที่จะได้ไปเติบโตที่เมืองไทย อยู่ใกล้ยายและป้าของแก
สามีใหม่ของแม่เพิ่งเสียชีวิตจากโรคมะเร็ง ทิ้งกิจการร้านขายทองให้หล่อนดูแล ลูกสาวคนหนึ่งอยู่กับสามีทางภาคอีสาน ส่วนเธออยู่ไกลถึงญี่ปุ่น หญิงวัยกลางคนมีโรคหัวใจอยู่ตัวคนเดียวทั้งเหงา ทั้งโดดเดี่ยวจึงอ้อนวอนกึ่งขอร้องให้ลูกสาวคนเล็กกับหลานย้ายกลับมาอยู่ใกล้ๆ
จวบกับบริษัทของเธอเปิดสำนักงานที่เมืองไทยได้ย้ายกลับไปประจำที่นั่นก็คงดีเหมือนกัน เธอชักจะคิดถึงบ้านเกิดเมืองนอน คิดถึงอาหารอร่อย ท้องทะเลสวยๆ แสงแดดเจิดจ้ามากขึ้นทุกที
“บ๊ายบายก่อนสิคะ คุณยายนาโอะจะกลับแล้ว” เธอดุนหลังลูกสาว ส่งให้แกจูบลาพี่เลี้ยงบ้านข้างๆ เช่นทุกวัน
ยัยหนูทำตามเดินไปส่งคุณยายนาโอะของแกแล้วเดินกึ่งวิ่งกลับมาหามารดา
เด็กน้อยมีเค้าของคนเป็พ่อชนิดที่มองปราดเดียวก็พอเดาออกว่าเป็พ่อกับลูก แต่เสียดายที่ทั้งคู่จะไม่มีวันพบกัน เพราะเธอจะไม่ปล่อยให้โอกาสนั้นเกิดขึ้น
ปริณธวัฒน์ยังคบหากับปวริศา คู่รัก 2 ปอ ที่ใช้เป็แฮชแท็กแสดงความรักตอนลงรูปบนโซเชี่ยลมีเดีย
ความรักของพวกเขาคงกำลังไปได้ดี และสุกงอม เพราะเมื่อปีที่แล้วซึ่งตรงกับวันเกิดลูกมันบังเอิญจวบเหมาะกับภาพที่ชายหนุ่มโพสต์ว่าเขาขอเธอหมั้นหมายเรียบร้อยแล้ว
เธอเคยขอให้เขาเลิกยุ่งเกี่ยวในชีวิตซึ่งเขายอมทำตามแต่โดยดี ไม่มีการติดตามผ่านช่องทางใดๆ อีกเลยนับั้แ่วันที่เธอขอตัดขาด หลังจากนั้นราว 5 เดือน จึงมีภาพถ่ายยืนยันบนอินสตาแกรมของปริณธวัฒน์กับหมอปิ่นว่าพวกเขากำลังคบหาดูใจกัน เป็คู่ที่มีภาพถ่ายหวานๆ อวดเป็ประจำ และเมื่อพิศดูแล้วปฏิเสธไม่ได้เลยว่าคนทั้งคู่เหมาะสมกันมากเพียงไร
น้ำอิงเลิกเสียใจไปนานแล้ว ทุกวันนี้ชีวิตเธอมีความหมายเพราะลูก แก้วตาดวงใจเพียงคนเดียวที่ทำให้มีแรงฮึดสู้แต่ละวัน เป็ความสุขหนึ่งเดียวที่เธอจะไม่มีวันยอมสูญเสียและไม่ทางแบ่งให้ใครแม้กระทั่งพ่อของแก
กว่าจะกลับเมืองไทย คอนโดมิเนียมแบบ Duplex 2 ชั้น ขนาด 2 ห้องนอน ทำเลใกล้โรงเรียนของเธอคงตกแต่งเสร็จพร้อมเข้าอยู่ น้ำรินช่วยจัดการเื่นี้เพราะป้าของลูกสาวจดจ่อรอเต็มที่ให้เธอกับน้องยูกิย้ายกลับเมืองไทยเสียที เพราะรายนั้นเห่อหลาน อยากไปมาหาสู่บ่อยๆ แต่ครั้นจะเดินทางไปๆ มาๆ ระหว่างเมืองไทยกับญี่ปุ่นก็ดูจะสิ้นเปลืองทั้งเงินทองทั้งเวลาเกินไปนัก จึงร่วมมือกับแม่เกลี้ยกล่อมน้องสาวอยู่นานให้ใจอ่อนพาหลานกลับมาเลี้ยงดูที่เมืองไทยเสียที
...
.
.
นางฟ้าตัวน้อยของเรามีแล้วค่า ในเมื่อพ่อกับแม่ตัดสินใจเลือกทางเดินที่คิดว่าดีที่สุดสำหรับตัวเองแล้ว ก็เหลือแค่โชคตะชาเท่านั้นที่จะพัดพาให้มาเจอกัน... แต่มันจะง่ายดายขนาดนั้นหรือเปล่านี่สิคะ