หงอี้เทียนกับสวีเหยียนเล่อสั่งให้นักคุ้มภัยทั้งแปดแบกศพทั้งสี่ไปฝังนอกเมืองหลังจากการปะทะกันนักฆ่าทั้งสี่ที่รู้ตัวว่าถูกสะกดรอยหันกลับมาต่อสู้แต่ถูกรุมฆ่าโดยยอดฝีมือ
คนของหงอี้เทียนแฝงกายอยู่โรงเตี๊ยมของตำบลที่อยู่ห่างเมืองหลวงไม่ไกลนัก ที่นั่นเป็จุดพักรถม้าที่น่าสนใจเพราะหากผู้ใดเดินทางมาถึงมืดค่ำในยามประตูเมืองปิดแล้วก็ย่อมต้องกลับไปพักที่นี่เหล่ามิจฉาชีพล้วนใช้เป็ที่หลับนอนนอกเมือง เมื่อสายสืบรายงานความผิดปกติเข้ามาพวกเขาจึงมาซุ่มดูสองวัน จริงดังคาด! คนกลุ่มนั้นเป็นักฆ่า พอตกกลางคืนดวงตาพวกเขาเป็สีแดง
“นักฆ่าสำนักมืออสูรมาถึงแคว้นผิงคงหมายหัวคนสำคัญเอาไว้แน่” หัวหน้า สวียืนมองดูการขุดหลุมฝัง
“อาจจะมาลอบสังหารขุนนางหรือราชนิกูลสักคน”หงอี้เทียนผู้ฝังนักฆ่าสำนักมืออสูรมาแล้วหลายสิบศพกำลังไตร่ตรองถึงเหตุผลที่คนพวกนี้ปรากฏตัวขึ้น
“เหตุใดท่านจึงไม่คิดว่าเป็พวกคหบดีที่จะโดนฆ่าเล่า?”
“ข้าไม่ได้ยินว่ามีความขัดแย้งด้านการค้าในเมืองผิง่นี้ที่สำคัญส่วนใหญ่คนที่ว่าจ้างพวกเขาได้มักจะเป็พวกชนชั้นสูงข้าเกรงว่าเขาจะมาเพื่อลอบสังหารฮ่องเต้”
“หือ!”
“ฮ่องเต้โจวเฟิง”หงอี้เทียนรู้ว่าหัวหน้าสวีคิดว่าเขาหมายถึงิเฟยหลง “คนผู้นั้นคงไม่มีผู้ใดดูออกหรอก”
สวีเหยียนเล่อพยักหน้า“ขอรับ!”
“สั่งคนจับตาดูนักฆ่าที่เหลือให้ดีลอบติดตามห่างๆ แต่หากพวกเขารู้ตัวต้องฆ่าให้สำเร็จไม่งั้นพวกเขาได้แห่ไปบุกสำนักเราแน่”
หงอี้เทียนกับหัวหน้าสวีกลับไปยังคฤหาสน์หลังสำนักคุ้มภัยจอมยุทธ์ทั้งสองและจินวั่งซู่รอฟังข่าวด้วยใจจดจ่อสีหน้าของิเฟยหลงยังคงซีดเซียวเพราะเพิ่งอาเจียนต่อเนื่องจนอาหารหมดท้องอ่อนแรงอย่างหนักต้องนอนรออยู่บนเตียง
“จอมยุทธ์หงท่านไม่ต้องลุกขึ้นมาหรอกพวกเรานั่งคุยกันอยู่ตรงนี้ท่านก็น่าจะได้ยิน”
ิเฟยหลงนอนฟังหลับตาปริบๆหงซือซือนั่งอยู่ริมเตียงข้างสามี “พี่อี้เทียนท่านรีบเล่าเถิด”
หงอี้เทียนให้หัวหน้าสวีเป็คนเล่าเหตุการณ์ส่วนเขาจิบน้ำชานั่งฟังเงียบๆ
“ข้าสืบข่าวโดยรอบแล้วรู้เื่ที่นอกเหนือไปจากหัวหน้าหงเล่าอีกพอสมควรในวังยามนี้มิใช่เพียงแค่ฮองไทเฮา้าบัลลังก์ให้กับโจวชุ่นที่เป็พระโอรสที่แท้จริงเท่านั้นหากแต่ใต้เท้าก่ง เ้ากรมกลาโหมก็ดูเหมือนจะพยายามรวบรวมเหล่าขุนนางและตีสนิทกับแม่ทัพต้วนจิ้นป้านที่คุมทัพบูรพาซึ่งเป็ทัพใหญ่สุดของแคว้นผิง”จินวั่งซู่ผู้ออกไปแต่เช้าและกลับค่ำทุกวัน หันไปมองทุกคนโดยรอบ “พระสนมขั้นเฟยในวังหลวงมีอยู่สองคนหนึ่งคือถูชิงหลินหลานของฮองไทเฮา และก่งเยว่ชิงบุตรสาวเ้ากรมกลาโหมว่ากันว่าโจวเฟิงไม่ยอมแต่งตั้งผู้ใดเป็ฮองเฮาเพราะมีใจรักกับเฉียงเจียวมิ่งบุตรของขุนนางอาลักษณ์เฉียงหยางจงที่ตอนนี้ถูกจับเข้าคุกคดีขโมยกล่องั”
หงซือซือถึงกับลุกขึ้นยืนปรบมือ“ยอดเยี่ยม!สมกับเป็ผู้หาข่าวอันดับหนึ่งของเมืองิ ท่านหาข่าวได้ละเอียดยิ่งนัก”
“ขอบคุณจอมยุทธ์หง”จินวั่งซู่ค้อมศีรษะรับด้วยรอยยิ้ม
“ข้ามีข่าวอยากเพิ่มเติมให้ท่านอีกนิดถูชิงหลินที่กลายเป็ถูเฟยในตอนนี้ มิใช่ตัวจริง!นางถูกคนที่เรียกว่านายท่านสวมรอยเข้าไปอยู่ในวังหลวง” จอมยุทธ์หงเอ่ยด้วยเสียงดังฟังชัด
“ห้ะ!” จินวั่งซู่อุทานเสียงดัง “เื่ซับซ้อนแบบนี้น่าสนใจนัก!เห็นทีข้าต้องออกไปสืบเื่ถูชิงหลินผู้นี้ให้กระจ่าง”
หงซือซือหันไปยิ้มให้สามีที่นอนอยู่บนเตียง“พี่สามข้าบอกท่านแล้วว่าเื่ สืบข่าวไม่มีผู้ใดทำได้ดีไปกว่าคุณชายจิน”
ิเฟยหลงยิ้มอ่อนๆ“เขานับว่าเป็ยอดคนในเื่นี้”
“ส่วนเฉียงเจียวมิ่งนางมีญาติผู้พี่ที่เป็นางกำนัลอยู่ในตำหนักลู่เสียนรับใช้ฮ่องเต้อยู่ด้วยกันบิดาของนางยามนี้ยังถูกคุมขังอยู่ที่คุกใต้ดินคดีของเฉียงหยางจงผู้รับผิดชอบคือใต้เท้าถานซึ่งรับใช้อ๋องโจวชุ่น”หงซือซือลุกเดินเข้ามาเล่าให้คนทั้งสามที่นั่งอยู่โต๊ะกลมฟัง
“นักฆ่าสำนักมืออสูรที่มาซุ่มซ่อนอยู่นอกเมืองพวกนั้นคงคิดจะมาฆ่าคนในราชสำนักไม่แน่ว่าอาจจะเป็โจวเฟิง”
“เหตุใดท่านจึงมั่นใจเช่นนั้น?”หงอี้เทียนหันไปทางิเฟยหลง
“หากพวกเขามาเป็กลุ่มใหญ่คงมิได้เข้าประตูเมืองมาด้านเดียวอย่างที่เ้าพบหรอกป่านนี้คงอีกส่วนคงเข้าเมืองมาแล้วและอาจจะแฝงกายเข้าไปในวังหลวงแล้วด้วย”
“เื่นี้ไม่เกี่ยวกับพวกเราแล้วพวกเราจำเป็ต้องเตือนพวกเขาหรือไม่ขอรับ?”หัวหน้าสวีหันไปขอความเห็นจากิเฟยหลงด้วยท่าทีเกรงใจ
“คงต้องเตือนผ่านท่านฝู่กั๋วกงจะดีกว่าหากพวกเราออกโรงเองเห็นทีคงไม่เหมาะเพราะเป็การก้าวก่ายเื่ของแคว้นผิง”
“ถ้าเช่นนั้นข้าคงต้องไปสืบให้ชัดเจนว่าแท้จริงแล้วถูชิงหลินผู้นั้นมาทำการใดกันแน่?”หงซือซือหันไปมองพี่ชายและหันกลับมาหาสามี “ส่วนท่านคงต้องไปสืบเื่เกี่ยวกับวังหย่งฉีของท่านฝู่กั๋วกงสักหน่อยแล้ว”
ฮ่องเต้ทอดพระเนตรเฉียงม่านหลิงตัวปลอมที่เดินเข้ามายกถ้วยน้ำชาลงต่อหน้าหลังจากที่สังเกตอากัปกริยาของเฉียงม่านหลิงตัวจริงอยู่สองวันโจวเฟิงก็พอจะแยกแยะท่าทางของคนทั้งสองที่ใบหน้าเหมือนกันออกได้นางกลับมาครั้งนี้พระองค์จึงทรงตั้งใจจะจับนางไว้พูดคุยให้ชัดเจน แต่ระหว่างนี้ต้องให้จังจิ้นเล่อคอยจับตาดูนางสักระยะเพื่อให้แน่ใจว่านางไม่ได้มาเพื่อฆ่าผู้ใด?
โจวเฟิงบอกเื่นี้ให้เฉียงเจียวมิ่งรู้ก่อนที่นักแปลงโฉมผู้นี้จะกลับมาอีกครั้งดังนั้นนางกำนัลคนสนิทของฮ่องเต้จึงคอยจับตามองญาติพี่ผู้ทันทีที่เห็นกริยาอาการผิดปกติ
“ฝ่าานางออกไปข้างนอกแล้วเพคะ”เฉียงเจียวมิ่งรีบกราบทูลเมื่อเฉียงม่านหลิงขอตัวกลับเรือนพักโจวเฟิงสั่งให้องครักษ์จังรีบติดตามนางไปครั้งนี้จังจิ้นเล่อถึงกับใที่เห็นนางลากตัวนางกำนัลตำหนักอิงฟ้าหายไปหลังเรือนเก็บของแต่มีเพียงนางกำนัลผู้นั้นกลับออกมา เฉียงม่านหลิงหายตัวไป!
นางกำนัลผู้นั้นเข้าไปในตำหนักอิงฟ้าอีกหนึ่งชั่วยามก็กลับออกมา ผลุบหายไปด้านหลังเรือนเล็กแล้วเฉียงม่านหลิงก็เดินออกมาเพียงคนเดียว!
‘นี่มันอะไรกัน?’ จังจิ้นเล่อรอจนเฉียงม่านหลินลับตาไปแล้วเขาจึงเดินอ้อมเรือนเล็กเข้าไปค้นดูว่าเฉียงม่านหลิงซ่อนคนไว้ที่ใดร่างของนางกำนัลนั่งหลับพิงประตูห้องเก็บของอยู่องครักษ์จังจึงรีบกลับไปตำหนักลู่เสียน
เฉียงม่านหลิงรู้สึกคล้ายมีคนตามอยู่ด้านหลัง‘กล้าสะกดรอยตามข้าเชียวหรือ?’ นางกระโจนเข้าไปในพุ่มไม้ จังจิ้นเล่อเห็นเช่นนั้นก็ใ
‘อ๊ะ!หายไปไหนแล้ว?’ เขารีบพุ่งตามไปติดๆ แต่ก็หานางไม่เจอ
หงซือซือวนมาข้างหลังเมื่อเห็นแน่ชัดแล้วว่าเป็ผู้ใด? นางก็ตรงไปที่ตำหนักลู่เสียน ‘หากจังจิ้นเล่อตามสะกดรอยเช่นนั้นโจวเฟิงก็คงรู้ตัวแล้ว’
นางเงยหน้าขึ้นมองบนหลังคากลับมารอบนี้นางให้แมวดำซ่อนตัวอยู่เงียบๆ เพราะไม่แน่ว่านักฆ่ามืออสูรอาจจะบุกมาถึงในวังหลวงหากเป็เช่นนั้นจริงนางก็จะได้รับการอารักขาจากเหล่าแมวดำเพื่อกลับออกไปอย่างปลอดภัย
“เื่ในราชสำนักโจวเราไม่ควรก้าวก่ายหลบออกมาได้เ้าก็รีบหลบ ความปลอดภัยของเ้ากับลูกมาก่อนสิ่งอื่น” ฮ่องเต้ิเฟยหลงตรัสสั่งมาเช่นนั้น
นางเดินมาจนถึงหน้าตำหนักพลันมีองครักษ์จำนวนหนึ่งคล้ายจะมาผลัดเวรแต่จำนวนของพวกเขามากกว่าปกติ ชั่วแว่บหนึ่งนางเห็นองครักษ์ท้ายแถวหันหน้ากลับมา
“แย่แล้ว! นั่นมันนักฆ่า!”
*************************

