ตูม!!!
เสียงะเิดังสนั่นจากการที่ดาบสีทองขนาดั์ฟาดลงบนร่างของอากิระ แล้วดาบแสงขนาดั์ก็สลายไปเผยให้เห็นร่างอากิระที่นอนแน่นิ่ง
“อากิระ…”
“นายท่าน”
เมเทียร์และลิซ่าอุทานออกมาอย่างตื่นตระหนก พวกเธอไม่คิดมาก่อนเลยว่าอากิระจะถูกฆ่าตาย พวกเธอจึงได้แต่มองร่างขของอากิระที่นอนแน่นิ่งอยู่นั้นค่อยๆกลายเป็แสงและปริแตกออกเหมือนกับกระจก
“อ้ากกกกกกกกก” เสียงร้องที่ดังออกมานั้นเป็เสียงร้องของผู้ที่ควรจะเป็ผู้ชนะ
“อะไรกัน ใครเป็คนโจมตี แล้วโจมตีมาจากที่ไหนกัน” คารอสกล่าวออกมาอย่างไม่เข้าใจเขาไม่เห็นมีการโจมตีใดๆเลยสักนิด แต่เขากลับได้รับาเ็อย่างรุนแรง
“คนที่โจมตีคุณก็คือตัวคุณเองนั่นแหละครับ” เสียงที่แสนจะคุ้นเคยที่กล่าวออกมานั้นส่งผลให้เมเทียร์ ลิซ่า และคารอสต้องรีบหันกลับไปมองทางทิศที่มีเสียงออกมา
และแล้วพวกเขาก็พบร่างที่คุ้นเคยเดินอออกมาจากหลังต้นเสา ร่างของชายผู้มีผมสีดำยาวระต้นคอ และมีั์ตาสีแดงโลหิต ร่างของชายผู้มีนามว่าอากิระ
อากิระที่ทุกคนคิดว่าตายไปแล้วเดินออกมาพร้อมกับรอยยิ้ม คารอสที่มองอยู่ถึงกับตกตะลึงเพราะเขาแน่ใจว่าที่เขาฟันไปเมื่อครู่ไม่ใช่ภาพลวงตาอย่างแน่นอน ส่วนทางด้านเมเทียร์ กับลิซ่าที่เห็นอากิระปรากฏตัวออกมาก็รู้สึกดีใจเป็อย่างมากแม้จะไม่เข้าใจว่าทำไมอากิระที่ตายไปแล้วถึงปรากฏตัวออกมาได้แบบไร้รอยขีดข่วนก็ตาม
“ขอโทษที่ต้องหลอกให้สู้กับร่างกระจกเงานะครับ” อากิระกล่าวพร้อมรอยยิ้ม “แต่ว่าตั้งผมสู้กับซาซ่าก็เลยทำให้ผมรู้ว่าตัวเองแพ้ทางพวกสายป้องกัน และนั่นก็คือวิธีที่ผมคิดขึ้นมาเพื่อใช้จัดการกับพวกที่เป็สายป้องกันแบบคุณไงล่ะครับ เพราะความเสียหายที่ร่างกระจกเงาสร้างให้ตอนตายนั้นจะสร้างความเสียหายได้โดยไม่ถูกพลังป้องกันลดทอนมันลง”
คารอสกัดฟันมองหน้าของอากิระ จริงอยู่ที่ร่างกระจกเงาจะสร้างความเสียหายแค่สามสิบเปอร์เซ็นต์ที่ได้รับมา แต่ก็เป็สามสิบเปอร์เซ็นต์ของความเสียหายสะสมที่ร่างนี้ได้รับ แล้วร่างนี้ที่ถูกเขาโจมตีไปมากมายและได้รับการฟื้นฟู แล้วก็ถูกเขาโจมตีซ้ำอีกเรื่อยทำให้ปริมาณค่าความเสียหายสะสมมีอยู่สูงมาก คารอสที่ได้รับเข้าไปรวดเดียวจึงถึงกับทรุดเข่าลงทันที เขาต้องมาพลาดท่าเพราะลูกเล่นแบบนี้ทำให้คารอสโกรธมาก แต่ก่อนที่คารอสจะได้ทำอะไรอากิระก็พูดแทรกขึ้นมาอีกครั้งด้วยน้ำเสียงเย็นเหยียบ
“แต่ว่าถึงผมแพ้ทางพวกสายป้องกันก็จริง แต่ผมก็ยังมีวิธีจัดการอยู่ ในเมื่อสู้ตรงๆไม่ได้ก็ต้องใช้เล่ห์กลเข้าช่วย” พูดจบอากิระก็หายไปจากตรงที่ตนยืนอยู่
ดาบรัตติกาลผันผวน
เขาใช้ก้าวพริบตาอย่างต่อเนื่องเข้าประชิดร่างของคารอส แล้วตวัดดาบที่มีออร่าสีดำเข้าใส่คารอสจึงรีบยกโล่กันดาบนั้นเอาไว้ได้ แต่ทว่ากลับมีการโจมตีที่มองไม่เห็นฟาดฟันเข้าใส่กลางหลังของเขา
“อั่ก” คารอสกระอักเืออกมา แต่นั่นไม่สำคัญตอนนี้เขากำลังตื่นตระหนกทำไมเขาถึงถูกโจมตีได้ แถมยังมาจากทิศทางตรงกันข้ามกับจุดที่เขากับอากิระปะทะกันด้วย
อากิระอาศัยจังหวะที่คารอสตื่นตระหนกออกแรงกดดาบเอาไว้กับโล่ของคารอสเพื่อใช้เป็ฐานให้เขาะโข้ามหัวของคารอสไปแล้วทาบมือลงบนหลังของคารอส จากนั้นกำไลประจุมนตราที่ตอนนี้ผลึกบนกำไลทั้งแปดกลายเป็สีต่างๆก็สว่างวาบขึ้น
ะเิประจุมนตรา
ตูม!!!
ร่างของคารอสปลิวไปทันที แน่นอนว่าอากิระไม่ได้ใจดีขนาดจะปล่อยให้ร่างคารอสนั้นกระเด็นออกไปเฉยๆอยู่แล้ว เขาใช้ก้าวพริบตาตามเข้าประชิดร่างของคารอสที่อยู่กลางอากาศ จากนั้นก็วาดดาบเข้าใส่ร่างของคารอส ทางคารอสเองก็ไม่ได้กระจอกขนาดนั้นเขาเอาโล่กันดาบของอากิระเอาไว้ได้ และถึงแม้จะต้องรับการโจมตีที่มองไม่เห็นเขาก็กัดฟันข่มความเ็ปไว้แล้วตวัดดาบในมือกลับไปดาบนั้นฟันเฉียดใบหน้าของอากิระไป จากนั้นก็มีดาบสีทองอีกสี่เล่มปรากฏขึ้นด้านหลังของคารอสพุ่งเข้าใส่ร่างของอากิระที่อยู่กลางอากาศในระยะที่ประชิดกับตน
อากิระเห็นดังนั้นจึงรีบะโหลบออกมาแต่เพราะถูกโจมตีใส่ในระยะประชิดจึงหลบได้ไม่สมบูรณ์เขาจึงต้องเรียกเคียวอสูรนิลกาลออกมาช่วยในการปัดดาบสีทองเ่าั้
อากิระเข้าฟาดดาบใส่คารอสอีกครั้งแต่ผลก็เหมือนเดิมการโจมตีของเขาถูกคารอสกันเอาไว้และถูกโจมตีสวนกลับมา เขาจึงหวดเคียวในมืออีกข้างเข้าใส่แต่คารอสก็ยังมีสามารถป้องกันการโจมตีที่มองเห็นไว้ได้ทั้งหมด เพราะฉะนั้นการโจมตีของอากิระที่ถึงตัวคารอสได้จึงมีเพียงการโจมตีที่เกิดจากผลของทักษะดาบรัตติกาลผันผวนเท่านั้น
อากิระกับคารอสแลกดาบกันต่ออย่างต่อเนื่อง แม้การต่อสู้ซึ่งๆหน้าอากิระจะเสียเปรียบจนได้รับาเ็มากขึ้นเรื่อยๆ แต่ว่าอากิระก็ยังสามารถหลบเลี่ยงจุดตายไปได้ทั้งหมด ผิดกับคารอสที่ได้รับความเสียหายจากทักษะร่างกระจกเงามายามากเกินไปจึงเป็ฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ
อากิระนั้นพอเห็นโอกาสก็ไม่รอช้ารีบใช้ทักษะเฉพาะของเคียวอสูรนิลกาลออกมาทันที
พันธนาการทมิฬ
หลังจากนั้นก็ปรากฏวงเวทย์ขึ้นกลางอากาศตามด้วยโซ่สีดำพุ่งออกมามัดร่างของคารอสไว้จากนั้นอากิระก็รีบเข้าประชิดตัวและตวัดดาบและเคียวเข้าใส่โดยที่มีลูกแก้วเวทมนต์เก้าลูกหมุนตามดาบของเขาไปด้วย
อากิระโจมตีด้วยความเร็วที่สูงที่สุดของตน เขาฟันดาบและเคียวในมือเข้าใส่ร่างของคารอสถึงแปดครั้งจากทิศทางที่ต่างกันในเสี้ยววินาที ยิ่งรวมเข้ากับผลของดาบรัตติกาลผันผวนแล้วทำให้คารอสถูกโจมตีไปถึงสิบหกครั้งในชั่วพริบตา จากนั้นลูกแก้วเวทมนต์ทั้งแปดก็ล้อมรอบร่างของคารอส แล้วอากิระก็ปรากฏขึ้นเหนือร่างคารอสพร้อมกับตวัดดาบกลางอากาศทำให้ลูกแก้วที่อยู่บนดาบพุ่งเข้าใส่ร่างของคารอส แล้วลูกแก้วเวทมนต์ทั้งเก้าก็กลายเป็หอกอัสนีบาตโจมตีเข้าใส่ร่างของคารอสพร้อมกัน
‘ผู้เล่นอากิระ สังหารอสูรพิทักษ์ อัศวินศักดิ์สิทธิ์ คารอส สัตว์อสูรชั้นอสูร ระดับ 1 ได้รับค่าประสบการณ์……..ค่ะ’
‘ผู้เล่นอากิระเลื่อนระดับเป็ 83 ค่ะ’
‘ผู้เล่นเมเทียร์ สังหารอสูรพิทักษ์ อัศวินศักดิ์สิทธิ์ คารอส สัตว์อสูรชั้นอสูร ระดับ 1 ได้รับค่าประสบการณ์……..ค่ะ’
‘ผู้เล่นเมเทียร์เลื่อนระดับเป็ 72 ค่ะ’
‘ผู้เล่นอากิระสร้างทักษะใหม่จากการผสานทักษะเป็ผลสำเร็จ กรุณาตั้งชื่อค่ะ’
“วิชาดาบมนตรา – สิบหกดาบเก้าอัสนี” อากิระพูดออกมา
‘ระบบได้ทำการลงทะเบียนทักษะใหม่ในชื่อวิชาดาบมนตรา – สิบหกดาบเก้าอัสนี เรียบร้อยแล้วค่ะ’
สิ้นเสียงรายงานก็ปรากฏหน้าต่างรายงานรายระเอียดเกี่ยวกับทักษะออกมา
ทักษะ : ทักษะเฉพาะตัว
วิชาดาบมนตรา – สิบหกดาบเก้าอัสนี [ต้องใช้อาวุธคู่เท่านั้นเพื่อใช้งาน จะเรียกเวทมนต์ธาตุสายฟ้าเก้าบทออกมาในรูปแบบลูก แล้วแก้วสร้างความเสียหายทางกายภาพให้กับศัตรูสิบหกครั้ง จากนั้นก็สร้างความเสียหายทางเวทย์มนต์ธาตุสายฟ้าใส่ศัตรูอีกเก้าครั้ง (ก่อนใช้ทักษะนี้ในครั้งต่อๆไปไม่จำเป็ต้องใช้ทักษะอื่นๆที่ใช้ผสานเพื่อสร้างทักษะนี้อีก)]
“ได้ทักษะใหม่มาด้วย คราวนี้คุ้มพอสมควรเลยนะ” อากิระพูดแล้วหันไปเห็นเมเทียร์และลิซ่าที่ยืนจ้องเขาตาค้าง จึงถามออกมา “มีอะไรหรือครับ ทั้งสองคน”
“ก็เมื่อกี้นี้นาย…” เมเทียร์เอ่ยออกมา
“ตายแล้วนี่คะ” ลิซ่าพูดต่อ
“อ๋อ ที่สู้จนถึงเมื่อครู่เป็ร่างแยกน่ะ โทษทีนะถ้าไม่หลอกพวกเดียวกันก่อนจะหลอกศัตรูไม่ได้น่ะ” อากิระตอบออกมา
“นายสลับตัวั้แ่เมื่อไหร่น่ะ” เมเทียร์กล่าวถาม
“ั้แ่ตอนที่เข้ามาในห้องนี้ผมเห็นคารอสก็รู้เลยว่าเ้านั่นต้องเป็สายป้องกัน ก็เลยอาศัยจังหวะที่มันสนใจพวกเมเทียร์สลับตัวกับร่างแยกน่ะ”
“อ…อย่างนั้นเองเหรอ” เมเทียร์ยอมรับว่าั้แ่อากิระเริ่มสู้ในหอคอยนี้เขาก็แสดงความสามารถออกมาจนเธอตกตะลึงมากกว่าเมื่อครั้งประภาคารมายามากมายนัก
“อืมที่จริงก็อยากเข้าชั้นต่อไปล่ะนะ แต่เวลาไม่มีแล้วเราออกจากหอคอยกันเถอะ” อากิระพูดกับสองสาว ซึ่งทั้งคู่ก็ตอบตกลงโดยไม่ขัดเลยแม้แต่น้อย
จากนั้นพวกเขาก็ก้าวเข้าวงแหวนเวทย์ที่ปรากฏขึ้นกลางห้องแล้วเลือกออกจากหอคอยนรก จากนั้นก็มีแสงเข้าคลุมร่างพวกเขาแล้วก็หายไป ทำให้ห้องกลับมาเงียบสงบเหมือนเช่นเคย
หลังจากที่ออกมาจากหอคอยนรกพวกอากิระก็พบกับพวกเทมเพสต์ที่ยืนกินน้ำแข็งใสรอยู่ใกล้ๆ ทำให้เขาอดคิดไม่ได้ว่า เมืองที่ร้อนบรรลัยขนาดนี้มีน้ำแข็งใสได้ไงฟะ แต่เขาก็เพียงแค่คิดแต่ไม่ได้พูดออกมา
“ไงมาช้าจังนะอากิระ ไปได้กี่ชั้นล่ะ” เทมเพสต์ถามเพื่อนสนิทด้วยใบหน้าทะเล้น
“48 น่ะ แล้วก็นะที่ช้าน่ะก็เพราฉันใช้โอกาสนี้ทดลองอะไรบางอย่างจนตอนนี้ฉันหาวิธีสู้กับพวกสายป้องกันได้แล้ว แถมฉันยังสร้างทักษะเฉพาะตัวขึ้นมาได้แล้วนะ” อากิระตอบคำถาม และแน่นอนว่าพอสิ้นคำตอบของเขา เทมเพสต์ ไอริส และลูน่า ก็แสดงสีหน้าที่บ่งบอกว่าคาดไม่ถึงออกมา
“แกว่าอะไรนะ นี่แกสร้างทักษะได้แล้วเรอะ!!!” เทมเพสต์ะโออกมาดังลั่นทำให้มีคนมากมายมองมาด้วยความสนใจเพราะคำว่า สร้างทักษะ
“แกจะะโทำซากอะไรวะ” อากิระที่รู้สึกขายขี้หน้าก็ทนไม่ไหว ตวาดใส่เทมเพสต์ทันที
“ก็มันน่าในี่หว่า แกสร้างทักษะได้เร็วขนาดนี้เลยนะ เท่ากับว่าแกมีทักษะที่เป็ของแกคนเดียวแล้วนะ” เทมเพสต์กล่าว
“แล้วไงวะ” อากิระสบถออกมาเนื่องจากเขายังไม่หายหงุดหงิด
“ก็มันน่าอิจฉานี่หว่า ดีล่ะฉันจะต้องสร้างทักษะของตัวเองออกมาให้ได้” เทมเพสต์กล่าวออกมา
“เออ ตามใจแกเหอะ” อากิระพูดอออกมาอย่างห้วนๆ
“แล้วเราจะเอาไงกันต่อดีล่ะ อยู่ท่ามกลางสายตาคนมากๆแบบนี้นานๆก็ไม่ไหวนะ” เมเทียร์กล่าวขอความเห็น เพราะั้แ่ที่เทมเพสต์ะโก็ทำให้มีคนหันมามองพวกเขามากมาย เธอจึงอยากไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด
“นั่นสิคะหนูก็ไม่ชอบเหมือนกัน” ลูน่ากล่าวสนับสนุน
“งั้นก่อนอื่นเราไปเอาคะแนนไปแลกกันก่อนดีมั้ย” ไอริสออกความเห็น
ทุกคนเองก็ไม่ได้คัดค้านอะไร พวกเขาจึงทำการสลายทีมแล้วรวมทีมเป็ทีมเดียวกันอีกครั้ง ก่อนจะเดินไปยังที่ทำการเพื่อนำคะแนนไปแลกรางวัล และระหว่างทางลิซ่าที่ตรวจสอบคะแนนของพวกเขาก็บอกคะแนนของแต่ละคนออกมาให้ฟัง
อากิระ 982,199 คะแนน
เทมเพสต์ 681,254 คะแนน
ลูน่า 520,311 คะแนน
เมเทียร์ 740,102 คะแนน
ไอริส 513,119 คะแนน
แน่นอนว่าที่กลุ่มของอากิระจะมีคะแนนมากนั้นไม่ใช่เื่แปลก เพราะทีมของเขามีแค่เขากับเมเทียร์เท่านั้นที่เป็ผู้เล่น ส่วนลิซ่านั้นเป็NPC เธอจึงไม่มีส่วนในการแบ่งคะแนนใดๆ ผิดกับทีมของเทมเพสต์ที่ต้องแบ่งคะแนนกันถึงสามคน
เมื่อมาถึงอาคารระบบของหอคอยนรกพวกเขาก็หยิบบัตรคิวมาเพื่อจะรอคิวแลกคะแนน เนื่องด้วยจำนวนคนที่มีเยอะมากจึงทำให้พวกเขาต้องเสียเวลารอพอสมควร และแล้วก็ถึงคิวของพวกเขา ซึ่งทุกคนพอเข้าไปถึงต่างก็เลือกแลกไอเทมสำหรับอาชีพของตนที่ดีที่สุดเท่าที่คะแนนของพวกเขาจะแลกได้ มีเพียงอากิระ เทมเพสต์ และเมเทียร์ที่แลกไอเทมแล้วยังมีคะแนนเหลือ ซึ่งเมเทียร์นั้นใช้คะแนนที่เหลือของตนแลกอสูรอัญเชิญตนใหม่มาใช้ ด้านเทมเพสต์เองก็เลือกทักษะพิเศษ ส่วนอากิระที่มีคะแนนเหลือเยอะที่สุดนั้นนอกจากจะเลือกแลกทักษะของตนแล้วยังแลกทักษะสำหรับNPC ด้วย
ไอเทมที่อากิระเลือกมามีดังนี้
1. สร้อยข้อมือร้อยเรียงดารา ระดับ 5 ดาว ค่าสถานะทั้งหมดเพิ่มขึ้น 20% [(เป็สร้อยข้อมือที่มีลักษณะเป็สร้อยโซ่สีเงิน มีปลาบสร้อยห้อยยาวเลยมือออกมาเล็กน้อยและที่ปลายสร้อยจะมีหินผลึกห้าสีเรียงกันเป็รูปดาว) เมื่อใช้เวทมนต์จะสามารถนำพลังของเวทมนต์ที่หน่วงไว้ทั้งหมดมารวมเข้ากับเวทย์มนต์ที่จะใช้ได้]
2. หนังสือทักษะเวทย์รัตติกาล – คลื่นรัตติกาลสลายมนตรา
3. หนังสือทักษะสำหรับNPC เวทย์เกราะวารี
หลังจากแลกไอเทมกันเสร็จเรียบร้อยพวกเขาก็รีบเดินทางออกจากเมืองแห่งเปลวเพลิงอินเฟลน่าทันที และเป้าหมายต่อไปของพวกเขาก็คืองานแข่งขันขนาดใหญ่กิจกรรมแข่งขัน เดสทินี่กรังปรีซ์ ที่เมืองศักดิ์สิทธิ์ ยูโทเปียนั่นเอง
_____________________________________________________________________