“[ประกาศจากระบบ:ผู้เล่นสมิท ได้รับสกิลสำหรับมอนสเตอร์ บอดี แสลม (Body Slam) จากกล่องสุ่มสกิลระดับCค่ะ]”
สิ้นเสียงประกาศจากระบบ มือของสมิทก็ถือกล่องสกิลสี่เหลี่ยมขนาดเล็ก เขาได้กล่องสุ่มนี้มาจากการกำจัดผู้เล่นคนหนึ่งของกิลด์อันเดอร์ครอสเมื่อเร็วๆนี้
“หนูใช้ไม่ได้ค่ะ” ลิลี่กล่าวด้วยน้ำเสียงผิดหวัง “สกิลบอดี้ แสลม ต้องให้มอนสเตอร์ตัวใหญ่หรือมีน้ำหนักมากๆใช้”
“แค่อ่านชื่อก็รู้แล้วล่ะ ว่าท่าทิ้งตัวทับคงไม่เหมาะกับสาวน้อยอย่างเธอ” สมิทกล่าวก่อนจะเก็บมันเข้าหน้าต่างผู้เล่น “ไว้เดี๋ยวจะขายต่อผู้เล่นที่้ามันแล้วกันนะ”
ที่หน้าทางออกปราสาทแสนสุขบัดนี้กลับสู่สถาณการณ์ปกติแล้ว ผู้เล่นหน้าใหม่เริ่มกลับมาเก็บเลเวลกันอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่พวกเขาเอาแต่แอบในบ้านพกพาของตัวเองก่อนหน้านี้ และสิ่งแรกที่ลิลี่และสมิทจะทำ ไม่ใช่การต่อสู้ หรือลองอาวุธใหม่ แต่เป็อะไรที่ดีกว่านั้น…
ฐานไม้ตั้งเต๊นซึ่งมีความกว้างกว่าห้าเมตร ถูกเรียกออกมาจากหน้าต่างผู้เล่นเป็อย่างแรก ก่อนที่มันจะถูกวางลงบนพื้นหญ้าที่มีแอ่งน้ำเป็หลุมบ่อไม่เรียบเสมอกัน แต่ฐานไม้นั้นทำให้พื้นที่ตรงนั้นกลายเป็สถาณที่ๆจะวางบ้านพกพาได้ในทันที
เต๊นสีขาวทรงเจ็ดเหลี่ยมซึ่งมีเส้นผ่าศูนย์กลางกว่าสามเมตร ถูกวางลงบนฐานไม้นั้น ทันทีที่มันถูกวางได้สำเร็จ ก็มีข้อความประกาศออกมาทันที ว่านี่คือบ้านพกพาของสมิท
และทันใดนั้นเอง บริเวณรอบเต๊นสีขาวก็กลายเป็เขตปลอดภัย ที่ไม่อนุญาตให้มีการต่อสู้ หรือรุกล้ำเข้ามาในทุกๆกรณี เช่นเดียวกับบ้านพกพาของผู้เล่นคนอื่นๆ ที่ตั้งอยู่ห่างไกลออกไป แต่บ้านพกพาของสมิทและลิลี่นั้น ดูโดดเด่นกว่าคนอื่นอย่างมาก เพราะพวกผู้เล่นใหม่ทุกคนในละแวกนี้ มักเป็เต๊นนอนเล็กๆธรรมดาๆเท่านั้น
“เข้าไปสำรวจกันเถอะ” สมิทกล่าวก่อนจะผายมือให้ลิลี่เข้าไปก่อน เธอมีทีท่าใทันที เมื่อเห็นแบบนั้น
“ฉันบอกแล้วนี่ ว่าซื้อให้เธอ เ้าของก็ต้องเข้าไปดูก่อนสิ จริงมั้ย”
“ค่ะ นายท่าน งั้นเข้าไปล่ะนะคะ” ลิลี่กล่าวก่อนจะเดินเข้าไปในเต๊นทันที หูกระต่ายของเธอกระดิกเล็กน้อย แววตาของเธอลุกวาวทันทีที่เห็นข้างใน
สิ่งแรกที่สมิทและลิลี่ััได้เมื่อย่างเข้าเขตปลอดภัยในบ้านของตัวเอง ก็คือทั้งสองรู้สึกถึงพลังชีวิตและพลังมานาที่ค่อยๆถูกฟื้นฟูอย่างช้าๆ เสื้อผ้าและรองเท้าที่สกปรกเพราะเหยียบพื้นดินถูกชะล้างทำความสะอาดทันที
“[ประกาศ: ระบบฟื้นฟูและทำความสะอาดระดับD ทำงาน เมื่อมีผู้เข้ามาพักอาศัยในบ้านค่ะ การฟื้นฟูในระดับDนั้นจะเพิ่มพลังชีวิตและมานาให้นาทีละ10หน่วย ช่วยทำความสะอาดร่างกายและเสื้อผ้า แต่จะไม่ช่วยชะล้างสถาณะผิดปกติให้ค่ะ...จบการรายงาน]”
ภายในเต๊นทรงเจ็ดเหลี่ยมนั้นถูกแบ่งโซนเป็อย่างดี ทั้งโซนด้านหน้าสำหรับวางสิ่งของ และหีบเก็บของขนาดเล็ก ก่อนที่จะมีที่กั้นแบบรูดซิบให้เข้าไปอีกทีหนึ่ง ซึ่งตรงนั้นมีผ้านวมนุ่มนิ่มปูไว้อย่างดี พร้อมกับที่นอนพกพาสี่ชุด อุณหภูมิภายในเต๊นนั้นเย็นสบาย ราวกับกำลังอยู่ในห้องแอร์ที่ชุ่มชำก็ไม่ปาน
สมิทล้มตัวลงนอนบนที่นอนที่ค่อนข้างนิ่มสบายทันที ก่อนที่ลิลี่จะนอนข้างๆตาม เธอขดตัวเหมือนลูกกระต่ายน้อย พลางใช้ดวงตาสีแดงของเธอมองสมิทอย่างใครรู้ เธอกำลังเลียนแบบเขาอยู่
“ฉันชักชอบโลกแห่งMROแล้วสิ” สมิทกล่าวด้วยน้ำเสียงภูมิใจ “นี่คือบ้านหลังแรกที่ฉันเก็บเงินซื้อได้ ฮ่าๆๆๆ”
“[ประกาศจากระบบ: บ้านพกพาของผู้เล่นนั้น สามารถซื้อที่นอนและเครื่องใช้ในครัวเรือนเสริมได้นะคะ ผู้เล่นสามารถหาซื้ออุปกรณ์เสริมได้จากหน้าต่างร้านค้าออนไลน์ หรือร้านค้าภายในเมืองค่ะ]”
“นั่นไง ระบบการตลาดที่ดีโคตร” สมิทกล่าวพลางยิ้มร่า พร้อมเปิดหน้าต่างระบบร้านค้าขึ้นมาดู “ราวกับว่าผู้พัฒนาเกมจะให้ผู้เล่นอาศัยอยู่ในนี้แทนบ้านได้เลยมั้งนี่ ถ้ามีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายขนาดนี้ เผลอๆคงไม่อยากกลับโลกภายนอกกันพอดี”
“โลกภายนอก...สินะคะ” ลิลี่กล่าวกับตัวเองด้วยน้ำเสียงแ่เบา ขณะหันหลังให้สมิท “ฉันติดอยู่ในนี้กี่ปีแล้วนะ จำอะไรไม่ได้ด้วยสิ”
“หืม ลิลี่ เธอพูดว่าอะไรนะเมื่อกี้”
“เปล่าค่ะนายท่าน หนูแค่บอกว่าสบายจัง”
สมิทสำรวจภายในเต๊นของเขาอย่างละเอียด เขาพบว่าสามารถตั้งค่าให้เต๊นนั้นกลายเป็กระจกใส ทำให้สามารถมองภายนอกเต๊นได้ แน่นอนว่าภายนอกไม่สามารถมองเข้ามาได้ สมิทจึงรู้สึกตื่นเต้นมาก ที่ทุกๆครั้งพวกชาโดว์จะมาด้อมๆมองๆบริเวณเต๊นของเขา ก่อนที่จะกลับออกไป เพราะระบบเกมไม่อนุญาติให้มันโจมตีพวกเขา
“ไว้ค่อยพักกันยาวๆเนอะลิลี่ เก็บเลเวลกันก่อน” สมิทกล่าวก่อนจะลุกขึ้นนั่ง เขาพึ่งสังเกตุว่าตรงข้างๆเตียงนอนของเขา มีรีโมทปรับอากาศอยู่ สามารถปรับได้ว่าจะให้อุณหภูมิภายในเป็เท่าไหร่
“ค่ะนายท่าน” ลิลี่กล่าว “หนูเองก็อยากเลเวล10ไวๆ เพราะเควสปราสาทแสงจันทร์ของพวกเราจะเริ่มดำเนินการได้เมื่อเลเวลนั้นค่ะ”
“โอเค..งั้นไปกันเลย”
แต่แล้ว ก่อนที่สมิทและลิลี่จะได้ออกจากเต๊น เขาก็พบผู้เล่นสองคนวิ่งหน้าตั้งมาที่เต๊นของเขา ด้านหลังของพวกเขามีชาโดว์รูปร่างัสูงราวสามเมตรไล่ตามมาติดๆ ชาโดว์ตัวนี้ดูทรงพลังและเคลื่อนที่ได้เร็วกว่าทุกตัวที่สมิทเคยเห็น พวกเขากำลังหนีมันอยู่
“ขอเข้าไปหน่อยนะ เราสู้บอสไม่ไหว” เสียงของผู้เล่นด้านหน้าในชุดนักเรียนมหาลัย ซึ่งไว้ผมทรงสกินเฮด ตาตี่และผิวขาวเอ่ยขึ้นด้วยความร้อนรน เขากำลังตรงมาทางเต๊นของสมิท ส่วนเพื่อนอีกคนของเขาแต่งกายหรูหราด้วยชุดคลุมสีแดงลายั ไว้ผมเปียยาวราวกับพระเอกหนังจีน
“ประกาศจากระบบ: ผู้เล่นไอซ์ และผู้เล่นไชยา ร้องขอเข้ามาในเต๊น ท่านสมิทจะอนุญาตหรือไม่คะ การร้องขอนี้เป็การร้องขอเข้ามาเพื่อพักอาศัย”
“ถ้าไม่ให้เดี๋ยวก็กลายเป็ไร้น้ำใจอีก” สมิทกล่าวก่อนจะกดปุ่มตกลง ประตูเต๊นถูกเปิดออก ผู้เล่นทั้งสองรีบกระโจนเข้ามาทันที พวกเขารอดตายอย่างหวุดหวิด เพราะเ้าชาโดว์รูปร่างักำลังจะใช้สกิลใส่พวกเขาในไม่กี่อึดใจแล้ว แต่มันต้องหยุดลงทันที เมื่อเป้าหมายเข้าไปในเต๊น
“ขอบใจมากเลย” ชายผมทรงสกินเฮดกล่าวพลางหอบหายใจยกใหญ่ “นึกว่าจะไม่รอดเสียแล้ว”
“ไหนว่าไหวไงวะไอซ์” ชายในชุดคลุมจีนที่ชื่อไชยา กล่าวด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหอบเช่นกัน “บอสชาโดว์ไวเวิร์นโหดเป็บ้าเลย”
หูกระต่ายของลิลี่กระดิกทันที เมื่อได้ยินชื่อของบอสตนนั้น ก่อนที่เธอจะดึงชายเสื่้อสมิทให้เข้ามาใกล้ แล้วกระซิบที่หูของเขาทันที
“นายท่านคะ บอสตัวนั้นถือครองหินพระจันทร์อยู่ค่ะ”
“ดี งั้นเดี๋ยวเราไปล่ามันเลย” สมิทกล่าวตอบกลับกระต่ายสาวทันที ก่อนจะจ้องมองไปที่แขกผู้มาใหม่สองคน
ไอซ์และไชยานั่งลงพักฟื้นด้วยความเหนื่อยล้า ในตอนแรกทั้งสองเข้าใจว่าเต๊นนี้มีผู้เล่นอยู่สองคนเท่านั้น แต่แล้วทั้งไอซ์และไชยาก็ต้องสะดุดทันที เมื่อเห็นว่าหญิงสาวผมเงินตรงหน้าเธอ มีหูกระต่าย และเธอคือมอนสเตอร์ ไม่ใช่ผู้เล่น
“มอนสเตอร์กึ่งมนุษย์” ไชยากล่าวด้วยความตะลึง ไอซ์ก็เช่นกัน เขาแทบจะเข้ามาสำรวจลิลี่ให้ใกล้กว่านี้แล้ว ถ้าไม่ติดว่าเจอกระต่ายสาวส่งสายตาดุใส่เสียก่อน
“เจอเ้าบอสนั่นที่ไหนน่ะ” สมิทเอ่ยถามทันที เมื่อเห็นว่าทั้งสองคนหายตกตะลึงแล้ว “มันเป็เควสของฉันน่ะ ฉันต้องไปล่ามัน”
“มันสุ่มเกิดทุกๆสองชั่วโมงน่ะ และบังเอิญรอบนี้ฉันไปเจอที่เกิดมัน” ไชยากล่าวก่อนจะสำรวจภายในเต๊นทรงกรวยของสมิท ก่อนจะฉวยคว้าเอายาฟื้นพลังในกล่องเก็บของมาเพื่อดื่ม แต่ทว่าเขาดึงมันออกมาไม่ได้ เพราะระบบไม่อนุญาต จนสมิทต้องเป็ฝ่ายหยิบให้เอง
“ฉันอนุญาตให้พวกนายดื่มยาฟื้นพลังได้...แต่ต้องนำฉันไปหาเ้าบอสไวเวิร์นตัวนั้น” สมิทกล่าวก่อนจะยื่นยาฟื้นพลังให้กับไอซ์ด้วยเช่นกัน ไอซ์นั้นถึงแม้จะดูมาดนักเลงกว่าไชยา แต่เขากลับมีมารยาทมากกว่า เขายกมือไหว้ขอบคุณสมิท ก่อนจะดื่มยานั้นจนหมด
“ให้พวกเราเข้าร่วมปาร์ตี้ด้วยได้มั้ย” ไชยากล่าวเจรจาทันที “ยังไงบอสนั่นก็เก่งมาก นายคนเดียวอาจล้มมันไม่ไหวน่ะ”
“ก็เอาสิ” สมิทกล่าว “ตี้กันสามคนนี่ล่ะ ว่าแต่มอนสเตอร์ประจำตัวของพวกนาย อยู่ไหนแล้วล่ะ”
“โดนฆ่าตายน่ะสิ...ต้องรอเกิด” ไอซ์กล่าวเสียงเศร้า “ไอ้บ้านั่นฉันคิดว่าถ้าจะสู้คนเดียว คงต้องเลเวลสัก15 และผ่านการเปลี่ยนอาชีพขั้นแรกแล้ว ถึงจะสู้ได้ล่ะนะ”
“เปลี่ยนอาชีพ...ขั้นแรก” สมิททวนคำของไอซ์ ก่อนที่เขาจะตัดสินใจเงียบ ถึงแม้เขาจะไม่รู้รายละเอียดเชิงลึก แต่เขาก็พอเข้าใจแล้ว ว่าผู้เล่นอย่างเขาก็มีวิวัฒนาการได้ด้วยเช่นกัน
“ฉันตั้งใจว่าจะเป็อะชิการุน่ะ (Ashigaru)” ไอซ์กล่าวด้วยน้ำเสียงภาคภูมิ ก่อนที่เขาจะเรียกอาวุธออกมาโชว์ แต่ทว่าในเต๊นของสมิทกลับขึ้นข้อความห้ามใช้อาวุธ เขาจึงเรียกออกมาไม่ได้
“หมายถึงทหารราบญี่ปุ่นสินะ” สมิทกล่าวเสริมทันที เพื่อบอกอีกฝ่ายว่าเขารู้จักอาชีพนี้ “และให้เดา ต่อไปนายต้องเป็ซามูไร หรือไม่ก็นินจาแน่ๆ”
ไอซ์พยักหน้าเพื่อบอกว่าตัวเขานั้นพูดถูก ก่อนที่ไชยาจะพูดถึงอาชีพของเขาด้วยความภูมิใจบ้าง “อาชีพของฉันค่อนข้างหายากน่ะ เพราะมันต้องดรอปจากบอสลับน่ะสิ”
“อาชีพอะไรหรือ” สมิทเอ่ยถามพอเป็พิธี อันที่จริงแล้วเขาไม่ได้สนใจจะฟังด้วยซ้ำ เขาอยากออกไปล่าบอสอยู่รอมร่อแล้ว
“กลาดิเอเตอร์ (Gladiator)...สุดยอดนักรบที่ใช้อาวุธประชิดได้ทุกชนิด” ไชยากล่าว “แน่นอนว่ามันหายากมาก และฉันเองก็้ามันจริงๆ ถ้าบังเอิญพวกนายได้ ฉันขอแล้วกันนะ”
คิ้วของสมิทกระตุกทันที ที่ได้ยินคำพูดอีกฝ่าย การพูดขอล่วงหน้ากันดื้อๆอย่างนี้ มันเข้าข่ายคนเห็นแก่ตัวชัดๆ แต่เขาเลือกที่จะไม่พูดอะไร เนื่องจากไม่ได้สนิทกันขนาดที่จะต้องตักเตือนกัน
“นายท่านคะ” ลิลี่กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบ ก่อนจะมองออกไปด้านนอก “เมื่อไหร่เราถึงจะไปล่าชาโดว์ไวเวิร์นกันคะ”
“นั่นสินะ” สมิทกล่าวก่อนจะลุกขึ้นยืน “พวกนายทั้งสองน่าจะหายเหนื่อยแล้วล่ะนะ พวกเราออกไปข้างนอกกันเถอะ เตรียมล่าบอสกัน”
ทั้งสามคนและลิลี่เดินออกมาที่นอกเต๊น ก่อนที่สมิทจะตั้งค่าโอนกรรมสิทธิในการควบคุมเต๊นทุกอย่างให้ลิลี่ เพื่อที่ว่าเมื่อเขาออกนอกเกมไปแล้ว เธอจะสามารถใช้งานเต๊นได้ทุกอย่าง
“จะว่าไป ยังไม่ได้ถามชื่อเลยนี่หน่า” ไชยากล่าวก่อนจะหันมามองสมิท “นายและมอนสเตอร์ของนายชื่ออะไรหรือ”
“ฉันชื่อสมิท” สมิทกล่าวก่อนจะหันไปมองลิลี่ “ส่วนเธอชื่อลิลี่ เป็คู่หูของฉัน”
“ฉันไชยา” ไชยากล่าวแนะนำตัว ก่อนจะมองไปที่ไอซ์ “และนั่นไอซ์ พวกเราเข้ามาเล่นเกมนี้ได้สองวันแล้ว และเกิดถูกคอกัน เลยจับกลุ่มกันจนทุกวันนี้น่ะ”
สมิทไม่ได้ตอบอะไร แต่จากที่คุยกัน เหมือนพวกเขาจะมีระดับเลเวลที่10 แล้ว และเขาตั้งใจว่าจะร่วมกันหาบอสลับให้ได้ก่อน จึงจะออกเดินทางไปสู่เมืองหลวง ซึ่งจากการพูดคุยนั้น สมิทพบว่าสองคนนี้ไม่มีข้อมูลของบอสลับเลยด้วยซ้ำ พวกเขาแค่เดินหาอย่างไร้จุดหมาย อาศัยเพียงความอดทน และความเชื่อเท่านั้น
“[ประกาศจากระบบ:พบมอนสเตอร์มินิบอส ชาโดว์ไวเวิร์นค่ะ (Shadow Wyvern)]”
หลังจากไชยาพาเดินมาจนถึงพุ่มไม้ริมคลอง เ้าัดำสูงใหญ่ก็โผล่ออกมาจากที่ซ่อนของมันทันที รอบนี้ไชยาและไอซ์มีสีหน้ามั่นใจ ไม่ได้หวั่นเกรงเลยแม้แต่น้อย
“ลุยมันให้ราบเลย” ไชยากล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นใจ ก่อนที่ไม้คมแฝกสีดำส่องประกายของเขาจะถูกเรียกออกมาไว้ในมือ