“นี่คุณเลือกพวกมันมากกว่าฉันกับลูกเหรอ” นิลตาพูดเสียงดังยืนยันจะไม่ยอมท่าเดียว
“คุณช่วยคิดในมุมของผมบ้างได้ไหมผมแค่รับลูกมาอยู่ด้วย นั่นลูกผมทั้งคนนะแค่ชินเจ็บพวกเราก็ใจจะขาดแล้วนี่ผมไม่ได้เจอหน้าลูกมาสิบแปดปีไม่รู้ที่ผ่านมาใช้ชีวิตยังไงทรมานแค่ไหนคุณรู้บ้างไหม”
“สมน้ำหน้าแล้วไม่รู้จักคิดไปมีเมียน้อยแถมยังมีลูกกันอีกจะมาร้องขอความเห็นใจจากเมียหลวงอย่างฉันฝันเถอะ”
“เื่ที่ผมผิดผมยอมรับแต่พระพายก็เกิดมาแล้วเขาเป็ผู้บริสุทธิ์จะปล่อยทิ้งให้ตายข้างทางหรือไงทุกวันนี้เขาก็รับกรรมไปพร้อมกับพวกเราทั้งที่ไม่มีความผิดอยู่แล้วช่วยใช้จิตใจความเป็แม่ของคุณเมตตาเขาบ้างได้ไหม”
“งั้นหุ้นบริษัทส่วนที่คุณถืออยู่ต้องยกให้ชินคนเดียว”
“ตามันจะมากไปแล้วนะ” ศานต์พูดอย่างอดทน “ผมจะให้พวกเขาเท่ากันนั่นแหละถ้ารวมกับของคุณยังไงชินก็ได้เป็เ้าของบริษัทคนต่อไป คุณจะกลัวอะไร”
“แล้วลูกของฉันอีกสองคนล่ะส่วนของพวกเขาก็ควรเป็ของชิน”
“คุณชักจะเพ้อเจ้อแล้วนะตาลูกสองคนที่แท้งไปจะนับได้ยังไง”
“ทำไมจะนับไม่ได้นั่นไม่ใช่ลูกคุณหรือไงที่ฉันต้องเสียไปก็เพราะคุณเป็ต้นเหตุ”
“แล้วคุณจะให้ผมทำเพื่อคนที่ตายไปแล้วแต่ละเลยคนอยู่เหรอผมไม่เคยลืมหรอกว่าเราสูญเสียลูกไปสองคนมันเ็ปขนาดไหนคุณก็รู้แล้วจะให้ผมเสียลูกไปอีกคนหรือไงคุณถึงจะพอใจยังไงผมก็ต้องรับพระพายมาอยู่ด้วย คุณจะยอมไม่ยอมก็เื่ของคุณหวังว่าคุณจะไม่ทำเื่เลวร้ายเหมือนในอดีตอีก ทำอะไรนึกถึงลูกบ้างเขาคงใจสลายที่เห็นแม่เป็คนจิตใจโเี้ถ้าพระพายเป็อะไรไปละก็ผมเอาเื่คุณถึงที่สุดแน่ แล้วผมจะไม่ให้คุณได้เจอชินอีกหุ้นส่วนของผมก็จะขายมันบริจาคให้หมด”
“ขู่ๆๆๆ ทั้งชีวิตคุณก็เอาแต่ขู่ฉัน! จะให้ฉันยอมรับลูกคุณแล้วคุณเคยมอบความรักให้ฉันบ้างไหม” นิลตาไม่พอใจกระทืบเท้าหนีไปนอนห้องลูก
พระพายเห็นแม่คุยโทรศัพท์ั้แ่หนึ่งหนุ่มยันสี่ทุ่มไม่เคยเห็นนางคุยกับใครนานขนาดนี้มาก่อนใจของหนุ่มน้อยเป็กังวลว่าจะเกิดเื่ไม่ดีขึ้น
ดอกเข็มเห็นลูกยังนั่งรอไม่ยอมเข้านอนจึงวางสายมานั่งคุยกับเขา
“แม่คุยกับใครเหรอครับทำไมคุยนานจัง”
คนเป็แม่ยิ้มอ่อนโยนลูบผมลูก“คุณลุงนันต์ติดต่อไปหาพ่อของพาย เขาก็เลยโทรหาแม่เขาถามเื่พายเยอะแยะไปหมดเลยนานน่ะจ้ะ”
“พ่อของพายเหรอครับ” สิ่งที่ได้ยินเกินความคาดหมายไปมากพระพายอยากพูดหลายอย่างแต่พูดไม่ออกจึงรอให้แม่พูดอย่างเดียว
“พายใกล้จะเข้ามหา’ลัยแล้ว พ่อบอกว่าจะรับพายไปอยู่ด้วย พายจะได้เข้าเรียนที่ดี ๆไม่ต้องลำบากอีก” ที่ดอกเข็มยอมให้ลูกไปเพราะอนันต์บอกตรง ๆว่าไม่สบายใจที่เห็นพระพายกับ
มินาคบกัน
“พายไม่ไป” เขาตอบด้วยความรู้สึกแรกที่เกิดขึ้น “พายไม่รู้จักพ่อแล้วจะไปได้ยังไงเขาไม่เคยมาดูแลเราเลยพายโตแล้วค่อยมาหาคงจะเอาไปใช้งาน พายไม่ไปหรอก”
“อย่าพึ่งด่วนตัดสินสิพ่อเขารักพายนะแหวนที่พายห้อยไว้กับสร้อยคอนั่นเป็แหวนที่พ่อถอดจากมือตัวเองให้พายนะนั่นเป็ของรักของเขาเลย”
“งั้นแม่เล่าเื่พ่อให้พายฟังก่อนพายค่อยคิดว่าจะไปไหม”
“ยิ่งรู้อย่างนี้พายก็ยิ่งไม่อยากจากแม่ไป”เด็กหนุ่มเข้าไปกอดแม่ด้วยความสงสารผู้เป็แม่เล่าด้วยสีหน้าเรียบเฉยยิ่งทำให้ใจเขาเ็ปนางผ่านความทุกข์ทรมานมาจนจิตใจด้านชาไปแล้ว
“แม่ก็ไม่อยากให้พายไปไหนเหมือนกันแต่เราจากกันชั่วคราวเพื่ออนาคตของพายนะลูกแม่คนเดียวอาจจะพอส่งพายเรียนมหา’ลัยได้แต่พายคงไม่ได้สุขสบายนัก จะใช้เงินก็ต้องคิดหน้าคิดหลังวุ่นวายแล้วแบบนี้พายจะมีสมาธิกับการเรียนได้ยังไงถ้ามันมีโอกาสที่ดีกว่าก็อย่าปฏิเสธเลยนะลูก อีกอย่างพายจะได้ใช้เวลากับพ่อด้วยพายไม่อยากอยู่กับพ่อเหรอ”
“ถ้าพายไปแล้วแม่จะอยู่ยังไงครับใครจะช่วยดูแลแม่ ถ้าพายเข้ากับคนที่บ้านพ่อไม่ได้จะทำยังไง”
“ทางแม่พายไม่ต้องห่วงตอนนี้แม่ยังดูแลตัวเองได้สบาย ถ้าพายมีงานดี ๆ ทำค่อยมารับแม่ไปอยู่ด้วยแต่ทางคุณนิลตาพายต้องเคารพเธอ คุณนิลตาเป็ภรรยาของพ่อก็เท่ากับเป็แม่เลี้ยงพายถึงเมื่อก่อนเธอจะร้ายแต่ก็เป็เพราะแม่ทำผิดก่อนอะไรอดทนได้ก็อดทนแล้วก็ระวังตัวให้ดี ตั้งใจเรียน เชื่อฟังพ่อ”
“พายต้องไปจริงๆ เหรอครับ”พระพายลุกนั่งถอนหายใจมองผู้เป็แม่แล้วกอดนางแน่น
ดอกเข็มถอนใจตบไหล่เขาเบาๆ “ถึงไม่ไปอยู่กับพ่อพายก็ต้องเข้ามหา’ลัยอยู่ดีใช่ไหมล่ะ”
“งั้นก็ได้ครับเรียนจบแล้วพายจะรีบหางานทำแล้วมารับแม่ไปอยู่ด้วย แม่ต้องสัญญานะว่าจะดูแลตัวเอง”
“จ้ะ”
“แต่พายยังไม่รู้เลยว่าจะบอกน้องมิยังไง”
“ให้พายบอกเลิกน้องมิเหรอครับคุณลุง” วันต่อมาอนันต์เรียกพระพายไปคุยเื่ลูกสาว บอกเขาว่าตนคิดเช่นไร
“ปิดเทอมนี้พ่อของพายจะมารับไปอยู่ด้วยจะให้มิรอพายที่ไม่รู้จะไปเจอใครที่ไหนมากมายงั้นเหรออีกอย่างพายกำลังจะเป็ผู้ใหญ่เต็มตัวมิยังเป็แค่เด็กมัธยมเด็กกับเด็กคบกันมันไม่ผิดแต่การที่ผู้ใหญ่กับเด็กคบกันมันไม่ถูกต้องลุงเห็นพายเหมือนลูกเหมือนหลานอยากให้พายกับมิเป็แค่พี่น้องกัน เข้าใจใช่ไหม”
พระพายพูดไม่ออกแค่ต้องบอกมินาว่าตัวเองจะย้ายไปอยู่กับพ่อก็ลำบากใจแล้ว ยังต้องเลิกกับเธอด้วย
“พูดตามตรงนะลุงมีคนที่จะให้หมั้นหมายกับมิแล้วหวังว่าพายจะเห็นแก่อนาคตของมิช่วยลุงสักครั้งได้ไหมทำให้มิตัดใจจากพายให้ได้”
“ทราบแล้วครับพายจะทำตามที่คุณลุงสั่ง”เขาเข้าใจแล้วว่าตัวเองไม่เหมาะสมกับเ้าหญิงน้อยแห่งไร่คุณอนันต์จำได้ว่าตอนเป็เด็กวิ่งเล่นกับน้องมิมีความสุขมาก มีอะไรก็แบ่งปันกัน
พอโตมามินาอยากให้เขาเป็พี่พายของเธอคนเดียวเขาก็ยินดีวันนี้โตขึ้นอีกหน่อยถึงรู้ว่าสิ่งที่เคยวาดฝันไว้ไม่มีอยู่จริงจุดเริ่มต้นการเป็ผู้ใหญ่ได้แววความขมขื่นแล้ว
“แล้วอย่าบอกว่าลุงให้ไปพูดล่ะ”
“ครับ”
พระพายทำใจอยู่หลายวันไม่กล้าพูดกับมินาได้แต่หลบหน้าเธอไปซ้อมบาสเก็ตบอลกับเพื่อน
มินารู้สึกว่าพี่พายของตนเปลี่ยนไปตามไปดูเขาว่ามีผู้หญิงคนอื่นมายุ่งหรือเปล่าพอเห็นเธอชายหนุ่มก็ไม่มีสมาธิกับการเล่นจนต้องออกจากสนาม
“พี่พายไม่สบายเหรอคะ” มินาเห็นเขาเล่นพลาดหลายครั้งทั้งที่ปกติเป็คนนำทีมจึงเอ่ยถาม
พระพายส่ายหน้าเล็กน้อยเดินนำคนน้องไปนอกอาคารพละ“พี่มีหลายเื่ให้คิดน่ะไม่ค่อยมีสมาธิ”
“คุณแม่บอกว่าปิดเทอมพี่จะย้ายไปอยู่กับคุณพ่อจริงหรือเปล่าคะ”
“อืม”เขาก้มหน้ารับ “แม่อยากให้พี่ไปความจริงพี่ก็ไปเรียนนั่นแหละถึงไม่ไปอยู่กับพ่อก็ต้องออกจากไร่อยู่ดีแต่พอต้องไปอยู่กับพ่อก็ไม่รู้ว่าจะได้กลับมาเมื่อไหร่ห่วงว่าน้องมิจะเสียเวลารอพี่ก็เลยคิดอยู่ว่าจะขอเลิกกับน้องมิ”
“ทำไมละพี่จะไม่กลับมาที่ไร่อีกแล้วเหรอ”เด็กหญิงไม่เข้าใจมองคนตัวสูงหงอย ๆ
“ถึงกลับมาก็คงไม่มาอยู่ที่นี่แล้วตอนนั้นความรู้สึกของพวกเราคงไม่เหมือนเดิมไม่สู้เลิกคบกันแบบแฟนั้แ่ตอนนี้ต่อไปกลับมาเจอหน้ากันจะได้ไม่ลำบากใจ”
“มิไม่เปลี่ยนใจหรอกมิรักพี่พาย พี่ไม่รักมิเหรอ”
“พี่รักมิแต่ว่ารักแบบพี่น้องไม่ใช่แบบแฟนเมื่อก่อนพี่ยังเด็กพี่ถึงเข้าใจว่ามันคือความรักแบบแฟนแต่ตอนนี้พี่โตแล้วถึงรู้ว่ามันไม่ใช่ พี่ขอโทษนะ”
“พี่พูดเพราะจะไปชอบคนอื่นใช่ไหม”
“พอเวลาผ่านไปน้องมิคงมีคนที่ชอบมากกว่าพี่เหมือนกัน”
มินาเบะปากกำมือโกรธ“พี่ไม่ต้องมาอ้างมิ พี่อยากทิ้งมิก็พูดมาตรง ๆ เลยพี่จะไปชอบผู้หญิงเมืองกรุงนุ่งสั้นปากแดงใช่ไหม”
“น้องมินับจากวันนี้เราเลิกกันแล้วนะพี่เป็แค่พี่ชายไม่ใช่แฟนแล้วพี่ก็จะมีแฟนใหม่ด้วย” ด้วยคำสั่งของพ่อมินาอะไรที่จะทำให้มินาตัดใจพระพายก็งัดออกมาพูดหมดเขาจึงโดนตอบกลับด้วยฝ่ามือน้อยที่ฟาดแก้มมาเต็มแรง
“คนไม่จริงใจจะไปไหนก็ไปเลยมิไม่สนหรอก”
พระพายมองอีกฝ่ายวิ่งหนีไปด้วยความเสียใจไม่นึกเลยว่าตนต้องทำร้ายจิตใจเธอเช่นนี้ ‘ขอโทษจริงๆ นะครับน้องมิ’
“อีกไม่กี่วันพ่อจะพาพี่พายมาอยู่บ้านกับเราวันนี้พ่อจะไปรับพี่เขา ชินอยู่บ้านกับแม่ดี ๆ นะลูก”
ศานต์คุยกับลูกชายก่อนออกจากบ้านไปสนามบินท่าทางชินวุฒิซึมั้แ่ที่รู้ว่ามีพี่ชายอีกคนหลายวันมานี้คุณแม่บอกว่าคุณพ่อจะพาลูกเมียน้อยมาอยู่ด้วยยิ่งทำให้เขาพูดกับผู้เป็พ่อน้อยลง
“พ่อไปก่อนนะ” ลูกไม่พูดอะไรเขาจึงจูบหน้าผากให้หายคิดถึงแล้วออกไปขึ้นรถเด็กชายชินวุฒิมองพ่อแล้วเข้าไปกอดแม่ เขากลัวว่าต่อไปพ่อจะไม่รักตัวเองเหมือนเดิม
นิลตากอดลูกเอาไว้มองแผ่นหลังสามีไปพลางถอนใจไปพลางนางก้มลงหอมหัวลูกรักพูดปลอบเขา
“เขาแค่จะมาอยู่ชั่วคราวเท่านั้นแหละลูกพอโตกว่านี้ก็จะย้ายออกไปเอง ไม่ต้องห่วงนะจ้ะ”
ศานต์นั่งรถเช่าจากสนามบินไปถึงไร่คุณอนันต์ประมาณสิบเอ็ดโมงพอไปถึงก็โทรหาอนันต์แต่เ้าของไร่พาลูกสาวไปเยี่ยมคุณปู่คุณย่ามีแต่มัสยาอยู่ดูแลงานแทน
“คุณมัสสวัสดีครับเข็มกับพายล่ะครับ” บิดาของพระพายเห็นหน้ามัสยาถามหาลูกกับดอกเข็มทันที
“ใจเย็นๆ ค่ะดื่มน้ำก่อนเดี๋ยวฉันให้คนเอากระเป๋าคุณไปไว้ที่รีสอร์ทแล้วจะพาไปเจอพวกเขานะคะ”
เขาทำตามที่มัสยาบอกดื่มน้ำที่แม่บ้านของเธอนำมาเสริ์ฟ“ขอบคุณมากนะครับ หลายปีมานี้พวกคุณช่วยดูแลเข็มกับพายผมไม่รู้จะตอบแทนยังไงดี”
“อย่าคิดมากเลยค่ะเข็มกับลูกอยู่ที่นี่ช่วยงานเราไม่น้อยพระพายเป็เด็กดีมากฉันเอ็นดูเขาไม่ต่างจากลูกตัวเองเลย”
“ได้ยินแบบนี้ผมค่อยสบายใจอยากเจอพวกเขาแล้ว”
“โอเคค่ะเราไปบ้านเข็มกันเถอะ”
ใกล้ถึงบ้านหลังที่ดอกเข็มอาศัยอยู่กับลูกหัวใจศานต์เต้นไม่เป็จังหวะความรู้สึกมากมายถาโถมเข้าใส่ เื่ราวในอดีตผ่านเข้ามาในความทรงจำภาพที่เธอจากไปยังอยู่ในใจเขาไม่ลืมเลือน
“หลายปีนี้มีคนมาจีบหลายคนแต่เข็มไม่สนใจใครเลย”
“คงเป็เพราะผมทำให้เข็มกลัวเหตุการณ์จะซ้ำรอยจนไม่กล้ามีคนรักใหม่”
“เข็มทุ่มเทกายใจให้ลูกหมดคุณพาเขาไปต้องดูแลให้ดีนะอย่าให้เป็อะไรไป ไม่งั้นพวกเราไม่ปล่อยคุณแน่”
เขาหัวเราะที่อีกฝ่ายข่มขู่ถามไถ่เื่แม่กับลูกจากมัสยาไปเพลินจนมาถึงบ้านดอกเข็มโดยไม่รู้ตัวตอนนี้สองแม่ลูกกำลังช่วยกันถอนหญ้าผักสวนครัวที่ปลูกในล้อรถบรรทุกเก่า
“วันนี้พ่อจะมาหาพายยังจะออกมาช่วยแม่อีกดูสิเล็บดำหมดแล้ว”
“ไม่เห็นเป็ไรเลยครับล้างมือไม่กี่ทีก็สะอาดแล้วถึงวันนี้แดดจะไม่แรงแต่ก็ร้อนแม่ทำคนเดียวต้องยืนนาน พายกลัวแม่เหนื่อย”
“เอาเถอะเสร็จแล้วพายไปล้างมือล้างหน้าเถอะจ้ะ” พูดไม่ทันขาดคำดอกเข็มก็ได้ยินเสียงมัสยาดังมา
“พวกเขาอยู่นั่นไงคะ” ข้างกายเพื่อนสนิทมีคนที่นางคิดถึงยืนอยู่ด้วย พระพายหันมองตามแม่ผู้ชายที่ยืนข้างน้ามัสหรือจะเป็พ่อ ชายหนุ่มคิดแต่ไม่กล้าพูดอะไร
ศานต์เห็นสองแม่ลูกแล้วน้ำตาคลอก้าวเท้าเข้าไปหาพวกเขาไม่รั้งรอเขามองหน้าทั้งสองให้เต็มตาตัวเองคนเป็พ่อยิ้มพร้อมริมฝีปากสั่นด้วยความดีใจ
“ในที่สุดก็ได้พบกันจากกันหลายปีสบายดีไหมเข็ม”
พอได้ยินเสียงได้เห็นเขาอยู่ตรงหน้าดอกเข็มก็น้ำตาร่วงนางพยักหน้าหลายที “พวกเราสบายดีค่ะ” ปิดปากกลั้นเสียงร้องครั้งหนึ่งจึงพูดกับลูก
“พายสวัสดีพ่อสิลูก”
พระพายมองผู้เป็พ่อจนแทบลืมหายใจแขนของเขารู้สึกหนักจนยกไม่ขึ้น ศานต์เองก็มองพระพายลูกชายโตจนสูงเกือบเท่าเขาแล้วผู้เป็พ่อรู้สึกผิดที่ตลอดมาไม่เคยได้เลี้ยงดูเขาเลย
พระพายประนมมือขึ้นช้าๆ คงกำลังสับสนและใที่พ่อมาปรากฎตรงหน้า ศานต์ไม่รอให้ลูกไหว้เข้าไปสวมกอดทันที
พระพายตัวแข็งทื่อความรู้สึกว่างเปล่าเขาปล่อยให้ศานต์กอดตนเองโดยที่แขนสองข้างยังแนบลำตัวไม่ยกกอดตอบ
“ในที่สุด…ได้เจอกันสักที จนลูกโตป่านนี้พ่อเสียใจจริง ๆ พ่อคิดถึงพายมากนะลูก” ผู้เป็พ่อผละตัวออกมามองหน้าลูกชายพลางลูบแก้มเขาไปด้วย
เขาทั้งร้องไห้ทั้งหัวเราะในคราวเดียวกันยิ่งมองลูกยิ่งรู้สึกรักจึงกอดเขาอีกครั้งหนึ่ง
“ที่ผ่านมาสบายดีไหมลูก”
“ครับ”
ศานต์มองหน้าลูกแล้วยิ้มถึงตอนนี้พระพายจะยังไม่พูดอะไรกับเขาแต่ผู้เป็พ่อเชื่อว่าอีกไม่นานจะดีขึ้น
“หลายปีมานี้ลำบากคุณแล้วนะเข็ม” คนสูงวัยเช็ดน้ำตาที่คลอออกพูดกับอดีตคนรัก
“อย่ายืนคุยกันข้างนอกเลยค่ะให้พระพายกับเข็มไปล้างมือก่อนพวกเราไปนั่งรอข้างใน” เห็นเพื่อนไม่กล้ามองพ่อของลูกมัสยาจึงช่วยหาทางเลี่ยงให้ชั่วคราวศานต์พยักหน้าตามเ้าบ้านเพื่อให้ดอกเข็มกับพระพายตั้งตัว
“พายพาพ่อเข้าไปในบ้านสิลูก” มัสยาบอกเด็กหนุ่ม
พระพายนั่งในห้องนั่งเล่นมองผู้ใหญ่คุยกันด้วยความหวั่นใจชายหนุ่มแอบมองศานต์หลายครั้ง ผู้เป็พ่อก็มองและยิ้มให้เขาเช่นกัน
“คุณจะไม่ไปกับลูกเหรอผมคุยกับตาถ้าคุณไปด้วยจะให้คุณอยู่กับพายตามลำพังจะได้ไม่ลำบากใจ”
“อย่าเลยค่ะเราสองคนอย่าเกี่ยวข้องกันอีกเลยฉันจะไปอยู่กับลูกก็ต่อเมื่อเขามารับฉันไปด้วยตัวเองระหว่างนี้คงต้องฝากคุณช่วยดูแลแทน”
“พูดอะไรอย่างนั้นผมต้องดูแลลูกให้ดีอยู่แล้วไม่ต้องเป็ห่วงนะผมจัดการทุกอย่างหมดแล้วพายไม่เป็ไรหรอก”
พระพายนั่งฟังพ่อกับแม่คุยกันต่ออีกสองวันเขาต้องตามไปอยู่กับพ่อคงคิดถึงแม่มาก
“ได้ยินว่าคุณกับคุณตามีลูกด้วยกันคนนึงเป็ลูกชายด้วย”ดอกเข็มถามเพื่อให้ลูกรับรู้เื่ทางฝั่งพ่อบ้าง
“ใช่เขาหน้าตาเหมือนพายเลยละชอบเล่นบาสเก็ตบอลเหมือนผมด้วยได้ยินว่าพายก็เล่นเหมือนกันใช่ไหมลูก”หันไปถามลูกชายที่นั่งเงียบ
“ครับ” พระพายยิ้มนิดหน่อยตอบไปคำเดียวเขินที่ตนกับพ่อและน้องชายชอบกีฬาชนิดเดียวกัน
“แหมน่าเสียดายนะคะเรากำลังจะสร้างสนามกลอ์ฟใหม่ว่าจะชวนคุณศานต์มาเล่นเปิดงานสักหน่อยแต่คุณชอบเล่นบาสหรอกเหรอคะ”
“กอล์ฟผมพอเล่นได้นะถ้าว่างจะหาโอกาสมาครับพายจะได้กลับมาเยี่ยมแม่ด้วย” พูดจบก็หันไปยิ้มให้ลูกชายคราวนี้คนเป็ลูกยิ้มตอบเขาด้วย
แม้จะรู้สึกว่าตัวเองไม่สนิทกับพ่อแต่พอได้ฟังเขาพูดได้เห็นสีหน้าแววตาพระพายอุ่นใจขึ้นมาบ้างว่าพ่อรักเขาที่ต้องแยกจากกันเพราะความจำเป็ไม่ใช่ไร้เยื่อใย