บทที่20. เ้าสิบสี่เด็กอุ้มไข่
ตลอดการเดินทางที่ยาวนานต้องผ่านเมืองหลายเมือง ต้องใช้เวลากับแต่ละเมืองไม่ต่ำกว่าครึ่งเดือนเพื่อตามสืบข่าวหาคน ทั้งระยะเวลาในการเดินทางระหว่างเมืองต่อเมืองอีก แม้จะยังไม่พบคนแต่ท่านผู้เฒ่าไป๋จับกลิ่นอายภูตสายลมได้เป็บางครั้งบางคราว คาดว่าอีกไม่นานต้องได้พบกันแน่
จิ่วจิวน้อยเองก็ได้เปิดโลกกว้างมากมายขึ้น ได้พบเจอและเห็นเด็กน้อยขอทานและผู้คนยากไร้ตามเมืองต่างๆ แม้จะส่งสารแต่ท่านปู่บอกว่าไม่อาจช่วยเหลือคนทุกคนได้ ได้พบเจอคนทะเลาะกัน ตีกัน คนเห็นแก่ตัวมากมาย ทั้งท่านผู้เฒ่าไป๋ยังพาจิ่วจิวน้อยทำการค้าเล็กๆ น้อยๆ อย่างการค้าขายผักผลไม้ในตลาดสินค้าพลังปราณด้วย แต่ท่านผู้เฒ่าไป๋บอกหลานสาวตัวน้อยว่าให้เอาแต่ของที่มีพลังปราณขั้นต่ำมาขายก็พอแล้วผู้คนจะได้ไม่แตกตื่น
“ผักเ้าค่า ผักๆ ผลไม้ก็อย๊อยอย่อยนะเ้าค้าาา” เสียงเล็กๆน่ารัก สดใสเอ่ยเรียกลูกค้าเลียนแบบพ่อค้าแม่ค้าคนอื่นที่ทำกัน กล่าวเชิญชวนให้มาซื้อผักผลไม้ของตน โดยมีท่านผู้เฒ่าไป๋และท่านพ่อบ้านหวังฉีนั่งอยู่ข้างๆ ทั้งสองคาดผ้าปิดหน้าไว้ครึ่งหนึ่งและสวมหมวกฟางสานกันแดดด้วย ซึ่งก็มีพ่อค้าหลายๆ คนที่ทำเช่นนี้กันจึงไม่ได้ถูกมองว่าแปลกแต่อย่างใด
เ้าตัวน้อยขายผักไปโดยมีผู้ใหญ่ทั้งสองคอยช่วยเหลือคิดเงินให้ตลอด เมื่อขายจนพอใจแล้วจึงเดินกลับไปที่รถม้า ที่ตอนนี้จอดทิ้งไว้ที่รับฝากแต่ขณะเดินไปนั้น ดวงตากลมโตเหลือบเห็นร้านขายของร้านหนึ่งที่ดูธรรมดาแต่มีคนเดินเข้าเดินออกอยู่ตลอดเวลา ขาสั้นๆหยุดชะงักยืนมองอยู่เช่นนั้นจนผู้เฒ่าไป๋และพ่อบ้านหวังฉีต้องหยุดเดินไปด้วย
“มีอันใดหรือเ้าสิบสี่”
“ฉิบฉี่หยักเข้าไปในนั้นเ้าค่ะ” เอ่ยปากบอกเมื่อท่านปู่ถาม สายตาไม่ละไปจากร้านตรงหน้าเลยสักเสี้ยวเวลาเดียว
“หืม ร้านของวิเศษและสัตว์อสูรหรือ” ท่านผู้เฒ่าไป๋อ่านป้ายชื่อร้านที่ถูกติดอยู่ด้านหน้าอย่างนึกสนใจขึ้นมาเช่นกัน
“น่าจะเป็ร้านที่ขายอาวุธปราณและสัตว์อสูรนะขอรับ เคยได้ยินว่าชาวยุทธและผู้ฝึกปราณมักชื่นชอบเข้าไปซื้อหาของในร้านเช่นนี้นะขอรับ”
“อืม ข้าก็เคยได้ยินเื่ร้านค้าเช่นนี้มาบ้างเหมือนกัน เช่นนั้นก็ลองเข้าไปดูกันเถิด ไปกันเ้าสิบสี่”
“เ้าค่า ฮิ ฮิ” จิ่วจิวน้อยดีใจมากจนะโดึ๋งๆ เลยทีเดียว
เมื่อเดินเข้ามาด้านในแบ่งพื้นที่ขายของเป็ชั้นๆ ชั้นแรกขายอาวุธวิเศษมากมายหลายชนิด มีทั้งระดับต่ำไปจนระดับสูง ทั้งดาบ กระบี่ มีดสั้น ขวาน พัด เข็มเงิน เครื่องดนตรีเครื่องประดับหรือแม้แต่ถุงมิติ กำไลหรือแหวนมิติก็มี มีสิ่งของมากมายให้เลือกสรรซื้อหากันมากมาย แต่ราคาไม่เบาเลยทีเดียวดังนั้นจะซื้อได้ก็ต้องมีเงินตำลึงหนักๆในกระเป๋าด้วยเช่นกัน
“ข้างบนเ้าค่ะ ฉิบฉี่หยักขึ้นไป” เ้าตัวน้อยหันซ้ายหันขวากวาดตามองจนทั่ว ก่อนจะกระตุกมือท่านปู่ที่จูงมือน้อยอยู่และชี้นิ้วน้อยๆ ขึ้นไป้า
“ได้ๆ”
ทั้งสามเดินขึ้นไปที่ชั้นสอง เมื่อขึ้นมาแล้วจึงเห็นว่าข้างบนเป็ผลึกหินธาตุแต่ละธาตุวางขายอยู่นั้นเอง ท่านผู้เฒ่าไป๋เกิดสนใจขึ้นมาจึงคิดจะซื้อติดไว้บ้าง จึงได้ผลึกหินธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ สี่ธาตุพื้นฐานมาอย่างละ10ก้อน แต่ธาตุพิเศษนั้นไม่มี หาก้าต้องรอการประมูลหินธาตุซึ่งจะมีขึ้นในเดือนหน้า พวกเขาไม่อาจอยู่รอนานได้ถึงเพียงนั้นจำเป็ต้องรีบออกเดินทางต่อจึงต้องยอมตัดใจ
“ข้างบนอีกเ้าค่ะท่านปู่ ฉิบฉี่หยักไปข้างบนอีก” และก็เป็เช่นก่อนหน้านี้ที่เ้าตัวน้อยชี้นิ้วสั้นป้อมขึ้นไป้าอีก
“หืม มีข้างบนอีกหรือ ท่านผู้เฒ่าไป๋เข้าใจว่ามีเพียงสองชั้นเท่านั้นที่เปิดขายสินค้า เมื่อหลานสาวบอกว่าอยากขึ้นไปอีกจึงมองหาบันไดทางขึ้นซึ่งก็พบว่ามีจริงๆ และตรงทางขึ้นก็ยังมีคนของทางร้านเฝ้าไว้ด้วย ทั้งสามจึงเดินเข้าไปเพื่อสอบถาม
“ข้างบนสามารถขึ้นไปได้หรือไม่”
“ขึ้นไปได้ขอรับ เพียงแต่ว่าข้างบนขายไข่ดังนั้นจึงต้องมีคนงานคอยแจ้งลูกค้าที่จะขึ้นไปให้ระวังให้มากขอรับ หากนายท่านสนใจไข่ใบใดก็แจ้งคนงาน้าให้หยิบให้ได้เลยนะขอรับ”
“โฮ้วว!! ไข่ๆๆ ฉิบฉี่หยักไปดูไข่เ้าค่ะท่านปู่”
“ได้ ๆ ไปกันเถิด ขึ้นไปก็คงรู้เองว่าคือสิ่งใด”
“เชิญขอรับ” คนงานผ่านมือเชิญลูกค้าขึ้นไป จากนั้นก็มีลูกค้าที่สนใจขึ้นไปด้วยอีกหลายคน
ทั้งสามเดินขึ้นมาข้างบนมีลูกค้าน้อยกว่าสองชั้นแรกมาก ้านี้เต็มไปด้วยไข่ขนาดมากมายั้แ่ขนาดเท่าไข่ไก่ เท่าผลผิงกั่ว(แอปเปิล) ใหญ่สุดก็มีขนาดเท่าลูกเยจื่อ(มะพร้าว)
คนงานที่ดูแลชั้นนี้มีอยู่หลายคนทีเดียว คนงานบอกล่าวว่านี่คือไข่ของสัตว์อสูริญญา หากซื้อไปต้องเลี้ยงดูไปเรื่อย ๆ จนมันฟักออกมา ซึ่งไม่อาจทราบก่อนได้ว่าข้างในนั้นคือสัตว์อสูรชนิดใด และจะมีพลังปราณิญญาหรือพลังธาตุหรือไม่ก็ต้องคอยดูเองยามเมื่อพวกมันฟักออกมา บางคนโชคดีก็ได้สัตว์อสูริญญาที่มีพลังมากมายมีทั้งพยัคฆ์ขาว วิหคปักษา อาชาเพลิงคราม อสรพิษสีเงินแล้วแต่โชคของผู้ซื้อไป สัตว์อสูรบางตัวที่ฟักออกมามีพลังปราณธาตุที่หายยากอย่างพวกธาตุสายฟ้า ธาตุแสง
แต่บางคนโชคไม่ดีนักก็ได้เพียงสัตว์อสูรธรรมดาๆ ที่ไม่มีพลังอันใดเลยสักนิดทั้งที่เสียเวลาดูแลรอพวกมันฟักออกมาเสียเนิ่นนาน เสียทั้งเงินเสียทั้งเวลาพอไม่ได้สัตว์อสูรดั่งใจหวัง คนที่โเี้ก็จะฆ่าพวกมันทิ้งไม่ก็เอาไปปล่อยในป่าให้มีชีวิตในป่าตามธรรมชาติของมันเอง จิ่วจิวน้อยฟังที่คนงานอธิบายอย่างตั้งใจมาก
“อืม ต้องเสี่ยงดวงและโชควาสนาเอาสินะ”
“ฉิบฉี่หยักดูเ้าค่ะ” ดวงหน้ากลมขาวเงยขึ้นมองท่านปู่กะพริบตาปริบๆอย่าง อ้อนๆจนขนตายาวงอนงามกระทบผิวเนื้องขอบตาด้านล่างดูน่ารักยิ่งนัก
“ได้ ไปเดินดูกัน”
ทั้งสามเดินดูด้วยกันจนทั่ว ไข่สัตว์อสูรมีเปลือกหลายสี และมีหลายขนาดปะปนกันบนชั้นวาง บางคนก็ถึงกับมีเื่มีราวกันเพราะดันหมายตาไข่สุตว์อสูรใบเดียวกัน จนต้องจัดการประมูลราคากันตรงนั้นเพื่อแย่งชิงไข่สัตว์อสูรกันดังเช่นเหตุการณ์ตรงหน้าที่กำลังเกิดนี่นั้นเอง
“หลงจู๊ข้า้าไข่สัตว์อสูรเปลือกสีทองใบนี้” บุรุษชุดสีน้ำเงินดูท่าทางราวคุณชายเอ่ยขึ้นอย่างเอาแต่ใจ ดูจากการแต่งกายและมีคนติดตามแล้วอาจจะเป็บุตรหลานของตระกูลขุนนางยศสูงก็เป็ได้
“ข้าเองก็้าเช่นกันและต้องเป็ของข้าเท่านั้น” บุรุษชุดสี่ดำอีกคนที่หมายตาเช่นกันเอ่ยขึ้นดูท่าทางคงเป็จอมยุทธที่เดินทางท่องยุทธภพเป็แน่
“ใครจะได้ไปเดี๋ยวก็ได้รู้กัน”
“เช่นนั้นก็ประมูลกันเถิด”
“ได้”
บุรุษทั้งสองแข่งกันเสนอราคาไม่หยุดจนกระทั่งบุรุษชุดสีน้ำเงินที่ดูท่าทางเป็คุณชายจากตระกูลขุนนางได้ไปในราคา5,900ตำลึงทอง
“โฮ้วว!! แปงมาเยยเ้าค่ะท่านปู่วว”
“คงเพราะเป็ไข่ที่มีเปลือกสีทองคนคิดว่ามีโอกาสได้สัตว์อสูรระดับสูง จึงถูกแย่งกันและมีราคาสูง” ท่านผู้เฒ่าไป๋อธิบายให้หลานสาวฟัง
“เ้าค่ะ” จิ่วจิวน้อยรับคำจากนั้นก็ไม่ได้สนใจคนอื่นอีก นางจูงมือท่านปู่เดินไปเรื่อย ๆ จนทั่วชั้นสามและมาหยุดอยู่ที่มุมหนึ่งของชั้น ที่ตรงนี้มีไข่สัตว์อสูรกองรวมๆ กันอยู่ในกระบะไม้ไผ่ดูไม่เป็ระเบียบนัก
“พื้นที่ตรงนี้ดูไม่ค่อยได้รับความใส่ใจเลยนะขอรับนายท่าน” ท่านพ่อบ้านหวังฉีเอ่ยขึ้น
“นั้นสิ”
“ขออภัยขอรับนายท่าน ไม่ทราบว่าสนใจไข่เสียพวกนี้หรือขอรับ” คนงานที่ดูแลประจำชั้นเข้ามาพูดคุยเมื่อเห็นว่ามีลูกค้าหยุดยืนมองไข่เสียที่กองรวมกันอยู่
“ไข่เสียหรือ” ท่านผู้เฒ่าไป๋ทวนคำ
“ขอรับไข่พวกนี้มีอายุยาวนานมากแล้วแต่ไม่ยอมฟักออกมา และไม่มีลูกค้าสนใจซื้อขอรับ กองนี้ก็อยู่ที่นี่มาหลายปีแล้วขอรับ หลงจู๊จึงให้คนคัดแยกออกมารวมกันไว้ตรงนี้เพื่อรอการขนย้ายไปทิ้งในป่าน่ะขอรับ”
“เช่นนั้นหรือ”
“ฉิบฉี่หยักได้เ้าค่ะ” จิ่วจิวน้อยเอ่ยปากบอกท่านปู่ ดวงตากลมโตแวววาวเป็ประกายระยิบระยับยามจ้องมองไปที่ไข่ใบหนึ่งที่นางรู้สึกชอบมันมากๆ
“เ้าสิบสี่อยากได้ไข่สัตว์อสูรพวกนี้หรือ หากอยากได้จริงๆ ไปดูไข่ดีๆ ตรงโน้นดีหรือไม่”
“หยักได้เ้าค่ะ ฉิบฉี่ชอบอยากได้ที่อยู่ตรงนี้” ดวงตากลมโตจ้องมองไข่ใบใหญ่เท่าผลเยจื่อ(มะพร้าว) ที่มีเปลือกสีดำปิ๊ดปี๋ซึ่งเป็ไข่ที่อัปลักษณ์ที่สุดในบรรดาไข่ที่กองอยู่ตรงนี้แล้ว
“หากคุณหนูน้อยสนใจจริงๆ ทางเรายินดีขายให้ราคาไม่แพงนะขอรับ” เสียงคนงานเอ่ยขึ้น
“เช่นนั้นเ้าสิบสี่ชอบไข่ใบใดเล่า” ท่านผู้เฒ่าไป๋เอ่ยถามขึ้นมาเมื่อเห็นว่าหลานสาวดูอยากได้ไข่ในกองนี้จริงๆและไม่มีทีท่าจะเหลือบแลไข่สัตว์อสูรตรงอื่นเลย
“ฉีดำๆ อันนั้นเ้าค่ะ” นิ้วสั้นๆ ชี้ไปที่ไข่สัตว์อสูรที่หมายตาไว้ทันที มันฟองใหญ่ที่สุดและมีสีอัปลักษณ์ที่สุดในกองนี่เลยทีเดียว
“ใบนั้นรึ”
“เ้าค่ะ” พยักหน้าหงึกหยักเพื่อยืนยัน
“หากเป็ใบนั้นราคา50ตำลึงทองขอรับนายท่าน” คนงานชายเอ่ยบอกราคา นี่คือราคาที่ถูกที่สุดแล้ว ปกติไข่สัตว์อสูรที่ร้านเริ่มต้นที่ราคา300ตำลึงทองขึ้นไป
“เช่นนั้นก็เอามาให้หลานสาวข้าเถิด”
“ได้ขอรับ” รับคำพร้อมเข้าไปอุ้มไข่ใบใหญ่สีดำนั้นออกมาให้ทันที
สองมือน้อยของจิ่วจิวแบออกรอรับไข่มาอุ้มไว้ในอ้อมแขนเอง
“หนักหรือไม่ ให้ปู่ถือให้ก่อนดีหรือไม่เล่า” ท่านผู้เฒ่าไป๋ย่อกายลงถามหลานสาวอย่างเอ็นดู ดูท่าจะชอบมากจริงๆ เ้าสิบสี่ยิ้มหวานให้ไม่หยุดเลยทีเดียว
“ไม่หนักเยยเ้าค่ะ เบ๊าเบา” ตอบพร้อมก้มลงเอาแก้มกลมๆแนบแปะกับไข่ในอ้อมแขนแล้วถูไถแก้มไปมาอย่างชอบใจมาก
“เอาล่ะเช่นนั้นไปจ่ายเงินค่าของทั้งหมดกันเถิด”
“เ้าค่า ฮิ ฮิ”
เ้าสิบสี่ตัวน้อยอุ้มไข่อัปลักษณ์สีดำเดินออกจากร้าน ท่ามกลางสายตาของผู้คนที่มองดูและยิ้มอย่างเอ็นดู บางคนก็มองอย่างนึกสงสารคิดว่าเด็กน้อยคงเลือกไข่อสูรไปเลี้ยงแต่ก็ไม่รู้ว่าจะได้สัตว์อสูรชนิดใดออกมา แต่ทุกคนที่เห็นสภาพไข่ใบนั้นต่างก็คิดไปในทิศทางเดียวกันว่าไข่อัปลักษณ์ถึงเพียงนั้น คงไม่ใช่ไข่ของสัตว์อสูรชั้นสูงหรือมีพลังปราณอันใดหรอก อาจจะฟักออกมาเป็ปลาไม่ก็ไก่ก็เป็ได้ เพราะส่วนใหญ่คนที่ซื้อไข่สัตว์อสูรไปนั้น น้อยคนนักที่จะดวงดีได้สัตว์อสูรระดับสูงมา...
*** แจ้งค่ะตอนหน้าจะเริ่มมีการกำลังใจนะคะ และจะมีการติดย้อนหลังั้แ่ตอนที่15ค่ะ