บทที่ 20
กามเทพฝึกหัดที่ได้ยินสิ่งที่บุคคลซึ่งเป็นเป้าหมายภารกิจของเขากล่าวออกมา ก็ถึงกับอ้าปากค้างตกตะลึงไปอีกครั้ง เขาไม่คิดเลยว่าการมานอนเข้าเฝือกในโรงพยาบาลแบบนี้มันจะเป็นการจัดฉากด้วยซ้ำ“หมอที่นี่มันไม่มีจรรยาบรรณเลยหรือไงฟะ ถึงให้คนปกติมาทำเรื่องแบบนี้ง่ายๆ” กรอดไม่ได้ที่จะบ่นออกมากับเรื่องราวน่าปวดหัวของคนป่วยตรงหน้า ส่วนเพื่อนของไกรที่ได้ยินคำพูดของเพื่อนแล้วก็ลำบากใจจนต้องบ่นออกมาเช่นกัน“ไอ้ไกร ถ้าแกไม่แขนหักขาหัก แล้วก็หัวแตกจริงๆแบบนี้ฉันก็คงโกหกไม่ไหวหรอกนะ เฮ้อ! สงสารก็แต่จินนี่ที่โดนหลอกซะได้ แกนี่มันเลวจริงๆ อ้อ! แล้วฉันก็คงต้องคอยกันยัยจินนี่ไม่ให้เจอหมอ ไม่งั้นความแตกอีก แล้วไหนล่ะยัยดา แกเจ็บขนาดนี้ยังไม่มาเยี่ยมอีกเหรอ?”“ดาไม่รู้เรื่องนี้ ฉันไม่ได้บอกเธอ ไม่อย่างนั้นถ้าดามาที่นี่อาจเจอกับจินนี่ได้ ฉันไม่อยากให้เรื่องบานปลาย” วุฒิไกรอธิบายให้เพื่อนเข้าใจ“เอ้า! อย่างนี้ที่แกขับรถตามเธอออกไปไม่เจ็บตัวฟรีเหรอวะ? โทรหาดาเดี๋ยวนี้เลยนะ! ไม่สิ! เดี๋ยวฉันโทรเอง เอาเป็นว่าฉันจะบอกว่าแกโคม่าเหมือนที่บอกกับจินนี่เลยแล้วกัน ถ้าดายังมีใจให้แกจริง เธอจะต้องเห็นใจ และมาดูแลแกแน่นอน และจังหวะนั้นแกก็ต้องสานสัมพันธ์กับดาให้ได้”“เฮ้ย! ไอ้นี่ฉันบอกแล้วไงว่าไม่อยากให้ดามาเจอกับจินนี่ แล้วแกจะให้เขามาเห็นฉันในสภาพนี้อีกเหรอ?” ชายหนุ่มประท้วงเพื่อนอย่างร้อนใจ“เอาตามนี้แหละ เรียกคะแนนความสงสารได้สุดๆ ไหนๆเขาก็อยากเจอแกแล้วด้วย เดี๋ยวยิ่งบอกว่าแกรถล้มตอนขับตามรถเธอไปนะ โอ้โห! รับรองดาต้องรู้สึกผิดจนต้องมาขอดูแลแกไปตลอดชีวิตเลยคอยดูสิวะ” เพื่อนผู้หวังดีวางแผนการชุดใหญ่ให้ไกรทันที“ไอ้เวรนี่! ถ้าสองคนนั้นเจอกันขึ้นมากูไม่ต้องหมดโอกาสคืนดีกับดาเหรอวะ?” ไกรแย้งความคิดของเพื่อนเจ้าแผนการ“ฉันรู้ว่าเสี่ยง แต่คงต้องขอลองซะหน่อยล่ะ ไหนๆก็เจ็บตัวแล้วจะได้ไม่เจ็บฟรี ใช้เวลาพักผ่อนจีบสาวให้คุ้มค่าแล้วกันไอ้ไกร ส่วนด้านจินนี่ถ้าแกยืนยันว่าไม่คิดอะไรกับเธอจริงๆ เดี๋ยวฉันจะช่วยกันท่าไว้ให้แล้วกัน” ตอนนี้เพื่อนที่เคยลำบากใจกับแผนการโกหกของวุฒิไกร กลับกลายเป็นผู้สนับสนุนแผนการเจ็บตัวพิชิตใจสาวไปเสียแล้ว จนทำให้คนที่นอนป่วยถึงกับขนลุกกับรอยยิ้มมีเลศนัยนั้น กามเทพหนุ่มที่ได้ยินเรื่องราวทั้งหมดก็ยิ้มออกมาเช่นกัน แม้ว่าวุฒิไกรจะประสบอุบัติเหตุจริงๆแต่ก็ไม่ถึงกับพิการ แถมแผนการของสองชายหนุ่มตรงหน้าก็มีโอกาสที่จะเรียกคะแนนความเห็นใจจากวิภาดา และเพิ่มโอกาสที่หนุ่มสาวทั้งคู่จะได้พบกันมากขึ้นอีกด้วย ซึ่งดีต่อเควสของเขาอย่างยิ่ง‘มีคนมาช่วยอย่างนี้ฉันก็สบายขึ้นเยอะ อย่างน้อยก็มีคนออกหน้าแล้ว ส่วนฉันก็คอยช่วยอยู่เบื้องหลังอีกทีก็เข้าท่าอยู่นะ จะได้ไม่ต้องไปยุ่งกับวิถีชีวิตปกติของพวกเขามากเกินไป’ เมื่อกรสบายใจกับเรื่องของวุฒิไกรแล้วที่มีคนคอยช่วยเหลือ เขาก็คิดว่าต่อไปทางวิภาดาคงจะไม่เป็นปัญหาที่จะเข้าหาชายหนุ่ม อย่างน้อยก็ใช้ข้ออ้างที่ว่ามาเยี่ยมคนป่วยก็สามารถพบกันได้ แถมชายหนุ่มยังอยู่ที่โรงพยาบาลนี้อีกนาน จึงไม่ใช่เรื่องยากที่หญิงสาวจะมาพบได้ทุกวัน แต่แน่นอนว่าสำหรับหนุ่มสาวทั้งสองย่อมมีอุปสรรคใหญ่ขวางกั้น คนแรกก็คือจินนี่ที่หลงรักชายหนุ่มหัวปักหัวปำ แม้จะถูกหลอกว่าจะต้องพิการไปตลอดชีวิตก็ไม่อาจทำให้เธอถอนตัวไปง่ายๆแน่ ส่วนทางด้านวิภาดาก็มีมหาเศรษฐีหนุ่มอย่างเอ็ดดี้ คอยตามติดตลอดเวลานั่นก็เป็นปัญหากับเธอไม่น้อย กามเทพหนุ่มจึงเลือกตัดไฟเสียแต่ต้นลม หากเขาเพิ่มโอกาสการพบกันของวุฒิไกร และวิภาดาได้ไม่มาก เขาก็ขอเลือกอีกหนทางหนึ่งที่โหดร้ายกว่า และไม่ค่อยเหมาะสมกับกามเทพสักเท่าไร‘ฉันก็คงต้องสร้างเรื่องถ่วงเวลาให้กับจินนี่ และเอ็ดดี้แทนสินะ อืม...ในเมื่อจินนี่ถูกทางนี้หลอกไปแล้วรอบหนึ่งก็คงช่วยถ่วงเวลาได้เยอะ ถ้าอย่างนั้นฉันไปจัดการเจ้าเอ็ดดี้ดีกว่า ยิ่งมันเข้าใกล้วิภาดามากเท่าไรโอกาสที่เธอจะเข้าหาวุฒิไกรก็น้อยไปเท่านั้น แถมเจ้านั่นยังมีเรื่องให้แฉอยู่แล้ว อิอิ’ กรคิดแผนการบางอย่างขึ้นมาในใจ พร้อมกับหยิบบัตรประจำตัวขึ้นมาแล้วกดปุ่มวาร์ปทันที อีกทางด้านหนึ่ง ชายหาดส่วนตัวริมทะเลอันสวยงาม หญิงสาวสวยเซ็กซี่ในชุดว่ายน้ำทูพีชสีแดงแสนเย้ายวน กำลังเดินอวดโฉมเร่าร้อนไปยังเก้าอี้ชายหาดคู่หนึ่งภายใต้ร่มใบใหญ่ ที่มีชายหนุ่มหน้าตี๋กล้ามแน่นผู้สวมแว่นตากันแดดราคาแพงกำลังจิบค็อกเทลพร้อมกับมองเธอไปด้วย“วันนี้เธอดูสดชื่นจังเลยนะเจน” ชายหนุ่มซึ่งก็คือเอ็ดดี้กล่าวกับหญิงสาวในชุดว่ายน้ำสีแดงด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม“แหม...ก็เมื่อคืนเจนเหนื่อยนี่คะก็เลยหลับเร็ว ถือว่าเป็นเรื่องดีเหมือนกันนะที่เมื่อวานคุณทำให้เจนเหนื่อยจนต้องนอนเร็ว เมื่อเช้าตอนคุณมารับเจนที่คอนโดฯกะทันหันก็เลยเตรียมตัวได้ทัน ตอนนี้ก็เลยยังสดชื่นอยู่นี่ไงคะ แต่เจนก็ไม่คิดเลยนะคะว่าคุณเอ็ดดี้จะเปลี่ยนใจมาพาเจนเที่ยวแทนจะไปหาท่านประธาน” หญิงสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงหวานใสน่าฟัง แม้ว่าเรื่องที่พูดออกมาจะเป็นการกล่าวเรื่องลับที่รู้กันเพียงสองคน“เหมือนว่าทางนั้นเขาจะมีธุระด่วนน่ะ แต่มันจะเป็นเรื่องอะไรไปได้นอกจากงานมูลนิธิหมาแมวที่ให้เด็กไม่มีความรู้ไปทำ จนดาต้องเข้าไปจัดการเองอยู่ตลอด ทั้งที่จ้างมืออาชีพเข้าไปดูแลก็สิ้นเรื่อง เฮ้อ! หาเรื่องใส่ตัวไม่รู้จักหาเวลาพักผ่อนบ้างเลย” เอ็ดดี้บ่นออกมาถึงหญิงสาวที่ทุ่มเทให้กับสัตว์จรจัดมากกว่าคนใกล้ตัว“แหมๆๆ คุณนี่ก็ไม่เข้าใจพวกทาสหมาทาสแมวเอาเสียเลย ท่านประธานเป็นคนรักสัตว์มากก็เป็นเรื่องปกตินั่นแหละค่ะที่เธอจะสนใจพวกมันขนาดนั้น คุณก็อย่าถือสาเธอเลยคิดว่าเป็นเรื่องปกติของเธอไปเถอะ” เจนขยับตัว และใบหน้าเข้าแนบชิดกับเอ็ดดี้พร้อมกับลูบไล้กล้ามท้องของชายหนุ่มไปด้วย“แต่ไม่ว่ายังไงก็มีเธอคนเดียวนะที่เข้าใจ และตามใจฉันทุกอย่าง หากที่เมืองไทยไม่มีเธออยู่ฉันคงจะกลับฮ่องกงไปดีกว่า” เอ็ดดี้ลูบไล้ และซุกไซ้ร่างกายฝ่ายหญิงพร้อมกล่าวถ้อยคำหวานหู“ปากหวานจังเลยนะคะคุณเอ็ดดี้ ไม่ใช่ว่าคุณอยู่ที่นี่เพื่อจีบท่านประธานไม่ใช่รึไง?” เจนที่ยังไม่หยุดมือแถมยังคลำไปทั่วตัวชายหนุ่มกล่าวความจริงที่น่าเจ็บช้ำพร้อมกับรอยยิ้มรื่นรมย์“ไม่เอาน่า นี่ไม่ใช่เวลาพูดถึงคนอื่น ตอนนี้มีแค่เราสองคนเท่านั้น” เอ็ดดี้ไม่รอช้า เขาเอื้อมแขนเข้าไปโอบเอวบางของเจนจนแทบจะทับตัวของอีกฝ่ายอยู่แล้ว หากที่นี่ไม่ได้อยู่กลางแจ้งเขาคงจะทำอะไรมากกว่านี้เป็นแน่ นี่เป็นอีกครั้งที่กามเทพหนุ่มที่แอบอยู่หลังพุ่มไม้ ต้องมาเห็นฉากเลิฟซีนของตัวร้ายทั้งสองคน แต่มันก็ไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับเขาแม้แต่น้อย และดูเหมือนว่ากรจะชอบดูอะไรแบบนี้เสียด้วยซ้ำ“ไหนๆที่นี่ก็เป็นชายหาดส่วนตัวอยู่แล้ว จะทำอะไรก็ให้มันสุดๆไปเลยซี้ แถวนี้ไม่มีใครแอบดูสักหน่อย(เหรอ?) ขนาดบอดี้การ์ดของแกยังอยู่ห่างไปตั้งไกล” แต่ในขณะที่กามเทพฝึกหัดที่ชอบสอดรู้สอดเห็นกำลังลุ้นกับชายหญิงตรงหน้า....“กริ๊ง! กริ๊ง! กริ๊ง!” เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นมาขัดจังหวะเข้าด้ายเข้าเข็มของพวกเขาเสียก่อน