ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 92 คนทั้งหลายมอบดอกไม้

            หลายวันให้หลัง ในที่สุดก็ถึงวันที่สิบห้าเดือนเก้า วันเกิดของเฉียวรุ่ยนั่นเอง

            ทุกอย่างเหมือนปกติ เฉียวรุ่ยเลิกเรียนก็เดินออกจากวิทยาลัยยุทธ์พร้อมกับหลิ่วอู่ หนึ่งหน้าหนึ่งหลังมุ่งไปวิทยาลัยยันต์เพื่อรอหลิ่วเทียนฉีกับพวกหลิ่วซือไปโรงอาหารพร้อมกัน

            ทว่า ระหว่างทางที่เดินอยู่ เฉียวรุ่ยกลับถูกต่งเฟิงกับศิษย์พี่ศิษย์น้องหญิงยี่สิบกว่าคนจากวิทยาลัยโอสถเข้ามาขวาง

            “ต่งเฟิง เจ้ามาหาข้าหรือ?” เฉียวรุ่ยเห็นว่าเป็นต่งเฟิงก็กะพริบตาปริบๆ ชำเลืองมองอีกฝ่ายอย่างสงสัย

            “ฮ่าๆๆ พวกเรามาช่วยเทียนฉีมอบดอกไม้น่ะ เฉียวรุ่ย สุขสันต์วันเกิดนะ!” ต่งเฟิงพูดพลางส่งดอกคีรีแดงของตนให้เป็นคนแรก

            ได้ยินคำพูด เฉียวรุ่ยพลันนิ่งอึ้ง อันที่จริง เมื่อเช้าตอนตื่นนอน เขาแอบลอบส่งสัญญาณให้เทียนฉี บอกว่าวันนี้อยากกินไข่ต้ม1 แต่คล้ายว่าเทียนฉีในตอนนั้นไม่ได้ฉุกคิดว่าวันนี้เป็นวันเกิดของเขา ยังมาบอกว่าอยากกินอะไรก็ให้ไปซื้ออันนั้นอีก เมื่อเช้าเขาจึงรู้สึกผิดหวังอยู่นิดๆ คิดว่าเทียนฉีจำวันเกิดของตนไม่ได้แล้วเสียอีก?

            คาดไม่ถึง เทียนฉีถึงกับตามต่งเฟิงมาช่วยมอบดอกไม้ให้เชียว

            “อา ขอบใจ ขอบใจนะ!” เฉียวรุ่ยยิ้มพลางยื่นมือไปรับดอกไม้

            “ศิษย์น้องเฉียว ขอให้เจ้ารูปงามยิ่ง ยาวนานกว่าบุปผางาม!”

            “ศิษย์น้องเฉียว ขอให้เจ้าผนึกดวงปราณในเร็ววัน กลายเป็นยอดฝีมือระดับดวงปราณ!”

            “ศิษย์น้องเฉียว ขอให้เจ้าปราบทั่วใต้หล้าไร้คู่ต่อกร กลายเป็นผู้แข็งแกร่งอันดับหนึ่งของวิทยาลัยยุทธ์!”

            “ศิษย์น้องเฉียว ขอให้เจ้ามีความสุขในวันเกิด!”

            “...”

            หลังต่งเฟิงมอบดอกไม้ ศิษย์พี่หญิง ศิษย์น้องหญิง ศิษย์พี่ชาย ศิษย์น้องชายคนอื่นก็พากันถือดอกคีรีแดงของตนเอง เอ่ยถ้อยคำมงคลแล้วพากันมอบดอกไม้ถึงมือเขา

            “ขอบคุณ ขอบคุณศิษย์พี่ ขอบคุณศิษย์น้องมาก!” เฉียวรุ่ยรับดอกไม้ที่ผู้คนมอบให้ บอกขอบคุณทีละคน

            “ประสาทจริงเชียว!” หลิ่วอู่หันมามองเฉียวรุ่ยที่ถูกผู้คนจากวิทยาลัยโอสถรุมล้อมมอบดอกไม้อยู่ จึงเบ้ปากอย่างสะอิดสะเอียน หมุนตัวเดินจากไป

            ในใจคิด ‘หลิ่วเทียนฉีประสาทนัก แค่วันเกิดอายุยี่สิบปีมิใช่หรือ? ถึงกับหาคนกลุ่มใหญ่มามอบดอกไม้ให้ ประสาทไม่เบาเสียจริง!’

            เพราะระหว่างทางเดินไปอย่างเชื่องช้าอยู่พักหนึ่ง พอเฉียวรุ่ยอุ้มดอกคีรีแดงช่อใหญ่มาถึงวิทยาลัยยันต์ ฝั่งนี้ก็เลิกชั้นเรียนพอดี

            “เทียนฉี!” เฉียวรุ่ยเห็นคนรักเดินออกมาก็ยิ้ม รีบเดินเข้าไปหา

            “สุขสันต์วันเกิด!” หลิ่วเทียนฉีพูดพลางมอบดอกคีรีแดงดอกหนึ่งให้

            “เทียนฉี!” เห็นคนรักส่งดอกไม้มา มุมปากของเฉียวรุ่ยคลี่รอยยิ้มอย่างมีความสุขพลางยื่นมือออกไปรับ

            “ขอให้ศิษย์น้องเฉียวมีความสุขในวันเกิด คิดสิ่งใดขอให้สมปรารถนา!”

            “ขอให้ทุกปี ศิษย์น้องเฉียวมีความสุขดั่งวันนี้และโชคดีเช่นวันนี้นะ”

            “ขอให้ศิษย์น้องเฉียวกับศิษย์น้องหลิ่วรักกันตลอดไป!”

            “ขอให้ศิษย์น้องเฉียวผนึกดวงปราณในเร็ววัน เป็นยอดฝีมือระดับดวงปราณ!”

            “...”

            หลังหลิ่วเทียนฉีมอบดอกไม้ให้ คนอื่นๆ ในวิทยาลัยยันต์ก็พากันมอบดอกไม้ด้วย ชั่วขณะหนึ่ง ทั้งสองคนถูกผู้คนรุมล้อมหน้าหลัง

            “นี่ ทำอะไรกันหรือ?” หลิ่วซือเห็นผู้คนมากมายเช่นนี้ ล้อมวงเอะอะโวยวายก็เอ่ยถามอย่างสงสัย

            “ทำอะไร? จะทำอะไรได้เล่า? หลิ่วเทียนฉีคงสมองพังไปแล้ว หาคนกลุ่มใหญ่มามอบดอกไม้ให้เฉียวรุ่ย ฉลองวันเกิดอายุยี่สิบปีของเขา ก็แค่วันเกิดอายุยี่สิบปีไม่ใช่หรือไง? ต้องทำถึงขั้นนี้ไหม?” หลิ่วอู่พูดด้วยอารมณ์โกรธที่คับแน่นในอก

            คิดถึงวันเกิดอายุครบยี่สิบปีของตน ท่านพ่อ ท่านแม่ พี่สาว น้องเล็ก ทุกคนต่างมอบของขวัญ ล้อมวงรับประทานอาหารด้วยกันอย่างเงียบสงบจนมื้อหนึ่งผ่านไป แต่เฉียวรุ่ยกลับได้ฉลองวันเกิด หลิ่วเทียนฉีถึงกับหาคนมากมายเช่นนี้มามอบดอกไม้ฉลองวันเกิดให้อีก

            เห็นเฉียวรุ่ยถูกผู้คนห้อมล้อมอยู่ตรงกลางประหนึ่งหมู่ดาวล้อมเดือน หลิ่วอู่มองอย่างไรก็รู้สึกขัดตาและสะอิดสะเอียนที่สุด

            “ฮ่าๆๆ ดูท่าน้องเจ็ดจะเอาใจเสี่ยวรุ่ยยิ่งนัก!” เห็นเฉียวรุ่ยถูกรุมล้อมอยู่ท่ามกลางฝูงชน ยิ้มมีความสุขเช่นนั้น หลิ่วซือยิ้มเล็กน้อยก่อนเอ่ย

            “นั่นสิ!” หลิ่วซานพยักหน้าเห็นด้วย

            แต่ไม่รู้เพราะเหตุใด เมื่อนางเห็นเฉียวรุ่ยมีความสุข เจิดจรัสอยู่ข้างกายหลิ่วเทียนฉีเช่นนี้ นางกลับรู้สึกขัดตาเป็นอย่างยิ่ง

            เมื่อผ่านการมอบดอกไม้รอบที่สอง หลิ่วเทียนฉีกับเฉียวรุ่ยจูงมือกันไปที่โรงอาหาร

            “ทำไม ทำไมหาศิษย์พี่ศิษย์น้องชายหญิงมากปานนั้นมามอบดอกไม้ให้ข้าเล่า?” เฉียวรุ่ยผินหน้ามองคนรัก เอ่ยถามอย่างสงสัย

            “เพราะข้าหวังให้เสี่ยวรุ่ยของข้า ได้รับการอวยพรจากคนมากมายอย่างไงล่ะ”

            เฉียวรุ่ยเป็นเด็กกำพร้า ไม่รู้ว่าบิดามารดาผู้ให้กำเนิดตนเป็นใคร อายุหกขวบเสียแม่บุญธรรม พออายุเก้าขวบก็เสียพ่อบุญธรรมไปอีก กระทั่งวันเกิดยังเป็นวันที่พ่อบุญธรรมเก็บเขามาได้ ไม่ใช่วันเกิดที่แท้จริง ดังนั้นเมื่อถึงเวลาต้องฉลองวันเกิด จึงมีเพียงเฉียวรุ่ยคนเดียว แต่ตอนนี้เขามีตนเป็นคู่หมั้นแล้ว ตนจะให้เฉียวรุ่ยรับรู้ ว่าหลังจากวันนี้ เรื่องทุกอย่างล้วนไม่เหมือนเดิม เขาไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวอีกต่อไป

            “เทียนฉี!” เฉียวรุ่ยมองลึกเข้าไปในดวงตาอ่อนโยนคู่นั้น ซาบซึ้งจนขอบตาเริ่มแดงเล็กน้อย

            “เสี่ยวรุ่ย วันนี้ข้าคือเทพอายุยืน ข้าหวังให้เจ้ามีความสุข หวังให้เจ้าเบิกบานใจ!” หลิ่วเทียนฉีพูดพลางลูบแก้มอีกฝ่ายแผ่วเบา

            “อืม!” เฉียวรุ่ยชำเลืองมองบุรุษที่ดีกับตนเองเป็นที่สุดก่อนแย้มยิ้มอย่างเบิกบาน เผยลักยิ้มอันน่าหลงใหลทั้งสองข้าง

            “ฮ่าๆๆ...”

            เห็นคนรักยิ้มอย่างน่ารักและมีความสุขเช่นนี้ หลิ่วเทียนฉีพลันหัวเราะตาม

            เมื่อมาถึงโรงอาหาร เฉียวรุ่ยก็ถูกผู้ฝึกตนของวิทยาลัยหลอมอุปกรณ์ที่เมิ่งเฟยพามากับผู้ฝึกตนวิทยาลัยค่ายกลที่จงหลิงพามารุมล้อมอีกครั้งอย่างรวดเร็ว

            หลิ่วซาน หลิ่วซือและหลิ่วอู่เพิ่งสั่งอาหาร ยังไม่ทันกินก็เห็นผู้ฝึกตนกลุ่มใหญ่วิ่งเข้ามาล้อมเฉียวรุ่ยให้อยู่ตรงกลาง เริ่มเข้ามาอวยพร มอบดอกไม้ให้อีกครั้ง

            หลิ่วซานเห็นเฉียวรุ่ยถูกฝูงชนรุมล้อมอยู่ข้างในอย่างมีความสุข นางกำตะเกียบในมือแน่นโดยไม่รู้ตัว อิจฉาริษยาอีกฝ่ายขึ้นมาเล็กน้อยอย่างไม่มีสาเหตุ

            อวี่หมิงมักมอบของขวัญให้ตนบ่อยเช่นกัน แต่เขากลับไม่เคยคิดหาคนมากมายเช่นนี้มามอบดอกไม้ให้

            “เจ้าขยะน่าตาย จะให้ผู้อื่นได้กินข้าวหรือไม่ฮะ?” หลิ่วอู่เห็นเฉียวรุ่ยถูกชื่นชมจนร่างจะลอยขึ้นฟ้าได้ ในใจแอบหงุดหงิดไม่หาย

           พลางคิด ‘คนเหล่านี้สมองมีปัญญาสินะ อะไรน่าฟังก็พูดอันนั้นหรือ? เฉียวรุ่ยเพิ่งระดับสร้างรากฐานกลับพูดว่าเขาเป็นยอดอัจฉริยะแห่งยุค ต้องผนึกดวงปราณได้ในเร็ววันแน่อะไรเล่า ทำข้าโมโหแทบตายเสียจริง!’

            “พอแล้ว ผู้อื่นมอบดอกไม้แล้วเกี่ยวอันใดกับเจ้าเล่า? กินข้าวของเจ้าไปเถอะ!” หลิ่วซานมองน้องสาวทีหนึ่ง บอกอย่างเหนื่อยใจ

            “เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือ? ทำไมคนมากมายเช่นนั้นถึงมอบดอกไม้ให้เฉียวรุ่ย?” โต๊ะด้านข้าง ผู้ฝึกตนหญิงคนหนึ่งเอ่ยถามสหายสองคนอย่างสงสัยใคร่รู้

            “ใช่แล้ว ฉลองวันเกิดก็ไม่น่ามีคนมากปานนั้นมามอบดอกไม้ให้นะ?” ผู้ฝึกตนหญิงวิทยาลัยกระบี่อีกคนหนึ่งมีสีหน้าฉงนเช่นกัน

            “ข้าได้ยินว่าศิษย์น้องหลิ่วจ่ายศิลาทิพย์เชิญคนจากวิทยาลัยยันต์ วิทยาลัยโอสถ วิทยาลัยค่ายกลและวิทยาลัยหลอมอุปกรณ์สี่วิทยาลัยนี้มาน่ะ” ผู้ฝึกตนหญิงอีกคนหนึ่งของวิทยาลัยกระบี่บอก

            “เชิญคน?”

            “ใช่แล้ว มอบดอกไม้หนึ่งดอก เอ่ยคำมงคลอวยพรหนึ่งประโยคก็ได้ห้าก้อนศิลาทิพย์เชียวนะ สหายสนิทคนหนึ่งของข้าอยู่วิทยาลัยโอสถก็รับภารกิจนี้!”

            “อ้อ ที่แท้เป็นเช่นนี้เอง! มิน่าเล่า”

            “ถ้าอย่างนั้นเจ้ารู้หรือไม่ ศิษย์น้องหลิ่วเชิญคนมามอบดอกไม้ให้ศิษย์น้องเฉียวทั้งหมดเท่าไร?”

            “เหมือนแต่ละวิทยาลัยจะยี่สิบห้าคนกระมัง?”

            “เช่นนั้นรวมกันก็หนึ่งร้อยคนมิใช่หรือ? ศิษย์น้องหลิ่วนี่มือเติบจริงนะ!”

            “ใช่แล้ว ได้สามีเช่นนี้ ภรรยายังต้องการอะไรอีกเล่า! ได้สามีอย่างศิษย์น้องหลิ่ว ศิษย์น้องเฉียวนี่โชคดีเนอะ?” พูดถึงตรงนี้ ผู้ฝึกตนหญิงพลันมีสีหน้าอิจฉามองไปทางเฉียวรุ่ย

            “ใช่แล้ว พูดจนข้ารู้สึกอิจฉาศิษย์น้องเฉียวขึ้นมาด้วยเลยเชียว?”

            ได้ยินผู้ฝึกตนหญิงสามคนที่อยู่โต๊ะด้านข้างคุยกัน หลิ่วซาน หลิ่วอู่และหลิ่วซือสบตากันทีหนึ่ง

            “น้องเจ็ดคงไม่จ่ายห้าร้อยก้อนศิลาทิพย์ เชิญคนเหล่านี้มาหรอกใช่ไหม?” หลิ่วซานมองหลิ่วซือ ถามอย่างไม่อยากเชื่อ

            ห้าร้อยก้อนศิลาทิพย์แม้ไม่มากนัก แต่ในวิทยาลัยที่ทุกหนทุกแห่งล้วนต้องจ่ายศิลาทิพย์ ย่อมไม่ควรสิ้นเปลืองเช่นนี้

            “เกรงว่าจะจริงนะ!” หลิ่วซือคิดอย่างมีเหตุผล ไม่เช่นนั้น หากมิใช่ญาติหรือมิตร ทำไมผู้อื่นต้องมอบดอกไม้ให้เฉียวรุ่ยเล่า?

            “สวรรค์ พวกเราขัดสนจนทุกมื้อต้องกินกับข้าวสองอย่าง เจ้าขยะคนนั้นกลับเอาศิลาทิพย์ห้าร้อยก้อนหาคนมอบดอกไม้ให้เฉียวรุ่ย? เขาทำเกินไปกระมัง? ท่านอาสามไม่ตามใจเขาเกินไปหรือ?” พูดจบ หลิ่วอู่ก็โกรธจนเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน

            หลิ่วเทียนฉีน่าชังนัก อาศัยอะไร คิดอะไรอยู่ถึงโปรยทองดั่งดินเช่นนี้ ตนกับพี่สาวกระทั่งกินข้าวยังต้องประหยัดมากเชียวนะ? อาศัยอะไร? ทุกคนล้วนแซ่หลิ่วเหมือนกัน ล้วนเป็นคนตระกูลหลิ่วเหมือนกันนะ!  

            “ใช่แล้ว ท่านอาสามดีกับน้องเจ็ดจริงๆ!”

            พอเริ่มคิด ไม่ว่าน้องเจ็ดใช้จ่ายตามใจอย่างไร ท่านอาสามก็มักส่งศิลาทิพย์กองโตให้เขา อีกทั้งยังส่งหมึกยันต์กองโตที่ใช้ไม่หมดให้อีก หลิ่วซานกัดริมฝีปากโดยไม่รู้ตัว ความริษยาแผ่ออกมาอย่างร้ายกาจ

            “น้องเจ็ดเป็นลูกแท้ๆ ของท่านอาสาม ย่อมไม่เหมือนพวกเราที่เป็นคนนอกหรอก!” หลิ่วซือพูดพลางถอนหายใจแผ่วเบา

            .........

            เฉียวรุ่ยได้รับดอกคีรีแดงทั้งหมดหนึ่งร้อยดอก เขาหอบบุปผาสีแดงสดกองโต ได้หลิ่วเทียนฉีพาเข้าไปในห้องส่วนตัว

            เฉียวรุ่ยยืนอยู่หน้าประตู มองอาหารโอชาส่งกลิ่นหอมจัดวางอยู่เต็มโต๊ะก็อ้าปากกว้างอย่างตกตะลึง

            “เสี่ยวรุ่ย อาหารเหล่านี้ข้าเตรียมให้เจ้า มีเนื้อสัตว์อสูร ขาหมูที่เจ้าชอบ บะหมี่กับซาลาเปาอายุยืน และยังมีไข่ต้มด้วยนะ!”

            เฉียวรุ่ยมองบุรุษตั้งใจอธิบายให้ตนฟัง เขาอดกลั้นต่อไปไม่ไหวแล้วจริงๆ

            “เทียนฉี เจ้าดีที่สุด ใต้หล้านี้เจ้าเป็นคนที่ดีกับข้ามากที่สุด” พูดถึงตรงนี้ ขอบตาเฉียวรุ่ยพลันแดงขึ้นอีกครั้ง ในดวงตามีน้ำตาคลอแวววาวแทบร่วงหล่นออกมาเดี๋ยวนั้น

            “เสี่ยวรุ่ย ข้าทำสิ่งเหล่านี้ให้เจ้า ย่อมหวังให้เจ้าเบิกบานใจ ไม่ได้อยากให้เจ้าร้องไห้นะ!” หลิ่วเทียนฉีโอบไหล่คนรักตัวน้อย จูบริมฝีปากแผ่วเบา ปลอบประโลมคนในอ้อมแขนด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

            “อืม!” เฉียวรุ่ยสูดจมูก ยิ้มพลางกะพริบตาไล่น้ำตาของตนออก

            “เด็กดี!” หลิ่วเทียนฉีตบแผ่นหลังเฉียวรุ่ยเบาๆ จูงมือพามานั่งบนเก้าอี้

            “เฮ้ พวกเจ้าสองคน อาหารโต๊ะใหญ่นี่จะกินหมดหรือ?” ต่งเฟิง เมิ่งเฟยและจงหลิงพูดพลางเดินเข้ามา

            “ฮ่าๆๆ กำลังอยากส่งข้อความให้พวกเจ้าอยู่เชียว?” เห็นทั้งสามคนมาถึง หลิ่วเทียนฉีก็ยิ้มเอ่ย

            “พอเลย เจ้าน่ะ อยากอยู่ด้วยกันสองคนกับเฉียวรุ่ยล่ะสิ?”

            “ใช่แล้ว สองคนกินอาหาร โอบเอวบาง จับมือเล็กน้อยย่อมสะดวกสินะ? พวกเราอยู่คงไม่ดีกระมัง?” เมิ่งเฟยพูดพลางนั่งลงอย่างเอาแต่ใจ

            “ศิษย์พี่เมิ่ง!” เฉียวรุ่ยได้ยินก็เขินจนหน้าแดง

             “ฮ่าๆๆ ศิษย์พี่เมิ่ง ปากท่านนี่นะ น้องเล็กยอมแพ้จริงๆ!” หลิ่วเทียนฉีพูดพลางนำจอกสุรามารินสุราให้ทุกคน

            “มา ทุกคนชูจอกร่วมดื่ม อวยพรสุขสันต์วันเกิดให้ศิษย์น้องเฉียว!” จงหลิงพูดก่อนชูจอกสุราขึ้นเป็นคนแรก

            “ถูกต้อง สุขสันต์วันเกิดเฉียวรุ่ย!”

            “ขอบคุณทุกคนมาก!” เฉียวรุ่ยเก็บดอกไม้หอบใหญ่ในอ้อมแขนพลางบอกขอบคุณ

            มีต่งเฟิง เมิ่งเฟยและจงหลิงมาร่วมด้วย งานเลี้ยงวันเกิดมื้อนี้ครึกครื้นยิ่งนัก ระหว่างงานเลี้ยงทั้งสามคนมอบของขวัญให้เฉียวรุ่ยอย่างใจกว้าง และเพื่อตอบแทนทั้งสาม หลิ่วเทียนฉีจึงเอายันต์อสนีบาตสวรรค์ที่มีพลังมากที่สุดออกมามอบให้คนละสามแผ่นเป็นการขอบคุณ เรียกได้ว่าอาหารมื้อนี้ กินอย่างเปรมปรีดิ์ทั้งเจ้าภาพและแขก ทุกคนล้วนเบิกบานใจอย่างที่สุด

             --------------------------------------------------------------

           1 ชาวจีนมีธรรมเนียมทานไข่ต้มในวันเกิด

    คล้ายกับเรื่องข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359