บทที่9: ศึกชิง 'สายชาร์จแบต' และการสอนวิชาลับ
การออกตามหา 'สายชาร์จแบตสำรอง' ของหลินเฟยได้กลายเป็ภารกิจลับระดับสุดยอดของสี่สหายแห่งการบำเพ็ญเพียรพวกเขาเชื่อว่านี่คือ 'สมบัติเซียนโบราณ' ที่เชื่อมต่อกับวิถี์
หลายวันต่อมา...
ที่สำนักไม่สนใจอะไรเลยหลินเฟยกำลังนั่งเล่นโทรศัพท์มือถือที่แบตเต็ม 100%แต่ไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ต เขาบ่นพึมพำกับมู่หาน
“มู่หาน!อินเทอร์เน็ตเซียนของนายยังใช้ไม่ได้เหรอเนี่ย? ฉันเบื่อจนจะเข้าฌานจริงๆแล้วนะ!”
มู่หานรีบก้มหัวลงอย่างสำนึกผิด“ท่านอาจารย์! ข้ากำลังปรับคลื่นความถี่ปราณแต่ดูเหมือนว่าโลกนี้จะถูกปิดกั้นการสื่อสารจากภายนอกอย่างสมบูรณ์เ้าค่ะ!ข้าต้องหา 'Router เซียนา' มาช่วย”
ทันใดนั้นเสียงหวีดหวิวของพลังงานก็ดังขึ้นจากเบื้องล่างของยอดเขา!
ครืนนนน!
ไป๋จื่อเซียวและอาจารย์าุโสำนักห้าสายฟ้ากำลังพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วพร้อมกับมีร่องรอยของการต่อสู้บนเสื้อคลุม
“ท่านเซียนผู้บรรลุ!ศิษย์ได้นำ 'สายสัมพันธ์แห่งเต๋า' มาถวายท่านแล้วขอรับ!” ไป๋จื่อเซียวกล่าวอย่างตื่นเต้น
ไป๋จื่อเซียวชูสิ่งที่อยู่ในมือ...นั่นคือ สาย USB-C สีขาวธรรมดา ที่ดูเก่าและมีคราบฝุ่น
“ว้าว!สายชาร์จจริงด้วย! ใครทิ้งไว้ที่ไหนเนี่ย?” หลินเฟยดีใจจนรีบวิ่งเข้าไปคว้ามันไว้
“ที่แท้ก็คือ 'สายััแห่งชะตา'! ท่านเซียน้าให้เาาร์จพลังเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการรับมือกับหายนะครั้งใหญ่!”ไป๋จื่อเซียวตีความไปไกล
แต่ยังไม่ทันที่หลินเฟยจะได้ชาร์จโทรศัพท์...เสียงะโกึกก้องก็ดังขึ้นจากอีกทิศทางหนึ่ง!
“หยุดนะ!นั่นคือสมบัติของข้า!”
เ้านิกายกระบี่เมฆา หลงอวี้ พุ่งทะยานขึ้นมาอย่างเกรี้ยวกราดดวงตาเต็มไปด้วยความโกรธ
“ไป๋จื่อเซียว!เ้ากล้าขโมย 'สายแห่ง์' จากข้าอย่างนั้นหรือ! ข้าต่อสู้กับอสูรระดับสูงเพื่อแย่งชิงมันมา!”
ข้าง ๆ หลงอวี้มีเ้าเมืองหลิงเฉิงตามมาติด ๆ พร้อมกับกล่องไม้หรูหรา
“ท่านเซียน!อย่าเพิ่งสนใจการทะเลาะกันของพวกเขา! ข้าได้นำ 'กล่องเก็บสมบัติเซียนแห่งชีวิต'มาถวายให้ท่านแล้วขอรับ! มันสามารถรักษาพลังงานของสมบัติที่ท่านได้มา!”
หลินเฟยถือสายชาร์จแบตไว้ในมือเขามองผู้บำเพ็ญเซียนระดับสูงสุดสามคนกำลังทะเลาะกันเื่สายชาร์จแบตสำรองและมองไปที่กล่องไม้ราคาแพงของเ้าเมือง
“นี่มันอะไรกันเนี่ย?พวกนายมาตีกันเื่สายชาร์จเส้นเดียวเนี่ยนะ?” หลินเฟยส่ายหน้าอย่างเบื่อหน่าย
อี้หาน (จ้าวแห่งมารา)ซึ่งกำลังนับเหรียญทองเพื่อ "เติมเงิน" ให้ตัวเองอยู่ก็รีบลุกขึ้นยืน
“ท่านอาจารย์!พวกเขาไม่เข้าใจวิถีแห่งการถวาย! พวกเขา้าให้ท่านชี้แนะถึงวิชาต่อสู้เพื่อตัดสินว่าใครคู่ควรกับท่าน!”
“วิชาต่อสู้? โอ้โห!” หลินเฟยตาเป็ประกาย “ฉันไม่มีวิชาต่อสู้อะไรหรอก แต่ฉันมี 'วิชาลับ' ที่สุดยอดกว่านั้น!”
ทุกคนเงียบลงทันทีพวกเขารอคอยคำชี้แนะวิชาเซียนจากหลินเฟย!
หลินเฟยถอนหายใจก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังที่สุด
“เอาล่ะ! ฟังนะ! วิชาลับที่ฉันจะสอนพวกนายก็คือ...'วิชาขอโทษแบบจริงใจ!'”
ทุกคนในที่นั้นถึงกับงงงวย...
“วิชาขอโทษ...แบบจริงใจ?”
“ใช่! พวกนายตีกันทำไม?พวกนายต้องรู้จัก 'การอยู่ร่วมกัน'ในสังคมสิ! วิชาขอโทษแบบจริงใจของฉันมีสามขั้นตอน!”
วิชาลับ:ขอโทษแบบจริงใจ (โดย ปรมาจารย์หลินเฟย)
1. ยอมรับความผิด: พูดว่า 'ฉันผิดเองที่ทำให้เกิดความวุ่นวายนี้'
2. กล่าวคำขอโทษ: พูดว่า 'ฉันขอโทษอย่างจริงใจ'
3. ชดเชย: พูดว่า 'ฉันจะซื้อบะหมี่เซียนมาให้ทุกคนกิน'
หลงอวี้ (เ้านิกายกระบี่เมฆา)ถึงกับตัวสั่นเทิ้มด้วยความเข้าใจที่ผิดมหันต์
“ช่างเป็วิชาที่ทรงพลัง!การยอมรับความผิดคือการปลดปล่อยพันธนาการแห่งตัวตน! การขอโทษคือการคืนพลังปราณแก่ผู้อื่น!และการชดเชยด้วยบะหมี่เซียนคือการมอบโชคลาภแห่งเต๋า!”
ไป๋จื่อเซียวน้ำตาไหลพราก“วิชาที่ลึกซึ้ง! ศิษย์ไป๋จื่อเซียวขอกราบเรียนรู้!”
หลินเฟยพยักหน้า “ดีมาก!พวกนายฝึกวิชานี้ซะ! ใครทำได้ดีที่สุด ฉันจะให้สายชาร์จแบตนี้ไป!”
ไม่กี่นาทีต่อมา...
สนามฝึกเซียนของสำนักไม่สนใจอะไรเลยก็เต็มไปด้วยผู้บำเพ็ญระดับสูงกำลังฝึกฝน'วิชาขอโทษแบบจริงใจ' อย่างขะมักเขม้น
หลงอวี้และไป๋จื่อเซียวกำลังนั่งคุกเข่าประจันหน้ากัน
“ข้า หลงอวี้!ยอมรับว่าข้าผิดเองที่ทำให้เกิดความวุ่นวายนี้! ข้าขอโทษอย่างจริงใจ!”
“ข้า ไป๋จื่อเซียว!ยอมรับว่าข้าผิดเองที่กระทำการโดยไม่ปรึกษาท่าน! ข้าขอโทษอย่างจริงใจ!”
ทันทีที่พวกเขาพูดจบ...
ตูมมมมม! พลังปราณของทั้งสองก็พุ่งทะลวงระดับขึ้นมาพร้อมกัน!
“วิชาขอโทษแบบจริงใจ...ทำให้ข้าทะลวงผ่านระดับบำเพ็ญเซียนได้แล้ว!” หลงอวี้ร้องออกมาด้วยความตกตะลึง
หลินเฟยเห็นเหตุการณ์นั้นก็ส่ายหน้า
“บะหมี่เซียนมีอานุภาพขนาดนั้นเลยเหรอวะ?แค่ขอโทษก็ทะลวงระดับแล้ว?”
สุดท้าย หลินเฟยก็เบื่อการรอคอยเขาตัดสินใจเก็บสายชาร์จแบตไว้เอง
“เอาล่ะ! พอแล้ว!ทุกคนทำได้ดีมาก! ถือว่าผ่านการทดสอบ! รางวัลคือการได้เรียนรู้เคล็ดวิชาสุดยอดนี้!”
หลินเฟยเดินกลับไปที่โต๊ะของเขาก่อนจะหันมาสั่งงาน จ้าวแห่งมารอี้หาน
“อี้หาน! นายไปเอา กล่องเก็บสมบัติเซียนแห่งชีวิตของเ้าเมืองมาให้ฉันหน่อย! ฉันจะใช้มันเก็บสายชาร์จแบต!”
อี้หานรีบก้มหัวรับคำสั่ง
“รับบัญชาขอรับท่านอาจารย์!การรักษาสมบัติศักดิ์สิทธิ์คือภารกิจสูงสุดของศิษย์!”
เ้าเมืองหลิงเฉิงมองดูกล่องสมบัติของตัวเองถูกจ้าวแห่งมาราถือไปให้หลินเฟยด้วยความตื้นตัน
“นี่คือการมอบหมายความไว้วางใจ!ท่านเซียนกำลังมอบหมายให้มารควบคุมสมบัติเซียน! ช่างเป็วิถีแห่งการรวมทุกสรรพสิ่ง!”
หลินเฟยจัดการเก็บสายชาร์จแบตลงในกล่องอย่างเรียบร้อยแล้ววางโทรศัพท์มือถือลงข้าง ๆ ด้วยความสบายใจ
“เอาล่ะ!วันนี้ทำงานหนักมาทั้งวัน! ได้เวลาไปดูว่ามู่หานหาเกมอะไรมาให้ฉันเล่นบ้างแล้ว!”
โปรดติดตามตอนต่อไป...