ผู้เขียนพูดคุย : ที่บอกว่าจะอัปใหม่มาแล้วนะ มีไม่มีความสุข? มีไม่มีดอกไม้ส่งให้? มีไม่มีคนถอดเสื้อผ้า? เหอ ๆ ๆ.......ลูบ~
คดีนี้สำเร็จเรียบร้อย หากชวีหนานอียังไม่ไป เดินเตร่อยู่ในลานบ้านไม่กี่ก้าวก็ยืนนิ่ง กวาดสายตามองไปทางหน้าต่างห้องของยาวจิ่ว ั์ตาเรียวยาวมีแสงเปล่งประกายระยิบระยับที่ผิดแปลกไป มันคือความตื่นเต้นยินดีเมื่อนายพรานจับของขวัญได้ รวมถึงความมั่นใจและความชื่นชมในความสามารถของตนเอง เขากล่าวขึ้น “เ้าปีศาจ โผล่ออกมาเจอกันหน่อย”
ยาวจิ่วรู้สึกตื่นกระหนก ไม่รู้ว่าชวีหนานอีพบหูเหยียนได้อย่างไร มัวแต่ยุ่งกับการคิดอำพราง ไม่ทันสังเกตว่าลานบ้านจู่ ๆ เปลี่ยนเป็เปลวเพลิงลุกโชติ่ บนขอบกำแพงยังมีนักธนูเพิ่มมา 8 คน แต่ละคนง้างศรเตรียมพร้อมยิง เป็ที่น่าอกสั่นขวัญแขวน ปลายลูกธนูที่กระทบกับแสงไฟในฤดูหนาวระยิบระยับเล็งไปที่หน้าต่างห้องของยาวจิ่ว แค่รอคำสั่งจากชวีหนานอีก็พร้อมยิงทุกเมื่อ
ยาวจิ่วเริ่มตื่นกลัว รู้ว่าชวีหนานอีไม่ยิงโดยไม่มีเป้าหมายแน่ จึงรีบร้อนก้าวไปข้างหน้าพร้ะโกน “ใต้เท้า!” ชวีหนานอียกมือเป็สัญญาณให้ยาวจิ่วไม่ต้องกล่าวมากความ เขาหรี่ตามองแสงจันทร์ พูดกับหูเหยียน “ค่ำคืนนี้แสงจันทร์ช่างเหมาะเจาะ เ้าคงไม่คิดหรอกนะว่าเพียงเพราะข้า้าจับเยี่ยนเต๋อหลินจึงเตรียมตัวทำา”
ชวีหนานอียิ้มมุมปาก โบกมือชี้ไปยังตำแหน่งของหูเหยียน ท่าทีงดงามสง่าผ่าเผยเ่าั้เสมือนหงษ์ที่โผบิน ดุจดังัที่แหวกว่ายในน้ำ ชวีหนานอีกล่าว “ข้ารู้ว่าเ้าหลักแหลม มิฉะนั้นคงไม่ใช้แผนล่อเสือออกจากถ้ำ หลอกข้าไปบ้านแม่ม่ายที่ตีนเขา ยังดีที่ข้าส่งคนคอยเฝ้าดูเยี่ยนเต๋อหลินทุกย่างก้าว รู้ว่ามันถูกหลอกไม่เบา ข้าต้องขอบคุณเ้า หากเ้าไม่ใช้กลอุบายทำให้เยี่ยนเต๋อหลินตื่นตระหนกจนสติล่องลอย ข้าคงไม่ข่มขู่ให้เขากล่าวความจริงและลงมือได้ง่ายดายเช่นนี้”
ชวีหนานอียักคิ้วแสยะยิ้มดั่งว่ากำลังถือเทียนกล่าวคุยอยู่กับมิตรสหายแค่สองคนในห้องยามค่ำคืน “มา ๆ เ้าออกมา ให้ข้าได้ขอคำแนะนำสักหน่อย มาดูซิว่าเ้ามีฝีมือสักเพียงใด? หากเ้าไม่ออกมา ข้าก็คงทำได้แค่ทำในสิ่งที่นักรบเขาไม่ทำกัน จุดไฟเผาปีศาจ สภาพแบบนั้นคงมีชีวิตชีวาดีไม่น้อย”
ในห้องเงียบสงัด ไร้แม้แต่เสียงตอบรับ
ชวีหนานอีค่อย ๆ ขมวดคิ้ว
วันนี้ก่อนที่ชวีหนานอีจะมา ได้มีการส่งคนคอยจับตาดูคณะละครตระกูลเยี่ยนแต่ไม่เจอใครเข้าออก แล้วเหตุไฉนในห้องนั้นจึงราวกับไม่มีคนอยู่?
ชวีหนานอีส่งสัญญาณให้หยาอีค่อย ๆ เดินหน้าเข้าไปตรวจสอบ
หลี่ต้าจ้วงพาหยาอีค่อย ๆ ไปเปิดประตูอย่างระมัดระวัง ทันใดนั้นในห้องของยาวจิ่วก็มีกองทัพค้างคาวบินออกมาอย่างมืดฟ้ามัวดิน ทำให้หลี่ต้าจ้วงและหยาอีตื่นตระหนกใจนต้องถอยหลัง
ไม่รู้ว่าลูกศรดอกแรกใครเป็คนเริ่มยิง ทำให้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเกินความควบคุม
หลังจากที่ค้างคาวบินออกมาโดยไม่ทำร้ายคน และยังบินตรงขึ้นไปบนท้องฟ้า ทว่าการที่บินออกมาอย่างกะทันหันก่อให้เกิดความหวาดกลัวที่รุนแรงขึ้นในจิตใจ หยาอีทั้งแปดคนที่หมอบหลบพร้อมยิงธนูบนกำแพงใจนขวัญหนีดีฝ่อ ยิงธนูอย่างไร้ทิศทาง บ้างยิงถูกค้างคาว บ้างยิงถูกคนของตนเอง และลูกธนูหลาย ๆ ดอกยิงลงไปที่พื้น
ชวีหนานอีะโ “ไม่ต้องใ! อย่าเพิ่งยิง! ค้างคาวพวกนี้ไม่ทำร้ายคน!”
แต่...ไม่มีประโยชน์
ในใจของชวีหนานอีคิดว่าแย่แล้ว และมันก็แย่แล้วจริง ๆ
รอจนกระทั่งไม่เหลือลูกศรในมือของเหล่าหยาอี หูเหยียนในชุดสีแดงจึงเดินออกมาจากห้องของยาวจิ่ว ร่างเพรียวบางเหยียบลงบนหลังคา ดูคล้ายกับว่ายังชำเลืองมองมาที่ชวีหนานอีปราดหนึ่ง แขนเสื้อสะบัดพลิ้วก่อนจะโบยบินจากไป
ชวีหนานอีมองตามเงาของหูเหยียนที่ค่อย ๆ ลับหาย ภายในใจเปลี่ยนเป็ความรู้สึกกระวนกระวายอย่างที่สุด! แม้ว่าวันนี้จะเป็ค่ำคืนที่มืดมน แต่เปลวไฟทำให้สว่างไสว ชวีหนานอีรู้สึกถึงการยั่วยุไปจนถึงการดูิ่จากสายตาของหญิงสาว อีกทั้งยังััได้ถึงความคุ้นเคยแปลก ๆ แต่นึกอย่างไรก็นึกไม่ออกว่าทั้งคู่เคยเจอกันที่ไหน?
หลังจากที่หูเหยียนจากไป ผ้าสีขาวชิ้นหนึ่งซึ่งหลุดจากแขนเสื้อของหูเหยียน ค่อย ๆ ปลิวล่องลอยไปทางชวีหนานอี ในตอนที่ชวีหนานอียื่นมือออกไปรับ หลี่ต้าจ้วงพร้อมหยาอี 5-6 คนที่ยังอยู่ดีก็ะโกันวุ่นวาย “ใต้เท้า ระวัง!”
ด้วยเหตุนี้ ชวีหนานอีจึงเห็นลูกน้องผู้ซื่อสัตย์ทั้งหลายต่างพากันเข้ามารายล้อมเขาไว้ตรงกลางแล้วชักดาบออกมาอย่างวุ่นวาย จ้องมองเตรียมพร้อมรอรับมือผ้าขาวผืนนั้น แม้แต่จะหายใจเฮือกใหญ่ยังมิกล้า
ผ้าขาวที่ปลิวตกลงบนพื้นค่อย ๆ ถูกลมพัดจนคลี่ออก โดยมิคาดคิดบนนั้นมีตัวอักษรขนาดใหญ่สองตัวซึ่งเขียนด้วยชาดสีแดงว่า ‘ไอ้งั่ง’
รูม่านตาชวีหนานอีหดเล็กลง รู้สึกเจ็บแสบอึดอัดในทรวงอย่างน่าประหลาด!
เหอะ...ไอ้งั่ง? คำคำนี้ในความทรงจำไม่เคยถูกจำกัดความอยู่บนตัวชวีหนานอีเลย!
ชวีหนานอีมองหลี่ต้าจ้วงที่ค่อย ๆ ใช้ดาบเกี่ยวผ้าขาวผืนนั้นขึ้นมาอย่างระมัดระวัง เส้นเอ็นที่ศีรษะเริ่มจะะโโลดเต้น หลอดเืในสมองเริ่มกระตุก ราวกับค่อย ๆ เป็ดังเช่นตัวหนังสือสองตัวที่เขียนไว้ ‘ไอ้งั่ง’ !
ยาวจิ่วที่รู้หนังสือหลังจากชะโงกดูตัวอักษรสองตัวนั้น ก็รู้สึกเหมือนในอกถูกยัดเต็มไปด้วยสำลี อุดไว้จนอึดอัด ยาวจิ่วและชวีหนานอีเหตุไฉนจึงกลายเป็ไอ้งั่งไปได้? อักษรสองตัวนี้สามารถมอบให้แก่ใครก็ได้หรือ? แม้หูเหยียนจะเคยส่งตัวหนังสือสองตัวให้ยาวจิ่วมาก่อน แต่มีสิทธิ์อะไรถึงส่งตัวหนังสือสองตัวนี้ให้ชวีหนานอี? แม้ว่าความหมายในนั้นจะต่างกัน แต่ยาวจิ่วก็ไม่รู้สึกสบายใจเลยสักนิด เขาส่งเสียงหึเบา ๆ แล้วเดินเข้าห้องของตนเอง
ชวีหนานอีสูดหายใจเฮือกใหญ่ เดินไปข้างหน้าหนึ่งก้าวพร้อมหยิบผ้าขาวชิ้นนั้นขึ้นมาแล้วเก็บซ่อนไว้ที่อกเสื้อ
หลี่ต้าจ้วงรีบห้าม “ใต้เท้า! ไม่ได้นะขอรับ! อาจเป็อุบายของไอ้ซานเซียว เกรงว่ามันจะทำการเล่นลูกไม้ไว้บนผ้าผืนนี้ขอรับ”
ชวีหนานอียิ้มอย่างไร้เรี่ยวแรง กล่าวปลอบไปว่า “วางใจเถอะ ไม่มีอะไรหรอก ไอ้ซานเซียวนั่นหยิ่งผยองเพียงนี้ หากเล่นลูกไม้ก็คงจะอยู่รอดูผล นางที่ไร้ความปรานีและเสพสุขกับวิธีการเช่นนี้...”
“ใต้เท้า! ดูเร็ว!” หยาอีผู้หนึ่งชี้ไปทางหลังคาด้านหนึ่ง บนนั้นมีเงาหน้าดำ ๆเหมือนกับคน ดูคล้ายสมุนไพรบนหน้าของหูเหยียนไม่มีผิด
มือของชวีหนานอีที่จับผ้าขาวเริ่มกระสับกระส่ายคล้ายถูกน้ำร้อนลวก ปล่อยมือให้ผ้าขาวหลุดปลิวไปตามสายลมอย่างรวดเร็ว ชวีหนานอีไม่รู้ว่าตนโดนอุบายอันใดอีก แต่เห็นได้ชัดว่ามันไม่ใช่เื่ดีที่จะทำให้คนรู้สึกสบายใจ ในเวลาอันตื่นตระหนกนี้เองจึงทำได้เพียงจับตัวสตรีที่สมควรตายนั่นมาก่อนค่อยว่ากัน
ชวีหนานอีออกคำสั่ง “จับนางได้ตกรางวัลให้ 10 ตำลึงเงิน!”
การที่ชวีหนานอีใจใหญ่เช่นนี้เป็เื่ที่หาได้ยาก หยาอีทั้งหลายเหมือนโลหิตถูกสูบฉีด พลธนูก็ยิงธนู พลดาบก็ขว้างดาบ คณะละครตระกูลเยี่ยนพลันโกลาหลขึ้นมาอีกครา
รอจนหยาอีทั้งหลายออกฝีไม้ลายมือกระบวนท่าแรก ในใจชวีหนานอีอดไม่ได้ที่จะเป็ทุกข์และบ่นพึมพำเบาๆ : คราวนี้ขายขี้หน้าครั้งใหญ่จริงๆ!
ครานี้ ชวีหนานอีปิดปากเงียบสนิท ไม่อยากเอ่ยอะไรต่อแล้วจริงๆ
ผลลัพธ์ที่ออกมาไม่แปลกไปเลย ใบหน้าที่เหมือนกับท้องผูกลังเลที่จะกล่าว“ใต้เท้า ไม่ใช่ซานเซียวกลับมา มันคือไอ้ของบ้านี่”
ชวีหนานอีสูดหายใจเฮือกหนึ่ง หนีบก้อนสมุนไพรแล้วใช้นิ้วมือบดขยี้จนแหลก ก้มลงมองก็เห็นผ้าขาวที่ทิ่มแทงสายตาชิ้นนั้น รวมถึงตัวอักษรสองตัวที่เด่นสะดุดตา ‘ไอ้งั่ง’ ชวีหนานอียิ้มขึ้นโดยพลัน เป็รอยยิ้มที่ทั้งอบอุ่น เศร้าซึม ดีใจ
นังหญิงสาวสมควรตายนั่นหยิ่งผยองถึงเพียงนี้ได้เยี่ยงไร เกลียดเสียจนอยากถลกหนัง ดึงเส้นเอ็น เฉือนเนื้อ ทุบกระดูกเสียเหลือเกิน!
ตรวจสอบ! ตรวจสอบให้ดี! ชวีหนานอีอยากรู้นักว่าแท้จริงแล้วหูเหยียนคือตัวอะไรกันแน่!
บนโลกนี้มีผู้ที่ฝักใฝ่ภูตผีสิ่งมีอำนาจ เพียงแค่พบสิ่งที่ไม่เข้าใจก็ไพล่คิดว่าเป็ภูตผีปีศาจ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครานี้เกรงว่าต่อไปเขตลิ้วเหอคงจะไม่มีวันสงบสุข ครั้งนี้ชวีหนานอีประเมินคู่ต่อสู้ต่ำไป จึงโชคดีหนีรอดไปได้ หากทว่าได้พบกันอีกครั้งหน้า ชวีหนานอีจักต้องทำลายจนเหลือแต่เถ้ากระดูกให้จงได้