TinTime Story ดื้อนักรักซะเลย
Mammysmile
Ep.4 ปมในใจ
-TIN-
หลังจากที่ผมกลับจากมาจากคอนโดธาม ผมก็หยุดยิ้มไม่ได้เลยจริงๆ มันคงจะเป็เื่เดียวที่ทำให้ผมยิ้มได้ตอนนี้
ไม่นานนักมิ้นสาวใช้ในบ้านก็วิ่งมาหาเขาที่หน้าบ้าน
"คุณธามคะ มีคนมารอคุณธาม อยู่ที่ห้องโถงค่ะ"
"อื้ม เข้าใจแล้ว มีอะไรไปทำก็ไปทำเถอะ"
"ค่ะ"
พอผมเดินไปยังห้องโถง ฝีเท้าผมถึงกับชะงักเพราะคนที่มารอผมไม่ใช่ใครที่ไหน น้องชายต่างแม่อย่าง ตุลย์ที่ตอนนี้นั่งรอผมอยู่ที่โซฟาอยู่
"เฮีย" คนที่นั่งอยู่โซฟาค่อยๆลุกขึ้นหลังจากเห็นผมเดินมา
"นั่งเถอะ มานี่มีอะไร " ผมพูดกลับด้วยเสียงเรียบง่าย
"เอ่อ...คือว่า"
"พูดมาเถอะ ชั้นไม่ใช่ั์ไม่ใช่มารสักหน่อยทำไมต้องเกรงขนาดนั้นด้วย"
เพราะตอนนี้ดูมันจะเกรงและไม่กล้าสบตากับผมสักเท่าไหร่ อาจจะเป็เพราะว่าผมกับน้องชายนั้นไม่ค่อยสนิทกันสักเท่าไหร่มั้ง เพราะผมั้แ่ผมจำความได้ ผมก็แยกมาอยู่บ้านหลังนี้แล้ว บ้านหลังนี้เป็บ้านของแม่ผมทิ้งไว้ให้ ส่วนไอ้ตุลย์มันก็อยู่กับน้าพิมพ์ภรรยาใหม่ของป๊าที่บ้านหลังใหญ่ที่ห่างจากนี้ไม่มาก แม่ผมเสียไปั้แ่ผมยังเด็ก ถ้าถามว่าท่านเสียเพราะอะไร อาจจะเป็เพราะผมที่ทำให้ท่านต้องตายเหตุจากการคลอดผมออกมาทำให้แม่เสียเืมากจนท่านต้องเสียชีวิต จากนั้นมาผมก็ถูกมองว่าเป็ตัวซวยสำหรับป๊าที่ทำให้เมียสุดที่รักของเขาตาย ทำให้ทุกวันนี้ผมกับป๊าทะเลาะกันแทบทุกวัน ทำให้ผมไม่ค่อยจะไปบ้านใหญ่สักเท่าไหร่ นี้อาจจะเป็เหตุที่ผมกับน้องชายไม่ค่อยสนิทกันเท่าไหร่ แต่เื่ที่ป๊ามีภรรยาใหม่อย่างน้าพิมพ์ ผมก็ไม่ได้ขัดขวางอย่างในละครหลังข่าวที่ลูกเลี้ยงไม่ชอบแม่เลี้ยงบ้างหรือแม่เลี้ยงร้ายๆ ผมไม่มีเลยสักนิด สำหรับน้าพิมพ์ผมก็ไม่ได้โกรธหรือเกลียดอะไรเธอเลย เพราะผมก็ถูกเลี้ยงดูจากน้าพิมพ์นั่นแหละ ถึงเธอจะไม่ใช่แม่ผม แต่เธอก็มอบความรักให้ผมไม่น้อยกว่าลูกตัวเองเลยส่วนไอ้ตุลย์ ถึงผมกับมันไม่ค่อยสนิทกันเท่าไหร่แต่ผมก็ไม่ได้เกลียดอะไรมัน แต่พอมันมาคุยหรือปรึกษาผม การที่ผมเ็ากับมันเป็เพราะผมทำตัวไม่ถูกด้วยมั้งพอมีน้องถามนู่นถามนี่บ้าง
"เอ่อ..แม่ให้ตุลย์มาชวนเฮียไปกินข้าวเย็นด้วย เฮียจะไปไหม"
"อื้อ ! ชั้นจะไปฝากบอกน้าพิมพ์ด้วยละกัน"
"ครับ!" ตุลย์ยิ้มกว้างขึ้นทันที
"งั้นเฮียไปอาบน้ำก่อน" จากนั้นผมก็เดินขึ้นชั้นสองและเดินเข้าห้องตัวเองทันที ผมทิ้งตัวนั่งบนเตียงก่อนจะล้วงหยิบมือถือจากกระเป๋ากางเกงขึ้นมาเปิดแอพแชทสีเขียว แน่นอนว่าผมเลือกกดเข้าไปดูโปรไฟล์ของไอ้ธาม
TIN_TINNAPHAT : นอนยัง?
ไม่ถึงวินาทีมันก็เด้งข้อความกลับมา
TIME.AKIRA : มึงได้ไลน์กูมาจากที่ไหน
TIN_TINNAPHAT : ก็กูบอกแล้วเื่แค่นี้ไม่ยากสำหรับกูหรอก
TIME.AKIRA : นี่มันก็เรียกว่าละเมิดสิทธิส่วนบุคคลน่ะสิ กูจะแจ้งตำรวจ
TIN_TINNAPHAT : งั้นมึงบอกว่าการที่กูมีไลน์มึงก็ละเมิดสิทธิแล้วที่เมื่อกี้กูไปคอนโดมึงก็ไม่ได้ละเมิดสิทธิมึงอะดิ:P
TIME.AKIRA : ไอ้เชี่ย! จะไปไหนก็ไปไป๊
TIN_TINNAPHAT : งั้นกูอยากไปคอนโดมึงละกัน ที่ที่กูอยากไป
TIME.AKIRA : Fuck you (มันส่งสติกเกอร์ชูนิ้วกลางมา)
TIN_TINNAPHAT: ไม่แกล้งละ นอนพักผ่อนได้แล้ว
จากนั้นผมก็วางมือถือลง และลุกไปยังห้องน้ำแล้วค่อยๆถอดเสื้อและปลดกางเกงทั้งตัวนอกและตัวในออก จากนั้นผมก็เปิดฝักบัวบนเหนือหัวให้ไหลออกมาช้า
ซ่า~
......
"เฮีย"
"ตุลย์"
"ทุกคนรออยู่ด้านในหมดแล้ว"
พอผมเดินเข้ายังห้องอาหารก็พบว่า ทุกคนนั่งรออยู่ก่อนแล้ว
"ติณห์มานั่งก่อนสิลูก " น้าพิมพ์พูด
"ครับ"
"วันนี้น้าทำของโปรดเราเต็มโต๊ะเลยนะ"
"ขอบคุณครับ แต่ไม่ต้องทำเยอะขนาดนี้ก็ได้ครับ"
"วันนี้คิดยังไงมากินข้าวเย็นบ้านนี้ได้ห้ะ ร้อยวันพันปีแกมักจะอ้างนั้นอ้างนี่หลบหน้าอยู่เรื่อยไป" คนที่นั่งอยู่หัวโต๊ะอย่างป๊าผมเอ่ยขึ้น
"คุณคะไม่เอาค่ะ วันนี้ติณห์มากินข้าวด้วยก็ดีแล้วไม่ใช่หรอคะ อย่าชวนทะเลาะเลย" น้าพิมพ์พูด
" นั้นสิป๊า " ตุลย์พูดเสริมขึ้น
"กินเถอะติณห์ เดี๋ยวจะหายร้อนหมด"
จากนั้นน้าพิมพ์ก็ค่อยตักไข่พะโล้ใส่จานผม "ขอบคุณครับ"
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารก็ตึงเครียดขึ้นมาอีกครั้งเพราะตอนนี้ต่างคนต่างกิน
"เื่เรียนเป็ยังไงบ้าง"
"ก็ดีครับ"
"แล้วเมื่อไหร่แกจะมาช่วยงานชั้นสักที"
"ก็ผมบอกแล้ว ผมไม่อยากทำงานผิดกฎหมาย"
"ไม่อยาก แต่เงินที่แกกินแล้วที่แกใช้อยู่เนี่ย มันก็มาจากไอ้ที่แกบอกว่าผิดกฎหมายทั้งนั้นแหละ "
"คุณคะ!"
"พอเลยพิมพ์ เธอไม่เห็นรึไงไงว่ามันอวดเก่งกับชั้นขนาดไหน ดูมันพูดสิ"
"น้าพิมพ์ผมว่าผมอิ่มแล้ว ขอบคุณสำหรับอาหารน่ะครับ " ผมรีบลุกออกจากทีตรงนี้ก่อนดีกว่า ก่อนที่มันจะลุกเป็ไฟมากกว่านี้ เพราะผมรู้ดีว่าผมพูดอะไรไป ป๊าผมก็ไม่ฟังผมอยู่ดี
"ผมอิ่มแล้วเหมือนกัน เฮียผมไปด้วย"
"พิมพ์เธอเห็นไหม ดูมันจะไม่ให้ผมโมโหได้ยังไง"
"ก็คุณนั่นแหละ ตอนนี้มันเวลากินข้าวใช่เวลาพูดเื่นี้ไหมคะคุณต้น"
"เธอจะให้ท้ายทั้งติณห์ทั้งตุลย์มากเกินไป เห็นไหมมีใครสักคนเชื่อฟังชั้นบ้างไหม"
"ใช่ค่ะ พิมพ์ให้ท้ายพวกเขา เพราะพวกเขาเป็ลูกของพิมพ์"
"พิมพ์!"
"คุณต้น พวกเขายังเด็กและเรียนอยู่ ชีวิตพวกเขายังต้องใช่ชีวิตในวัยรุ่นของเขา คุณจะให้พวกเขาไปยุ่งกับธุรกิจมืดของคุณด้วยละค่ะ มันเร็วเกินไป"
"ยังไงธุรกิจพวกนี้มันก็ต้องเป็ของพวกมัน ชั้นจะให้พวกมันคุ้นชินกับมันก่อนไง พิมพ์เธอก็รู้ดีว่าโรคหัวใจฉันมันก็แย่ลงขึ้นทุกวัน"
"คุณต้น คุณพูดอะไรของคุณ พูดจาไม่เป็มงคลเสียเลย คุณจะอยู่กับพิมพ์และลูกอีกนาน ถ้าคุณพูดอีกชั้นจะโกรธคุณจริง ๆ ด้วย"
"ก็ได้ ๆ ชั้นไม่พูดแล้วพอใจเธอยัง "
"ค่ะ"
......
"กิตเตรียมรถ"
"ครับคุณติณห์"
"เฮียจะไปไหน"
"ตุลย์ไม่ต้องรู้หรอก แล้วจะตามเฮียมาทำไม ไม่ไปอยู่กับน้าพิมพ์ล่ะ"
"ตอนนี้ป๊าก็คงไม่อยากเห็นหน้าผมตอนนี้หรอก ผมขอไปกับเฮียด้วยได้ไหม"
"จะไปกับเฮีย"
"พูดตรงๆ ผมอยากจะสนิทกับเฮียมากกว่านี้" พอผมได้ยินประโยคจากหัวใจผมล่วงตุ๊บไปเลย ที่จริงผมก็อยากจะสนิทกับมันให้เหมือนพี่น้องคนอื่นๆ แต่คงต้องใช้เวลาหน่อย ให้ผมได้ปรับจูนให้เข้ากันก็คงจะไม่ยากเกินไป
"เออๆ ขึ้นรถมาละกัน"
"ครับ"
สถานที่ผมจะไปก็ไม่ใช่ที่ไหนไกล สถานที่ที่ผมจะนัดไอ้พวกเพื่อนผมบ่อยๆนั้นแหละ ด้วยความที่คลับแห่งนี้เป็ของครอบครัวผมหรือธุรกิจของป๊ามันก็ไม่ใช่เื่ยากที่เด็กอายุ 19 อย่างไอ้ตุลย์เข้าอยากสบายๆ
"ไม่เคยเข้ามาที่นี่อะดิ" ผมหันไปถามน้องชายตัวเอง ที่ตอนนี้มันดูจะตื่นตาตื่นใจมาก
"แหง่อะดิเฮีย อายุผมไม่ถึงที่ไหนก็ไม่ให้ตุลย์เข้าหรอก อีกอย่างแม่ไม่ค่อยชอบให้มาที่แบบนี้"
" เออเขาคงเป็ห่วง "
" ผมรู้ "
" ดีแค่ไหนแล้วที่มีแม่เป็ห่วงความเป็ไยเื่ของตุลย์เองละ ดูเฮียสิ วันๆเอาแต่ทะเลาะกับป๊า ห่วยสัด "
"แม่ผมก็ห่วงพี่มากนะ มากกว่าผมเสียอีก"
"พอ ๆ ไม่พูดเื่ที่บ้านแล้ว "
"แล้วผมเข้าที่นี่ได้ยังไง อายุผมไม่ถึงเลยนะ"
"ตุลย์ลืมไปรึไง ว่าที่นี่ของป๊าน่ะ ไม่ให้ลูกชายเ้าของเขาสิแปลก"
"อ้อ! จริงด้วย ป๊ามีคลับด้วย แต่เฮียบอดี้การ์ดของป๊าเต็มร้านขนาดนี้ ป๊าจะไม่รู้หรอเฮีย"
"เขาน่ะรู้อยู่แล้วว่าเฮียมาที่นี่บ่อยจะตายไป มีอะไรบ้างที่เขาไม่รู้บ้าง หูตาสับปะรดขนาดนั้น"
"ก็จริง"
"เอาเป็ว่าเลิกถามก่อนตุลย์ "
ไม่นานผมกับตุลย์ก็เดินมายังโต๊ะโซนVIPซึ่งเป็โต๊ะพวกผมโดยเฉพาะ แต่ตอนนี้ยังไม่มีใครมาเลยสักคน
"เอาเหมือนเดิม" ผมหันไปสั่งเครื่องดื่มกับพนักงาน
"ตุลย์จะกินอะไร "
"ผมขอเหมือนเฮียละกัน"
" แน่ใจว่ากินไหว "
"เฮียเห็นผมอย่างนี้ผมก็กินอยู่แต่ไม่ได้บ่อย"
"เอาแค่นี้ก่อน"
"ครับ"
ไม่นานนักไอ้กันกับไอ้เป้ก็มา
"อ้าวตุลย์ก็มากับเขาด้วยหรอ" เป้พูด
"ครับ:)"
"อย่าบอกนะว่าเราก็ไปทะเลาะกับป๊าเขาด้วยน่ะตุลย์ "
"พวกพี่รู้เื่นี้ด้วยรึครับ"
"แน่ล่ะ มีเื่กับป๊าทีไรก็ต้องนัดพวกพี่มาที่นี่ทุกทีแหละ
ผมที่อิงโซฟาอยู่พร้อมหยิบแก้วเหล้าขึ้นมากระดกหมดในรวดเร็ว
"เห้ยๆ ใจเย็นพวก กระดกหมดแบบนั้นก็ตายห่าหมดหรอ"
"ไม่ตายหรอกน่ามึงก็พูดเวอร์ไป"
"แล้ววันนี้ทะเลาะเื่อะไรอีกล่ะ " ไอ้กันถามขึ้นมา
" ป๊ากูจะให้กูไปช่วยงาน"
"ก็ไม่ได้แปลกอะไรนิแล้วทะเลาะกันทำไมว่ะ"
"มึงก็รู้ว่าบ้านกูทำอะไร ทั้งบ่อนคาสิโน คลับบาร์ ค้าอาวุธ มึงคิดว่ามันง่ายขนาดนั่นเลยหรอ "
"ก็จริง ถึงไม่ใช่เื่นี้กูว่ามึงก็ทะเลาะกับป๊ามึงอยู่ดี"
"เอาหน่า มึงยังไม่ชินอีกหรอ "
"ชินน่ะชินอยู่ แต่ก็ไม่อยากจะทะเลาะด้วยหรอกนะ กูมันเป็ตัวซวยสำหรับเขา กูเกิดมาก็ทำให้เมียสุดที่รักเขาตาย กูเป็แบบนี้ไม่ได้ดั่งใจเขาสักอย่าง"
"เอาหน่า พ่อมึงอาจจะคาดหวังกับลูกชายคนโตอย่างมึงไง "
"มึงอยู่ตอนกูคุยกับพ่อรึเปล่าเนี่ย รู้ดีจังไอ้กัน"
" กูไม่รู้เลยมั้ง กี่ครั้งแล้วที่มึงมาบ่นให้พวกกูฟัง กูสามารถเอาเื่มึงไปเขียนชีวประวัติได้เลย เดาไม่ได้ก็โง่แล้ว"
"กูว่าเปลี่ยนเื่คุยดีกว่า" ไอ้เป้พูด
"เออนั่นดิ "เสริมด้วยไอ้กันที่ตอนนี้จิ้มของแกล้มเข้าปาก
"เอ่อ..พึ่งเห็นสองพี่น้องอยู่ด้วยกัน หน้าก็แตกต่างกับชิบหาย คนหนึ่งโครงหน้าฝรั่ง อีกคนโครงหน้าตี๋จีน"
"จะชมว่าพวกกูหล่อว่างั้น"ผมพูดแซวไอ้เป้ที่ตอนนี้มันแทบสำลักเหล้าที่มันพึ่งดื่มไปเมื่อกี้
"ถุย! ความมั่นนี้คุณได้ที่ไหนมาว่ะ "
"ความมั่นในตัวเองโว้ยยย!!! ผมพูดสวนมันกลับ
"เฮียผมไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ"
"อื้มไปดิ" จากนั้นน้องชายผมก็ลุกจากโต๊ะไปยังห้องน้ำ
"ดูตุลย์น้องชายมึงยังจะเกรงๆกับมึงอยู่นะ"
"อื้อ ก็คงเป็งั้น กูก็พึ่งจะมาพูดคุยจริงจังกับมันก็วันนี้แหละ "
"เออ ให้เวลาสักหน่อย พี่น้องเข้ากันได้ไม่ยากหรอก" ไอ้กันพูดพร้อมยกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม
"จบเื่พี่น้องของมึงก่อน มาเื่เมื่อเช้าทำไมไม่เข้าเรียนครับเพื่อนติณห์" ไอ้เพียววางแก้วจากนั้นมันก็ขยับมานั่งใกล้ผม
"เอ่อ...กูมีธุระ"ผมรีบตอบกลับไป
"หราาา กูเชื่อตายแหละ คนอยากมึงจะมีธุระอะไร"
"ไอ้เป้แล้วมึงจะไปเสือกเื่มันทำไม ทีมึงไม่มาเกือบอาทิตย์กูยังไม่ว่าอะไรเลย แถมยังต้องทำการบ้านส่งแทนมึงอีก ไอ้ติณห์ไม่มาแค่วันเดียวถามมากอยู่ได้"
"ไหนย้อนมาที่กูได้ล่ะ"
พอพูดเื่นี้ภาพของใครคนหนึ่งก็เด้งขึ้นในหัวมาทันที ตอนนี้มันคงหลับเพราะฤทธิ์ยาแก้ไข้ แต่พอนึกถึงตอนที่ผมแกล้งมันแล้วมันทำหน้ามุ้ยโมโหผม บอกเลยว่ามันน่ารักมาก แต่ไม่รู้ทำไมวันนั้นผมถึงตัดสินใจเข้าหามัน รู้ว่าตอนนี้ผมยิ่งสนใจมันมากขึ้นทุกวัน
"ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เชียวนะ คิดอะไรอ่ะ"
"เปล่าาา" ผมรีบปฎิเสธมันไปทันที
"เพลงพี่เบิร์ดต้องมาแล้วมั้ง"
"อะไรเพลงพี่เบิร์ด"
"ก็เพลงเล่าสู่กันฟังไง"
"หุ้ย! ใช่เวลามาเล่นไหมไอ้เป้ "ไอ้กันพูด
"อ้าว ไม่ตลกหรอ อุส่าเลื่อนฟีดเฟสไปเห็น เห็นมันตลกดี ไหนมามุกแป้กได้ว่ะ"
"กูไปดูไอ้ตุลย์ก่อนนะ"
"เออๆ "
พอผมกำลังจะเดินไปยังห้องน้ำ มีคนยืนดูอะไรบ้างอย่างเต็มหน้าห้องน้ำเต็มไปหมด
"ไปเรียกผู้จัดการมาเคลียร์แขกหน่อยสิ" ผมหันไปสั่งการ์ดที่ยืนหัวเสา
"ครับคุณติณห์"
ไม่นานนักผู้จัดการก็มาเคลียร์แขกให้อยู่ในสภาวะปกติ แต่พอผมไปถึงที่เมื่อกี้คนยืนกัน ก็พบว่าน้องชายของผมไปนั่งกองกับพื้น
"ตุลย์"
"เฮีย"
"มีเื่อะไรกัน"
"เอ่อ...พอดีมีเื่เข้าใจผิดนิดหน่อยน่ะ"
ผมพึ่งสังเกตเห็นว่ามีคนที่กำลังทำแผลในไอ้ตุลย์อยู่ พอเงยหน้าขึ้นมาเท่านั้นแหละ ผมรู้เลยเป็ใคร หน้าตาคล้ายกันชิบหาย
"ทำแผลเสร็จละ ดีนะที่ไม่เป็ไรมาก แต่ขอบใจนะที่ช่วยน่ะ"
"แล้วพี่ชื่ออะไร ผมจะได้เรียกพี่ถูก"
"เอ่อ..ไม่ต้องรู้หรอก พี่มีธุระขอตัวก่อนนะ" จากนั้นเขาก็เดินจากไปโดยทันที
"ทำไมไม่เรียกการ์ดให้มาเคลียร์ "
"ตุลย์เห็นว่ามันเป็เื่เล็กๆน่าจะจัดการเองได้ ก็เลยไม่เรียก"
"เป็ฮีโร่สมใจไหมล่ะ ถ้าน้าพิมพ์เห็นเข้าจะไม่มาบ่นชั้นหรอว่าพาแกมาเจ็บตัว"
"ไม่ใช่ความผิดเฮียสักหน่อย เื่นี้ผมทำเอง ทำไมต้องมาว่าเฮียด้วย"
"น้าพิมพ์ไม่ค่อยเท่าไหร่หรอก ป๊าเห็นแผลที่ปากแกก็ไม่พ้นพาลมาว่าชั้นอยู่ดี"
"งั้นผมขอไปอยู่บ้านเฮียก่อนได้ไหม ถ้าแม่เห็นเข้าหูผมชาแน่นอน"
"เออตามใจ "
ผมถึงกับถอดหายใจออกมาหนักๆหนึ่งที ให้ตายเถอะ แต่ทำยังไงได้ มันก็เป็น้องชายแท้ๆผมอยู่ดี และ อีกอย่างี้เีมีเื่ทะเลาะกับป๊าอีก ...