สิบวันผ่านไป
จ้าวจือจือโคจรพลังรอบสุดท้าย ปราณบริสุทธิ์ไหลไปตามเส้นปราณของนางอย่างราบรื่น เคลื่อนไหวต่อเนื่องไปรวมกันเป็วงกลมบริเวณตันเถียน เวลานี้ลมปราณของนางพื้นคืนมาได้เจ็ดส่วนแล้ว นางค่อยๆส่งััออกไปสำรวจบริเวณโดยรอบอีกครั้ง
'เฮ่อ!ยังคงคุ้มกันเข้มงวดดุจเดิมข้ามิอาจรั้งอยู่ต่อแล้ว ถ้าคาดเดาไม่ผิดอีกประมาณห้าวัน ในคืนที่แสงจันทร์มืดมิดที่สุดบุรุษผู้นั้นคงลงมือเป็แน่'
หญิงสาวเริ่มไตร่ตรอง ด้วยสติปัญญาของเขาและการช่วยเหลือจากนาง แผนการครั้งนี้น่าจะไม่มีข้อผิดพลาด
'ข้าต้องหาทางรอดให้ครอบครัวเสี่ยวจือจือเพื่อตอบแทนร่างกายนี้ ความผิดของพวกโจรเบาสุดคือตายหนักสุดคือปะาเก้าชั่วโคตร' เมื่อคาดเดาเสร็จก็ไม่คิดล่าช้า
"ท่านป้าหู ช่วยเรียนท่านแม่ทัพว่าข้ามีธุระสำคัญ ขอเข้าพบ"
กระโจมแม่ทัพ
จ้าวจือจือ หยุดยืนอยู่ที่นี่เป็ครั้งที่สาม ครานี้ชายหนุ่มกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเก้าอี้ตัวยาวท่าทางเกียจคร้าน ใบหน้าหล่อเหลาของเขาอิดโรยเล็กน้อย คล้ายคนอดนอน
'หึ!!เรียกหาหญิงคณิกาทุกค่ำคืน จะนอนพอได้อย่างไร'
ร่างเล็กแอบประชดในใจ อันที่จริงนางรู้ทราบว่าเขามิได้ทำเื่อย่างว่า แต่เป็หนึ่งในแผนการของบุรุษมากเล่ห์ผู้นี้ เพื่อตบตาหน่วยสอดแนมของพวกโจร ทุกคืนเขาจะเรียกหญิงคณิกาเข้ามาในกระโจม ผ่านไปประมาณหนึ่งชั่วยามสตรีเ่าั้ก็ถูกส่งตัวออกไป แต่การที่เขาชอบยั่วโมโหนางเป็สิ่งที่นางมิอาจยอมรับได้จึงเผลอแง่งอนอย่างลืมตัว
"เ้ามีอันใด"
เสียงของชายหนุ่มอู้อี้แหบพร่าเล็กน้อย เนื่องจากเพิ่งตื่นนอน
ขนอ่อนที่บริเวณหลังคอร่างงามลุกชันทันที 'อ่า!ทำเสียงปกติได้หรือไม่'
เนื่องจากฟื้นคืนลมปราณแล้ว ประสาทััของนางจึงเฉียบไวเป็พิเศษ ตอบสนองอย่างง่ายดายโดยเฉพาะกับเสียงของเขา
"ข้ามีเื่ขอร้องท่าน"
เสียงหวานใส สั่นพร่าเล็กน้อยโดยที่นางไม่รู้ตัว
"พูดมา!"
ร่างสูงยังคงไม่ขยับเพียงยกมือขึ้นท้าวศีรษะต่างหมอน ทอดกายบนเก้าอี้อย่างผ่อนคลาย เกิดเป็ภาพงดงามชวนหลงใหล จ้าวจือจือใจกระตุกเล็กน้อยลอบหายใจติดขัด
"โปรดไว้ชีวิตครอบครัวข้าได้หรือไม่"
เสียงหวานใสยังคงสั่น แต่แฝงแววออดอ้อนเอาไว้
"เหตุใดข้าต้องช่วยเ้า"
ร่างสูงขยับตัวเล็กน้อยจนสาบเสื้อขยับเลื่อน เผยแผ่นอกตึงเรียบน่าัั
จ้าวจือจือลนลานจนพาล 'อ่า!บุรุษน่าตาย เหตุใดไม่นั่งคุยกันดีๆ'
หัวใจดวงน้อยเต้นตึกตัก เหงื่อเม็ดเล็กเริ่มซึมตามแนวไรผม เผลอแลบลิ้นเล็กออกมาเลียริมฝีปากแห้ง พยายามข่มกลั้นความเขินอาย ผ่านไปหลายสิบลมหายใจมือเล็กจึงขยับหยุกหยิกหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากสาบเสื้อ
"นี่คือตารางเวลาสับเปลี่ยนเวรยามของพวกโจร พอแลกเปลี่ยนได้หรือไม่"
ร่างเล็กปรับเสียงจนเป็ปกติแววตาระยิบระยับฉายแววจริงจัง
"โอ้!!"
ร่างเกียจคร้านเริ่มสนใจขยับกายอย่างเชื่องช้าลุกยืนทำท่าจะเดินตรงเข้ามาหา จ้าวจือจือลนลานร้อนตัวเผลอถอยหลังไปสองก้าว ชายหนุ่มเห็นท่าทางน่ารักของนางหัวใจพลันไหววาบ
"เ้าออกไปก่อน อีกหนึ่งชั่วยามค่อยมาเจรจา"
ลู่หยางกล่าวด้วยสายตาคลุมเครือ
"เ้าค่ะ"
ประหนึ่งเสียงจาก์ จ้าวจือจือวิ่งหนีไปทันที
'ฮึ!ฮึ!จิ้งจอกน้อย'
แม่ทัพหนุ่มยกยิ้มอารมณ์ดีที่กลั่นแกล้งนางได้สำเร็จ เป็เพราะนางเขาจึงนอนไม่หลับแทบทุกคืน เพียงล้มตัวลงนอนบนเตียงที่นางเคยใช้ ก็คล้ายได้ยินเสียงหอบหายใจของนาง หลับตาลงก็เห็นแต่ดวงตาทรงเมล็ดชิ่ง ฉ่ำปรือ จนส่วนนั้นร้อนลวกแข็งขืนแทบทนไม่ไหว ดึกดื่นค่อนคืนต้องลุกขึ้นมาอาบน้ำ สุดท้ายเขาต้องย้ายไปนอนบนเก้าอี้ตัวนั้นจึงค่อยหลับลงได้
"ยกถังน้ำเข้ามา"
ชายหนุ่มเอ่ยสั่งเสียงต่ำ ระบายลมหายใจร้อน..แม้แต่ยามนี้นางไม่วายตามมาสร้างปัญหา
ทางด้านจ้าวจือจือ
หญิงสาวทรุดตัวลงนั่งตั่งสำหรับดื่มชา ยกดื่มรวดเดียวสองถ้วย
'บุรุษน่าตาย คิดจะใช้แผนชายงามกับข้างั้นรึ'
คิดถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ก็พาลคิดไปถึงคืนเร่าร้อนนั้น ลำคอแห้งผากอีกครั้งร่างกายเริ่มร้อนผ่าวร่างเล็กรีบรินชายกดื่มอีกหลายถ้วย จึงค่อยดึงสติกลับมาได้สมองเริ่มทำงานคิดทบทวนเื่ราว
'เดิมทีข้าคิดใช้ตารางสับเปลี่ยนเวรยาม เพื่อแลกเปลี่ยนกับอิสรภาพของตนเอง'
'แต่หากทำเช่นครอบครัวนางคงไร้ทางรอด ข้าคงมิอาจสู้หน้าเสี่ยวจือจือได้'
'ทำได้เพียงสละเบี้ยตัวนี้ รักษาชีวิตคนในครอบครัวของเ้าของร่างเดิมไว้'
สำหรับตัวนางหากคิดหลบหนี ขั้นแรกต้องหลบให้พ้นการจับตามองของป้าหู หากจะวางยานอนหลับนางอาจสะดุดตาเกินไป
'มีเพียงเข้าพบบุรุษผู้นั้นป้าหูจึงไม่ติดตามข้า ประจวบเหมาะกันพอดีเส้นทางที่ใช้หลบหนีก็จำเป็ต้องทะลุผ่านกระโจมหลังนั้น'
เนื่องจากบริเวณนั้นมีทหารยามหนาแน่นที่สุด เวลาที่ใช้ในการสับเปลี่ยนเวรยามจึงนานกว่าด้านอื่น ข้อผิดพลาดนี้ทำให้มี่เวลาสั้นๆที่ริมกระโจมด้านที่อยู่ติดกับเนินเขาจะไร้ทหารยามตรวจตรา จากที่นางทดลองจับเวลาพบว่าประมาณยี่สิบลมหายใจที่ปลอดจากการเฝ้าระวัง ด้วยลมปราณของนางตอนนี้มั่นใจว่าสามารถหลบหนีทันแน่นอน
หญิงสาวเลื่อนมือไปหมุนแหวนที่นิ้วชี้ด้านขวาอย่างเลื่อนลอย หากคิดจะวางยาเขาอีกครั้งข้าคงต้องเปลี่ยนวิธีหลังจากได้ข้อสรุปหญิงสาวก็เริ่มเตรียมการทันที
"ท่านป้าหู ยกน้ำร้อนเข้ามาเถิด"
ยามซวี
หญิงสาวกลับมายืนตรงที่เดิมอีกครั้ง แม่ทัพหนุ่มนั่งสง่างามอยู่ที่โต๊ะอาหาร มือเรียวยาวคล้ายหยกจับตะเกียบคีบขนมกุ้ยฮวา เมื่อนางมาถึงก็วางตะเกียบลง
"เ้าจะทานด้วยกันหรือไม่"
ลู่หยางกล่าวชวนตามมารยาท หญิงสาวส่ายหน้าช้าๆ เดินไปยืนด้านข้างตัวชายหนุ่ม พลางยื่นแผ่นกระดาษให้
แม่ทัพหนุ่มยื่นมือมารับกวาดสายตาอ่านอย่างรวดเร็ว ข้อมูลที่นางเขียนไว้ชัดเจนรัดกุมยิ่งนัก หากรวมกับข้อมูลก่อนหน้าคาดว่าน่าจะมีโอกาสชนะเกินแปดส่วน
ร่างเล็กเฝ้าเขามองอยู่เห็นว่าแววตาแม่ทัพหนุ่มไหววูบด้วยความพึงพอใจ หัวใจที่ถูกกดทับพลันคลายลงมั่นใจว่าควรจะเป็ข่าวดี
"เป็อย่างไรบ้างเ้าคะใช้ได้หรือไม่"
เสียงหวานใสเร่งรัดรอคอยคำตอบ
"นับว่าพอใช้ได้"
"เช่นนั้นครอบครัวข้าทั้งสี่คนก็มีทางรอดแล้วใช่ไหมเ้าคะ"
จ้าวจือจือยังคงถามต่อนางอยากได้ยินคำยืนยันจากเขา
"หากปราบปรามโจรสำเร็จข้าจะขออภัยโทษจากฝ่าาให้ ความดีความชอบที่เ้ายอมส่งมอบแผนที่ทั้งสองฉบับออกมาอาจจะพอหักร้างได้ รวมกับตารางสับเปลี่ยนเวรยามแผ่นนี้ ชีวิตของเ้า น้าหญิงและน้องทั้งสองของเ้าสมควรไม่มีปัญหาเพราะพวกเ้าเป็เพียงคนในครอบครัวไม่เคยออกไปปล้นฆ่าที่ไหน แต่น้าเขยของเ้าต้องรอตรวจสอบก่อน"
แม่ทัพหนุ่มพูดจายืดยาวเป็ครั้งแรก หญิงสาวรับฟังแล้วเหมือนยกหินออกจากอก ปัญหาของครอบครัวของเสี่ยวจือจือได้รับการแก้ไขแล้ว
"ช่วยน้าหลิงเซียงกับพวกเด็กๆได้ก็ยังดี ขอบคุณมากเ้าค่ะ"
จ้าวจือจือกล่าวขอบคุณจากใจใบหน้างดงามเปื้อนรอยยิ้มแสนหวาน ชายหนุ่มเผลอมองด้วยความตกตะลึงหัวใจพลันเต้นแรงรู้สึกถึงความร้อนที่เกิดขึ้นภายในร่างกาย ความคิดบางอย่างแวบเข้ามาในหัว
"เ้าอย่าเพิ่งด่วนดีใจไปข้ายังไม่ได้ล้อมปราบโจร"
"แต่ข้าเชื่อว่าด้วยความเก่งกล้าสามารถของท่านครั้งนี้ต้องชนะแน่นอน และยังเชื่ออีกด้วยว่าท่านจะรักษาคำพูด"
หญิงสาวกล่าวยกย่องดวงตาคู่สวยจ้องใบหน้าหล่อเหลาเขม็งขณะทวงคำสัญญาจากเขา
"หากชนะ!ย่อมต้องทำตามคำที่พูดไว้"
ชายหนุ่มกล่าวยืนยันอีกรอบ หญิงสาวพลันถอนใจโล่งอกยอบกายลงช้าๆกล่าวขอบคุณด้วยความดีใจเงยหน้ามาอีกทีก็พบว่าแม่ทัพหนุ่มก็นั่งลงบนเก้าอี้ตัวยาวแล้ว
"เ้าคิดตอบแทนข้าอย่างไรดี?"
เสียงแหบต่ำดังขึ้นใบหน้าหล่อเหลาของเขาจ้องมองมาที่นางด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก