สองแฝดที่ตอนนี้พวกเขาที่ถูกนางปีศาจร้ายตัวผู้เป็แม่ จับทรมานโดยอาบน้ำเห็นแล้วยังขัดผิว ของพวกเขาจนคิดว่าจะขาดใจตาย ริมแม่น้ำเสียแล้ว ไม่ได้เป็เ้าก้อนแป้งคลุกผงถ่านชาโคลเหมือนเก่าแล้ว แต่ปรากฏผิวขาวอมชมพู ที่ดูอิ่มฟูน่ากัดกินอย่างมากจน หลี่หย่ายเชียง แทบห้ามใจไม่ให้อ้าปากงับแขนตัวเองไม่ไหว ทำไมมันช่างดูน่ากินอะไรเช่นนี้ ถ้าไม่ติดว่าสายตาของพี่สาว และแม่ปีศาจมองมาที่เขา คงต้องลิ้มลองสักครั้งว่าจะนุ่มเหมือนอย่างที่คิดเอาไว้ไหม
“เลิกจ้องมองเหมือนจะกินแขนพี่เ้าอย่างนั้นเสียที” หลี่เหลียนฮวา เอ่ยปากบอกลูกชายที่จ้องแขนพี่สาว สลับกับแขนตัวเองด้วยสายตาเหมือนมันเป็ขาหมูต้มน้ำแดง ยังไงยังงั้น
“ข้าเปล่าสักหน่อยท่านใส่ร้ายข้าแล้ว ปรักปรำกันชัดๆ ช่างไม่ยุติธรรม ไม่ยุติธรรม เลยจริงๆ ์ทรงเมตตา ์ทรง”
“หยุด เลิกพูดแล้วฟังแม่” เขายังพูดไม่จบแล้วทำไมปีศาจแม่ก็ขัดขึ้น
“เ้าจะเล่นใหญ่เกินไปแล้ว” หลี่ย่าเสียน กระซิบบอกน้องชายที่กำลังกอดอกด้วยใบหน้าบึ้งตึงอยู่ข้างกัน
“ใครก็ได้บอกแม่ที เราหากินอาหารกันยังไง” ทันทีที่พูดจบ หลี่เหลียนฮวา ก็ได้ยินเสียงถอนหายใจ ฟอดใหญ่จากลูกชาย ก่อนที่ปากเล็กนั่นจะพ้นคำพูด เสียดแทงออกมาได้ อย่างไหลลื่นยิ่ง นักนางเองจนใ ว่าปากเช่นนี้มันได้ใครมา
“ที่แท้ก็จะมารีดไถอาหารจากพวกข้านี้เอง” หลี่หย่ายเชียง เอ่ยปากก่อนที่ค่อยๆ ขยับไปยังกล่องไม้ตรงมุมห้อง แล้วหยิบเอาหมั่นโถว ที่แข็งชืด ออกมาสี่ก้อน
“ทั้งหมดมีแค่นี้แหละ เพราะเมื่อเช้าท่านจับพวกข้า ลงแม่น้ำจึงไม่ได้ไปรับของโรงทานมาเพิ่ม”
หลี่เหลียนฮวา เห็นดังนั้นก็เกิดสะท้อนใจนัก ก่อนหน้านี้เ้าก้อนแป้งของนาง ต้องไปขออาหาร ที่โรงทานให้นางและเลี้ยงตัวเอง คิดได้ดังนั้นจึงรีบเดินไปคว้าหมั่นโถว ทั้งหมดนั้นและโยนทิ้งออกไปทางหน้าต่างทันที พร้อมกับเสียงร้องโวยวายของเ้าสองฝาแฝดดังลั่นบ้านในหลังน้อย จนแทบจะถล่มพังลงมาทับพวกเขาให้ตายลงตรงนี้อยู่รอมร่อ
“หยุด หยุดโวยวาย แล้วตามแม่มา” หลี่เหลียนฮวา บอกเ้าเด็ดแฝดที่แข่งขันแผดเสียงให้เงียบลง สายตามองไปเห็นมีดเก่าที่สนิมได้เกาะติดแทบทุกอณูมีด เรียกได้ว่าถ้าโดยเข้าที คงไม่ตายจากาแ แต่จะตายเพราะบาดทะยักกินต่างหาก เมื่อหยิบได้มีดแล้ว จึงเดินตรงออกไปยังแม่น้ำที่ตัวเองพึ่งชำระล้างร่างกายมา มองเห็นต้นไผ่ที่ขึ้นอยู่ใกล้ริมน้ำ ก็ไม่รอช้านำมีดตัดลำไผ่มา และเหลาให้ปลายแหลมข้างหนึ่ง แน่นอนที่เธอทำคือฉมวกไว้แทงปลานั้นเอง
ด้านสองแฝดเมื่อเห็นว่าแม่ถือมีดเดินออกไปแล้ว จึงตัดสินใจเดินตามออกไปอย่างห่างๆ เพราะรู้ดีว่าหนีอย่างไรก็คงไม่พ้น เพราะขนาดพวกเขาวิ่งหนีตอนจะอาบน้ำในแม่น้ำตอนเช้านั้น ลิงลมเช่นเขาก็ยังพ่ายแพ้ให้แก่ปีศาจแม่ตนนี้เลย นับประสาอะไรยิ่งนางมีมีดในมือแล้ว เขาและพี่สาวคงไม่รอดแน่ สิ้นหวังแล้ว หลี่หย่ายเชียง คิดในใจ
“ไม่ต้องกลัว อย่าลืมสิข้าไม่ใช่ใครฆ่าเราได้ง่ายๆ หรอก” หลี่ย่าเสียนพูดปลอบน้องชาย พวกนางเฝ้าสังเกตดูพฤติกรรมของแม่แล้ว แม่นี้พูดมากกว่าก่อนเก่า แต่ว่าก็ไม่เห็นแววตาเคียดแค้น ชิงชังเช่นเดิมแล้ว เหมือนมันมีบางอย่างที่เปลี่ยนไป
หลี่เหลียนฮวา เมื่อทำฉมวกเสร็จก็เลือกเดิน ขึ้นไปบนต้นน้ำ ที่อยู่ห่างบ้านของเธอไม่ไกลนัก เพราะบ้านหลังนี้ถือว่าเป็บ้านที่อยู่ไกล ลึก เป็หลังสุดท้ายที่ติดกลับป่าตีนเขาก็ว่าได้ ซึ่งสำหรับเธอแล้วถือว่าเป็ทำเลทองก็ว่าได้ เพราะสะดวกในการหาน้ำ หาอาหาร ที่สำคัญไม่มีคนคอยจับจ้องให้รำคาญสายตา ยิ่งในยุคนี้ที่เพื่อนบ้านที่ใกล้ที่สุดก็น่าจะอยู่ห่างออกไปถึงครึ่งลี้ เมื่อเดินมาถึงต้นน้ำที่มีปลาชุกชุมและว่ายน้ำวนเวียนอยู่ วิธีการหาปลาโดยฉมวกก็ได้เริ่มขึ้นให้เ้าสองฝาแฝด ได้ดูอย่างใกล้ชิดและรวดเร็ว
หลี่หย่ายเชียน และหลี่ย่าเสียน อดที่จะอ้าปากค้างไม่ได้ เมื่อมาถึงจุดที่แม่ปีศาจกำลังแทงปลาพบปลาตัวใหญ่ ที่วายอยู่ในน้ำอย่างแม่นยำ และที่ถูกเสียบทิ้งไว้อยู่ในไม้ไผ่ที่แม่ทำมาอีกอัน ตรงริมแม่น้ำนั้นอีก สองก้อนแป้งทำได้แต่ยืนตบมืออย่างชอบใจ ทุกครั้งที่ผู้เป็แม่แทงปลาตัวใหญ่ได้ อย่างสนุกสนาน
เมื่อได้ปลามากจนเกินอิ่ม สำหรับตอนเที่ยงและตอนเย็นเผื่อไปจนถึงมื้อเช้าของวันพรุ่งนี้แล้ว หลี่เหลียนฮวา ก็จึงได้หยุด จากนั้นก็นำปลาเ่าั้ใส่ตะกร้าสานที่นางแบกใส่หลังมาเพื่อนำปลากลับบ้าน เ้าฝาแฝดก้อนแป้งทั้งสอง เองก็อดตื่นเต้นไม่ไหวจนลืมตัวเดินเข้ามาใกล้ ผู้เป็แม่พร้อมเอ่ยด้วยรอยยิ้มดีใจ
“ในที่สุดท่านแม่ก็ค้นพบวิธีการตอบแทนพระคุณของพวกข้าแล้ว” หลี่หย่ายเชียง กล่าวพร้อมกับน้ำตาคลอเบ้า เช่นเดียวกับ หลี่ย่าเสียน ที่พยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของน้องชายฝาแฝดแบบเต็มประตู
เมื่อกลับมาถึงบ้าน เวลาล่วงเลยเที่ยงวันไปแล้ว หลี่เหลียนฮวา ที่ก่อไฟแล้วนำปลาที่ได้มา เสียบไม้โรยเกลือที่เหลืออยู่ก้นครัวและเริ่มย่างปลาตัวใหญ่สามตัว ที่ส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วทั้งบ้าน โดยมีเ้าแฝดก้อนแป้งทั้งสอง ที่นั่งมองดูปลาที่กำลังถูกแผดเผาไฟแทบไม่กะพริบตา เมื่อปลาสุกได้ที่แล้วหลี่เหลียนฮวา ก็นำปลาย่างไปวางตรงหน้าของเ้าสองฝาแฝดคนละตัว และทั้งสามคนก็เริ่มลงมือกินข้าวเที่ยงของวัน
นี้นับเป็ครั้งแรกั้แ่ฝาแฝดจำความได้เลย ที่พวกเขาได้กินอาหารร่วมกับแม่ เพราะปกติแล้วแม่ผู้นี้ มีแต่จะรีดไถอาหารจากพวกเขา และยิ่งไม่เคยที่จะได้นั่งร่วมกินอาหารแบบนี้เสียเมื่อไหร่กัน อยู่เ้าสองพี่น้องฝาแฝดก็เกิดมีน้ำตาคลอรอบๆ ดวงตาอย่างไม่อาจห้ามได้
หลี่เหลียนฮวา ที่สังเกตเ้าอาการของลูกๆ ก้อนแป้งทั้งสองอยู่แล้ว จึงเห็นทุกอาการที่เ้าสองแฝดแสดงออกมา นางเองก็ได้แต่จุกในอกเมื่อนึกถึงเื่ราวในอดีตของตัวเอง ก็ตั้งปณิธานก็สัญญากับตัวเองว่า ต่อแต่นี้นางจะทำหน้าที่แม่เพื่อให้เ้าก้อนแป้งทั้งสองได้กินอิ่มนอนหลับ และเป็เด็กที่น่าอิจฉาที่สุดในแคว้นให้ได้
หลังจากเสร็จสิ้นอาหารมื้อแรกในชีวิตใหม่ ความท้าทายใหญ่หลวงก็เรียงหน้าตบเท้าเข้าหานางทันที ทำความสะอาดบ้าน คือหนึ่งความท้าทายของนางในวันนี้ เพราะข้าวของที่รกรุงรังเยอะแยะไปหมด จนนางเองไม่รู้ว่าจะเริ่มเก็บจากจุดไหน สุดท้ายจึงตัดสินใจเริ่มต้นเก็บมันจากห้องครัวเสียก่อน ไม่ว่าจะเป็เศษอาหารที่เน่าเหม็น เหล่าหม้อไหถ้วยชาม ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนอยู่ผิดที่ผิดทาง กระจัดกระจายไปทั่วทั้งบ้าน อย่างเช่นหม้อต้มใบนี้ ที่มันสมควรอยู่คือในห้องครัว แต่นางกลับก็มาพบอยู่ตรงห้องโถง ที่ที่เ้าก้อนแป้งทั้งสองยึดไว้เป็ที่หลับนอน
และเมื่อนางมองเข้าไปที่ก้นหม้อนั่น ก็เห็นรอยน้ำขังและข้ำที่อยู่ก้นหม้อ เป็หลักฐานว่าหน้าที่ของมันในห้องนี้คือรองน้ำที่หยดลงมาจากหลังคา เพราะเมื่อนางเงยหน้าขึ้นไปมองตรงหลังคา ก็พบตัวการที่ทำให้มีน้ำอยู่ในหม้อ รูขนาดไม่ใหญ่มากแต่เพียงพอแล้วต่อการหยดของน้ำฝน และนางก็ยิ่งกว่าแน่ใจว่าเ้าหม้อใบนี้คงตั้งอยู่ตรงนี้ ั้แ่หน้าฝนที่ผ่านมาแล้วอย่างแน่นอน
ฟากเ้าก้อนแป้งฝาแฝด ที่กำลังยืนจ้องมองปีศาจผู้เป็แม่ ด้วยแววตาตกตะลึงและสับสนประปนอยู่ด้วยกันอีกครั้ง วันนี้พฤติกรรมของแม่ทำเอาพวกเขาต้องใ เพราะมันช่างผิดธรรมชาติของแม่ที่รู้จักเหลือเกิน น่าประหลาดประหลาดเหลือเกิน
หลี่เหลียนฮวา ที่ก็ลอบมองพฤติกรรมของลูกๆ ก้อนแป้งทั้งสองอยู่แล้วเช่นเดียวกัน ที่จะเดินตามนางไปในทุกที ในทุกห้อง ไม่ว่าจะเข้าออกกี่รอบต่อกี่รอบเ้าสองแฝดก็จะตามติดยิ่งกว่าเงาตามตัว จนนางเองเริ่มรำคาญ ยิ่งเห็นสายตาของเ้าเด็กทั้งสอง ที่กำลังพยายามฝืนลืมตา เพื่อที่เดินตามนางทั้งๆ ที่จะหนังตานั่นจะปิดอยู่เต็มทีแล้ว คล้ายกับคนละเมอเดินอยู่รอมร่อแล้ว
สุดท้ายก็เป็หลี่เหลียฮวา เองที่ทนไม่ไหวเอง นางต้องสั่งให้เ้าสองฝาแฝดทั้งสอง เลิกฝืนหนังตาแล้วไปนอนได้แล้ว เพราะนางเองก็ทนสงสารหนังตาของเ้าก้อนแป้งทั้งสองที่ ไม่อาจทนต่อแรงโน้มถ่วงของโลกได้อีกต่อไปแล้ว
เ้าก้อนแป้งสองพี่น้อง สุดท้ายก็ยอมเดินเข้าห้องนอนของนางอย่างเสียไม่ได้ ถึงจะนึกแปลกใจอยู่บ้าง เพราะปกติท่านแม่ผู้นี่ ไม่ชอบให้พวกเขานอนมิใช่หรือยังไงกัน เพราะแค่พวกเขาแอบหลับตาปากของแม่ปีศาจผู้นี้ ก็จะก่นด่าว่าพวกเขาเป็พวกี้เีตัวเป็ขนแล้ว มีแต่ต้องไล่ให้พวกเขาออกไปทำงาน หาเงินมาซื้ออาหารและสุรา
แต่ว่าท่านแม่วันนี้ กลับทำให้พวกมีแต่เื่น่าแปลกใจอีกแล้ว ไม่ชินเอาเสียเลย แต่ว่าอย่างไรเื่นี้พวกเขาก็ไม่ได้เสียเปรียบอะไร แถมยังจะได้นอนกลางวันอีก พวกเขาทั้งสองคนจึงพร้อมยินยอมทำตามโดยว่าง่าย และไม่ลืมทิ้งประโยคที่อยู่ในใจก่อนจะเดินเข้าห้องนอนว่า
“ท่านแม่พวกข้าชอบผีที่อยู่ในตัวของท่านยิ่ง ขอร้องท่านอย่าได้ออกจากร่างแม่ปีศาจผู้นี้อีกเลย”
“ใช่เ้าคะ จงสิงสถิตอยู่ในร่างท่านแม่ตลอดไปด้วยเถิด”
“ง่วงนอนก็รีบไปนอนหรือจะไม่นอน” หลี่เหลียนฮวาพูดขึ้ยมาทันที หลังจากได้ยินคำพูดของเ้าก้อนแป้งทั้งสอง
"เ้าค่ะ/ขอรับ" เสียงของเ้าก้อนแป้งทั้งสองดังขึ้นพร้อมกันก่อนจะเดินเข้าห้องนอน ห้องนอนที่พวกเขาไม่เคยจะได้นอนเข้ามานอนเลยสักครั้ง มีแต่เข้ามาเพราะต้องเอาน้ำอาหารสุราเงินทอง ที่พวกเขาหามาได้อยากยากเย็นให้แม่ปีศาจน่าตายรีดไถ่
เมื่อหมดเงาตามตัวแล้ว หลี่เหลียนฮวา ก็เริ่มเก็บกวาดบ้านต่อไป นำเอาข้าวของที่ไม่จำเป็ออกไปทิ้งให้หมด กว่าที่จะสำเร็จลุล่วงเวลาก็ล่างเลยมาถึงยามเซินแล้ว(สี่โมงเย็น) ป่านนี้แล้วก็ยังไร้วี่แววของเ้าก้อนแป้งฝาแฝดทั้งสองของนางเลย
นางจึงตัดสินใจลงมือทำอาหารเย็นไว้เลยเสียตอนนี้ จากปลาที่นางจับไว้เมื่อตอนกลางวัน พร้อมทั้งหุงข้าวที่นางบังเอิญค้นเจอ ที่ก้นครัวที่นางเองก็ไม่รู้ว่ามันอยู่ตรงนั่นมาั้แ่เมื่อไหร่ เพราะมันดูเก่าเก็บจนเปลี่ยนสีเป็สีเหลืองเรียบร้อยแล้ว
ส่วนฟากของเ้าสองแฝด มันทีที่ได้ล้มหัวลงนอนบนที่นอน พวกเขาก็นอนหลับสนิททันที และเริ่มรู้สึกตัวอีกครั้ง ก็เพราะได้กลิ่นอาหารลอยมาแต่ไกล ปกติแล้วพวกเขาไม่ใช่พวกที่นอนได้นานขนาดนี้ หรือว่านี่นับเป็ครั้งแรกที่ได้นอนที่บนเตียงที่เคยอยากนอนมาตลอด จึงทำให้นอนหลับสนิทจนหลงลืมเวลาขนาดนี้
แฝดผู้น้องอย่างหลี่หย่ายเชียงคิดในใจ ขณะที่ตัวเองกำลังนั่งนึกถึงเื่เหตุการณ์เมื่อเช้า แม่ที่ตายไปแล้วเพราะไม่หายใจและอยู่ดีๆ กลับลุกขึ้นมา พร้อมพฤติกรรมแปลกประหลาดๆ นั่น น่าสงสัยจริงๆ ว่าเกิดจากอะไรคิดให้ตายเขาก็นึกไม่ออก
แต่พวกเขากลับชอบแม่คนนี้ มากกว่าคนก่อนเสียอีก รู้อย่างนี้เขาน่าจะบอกให้พี่สาว วางยาให้แม่ไม่หายใจไปตั้งนานแล้ว ชีวิตพวกเขาคงไม่ลำบากมานานขนาดนี้ เสียดายแล้ว เสียดายจริงๆ หลี่หย่ายเชียง นั่งพึมพำกับตัวเอง บนเตียงนอน
ด้าน หลี่เหลียนฮวา เมื่อพบว่าใกล้เวลาหัวค่ำมากแล้ว ก็ตัดสินใจเดินเข้าปลุกเ้าก้อนแป้งฝาแฝดทั้งสองให้ตื่นเพื่ออาบน้ำก่อนมากินข้าว เนื่องจาก่นี้ใกล้ฤดูหนาวเขามาทุกที นางจึงต้องรีบเร่งให้เ้าก้อนแป้งทั้งสองทำกิจส่วนตัวให้เสร็จก่อน จากนั้นมื้ออาหารเย็นก็เริ่มต้นอีกครั้ง พร้อมเสียงจิกกัดกันของคุณแม่ลูกสอง กับลูกชายหน้าเหม็น โดยมีลูกสาวคนโตคอยเสริมขึ้นบ้างบางครั้ง และทำหน้าที่ตัวช่วยที่ดีของน้องชายด้วยการพยักหน้าเห็นด้วยกับทุกคำพูดของน้องชาย ไม่ว่าจะพูดอะไรก็ตาม
มาถึงตอนนี้หลี่เหลียนฮวา ก็ได้เรียนรู้แล้วว่า ลูกชายของนางผู้นี้ นอกจากปากจัดอันดับหนึ่งแล้ว ยังคงหลงตัวเองเป็ที่สุด ยังสามารถชื่นชมตัวเอง ว่าน่ารักอย่างได้ไม่อายปาก ถึงขึ้นยกย่อปอปั้นตัวเอง ได้อย่างยอดเยี่ยมอีกด้วย
นางจะถือว่าเป็พร์อย่างหนึ่งก็แล้วกัน อาหารเย็นจบลง พร้อมการบีบบังคับลูกฝาแฝดแปรงฟัน โดยใช้ใบข่อย ข้างบ้านที่เกิดเอง เ้าเด็กหน้าเหม็นเพียงแค่มองหน้านาง แต่สุดท้ายสองฝาแฝดก็ยอมทำตามง่ายๆ แทนที่จะมีคำถามมากมายเหมือนเื่อื่นๆ ราวกับพวกเขาทำมันอย่างเสมออยู่แล้ว
เมื่อรอถึงเวลาข้านอน หลี่เหลียนฮวา จึงบอกให้เด็กทั้งสองที่นั่นมองหน้าเธออยู่ยังกับเกมส์ใครหยุดจ้องก่อนแพ้ ให้รีบไปเข้านอนได้แล้ว แม้ว่าเ้าก้อนแป้งฝาแฝดทั้งสองยังไม่ง่วงมากเท่าไหร่ เพราะวันนี้ได้นอนกลางวันมาเยอะ แต่ก็ยอมทำตามคำพูดของผู้เป็แม่แต่โดยดี
ภาพของเ้าก้อรทั้งสองที่ลุกขึ้นยืน และเดินตรงไปยังมุมห้อง สายตาที่กำลังมองหาอะไรบางอย่าง ก่อนสุดท้ายจะหันกลับมาถามนางที่ นั่งมองลูกทั้งสองจองตัวเองกำลังทำอะไรกันแน่
“ท่านแม่ที่นอนและหนอนของข้าไปไหน” หลี่หย่ายเชียง เอ่ยถาม
“นั้นสิเ้าค่ะของ ย่าเสียนก็หายไปด้วย” แฝดผู้เป็พี่ถามต่อ
“แม่เอาทิ้งหมดแล้ว” เศษผ้าพวกนั้นพวกเขาสามารถเรียกมันว่าที่นอนได้ยังไงกัน หลี่เหลียนฮวา ตอบคำถามลูกทั้งสองด้วยน้ำเสียเรียบเฉย ก่อนที่บ้านอันแสนสงบจะถูกทำลายขึ้นในทันทีเพราะเสียงโวยวายของเ้าก้อนแป้งทั้งสอง
“ฮะ ทิ้งแล้ว” เสียงแหลมเล็กของเด็กน้อยทั้งสอง ร้องขึ้นประสานพร้อมๆ กัน
“แล้วคืนนี้พวกเราจะนอนที่ไหนละเ้าคะ” แฝดผู้พี่ที่ตอนนี้ดูเหมือนหน้าหวานๆ นั้นพร้อมจะมีน้ำตาไหลออกมาได้ทุกเมื่อ เงยหน้ามองผู้เป็แม่ ยังไม่ทันทีหลี่เหลียนฮวาจะได้ตอบ เ้าเสียงของบุตรชายก็ดังแทรกเสียก่อน
“นั้นสิวันนี้ข้าหลงชื่นชมว่าท่านเริ่มน่ารัก แต่ท่านกลับ ท่านกลับ” พูดไปพร้อมน้ำตาคลอเหมือนนางทำผิดเหลือเกิน
“หยุดทำหน้าอย่างนั้นแล้วฟังแม่ ต่อจากนี้ไปเ้าไม่ต้องนอนที่นี่ แต่ให้ไปนอนบนเตียงกับแม่แทนเข้าใจไหม หรือว่าไม่อยากนอนกับแม่”
หน้าที่เมื่อครู่ยังบิดเบี้ยวพร้อมน้ำตาคลอเบ้าอยู่แท้ๆ แต่ตอนนี้อยู่ดีๆ รอยยิ้มตรงมุมปากบนใบหน้าเล็กๆ ของเ้าก้อนแป้งทั้งสอง ก็กดลึกลงกว่าเดิมอยู่หลายส่วน
“เห็นแก่ที่ท่านเริ่มทำตัวดีขึ้นแล้ว ข้าก็จะยอมนอนบนเตียงเดียวกับท่านก็ได้” หลี่หย่ายเชียง ตอบกลับจนคนเป็แม่ อดใจไว้ไม่ได้จนต้องเอานิ้วดีดหน้าผากเล็กๆ นั่นไปหนึ่งที
เสียงเอะอะโวยวายของลูกชาย ดั่งขึ้นก้องบ้านหลังเล็กรอบ หลี่เหลียนฮวา มองมายังใบหน้ากลมเล็กของลูกสาวคนโต ก็พบกับรอยยิ้มที่ช่างสดใสเหลือเกิน จากนั้นทั้งสามคนก็เข้านอน บนเตียงโดยมีแม่นอนอยู่ตรงกลาง ระหว่างลูกชายหญิง และหลับตาลงพร้อมกับรอยยิ้มแต้มหน้า และหลับไปกับความฝันที่ดีที่สุดั้แ่ได้เกิดมา
หลี่เหลียนฮวามองหน้าเ้าฝาแฝดทั้งสอง ที่ดูมีความสุขรอยยิ้มบนหน้าหวานก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง ลูกๆ ของนางต่อจะให้ดู แข็งกร้าว พูดมาก ปากไม่ดี แต่ก็ยังอยากได้ความรักความอบอุ่น เพราะถึงอย่างไรก็เป็แค่เด็กอายุห้าหนาวเท่านั้น