เมื่อเห็นเหล่าผู้ดูแลมีท่าทางงุนงง หลินเยี่ยนจึงกล่าวว่า "ศิษย์น้องของข้าไปจัดเตรียมศิลาิญญา หวังว่าทุกท่านจะกรุณารอสักครู่"
ท่าทางมั่นใจเกินเหตุของเขาทำให้ผู้ดูแลชุดเขียวเริ่มสงสัยว่าเื่ที่ว่านี้จะเป็เื่จริงได้อย่างไร? เขาจึงส่งสัญญาณให้คนอื่นเชิญหลินเยี่ยนไปนั่งพักที่ห้องโถงด้านข้างชั่วคราว ส่วนตนเองแอบไปแจ้งเื่นี้แก่ผู้บำเพ็ญเพียรขั้นิญญาก่อกำเนิดผู้ดูแลเรือ
ทว่าผู้บำเพ็ญขั้นิญญาก่อกำเนิดกลับไม่ได้ใส่ใจ "ข้าเพิ่งนั่งเรือเหาะิญญามาจากเมืองหลวงชิวเย่เมื่อเช้านี้ ระหว่างทางไม่มีสิ่งใดผิดปกติเลยสักนิด เ้าเมืองชิวเย่กำลังจะจัดงานเลี้ยงฉลองครบเดือนให้องค์หญิงน้อย มีผู้บำเพ็ญระดับสูงมุ่งหน้าไปยังเมืองหลวงชิวเย่จำนวนมาก หลายคนต้องใช้เส้นทางถนนเมฆสายนี้ แม้จะมีใครคิดดักปล้น ก็คงไม่เลือกเวลานี้"
ผู้ดูแลเองก็คิดเช่นนั้น เพียงแต่ในใจกลับรู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก "หากพวกเขานำศิลาิญญามามากมายขนาดนั้นจริง เราต้องรับทำประกันให้พวกเขาหรือไม่?"
ผู้บำเพ็ญขั้นิญญาก่อกำเนิดยิ้ม "ขายสิ แน่นอนว่าต้องขาย ศิลาิญญาส่งมาถึงที่ เหตุใดจะไม่เอา?" จากนั้นเขาก็เสริมขึ้นว่า "แต่ข้ากังวลว่าพวกเขาจะสร้างเื่ขึ้นมาเองโดยการจ้างคนมาปล้น... เ้าลองเชิญเจินจวินอีกท่านหนึ่งมาช่วยข้าดูแลเรือด้วยเถิด"
ในแดนิญญาเทียนเฉิงมีกฎหมายควบคุมพฤติกรรมของผู้บำเพ็ญที่รัดกุมยิ่งนัก หากมีใครใช้วิธีนี้เพื่อฉ้อโกงพันธสัญญาประกัน นอกจากจะไม่ได้รับศิลาิญญาชดเชยแล้ว ยังต้องถูกปรับศิลาิญญาและถูกจำคุกเพื่อใช้แรงงานหนักอีกด้วย
บนเส้นทางการค้าที่พัฒนาแล้วเช่นนี้ แทบจะไม่มีใครดักปล้น และผู้บำเพ็ญขั้นแปลงเทพยิ่งไม่ลดตัวลงมาทำเื่ไร้สาระ การมีผู้บำเพ็ญขั้นิญญาก่อกำเนิดสองท่านดูแลเรือจึงถือว่าเพียงพอแล้ว
...
หลินเยี่ยนอุ้มเจียงซินรออยู่ในห้องพัก พลางรู้สึกร้อนใจอยู่ลึก ๆ เรือเหาะิญญาเหลือเวลาอีกไม่ถึงหนึ่งชั่วยามก็จะออกเดินทางแล้ว สำนักเทียนสุ่ยมีพื้นที่กว้างขวางเพียงนั้น ไม่รู้ว่าศิษย์น้องห้าจะกลับมาทันเวลาหรือไม่
ในที่สุดก่อนเรือเหาะิญญาจะออกเดินทางเพียงหนึ่งเค่อ... ฉู่หลินเฟิงก็วิ่งหอบแฮกกลับมา เขาวางถุงศิลาิญญาที่บรรจุจนเต็มปรี่ลงบนโต๊ะ พร้อมประกาศเสียงดังฟังชัด "ซื้อประกัน!!"
ผู้ดูแลใช้ััศักดิ์สิทธิ์กวาดมองถุงศิลาิญญาใบนี้ และพบว่าข้างในมีศิลาิญญาระดับสูงถึงหกสิบล้านหินจริง ๆ หัวใจของเขาเต้นระรัว "เ้าเอาศิลาิญญามากมายขนาดนี้มาจากไหน?"
แน่นอนว่ายืมมาจากท่านอาจารย์หญิง หลังจากฉีหลานชิงทราบเื่ นางก็มอบศิลาิญญาให้เขาทันทีโดยไม่ซักไซ้ให้มากความ หากนางถามมากกว่านี้อีกสักสองประโยค ฉู่หลินเฟิงคงกลับมาไม่ทัน และต้องพลาดโอกาสคว้าศิลาิญญามหาศาลนี้ไป
เพื่อป้องกันไม่ให้เจียงซินรู้ว่าตนสามารถได้ยินเสียงในใจของนาง ฉู่หลินเฟิงจึงตอบเลี่ยง ๆ ว่า "เื่นี้ท่านไม่ต้องสนใจหรอก อย่างไรเสียที่มาของศิลาิญญาก็สะอาดบริสุทธิ์ รีบจัดการเื่เอกสารให้ข้าเสียเถิด อย่าให้ขัดขวางการหาเงินของข้าเลย"
ผู้ดูแลสองท่านมองหน้ากัน จากนั้นจึงนำกระดาษที่มีพลังแห่งพันธสัญญาออกมาเริ่มกรอกข้อมูล เนื่องจากมีการซื้อประกันจำนวนมากในคราวเดียว เพื่อความรวดเร็ว จึงได้รวมประกันทั้งหมดไว้ในหนังสือพันธสัญญาฉบับเดียว สิ่งนี้ไม่ส่งผลต่อการเรียกร้องศิลาิญญาชดเชยใช่หรือไม่ และฉู่หลินเฟิงก็ไม่ได้ใส่ใจ
ขั้นตอนเสร็จสิ้นอย่างรวดเร็ว ฉู่หลินเฟิงยื่นหนังสือยืนยันการชำระให้เจียงซินอย่างทะนุถนอม "ศิษย์น้องเล็ก พวกเรากำลังจะรวยแล้ว!"
เจียงซินพยักหน้าหงึก ๆ ยิ้มกว้างจนแก้มปริ พร้อมกับโบกหนังสือพันธสัญญาประกันในมือไปมา ท้ายที่สุด นางกลัวว่าหลักฐานจะสูญหาย จึงดึงแขนเสื้อของหลินเยี่ยน แล้วส่งของสิ่งนั้นให้หลินเยี่ยนอย่างจริงจัง เพื่อบอกให้เขาเก็บรักษาไว้
ผู้ดูแลเพิ่งเคยเห็นเด็กที่ว่านอนสอนง่ายและรู้ความเช่นนี้เป็ครั้งแรก จึงถามด้วยความสงสัยว่า "สหายทั้งสองอายุยังน้อย เหตุใดสำนักจึงมอบศิษย์น้องเล็กที่เพิ่งเกิดให้พวกท่านดูแล?"
"พวกข้าจะพาศิษย์น้องเล็กไปเที่ยวที่เมืองหลวงชิวเย่" ฉู่หลินเฟิงตอบโดยไม่ต้องคิด
ปล่อยให้เด็กไม่กี่คนเดินทางไกลกันลำพัง ผู้าุโในสำนักบ้านเ้านี้ใจกล้าดีแท้ ผู้ดูแลอยากรู้ว่าผู้าุโบ้านไหนที่ใจกล้าเช่นนี้ "ขอถามได้หรือไม่ว่าสหายสืบทอดวิชาจากที่ใด?"
หลินเยี่ยน "สำนักเทียนสุ่ย"
ผู้ดูแลถึงกับตกตะลึง จบสิ้นแล้ว ศิลาิญญาก้อนนี้ต้องจ่ายชดเชยแน่นอน! หากเถ้าแก่รู้ว่าเขาเป็คนดำเนินการ เื่นี้เขาไม่รอดแน่!
ผู้ดูแลร้อนรนจนเดินวนไปมา รีบคว้าตัวฉู่หลินเฟิงที่กำลังจะเดินไปขึ้นเรือ "สหายโปรดหยุดก่อน! ก่อนหน้านี้เป็ข้าที่ตาถั่วมองคนพลาดไป... ตอนนี้เรามาตกลงกันใหม่ ท่านช่วยยกเลิกประกันและคืนศิลาิญญาให้ข้าได้หรือไม่?"
ฉู่หลินเฟิงรู้สึกว่าไม่ได้ "พวกเราจ่ายศิลาิญญารับของกันเรียบร้อยแล้วเหตุใดท่านถึงกลับคำเช่นนี้เล่า?"
ผู้ดูแลเหงื่อตก "ท่านทั้งสองเป็ศิษย์สำนักเทียนสุ่ย ความสามารถของศิษย์สำนักเทียนสุ่ย ข้าจะไม่รู้ได้อย่างไร? เป็ไปไม่ได้ที่จะทำนายผิด และไม่มีความจำเป็ต้องหลอกลวงผู้อื่น ท่านบอกว่าเรือเหาะิญญาเที่ยวนี้จะถูกโจมตี เช่นนั้นย่อมต้องถูกโจมตีแน่นอน พันธสัญญาประกันร้อยกว่าล้านศิลาิญญาของข้าต้องจ่ายชดเชยแน่ ๆ ! ท่านทั้งสองนำศิลาิญญาไปมากมายแล้วจากไปอย่างมีความสุขเถิด แต่เถ้าแก่ต้องเอาผิดข้าแน่"
ฉู่หลินเฟิงคิดว่าไม่เป็ไร "ท่านวางใจเถิด ศิลาิญญาเพียงเท่านี้ ร้านเค่อซื่ออวิ๋นไหลชดเชยไหวอยู่แล้ว"
ผู้ดูแลไม่สบายใจ "เื่ร้านจ่ายไหวก็เื่หนึ่ง แต่เื่ที่ข้าจะถูกเอาผิดก็เป็อีกเื่หนึ่ง ไม่ปิดบังท่านทั้งสอง ปกติเรือเหาะิญญาที่ไปเมืองหลวงชิวเย่ลำนี้ ในบรรดาหกพันคน มีคนซื้อประกันไม่ถึงสามส่วน ตอนนี้ต้องสูญเสียศิลาิญญามากมายขนาดนี้ ข้าจะไปรายงานเถ้าแก่ได้อย่างไร?"
[น่าสงสารจังเลยนะ แต่คนที่รับศิลาิญญาไปคือคุณชายเล็กของพวกท่าน เถ้าแก่ของท่านพอรู้ว่าลูกชายหาศิลาิญญาเก่งถึงเพียงนี้ต้องดีใจจนเนื้อเต้นเป็แน่]
เมื่อได้ยินเสียงในใจของเจียงซิน ฉู่หลินเฟิงก็จินตนาการถึงท่าทางถลึงตาของบิดาตนเองออกทันที ครั้งก่อนที่เขาหนีออกจากบ้าน เขาพกศิลาิญญาไปไม่น้อย และยังใช้ไม่หมด ครั้งนี้พอกลับบ้าน ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าประตู บิดาก็ยึดถุงศิลาิญญาของเขาไป จนทำให้หลังจากมอบของขวัญแรกพบให้ศิษย์น้องเล็กแล้ว เขาจึงไม่มีศิลาิญญาติดตัวเลยสักก้อนเดียว
นี่เป็โอกาสดีที่จะสร้างชื่อให้ท่านพ่อภูมิใจแล้ว!
ฉู่หลินเฟิงยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวสะอาด "ท่านบอกเถ้าแก่ของพวกท่านว่า ข้าชื่อฉู่หลินเฟิง"
ต่อให้ท่านชื่อฉู่อ้าวเทียนก็ไม่มีประโยชน์!
ผู้ดูแลกล่าวอย่างสุภาพว่า "ไม่ใช่ว่านามสกุลเดียวกับเถ้าแก่แล้วจะทำให้เถ้าแก่หายโกรธได้นะขอรับ"
หลินเยี่ยน "เขาคือคุณชายน้อยของพวกท่าน"
ฉู่หลินเฟิงเสริม "ข้าหนีออกจากบ้านมาอีกแล้ว"
ผู้ดูแลความงุนงง เงินของเถ้าแก่ เข้ากระเป๋าคุณชายน้อย สำหรับลูกจ้างอย่างเขาแล้ว ดูเหมือนจะไม่ต่างกันเท่าไหร่ พวกเ้าพ่อลูกกำลังเล่นกลอุบายโอนย้ายทรัพย์สมบัติแบบใหม่ ข้าก็เป็ส่วนหนึ่งในบทบาทสมมติของพวกเ้าด้วยหรือนี่? หรือว่าพวกเ้าคิดจะเลี่ยงการส่งภาษี? เริ่มอยากจะไปแจ้งเ้าหน้าที่ทางการขึ้นมาแล้วสิ
ความคิดต่าง ๆ นานาถาโถมเข้ามาในหัวของผู้ดูแล จนกระทั่งหลินเยี่ยนและพวกอีกสองคนขึ้นเรือจากไป ผู้ดูแลก็ยังคงอยู่ในอาการเหม่อลอย
...
ฉู่หลินเฟิงจองห้องพักหรูขนาดเล็กสำหรับสองคน ภายในห้องโดยสารมีห้องนอนแยกสองห้อง และมีห้องนั่งเล่นพร้อมระเบียงอยู่ตรงกลาง ส่วนเจียงซินดื่มนมแพะฉางหลิงไปหนึ่งกา หลังจากขึ้นเรือได้ไม่นานนางก็หลับไป
หลินเยี่ยนพานางกลับเข้าไปในห้อง พร้อมกับเปิดใช้งานค่ายกลกั้นเสียง แล้วถามฉู่หลินเฟิงเสียงเบา "ศิษย์น้องห้า ความคิดที่ให้ยืมศิลาิญญาท่านอาจารย์หญิงนี่ เ้าคิดได้อย่างไร?"
ความจริงแล้วฉู่หลินเฟิงยังไม่ได้บอกที่มาของเงินก้อนนี้กับหลินเยี่ยน พอได้ยินคำถามของหลินเยี่ยน เขาก็รู้ทันทีว่าตนเดาไม่ผิด "ศิษย์พี่รอง ข้าฟังมาจากศิษย์น้องเล็ก ท่านเองก็สามารถได้ยินความคิดในใจของนางได้ใช่หรือไม่?"
หลินเยี่ยนพยักหน้า และหันไปมองเจียงซินที่กำลังหลับสนิทอยู่ในห้องโดยสัญชาตญาณ ก่อนจะกำชับฉู่หลินเฟิงด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม "ศิษย์น้องเล็กมีความสามารถพิเศษ เื่นี้พวกเราห้ามแพร่งพรายออกไป มิเช่นนั้นอาจจะเป็อันตรายต่อศิษย์น้องเล็กได้"
"ข้ารู้... ข้าไม่กล้าให้ศิษย์น้องเล็กรู้เื่นี้"
ฉู่หลินเฟิงชะโงกคอแอบมองเจียงซิน ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกมหัศจรรย์ "ศิษย์น้องเล็กคิดแผนการร้ายกาจแบบนี้ได้อย่างไรกัน? ที่บ้านชอบว่าข้าเป็คนล้างผลาญ ตอนนี้พวกเขาต้องจ่ายเงินชดเชยมากมายขนาดนี้ แถมยังจ่ายให้ข้าอีก ต้องโกรธจนคลั่งแน่ ๆ "
ฉู่หลินเฟิงยิ่งคิดก็ยิ่งดีใจ เมื่อเห็นหลินเยี่ยนหยิบเหรียญอีแปะและกระดองเต่าออกมาเตรียมจะทำนายดวง เขาจึงถามด้วยความสงสัย "ศิษย์พี่รอง ท่านจะทำนายเื่อะไร?"
หลินเยี่ยนตอบด้วยท่าทางจริงจังอย่างยิ่ง "ทำนายดูว่าศิลาิญญาชดเชยงวดนี้ของพวกเราต้องต้องส่งภาษีหรือไม่"
ฉู่หลินเฟิง "เื่นี้แค่ไปตรวจสอบกฎระเบียบก็น่าจะพอแล้วไม่ใช่หรือ?"
หลินเยี่ยน "ทำนายชะตาเร็วกว่า"
ฉู่หลินเฟิงที่กำลังตรวจสอบสิ่งของในแหวนมิติพลางคิดว่าการชดเชยครั้งนี้ต้องใช้กฎระเบียบของแคว้นใด ถึงกับเงียบไปครู่หนึ่ง และต้องยอมรับว่าศิษย์พี่รองพูดถูก