ตอนที่8 งานอภิเษกสมรส 2
.
.
หลังจากที่ชายหนุ่มได้ครุ่นคิดถึงความทรงจำอันเลือนรางจู่ๆก็เหมือนกับว่ามีสิ่งใดสิ่งหนึ่งขาดห้วงไปความจำของข้าถูกบิดเบือน?
หยุนเฟยใช้เวลานั่งใช้ความคิดอยู่นานก่อนที่มันเลือกที่จะตัดความวุ่นวายนี้ออกไปก่อนที่จะมานั่งเครียดกับอีกปัญหาหนึ่งแทนข้าควรใสชุดสีใด?นี่เป็คำถามที่เกิดขึ้นในสมองของชายหนุ่มเพราะไม่ว่าจะชาตินี้หรือชาติก่อนวันพรุ่งล้วนแล้วแต่เป็วันแรก
ที่มันจะได้เป็สามี!
“สีแดงลายราชสีห์หรือสีน้ำเงินลายมัจฉา?”
คิดอยู่นานสองนานชายหนุ่มจึงเลือกชุดที่เหมาะกับตนเองไม่รอช้ามือขวารีบตวัดหยิบชุดสีน้ำเงินลายมัจฉาขึ้นมาลองสวมใส่อย่างตื่นตา
“หล่อเหลาได้พ่อเสียจริงๆ”
กล่าวแซวกับตัวเองเล็กน้อยชายหนุ่มจึงแขวนเสื้อกลับเข้าที่เดินพร้อมกับทิ้งกายลงบนเตียงอย่างสบายอารมณ์
“เย่ชิงหยวนนางเป็ถึงว่าที่สาวงามประจำเมือง ข้าช่างโชคดียิ่งที่ได้ตบแต่งกับนาง! ฮ่าฮ่า!”
กล่าวจบชายหนุ่มจึงผล็อยหลับไป
ณอีกด้านหนึ่ง ตำหนักตระกูลเย่
“ชิงหยวนหากเ้าไม่้าข้าก็สามารถช่วยเ้าได้ บอก้าของเ้ามาเถิด”
เย่อี้หลานผู้นำตระกูลเย่กล่าวขึ้นกับลูกสาวของมันด้วยน้ำเสียงจริงจังจริงอยู่ที่ครั้นเมื่อหลายสิบปีก่อนมันตกลงกับเ้าเมืองเอาไว้ว่าจะยอมยกลูกสาวให้เพื่อเป็การแสดงความเสียใจและขอบคุณที่ภรรยาของหยุนเสี่ยวช่วยชีวิตเย่ชิงหยวนออกมาแต่
ชายหนุ่มที่นางกำลังจะตบแต่งกลับเป็เพียงขยะไร้พลังปราณเสียอย่างนั้น!
ทางฝั่งหญิงงามเมื่อนางได้ยินเช่นนั้นก็ยิ้มออกมาน้อยๆในแววตาของนางนั้นรู้สึกราวกับมหาสมุทรไร้ก้นกระทั่งพ่อแท้ๆของนางยังไม่อาจจะมองลึกเข้าไปข้างในดวงตาสีฟ้าครามนี้ได้นางกำลังคิดอะไรอยู่กัน?
“ไม่เป็ไรท่านพ่อข้าเพียงแค่ตบแต่งเข้าไป หากแต่ในใจกลับมิได้รักใคร่เพียงแค่ตบแต่งแสดงบุญคุณก็เท่านั้น”
นางกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ก็ยังคงกล่าวเร่งเสียงขึ้นตอนพูดคำว่า ‘บุญคุณ’เพื่อเป้นการประชดบิดาทางอ้อมที่ยอมมอบนางให้แก่ใครก็ไม่รู้เอาไว้
“แต่...”
ถึงเย่อี้หลานจะรู้เช่นนั้นอยู่แล้วแต่ทั้งคู่ก็ต้องอยู่กินกันอยู่ดีมิใช่รึ?แล้วหากนายน้อยตระกูลหยุนเป็พวกหื่นเงียบขึ้นมาจะทำเช่นไรเล่า?
“ท่านพ่อไม่ต้องเป็ห่วง”
ดูเหมือนว่าเย่ชิงหยวนจะรู้ว่าบิดาของนางกำลังกังวลเื่อะไรอยู่จึงกล่าวขัดก่อนที่จะกล่าวต่อ
“ท่านลืมไปแล้วหรือว่าคนที่ข้าจะตบแต่งด้วยนั้นเส้นปราณพิการหากแม้นตัวมัน้าจะทำอะไรก็ไม่วายที่จะหวาดเกรงในตัวข้าอยู่ดี!”
กล่าวเพียงนั้นเย่อี้หลานก็ถอนหายใจจริงอย่างที่นางพูด!เมื่อทั้งคู่คุยกันจนเสร็จสรรพดีแล้วเย่ชิงหยวนจึงขอตัวกลับเข้าห้องพักเพื่อเตรียมการสำหรับวันพรุ่งเย่อี้หลานเองก็มิได้กล่าวขัดแต่อย่างใดทั้งคู่จึงแยกย้ายกันเสียตรงนั้นปล่อยให้วันเวลาค่อยๆเคลื่อนผ่านไป...
...
ซ่า...!
เสียงน้ำหลากจากบนฟ้าสู่พื้นดินหยุนเฟยขับเคลื่อนพลังปราณขยับมวลน้ำไปมาอย่างสนุกสนาน ก่อนที่มันจะเดินออกมาจากห้องน้ำแล้วเข้าไปเปลี่ยนชุดจนเสร็จสรรพจึงเดินออกมาจากตำหนักของมัน
ปัง!
“เอ้า! ท่านพ่อใยท่านถึงมาอยู่หน้าห้องของข้าเล่า?”
กล่าวพลางเดินไปพยุงบิดาที่กำลังโซซัดโซเซจากแรงกระแทกจากบานประตูหยุนเสี่ยวที่เห็นสีหน้าลอบขำของลูกชายก็พลันหน้าบูดขึ้นมา
โป๊ก!
จึงมะเหงกเข้าให้หนึ่งทีก่อนที่จะกระแอมไอให้ตัวเองดูดี
“อย่าได้ทำเป็เล่นหัวข้าปูด!”
“ฮ่าฮ่า! ท่านพ่อ เหตุใดท่านถึงอารมณ์ดีแต่เช้าเช่นนี้!?”
หยุนเฟยหัวเราะร่าบิดาของมันกินอะไรมาแต่เช้าถึงได้ตบมุกสุดฮาน้ำตาเล็ดเช่นนี้ได้
“เหอะ!ก็ไอ้ลูกชายของข้าจะแต่งงานเ้าจะให้ข้าทำสีหน้ากลั้นผายลมหรือเช่นไร?”
กล่าวพลางจ้องหน้าลูกชายก่อนที่ทั้งคู่จะหัวเราะออกมาพร้อมกันคนโดยรอบที่เห็นเ้าเมืองยิ้มเช่นนั้นก็พลันอุ่นใจไปด้วย ตลอดเวลาที่พวกมันรับใช้อยู่ในตำหนักพวกมันล้วนแล้วแต่เห็นท่านเ้าเมืองทำสีหน้าอมทุกข์อยู่ตลอดส่วนสาเหตุนั้นก็คงจะไม่พ้นเื่ของนายน้อย แต่ในวันนี้เ้าเมืองของพวกมันกับหัวเราะร่าอย่างสุขสันต์ นี่มันเกิดอะไรขึ้น? เหตุใดท่านเ้าเมืองถึงเปลี่ยนไป? ไม่สิ!
นายน้อยต่างหากที่เปลี่ยนไป!
หลังจากที่หัวเราะกับพอหอมปากหอมคอทั้งคู่จึงเดินไปที่ขบวนรถม้าที่จัดเตรียมเอาไว้แต่เช้ามืดตรงกลางมีม้าหนึ่งตัวสำหรับคู่บ่าวสาว เหตุใดจึงไปเป็เกี้ยว? หยุนเฟยทำสีหน้าสงสัยก่อนที่มันจะเหลือบไปเห็นซากไม้ที่ผุพังดูดีๆแล้วนั่นมันเกี้ยวของมันมิใช่หรอกหรือ?
“เกิดอะไรขึ้น!?”
หยุนเสี่ยวตวาดหนักทั้งขบวนพลันชะงักนิ่ง ก่อนที่จะมีทหารนายหนึ่งเดินมากล่าวรายงาน
“คือว่า...เพราะเหตุใดไม่รู้อาชาที่ใช้ลากเกี้ยวพลันเกิดอาการเมาขึ้นมากะทันหันจึงทำให้พวกมันพาเกี้ยวไปชนเข้ากับกำแพงตรงนั้นเข้า”
กล่าวพลางชี้ไปยังรอยบุบเล็กๆที่เกิดขึ้นหยุนเสี่ยวที่ได้ยินเช่นนั้นพลันหายใจเข้าออกอย่างอารมณ์กริ้วแต่ก็ได้ฝ่ามือลูกชายของเขาขัดอารมณ์เสียก่อน
“??”
“ไม่เป็ไรท่านพ่อข้ามีแผน”
“มีแผน?”
ฝึบ!
ชายหนุ่มพยักหน้าหนึ่งทีก่อนที่จะเดินตรงดิ่งไปยังเ้าอาชาสีขาวบริสุทธิ์ที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้ทดแทนเกี้ยวที่พังยับเยินก่อนที่มันจะะโขึ้นขี่บนหลังม้าด้วยท่าทีสง่างาม
“หากข้าขี่ม้าแน่นอนว่าข้าก็จะได้แนบชิดกายกับว่าที่ภรรยามากยิ่งขึ้น!”
กล่าวเสียดังยกใหญ่ผู้คนโดยรอบต่างก็ได้ยิน นายน้อยจวนเ้าเมืองเอาความมั่นใจมาจากที่ใด หึ! น่าหมั่นไส้นัก!!
.
.
To be continue…