วันนี้วันอาทิตย์ ร้านอาหารหยุด วันนี้น้าสามโจวชิงเทียนจะไปบ้านของพี่อี้เฟย แม่โจวกับหลี่เฟิงเลยจะไปด้วย ในฐานะผู้ใหญ่ของทางฝ่ายชาย วันนี้โจวชิงเทียนจะเข้าไปบอกกล่าวทางบ้านของพี่อี้เฟย เื่จะเอาของไปหมั้นหมายกันไว้ก่อน แล้วก็จะบอกกล่าวว่าตอนนี้พี่อี้เฟยก็มาอยู่ด้วยกันกับโจวชิงเทียนแล้ว แต่ไม่ต้องกังวล เพราะโจวชิงเทียนนั้นจริงจังกับเหลียนอี้เฟย ตอนนี้กำลังเก็บเงินอยู่ ถ้าพร้อมเมื่อไหร่ก็จะจัดงานแต่งทันที
เด็กๆไม่ได้ไปด้วย ชิงเหมยก็เลยติวหนังสือให้หลี่หลิงอยู่ที่บ้าน ส่วนสองฝาแฝดน่ะหรือ นั่งหน้าจักรเย็บผ้าั้แ่เช้าแล้ว
ตอนบ่ายสามโมง แม่โจว หลี่เฟิง น้าสาม กับพี่อี้เฟยก็กลับมา ดูจากลักษณะท่าทางมีความสุขแบบออกนอกหน้าของน้าสามกับพี่อี้เฟยแล้ว คงจะไม่มีปัญหาอะไร
พอถึงตอนเย็น สองฝาแฝดที่นั่งอยู่หน้าจักรเย็บผ้ามาทั้งวัน ลุกมายืดเส้นยืดสายแค่สองสามครั้ง วันนี้ก็เย็บชุดกระโปรงได้คนละ7ตัว
"พอแล้วค่ะพี่ มากินข้าวกันก่อนค่ะ"
ดูจากความเร็วในการเย็บของสองพี่น้องฝาแฝดแล้ว วันศุกร์หน้าคงจะมีชุดกระโปรงไปขายเกิน100ตัวแน่นอน
วันจันทร์ ชิงเหมยกับหลี่หลิงก็จับมือกันเดินไปโรงเรียนตอนเช้าเหมือนเดิม พอเดินถึงหน้าโรงเรียนวันนี้ กลับเจอหลี่เหวินเทียน ยืนรอใครอยู่ตรงแถวๆหน้าประตูโรงเรียน
"เอ้า น้องสาว"
หลี่เหวินเทียนทักชิงเหมยกับหลี่หลิง ที่กำลังจะเดินเข้าโรงเรียน แต่มีหรือชิงเหมยจะสนใจ ชิงเหมยจับมือหลี่หลิงเดินผ่านหลี่เหวินเทียนไป
" นี่ เรียกไม่ได้ยินหรือไงวะ"
โอ้....ชิงเหมยไม่ได้ใกับคำพูดก้าวร้าวที่หลี่เหวินเทียนตะคอกใส่เลย เพียงแค่สงสัยว่าหลานรักของย่าหลี่ มีปัญหาอะไรกับเธอรึเปล่า
"เรียกฉันเหรอ มีปัญหาอะไรรึเปล่า?"
"เออ...ก็แค่นี้แหละ เรียกก็ตอบ ทำให้ต้องอารมณ์เสีย"
"ฉันถามว่ามีปัญหาอะไรรึเปล่า?"
ชิงเหมยเริ่มจะรำคาญ
" เอาเงินมาให้ยืมหน่อยสิ เดี๋ยวจะคืนให้สองเท่าเลย"
"เฮอะ... ไม่มีให้หรอก ทำไมไม่ไปขอย่าหลี่นู้นล่ะ ไม่ก็เอา มอเตอร์ไซค์ไปขายซะสิ"
"อีกอย่าง จะบอกอะไรให้นะ ฉันไม่ใช่น้องสาวนาย จำไว้ด้วย!!"
" ไม่ให้ก็ไม่ให้สิวะ แค่ลองถามดู ก็รู้อยู่หรอกว่าพวกแกไม่มีเงินหรอก"
หลี่เหวินเทียนแค่ลองถามดูจริงๆ เพราะคิดว่าสองพี่น้องคงจะไม่มีเงิน ในเมื่อเงินค่าชดเชยของพ่อทั้งคู่ก็อยู่ที่ย่าหลี่หมด
แค่ตอนนี้ หลี่เหวินเทียนกำลังลำบาก เขาไม่ได้เข้าเรียน ตอนมาโรงเรียนก็ตามเพื่อนไปเกเรข้างนอก และเมื่ออาทิตย์ที่แล้วเพื่อนเขาพาไปบ่อนการพนัน เขาก็เข้าไปเล่น แรกๆก็ได้มาหลายสิบหยวนอยู่หรอก แต่เล่นไปเล่นมาก็เสียหมดตัว ยังไม่พอ ยังเอารถมอเตอร์ไซค์ไปจำนำไว้กับทางบ่อนอีก ได้มาแค่ 200หยวน แต่ก็เล่นจนหมดตัวอีก ส่วนรถมอเตอร์ไซค์ก็ต้องมาไถ่คืนภายในอาทิตย์นี้ ไม่อย่างนั้นทางบ่อนก็จะยึดไป
วันศุกร์ที่ผ่านมาเขากลับบ้านไป บอกที่บ้านว่า รถมอเตอร์ไซค์เสีย เอาไปซ่อมอยู่ที่ร้านในเมือง ได้ค่าซ่อมมาจากย่าหลี่มายี่สิบหยวน กะว่าจะหายืมเงินไปถอนทุนคืนอีก วันนี้พอกำลังจะไปบ่อนการพนันอีกรอบ เดินมาเจอกับสองพี่น้อง ก็กะว่าจะไถเงินซักหน่อย
ยังไงวันศุกร์นี้เขาก็ต้องได้มอเตอร์ไซค์กลับไปที่บ้าน ไม่ยังงั้นย่าหลี่ต้องสงสัยแน่ๆ
หลี่เหวินเทียนจึงเดินออกไป กะว่าจะเอายี่สิบหยวนนี้ไปถอนทุนคืน
ชิงเหมยไม่รู้เื่ราวหรอก เพียงแค่สงสัยว่าทำไมวันนี้ หลี่เหวินเทียนไม่ขี่มอเตอร์ไซค์มา
แต่ก็ไม่สนใจอะไรมาก ที่จริงชิงเหมยอยากจะให้หลานรักย่าหลี่ มีปัญหามากกว่านี้ด้วยซ้ำ อยากจะทดสอบดูว่า วิชาหมัดมวยที่เรียนมายังจะใช้ได้อยู่รึเปล่า
บอกตามตรง ชิงเหมยหญิงแกร่งคนนี้ ไม่กลัวหรอก....
กลับมาจากโรงเรียน ชิงเหมยเข้าไปคุยกับหลี่เฟิงทันทีเกี่ยวกับเื่ของหลี่เหวินเทียน
"หนูก็ไม่ได้สนใจหรอกนะคะพ่อ แต่หนูจะบอกแค่ว่า หนูไม่ได้จะไปมีปัญหากับบ้านหลี่หรอกนะคะ แต่ถ้าทางนู้นยังมาราวีพวกหนูอยู่ หนูจะไม่เกรงใจนะคะ หนูเลยมาบอกพ่อไว้ก่อน เพราะว่าทางนั้นเป็หลานรักของย่าหลี่ ยังไงย่าหลี่ก็เข้าข้างพี่เหวินเทียนอยู่แล้ว"
ชิงเหมยบอกหลี่เฟิงไว้ก่อนเลย เพราะถ้าเกิดหลี่เหวินเทียนมามีปัญหากับเธออีก ชิงเหมยก็จะไม่เกรงใจแล้ว ละถ้าย่าหลี่ หรือ ใครก็ตามจากบ้านหลี่มามีปัญหากับเธอด้วย เธอก็มีวิธีจัดการเป็ร้อยวิธี แต่ยังไงย่าหลี่ก็เป็แม่ของหลี่เฟิง ถ้าไม่จำเป็จริงๆ ชิงเหมยก็ไม่อยากจะถอนหงอกคนแก่หรอก
หลี่เฟิงเข้าใจสิ่งที่ชิงเหมยบอก และก็หวังว่าแม่ของตน จะไม่มายุ่งเกี่ยวอะไรกับครอบครัวตนอีก ในเมื่อเงินที่มีทั้งหมดของเขา ย่าหลี่ก็เอาไปแล้ว ก็หวังว่าจะหยุดแต่เพียงเท่านี้
เพราะดูจากชิงเหมยคนใหม่คนนี้ จะไม่ได้ยอมอะไรง่ายๆ