“นี่น่ะเหรอ DEP ของรัฐบาล? สภาพดูไม่จืดเลยนะ...” เพวเน่บ่นพึมพำ
วันที่ 19 เดือน 2 ปี 2134 [19:05 PM]
“ก็เพราะเพิ่งไปสู้กับพวกไคริวมาน่ะสิ... เอาล่ะ คิดว่าจะซ่อมไหวไหม?” เอเลเซียเอ่ยถาม
S-12 และฮอน์ลยืนดูทั้งสองคนจากระยะไกลด้วยความกังวล ก่อนที่ S-12 จะเอ่ยถามขึ้น “นาย... ปล่อยให้เธอไปคุยกับเอเลเซียแบบนั้น จะดีแน่หรือ?” น้ำเสียงของ S-12 เริ่มมีชั้นเชิงและแฝงความห่วงใยเหมือนมนุษย์มากขึ้น
“ก็... ยัยนั่นไม่ยอมคุยกับใครเลยนอกจากพวกสาวๆ นี่นา... อ้อ แล้วก็คานาตะด้วย” ฮอน์ลเกาหน้าแกรกๆ ตอบอย่างจนใจ
“พอพูดถึงเขา... คานาตะหายไปไหนั้แ่เมื่อเช้า?” S-12 ถามต่อด้วยความสงสัยที่ฉายชัดขึ้น
“ขลุกอยู่กับ A-5 ั้แ่เมื่อวานแล้ว ไม่รู้ไปสุมหัวทำอะไรกันอยู่” ฮอน์ลตอบ ทว่า S-12 กลับหรี่ตามองหน้าเขา ราวกับประเมินว่าเื่นี้คงไม่ใช่แค่การคุยกันธรรมดาแน่ๆ
ในห้องปฏิบัติการ (ห้องของ A-5)
“ถึงไหนแล้วล่ะ?” คานาตะถามพลางวางแก้วชาลงบนโต๊ะให้ A-5
ไม่เอาๆ ฉันไม่ดื่มชา ขอเป็กาแฟดำสิ” A-5 ตอบพลางรัวนิ้วพิมพ์คีย์บอร์ดต่อไป
คานาตะทำหน้าเบื่อโลกทันที ก่อนจะเดินไปเทชาทิ้ง
“ฉันเจอข้อมูลเก่าของนายด้วยนะ... ถึงฉันไม่ขุดมาพูด สักวันก็ต้องมีคนบอกนายอยู่ดี” A-5 เอ่ยขึ้น “เสียใจเื่แม่ของนายด้วยนะ” น้ำเสียงของ A-5 ฟังดูอ่อนลงและแฝงความเห็นใจอย่างประหลาด ซึ่งผิดปกติวิสัยของเธอมาก
คานาตะชะงักไปเล็กน้อย “ช่างมันเถอะ... มันนานมาแล้ว ตอนนี้เราควรโฟกัสเื่พ่อของฉันมากกว่า”
“คานาตะ เรียวจิ อดีตเ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของบริษัท Elcactiacos โฮ่~ ประวัติการทำงานไม่เบาเลยนะเนี่ย~” A-5 พูดจบ คานาตะก็รีบเดินมาเกาะหลังเก้าอี้เธอทันที “มีอะไรอีก?” คานาตะถามอย่างร้อนรน
“ฉันเจาะฐานข้อมูลลับให้ได้อยู่หรอก แต่มันก็เสี่ยงโดนสอยร่วงกลับมาเหมือนกัน... เว้นเสียแต่ว่า~” A-5 ลากเสียงยาว พลางปรายตามองลงไปยังโรงเก็บ DEP ของ Arcus เบื้องล่าง
“เข้าใจล่ะ... แต่จะทำยังไงให้ยัยนั่นมาช่วย โดยที่ฮอน์ล เอส กับเอเลเซียไม่สงสัยล่ะ?” คานาตะถาม
ขณะที่เพวเน่กำลังประเมินสภาพของ McProton อยู่ จู่ๆ ก็มีเสียงแจ้งเตือนพร้อมกับเสียงประกาศจากลำโพงฐานดังขึ้น
“นี่เพวเน่~ ฉันอยากให้เธอมาช่วยดูแบบแปลนของ ANX-01 ให้หน่อยน่ะ~ ส่วนพวกหน้าโง่ที่เหลือก็ตามสบายเลยนะ แต่อย่าเข้ามาเจ๋อในห้องฉันล่ะ มันเป็ความลับระดับชาติ~” A-5 หันมามองหน้าคานาตะ “อ้าว มองอะไรอยู่ล่ะ ออกไปสิ เดี๋ยวคนอื่นก็สงสัยหรอก”
“ดะ-เดี๋ยว แล้วเื่—” คานาตะยังพูดไม่ทันจบประโยค
“เดี๋ยวฉันอธิบายให้ยัยนั่นฟังเอง นายรีบไสหัวออกไปก่อนเลย” A-5 พูดตัดบท แล้วลุกขึ้นเดินไปดันหลังไล่คานาตะออกจากห้อง
คานาตะเดินพ้นประตูออกมา ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นเคยืนรออยู่ก่อนแล้ว “ฉัน... ขอคุยด้วยหน่อยสิ” เคเอ่ยขึ้นพลางยกมือเสยผมอย่างประหม่า
เวลาผ่านไปสักพัก เพวเน่ก็เดินเข้ามาในห้องของ A-5 “เรียกมานี่กะจะช็อตฉันต่อหรือไง? หรือว่ามีเื่ลับๆ แบบคิดจะเจาะระบบรัฐบาลแต่ทำไม่เป็ล่ะ?” เพวเน่ถามพลางเดินมาทิ้งตัวนั่งข้างๆ
“ตาถึงจริงๆ แฮะ เดาออกเพราะฉันสั่งห้ามคนอื่นเข้าห้องใช่ไหมล่ะ?” A-5 หยั่งเชิงกลับ
“เปล่าหรอก ฉันรู้เพราะคนอย่างเธอเข้าใจแผนผังของ DEP ทะลุปรุโปร่งอยู่แล้ว ไม่มีทางเรียกฉันมาดูให้เสียเวลาหรอก” เพวเน่ตอบพลางคาบแท่งไม้ไว้ในปาก “ว่ามา จะให้เจาะไปเอาอะไร~”
“คานาตะ เรียวจิ” A-5 ตอบสั้นๆ
เพวเน่เบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย “คิดจะเจาะข้อมูลคนในทีมทั้งๆ ที่รู้อยู่แล้วเนี่ยนะ? หรือว่า... เ้าตัวอยากรู้ว่าพ่อตัวเองไปก่อวีรกรรมอะไรไว้กันแน่~?” เพวเน่เลิกคิ้วถาม
A-5 ไม่ตอบอะไร ได้แต่ส่งยิ้มกวนๆ ให้ ทว่าเพวเน่เองก็รู้ทัน เธอจึงเริ่มลงมือเจาะระบบเข้าสู่ฐานข้อมูลของรัฐบาลกลางทันที
ทาง้า ห้องของคานาตะ
ทันทีที่เดินเข้ามาในห้อง เคก็พุ่งเข้ามากอดคานาตะจากด้านหลัง คานาตะใจนทำตัวไม่ถูก ทว่าัับางอย่างที่แผ่นหลังทำให้หัวใจเขาเต้นรัว ดวงตาเบิกกว้าง
“เค... นาย— ทะ-เธอเป็ผู้หญิงเหรอ?!” คานาตะโพล่งถามออกไป เมื่อััได้ถึงความนุ่มนวลที่แนบชิดอยู่เื้ั
เคยอมปล่อยมือแล้วเดินถอยหลังไป ก่อนจะค่อยๆ ถอดเสื้อตัวนอกออก เผยให้เห็นเสื้อชั้นใน คานาตะหน้าแดงก่ำรีบยกมือขึ้นปิดหน้าทันที
“ดะ-เดี๋ยวสิ! แล้วทำไมในข้อมูลถึงระบุว่า...” คานาตะพึมพำอย่างสับสน
“เพราะฉันเป็เอเอ็น... ข้อมูลทางพันธุกรรมของฉันเป็ผู้ชายก็จริง แต่เพราะตอนเกิดมาเรย์เป็เอเอ็น มันเลยเกิดการแทรกแซงทางพันธุกรรมกับฉันไปด้วย... ฉันอยู่ในสภาวะ Intersex (ภาวะเพศกำกวม) ” เคอธิบายด้วยใบหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอาย ก่อนจะรีบสวมเสื้อกลับตามเดิม
“แล้ว... แล้วเธอมาบอกเื่นี้กับฉันทำไม!?” คานาตะยังคงสับสน
“เพราะฉันอยากแสดงความจริงใจ... เพื่อให้นายเชื่อใจฉันกับความจริงที่ฉันกำลังจะบอก...” เคกำมือแน่น ก้มหน้ามองพื้นเพื่อรวบรวมความกล้าอยู่เนิ่นนาน ขณะเดียวกันที่ด้านนอกห้อง เรย์ยืนกอดอกพิงกำแพงหลับตาฟังอยู่เงียบๆ
ด้านเพวเน่ที่เข้าถึงข้อมูลได้แล้ว เธอจัดการส่งข้อมูลขึ้นหน้าจอใหญ่กลางห้องให้ A-5 ดู “น่าสนใจแฮะ~ ส.ส. เรียวจิ สั่งเก็บภรรยาตัวเองงั้นเหรอ... ตอนแรกคานาตะแค่้าหลักฐานเื่ทุจริตคอร์รัปชัน แต่ไอ้เื่นี้น่าสนใจกว่าเยอะเลย เพวเน่ ขุดต่อเลย!” A-5 สั่งการ เพวเน่รัวนิ้วค้นหาข้อมูลลึกลงไปอีก
วันที่ 24 เดือน 9 ปี 2126 [8 ปีก่อน]
ยามเย็นวันหนึ่ง ระหว่างการเดินทางไปสวนสนุกของครอบครัวใหญ่ในรถตู้คันหนึ่ง มีร่างเงาสองร่างกำลังวิ่งตามไปอย่างเงียบเชียบ บนรถประกอบไปด้วย คนขับรถ แม่ ลูกสาว 2 คน ลูกชาย 4 คน แต่มีเด็กผู้ชายคนหนึ่งนั่งหดตัวอยู่มุมรถและมักจะถูกพี่ๆ กลั่นแกล้งอยู่ตลอดเวลา
“ริว คุเล พอได้แล้ว เลิกแกล้งน้องสักที...” ผู้เป็แม่เอ่ยปราม
เด็กชายและเด็กหญิงยอมถอยกลับไปนั่งที่เดิมอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนที่พี่สาวอีกคนจะขยับเข้ามาดูอาการน้องคนเล็ก
“มิรุ เป็อะไรไหม?” พี่สาวถามพลางลูบแก้มของน้องชายอย่างอ่อนโยน
น้องชายส่ายหน้าแทนคำตอบว่าไม่เป็ไร ผู้เป็แม่จึงหันไปดุด่าเด็กทั้งสองที่แกล้งน้อง ทันใดนั้น คนขับรถตู้ก็สังเกตเห็นร่างของใครบางคนยืนขวางอยู่กลางถนน เขาหักพวงมาลัยหลบกะทันหันจนรถพุ่งตกชานทาง ร่างปริศนานั้นเดินก้าวเข้ามาอย่างเยือกเย็น เสียงปืนดังลั่นขึ้นหนึ่งนัด ะุเจาะเข้าศีรษะคนขับรถเสียชีวิตทันที
เมื่อผู้เป็แม่เห็นดังนั้น เธอจึงฝืนความเ็ปจากอาการาเ็รีบลงจากรถ
“เด็กๆ รีบลงมาเร็วเข้า!” เธอเปิดประตูรถตู้แล้วช่วยประคองลูกๆ ออกมา
เด็กๆ ต่างวิ่งหนีแตกกระเจิง แต่กลับถูกดักหน้าไว้ด้วยกคนสวมชุดดำอีกคน พวกเด็กๆ จึงต้องถอยร่นกลับมารวมกลุ่มกันที่รถ ผู้เป็แม่รีบกางแขนเอาตัวบังลูกๆ ไว้ด้านหลัง
“พวกแก้าอะไร!?” เธอะโถาม
ทว่าคนในชุดดำกลับยกมีดขึ้นชี้ตรงมาที่เธอ เธอรู้ได้ทันทีว่าเป้าหมายของพวกมันคือตัวเธอเอง ก่อนที่นักฆ่าอีกคนจะโผล่มาจากด้านหลัง มันคว้าตัวเด็กชายที่ชื่อ 'มิรุ' ขึ้นมา ถึงแม้นักฆ่าจะสวมหน้ากากปิดบังใบหน้า แต่มิรุก็สามารถมองทะลุเข้าไปเห็นแววตาคู่นั้นได้... เป็ดวงตาสีฟ้าที่ว่างเปล่าไร้ชีวิตจิตใจราวกับคนตาย ซึ่งทำให้เด็กน้อยหวาดกลัวจับขั้วหัวใจ
“ปล่อยลูกฉันนะ!” ผู้เป็แม่หันขวับไปพยายามแย่งตัวเด็กคืน ก่อนที่เสียงปืนจะลั่นขึ้นอีกครั้ง... ร่างของผู้เป็แม่ทรุดลงกองกับพื้นต่อหน้าต่อตาเด็กๆ ทุกคนช็อกกับภาพความโหดร้ายตรงหน้า ก่อนที่นักฆ่าทั้งสองจะล่าถอยไป ทว่านักฆ่าคนที่ทำปืนลั่นได้หันกลับมาสบตากับมิรุชั่วครู่หนึ่ง
ต่อมาในงานศพ ผู้เป็พ่อที่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์วันนั้น กลับไม่มีน้ำตาแม้แต่หยดเดียว เขาวางท่าทีราวกับมันเป็เพียงงานศพธรรมดาทั่วไป
ส่วนพี่น้องคนอื่นๆ ต่างพากันโยนความผิดให้มิรุว่าเป็ต้นเหตุที่ทำให้แม่ต้องตาย มีเพียงพี่สาวคนโตเท่านั้นที่คอยกางปีกปกป้องเขา เด็กชายต้องทนรับการถูกคนในครอบครัวรุมทำร้ายร่างกายและจิตใจอย่างไร้ทางสู้ จนในที่สุดเขาตัดสินใจหนีออกจากบ้านมาใช้ชีวิตเพียงลำพัง
แต่พี่สาวก็ยังคงแวะเวียนมาเยี่ยมและแอบส่งเงินกับของใช้มาให้เสมอ จนกระทั่งวันหนึ่ง พี่สาวของเขาก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย พร้อมกับข่าวการเสียชีวิตปริศนาของพี่ชายทั้งสองคน เหตุการณ์นี้ทำให้ผู้เป็พ่อ้าดึงตัวเขากลับไปสืบทอดกิจการ เพราะไม่สามารถติดต่อลูกคนอื่นๆ ที่เหลือได้เลย ไม่นานหลังจากนั้น มิรุได้รับจดหมายที่เขียนด้วยลายมือของพี่สาว เนื้อหาในจดหมายระบุความจริงอันโหดร้ายว่า...
ในวันเกิดเหตุ คนที่จ้างวานนักฆ่าไปสังหารแม่ของพวกเขาก็คือ 'พ่อ' แท้ๆ เพราะผู้เป็แม่มักจะนำเงินไปช่วยเหลือผู้คนและพยายามผลักดันการพัฒนาใหม่ๆ ให้กับเมืองโซน B เสมอ ทำให้พ่อซึ่งรังเกียจผู้คนชนชั้นล่างเกิดความไม่พอใจอย่างรุนแรงจึงสั่งฆ่าภรรยาตัวเอง... และนักฆ่าในวันนั้นก็คือ เรย์ กับ เค
“โอ้... แย่แล้วสิ...” A-5 พึมพำเมื่อประมวลผลข้อมูลทั้งหมด
ตัดกลับมาที่ห้องของคานาตะ เขายืนนิ่งอึ้งราวกับถูกแช่แข็งหลังรับฟังความจริงจากปากของเค ภาพเหตุการณ์อันโหดร้ายในวันที่แม่ถูกสังหารพุ่งกลับมากระแทกใจเขาอีกครั้ง คานาตะเดินสืบเท้าเข้าไปหาเคอย่างเชื่องช้า ร่างกายของเขาสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ ก่อนที่มือหนาจะคว้าหมับเข้าที่ไหล่ของเธอ
“ทำไม... ทำไมล่ะ!?” คานาตะออกแรงบีบแน่นขึ้นเรื่อยๆ โดยที่เคไม่คิดจะขัดขืนแม้แต่น้อย “ทำไมพวกเธอถึงต้องทำแบบนั้น! ตอบฉันมาสิ ทำไม!”
อารมณ์ที่ปะทุขีดสุดทำให้คานาตะเลื่อนมือขึ้นไปบีบคอของเค วินาทีนั้น เรย์และ S-12 เปิดประตูพุ่งเข้ามาในห้องทันที
“คานาตะ พอได้แล้ว! ปล่อยเธอเดี๋ยวนี้!” S-12 พยายามดึงตัวคานาตะ ขณะที่เรย์ก็รีบเข้ามาแกะมือเขาออกจากน้องสาว
“ทั้งๆ ที่แม่ฉันทำเพื่อคนอื่นมาตลอด! ทำไมต้องเป็แม่ฉัน! ทำไมต้องเป็พวกเธอที่ลงมือ!” คานาตะะโลั่นห้อง น้ำตาแห่งความคับแค้นไหลอาบแก้ม เขาพยายามสะบัดตัวพุ่งเข้าหาเรย์กับเคอีกครั้ง
ตอนนั้นเอง A-5 กับเพวเน่ก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาพอดี “ใครก็ได้หยุดเขาทีสิ!” เพวเน่ร้องลั่น
“ฉันก็กำลังพยายามอยู่นี่ไง!” S-12 ตอบกลับด้วยความยากลำบากในการรั้งแรงอารมณ์ของคานาตะ
“งั้นก็พยายามให้มากกว่านี้หน่อย! ฮอน์ลเพิ่งแจ้งมาว่าจู่ๆ ANX ก็ขยับตัวได้เอง!” A-5 สวนขึ้น ทุกคนในห้องได้ยินดังนั้นต่างก็ตกตะลึง
ด้านนอก ณ โรงเก็บหุ่น ตอนนี้ ANX-01 กำลังฝืนขยับตัวกระชากพันธนาการออกจากแท่นซ่อมบำรุง ดวงตาจักรกลที่เคยเป็สีเหลืองแปรเปลี่ยนเป็สีฟ้าเขียวสว่างจ้า พร้อมกับปล่อยอนุภาคบางอย่างไหลรินลงมาราวกับหยาดน้ำตา
“คุณฮอน์ล! นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย!?” เอเลเซียลนลาน พยายามป้อนคำสั่งหยุดระบบจากในห้องปฏิบัติการ
“ฉันจะไปรู้เรอะ! ั้แ่เกิดมาก็เพิ่งเคยเจอ DEP ที่ขยับได้เองนี่แหละ!” ฮอน์ลที่บังคับเครื่อง McProton อยู่กำลังออกแรงตรึง ANX เอาไว้สุดกำลัง
ในขณะที่ทุกคนกำลังชุลมุนวุ่นวาย จู่ๆ ร่างของ ANX ก็เปล่งแสงสีทองสว่างวาบขึ้น เช่นเดียวกับร่างกายของทุกคนในทีม ก่อนจะมีเสียงสะท้อนดังก้องเข้ามาในหัวของพวกเขา... แม้แต่ S-12 เองก็ได้ยิน
"นูโร (Nuro) : เพื่อน..."--"นูโร: อย่า ทะ เลาะ กัน..."--"นูโร: เพื่อน"
ทุกคนชะงักงันด้วยความสับสนว่าต้นเสียงมาจากไหน ทันทีที่คานาตะสงบสติอารมณ์ลงได้ หุ่น ANX ก็ดับระบบตัวเองลงเช่นกัน เมื่อเหตุการณ์คลี่คลาย ทุกคนจึงรีบวิ่งจากห้องของคานาตะลงมาที่ห้องปฏิบัติการทันที
ภาพที่เห็นคือ McProton กำลังตรึงร่าง ANX เอาไว้ โดยมีหุ่น Aeronic ล้มกองอยู่ข้างๆ
“เอเลน เธอพยายามจะขับ Aeronic งั้นหรอ?” S-12 เอ่ยถาม
เอเลซียืนนิ่งตัวเกร็งหลับตาปี๋เหมือนเด็กเตรียมรับคำด่า ทว่า S-12 กลับถอนหายใจเบาๆ แล้วเอื้อมมือไปลูบหัวเธออย่างอ่อนโยน
เวลาผ่านไปจนกระทั่งจอมพลส่งทีมช่างเทคนิคมาช่วยเพวเน่
หลังจากที่ทุกคนได้รับฟังเื่ราวความจริงที่เกิดขึ้นทั้งหมด สายตาทุกคู่ก็จดจ้องไปที่ฝาแฝดทั้งสอง
ฮอน์ลเดินเข้าไปแตะไหล่คานาตะเบาๆ “ฟังนะคานาตะ... ไม่ว่าอดีตมันจะเกิดอะไรขึ้น แต่มันผ่านไปแล้ว... ตอนนี้พวกเธอ—”
คานาตะสะบัดมือฮอน์ลออกอย่างแรง เขาก้มหน้าไม่สบตาใคร ก่อนจะเดินฝ่าวงล้อมออกไปจากห้อง ทิ้งให้บรรยากาศอึดอัดครอบงำทุกคนที่ยืนมองแผ่นหลังของเขาจากไปอย่างเงียบงัน
A-5 ผู้ไม่เคยสนสี่สนแปดกับบรรยากาศความตึงเครียด โพล่งทำลายความเงียบขึ้นมา “สรุปว่า... เคเป็สาวหรอกเหรอเนี่ย~”
“ฉันก็นึกว่าพวกเธอรู้กันอยู่แล้วซะอีก” เพวเน่พูดแทรกขึ้น ทุกคนหันขวับไปมองเพวเน่เป็ตาเดียว “อะไรเล่า? ฉันมีสัญชาตญาณดมกลิ่นสาวสวยได้ก็แล้วกัน... โดยเฉพาะ่ล่างน่ะนะ~ โอ๊ะ! พวกช่างเทคนิคเรียกแล้ว ฉันขอตัวก่อนล่ะ~” เพวเน่ขยิบตาให้ แล้วรีบวิ่งแจ้นออกไปจากห้อง
ทุกคนในห้องได้แต่จมอยู่ในความเงียบงัน จะมีก็แต่ A-5 ที่ยังคงยกแก้วกาแฟขึ้นดื่มอย่างสบายอารมณ์
