คราวนี้สองคุณชายถึงกับอิจฉาจนตัวสั่น แค้นใจยิ่งนัก ทำไมพวกเขาถึงไม่รู้กันนะว่ากล่องไม้นั่นจะเป็ไม้กฤษณาคีนัมนั่น อัสนีได้แต่ยิ้มเพราะเขาสามารถใช้ดวงตามัจจุราชตรวจสอบั้แ่ครั้งแรกที่เห็นแล้ว ว่าของที่มูลค่าสูงสุดนั่นคือกล่องไม้กฤษณาคีนัมนั่นต่างหาก
“คุณหมอรู้ได้ยังไงกัน ว่ากล่องนั่นคือไม้กฤษณาคีนัม”
“ผมเคยดมกลิ่มไม้หอมชนิดนี้มาก่อน ดังนั้น พอมันถูกเปิดมา ผมก็จำกลิ่นนี้ได้ทันทีแม้นมันจะมีผ้าปิดทับหลายชั้น แต่ก็ยังมีกลิ่นจางๆ ออกมาอยู่ดี”
“ จมูกดีอย่างนี้ผมว่า K-9 คงได้ตกงานแน่ๆ” สารวัตรเอกเอ่ยแดกดันออกมา
“ นึกไม่ถึงว่าหมาของคุณหนูมินตรานี่เห่าเก่งเหลือเกินนะครับ”
สารวัตรเองถึงกับโมโหยืนขึ้นมา
“ แกว่าใครกัน”
อัสนีไม่ตอบโต้เพียงแค่หันไปมองหน้าพอจ้องตากัน สารวัตรเอก ก็พลันสะดุ้งใ ถอยหลังด้วยความหวาดกลัวเพราะดวงตาข้างหนึ่งของอัสนีมันเหมือนกลายเป็สีแดง ราวกับเปลวเพลิง
“ หยุดได้แล้วที่นี่คืองานประมูลเพื่อการกุศลนะ”
อัสนีไม่สนใจหันกลับมามองไปที่เวทีส่วนสารวัตรเอกตอนนี้เรียกสติกลับมา ในใจคิดว่า เขาคงตาฝาดไป
เริ่มประมูลโสมคนครั้งที่สองครั้งนี้สองพี่น้องและคนอื่นๆ แย่งกันประมูลกันอย่างดุเดือดราคาสุดท้ายที่ประมูลไปคือ 50 ล้าน ผู้ที่ประมูลไป คือ สองพี่น้องตระกูลกิเลนทองพวกเขาพอได้โสมมา ก็ฉีกผ้าที่หุ้มกล่องไม้ ผลปรากฏว่า เป็ไม้อัดแข็งธรรมดาสร้างความไม่พอใจให้กับคนทั้งสองเป็ยิ่งนัก คนอื่นๆ ต่างก็หัวเราะพวกเขาราวกับเห็นตัวตลก
“ ไอ้อัสนี แกเป็เพราะแก” คุณชายภูผายังคงแค้นอัสนียิ่งนัก แต่ถูกพี่ชายห้ามเอาไว้
“ ใจเย็นๆอย่าให้งานใหญ่ของเราเสีย สุดท้ายเงินที่มันได้ไป ฉันจะให้มันคายออกมาให้หมด”คุณชายนาวาเอ่ยอย่างมั่นใจ
จากนั้นการประมูลสมุนไพรทั้งเห็ดหลิงจือ 500 ปี และ ถั่งเช่า 500 ปีเ้าหญิงเมธิกาก็ประมูลได้มาจนครบเรียบร้อย โดยที่ไม่มีการปั่นราคาสู้อีก
“กลับกันเลยไหมครับ” อัสนีเอ่ยออกไปคราวนี้มีหลายคนแสดงปฏิกิริยาแปลกๆ ออกมาหลายคน นอกจากพี่น้องตระกูลกิเลนทองแล้วยังมี เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย อีกหลายคน ถึงกับแสดงสีหน้าเลิ่กลั่กกันเหมือนกับว่า มีอะไรผิดปกติ
แต่การกระทำของพวกมันไม่รอดจากสายตาของอัสนีได้
“ ตกลง กลับกันเลย”
“ ดีครับผมจะขอเข้าห้องน้ำสักครู่ พอผมออกมาก็กลับกันเลย”
อัสนีพูดจบก็เดินออกไปเ้าหญิงเมธิกา ก็ไม่สนใจเตรียมออกจากสถานประมูลแห่งนี้ไม่รอประมูลวัตถุโบราณอะไรนั่นต่อ
ศูนย์รักษาความปลอดภัยของสถานประมูลอยู่ในห้องที่มีกล้องวงจรปิดกระจายตัวอยู่รอบๆ ตึก มีเ้าหน้าที่หลายคนกำลังนั่งมองจอมอนิเตอร์ มีหัวหน้าคือ ผู้พันดักลาส กำลังรับข้อความวิทยุก็ถึงกับลุกขึ้น ประกาศออกไปว่า
“ เตรียมตัวลงมือเดี๋ยวนี้เป้าหมายเลื่อนเวลากลับแล้ว จัดการกล้องวงจรปิด และตัดการสื่อสารทั้งหมดในระยะห้ากิโล เปิดใช้ช่องสื่อสารส่วนตัวของหน่วยเรา แจ้งไปที่หน่วยรบสิงห์ดำเริ่มปฏิบัติหน้าที่ได้เลย”
เ้าหน้าที่ที่เฝ้าหน้ากล้องและที่ยืนอยู่หลายคนหันมามองหน้า ผู้พันดักลาสอย่างสงสัย ว่ากำลังพูดเื่อะไรแต่แล้วก็มีเพื่อนเ้าหน้าที่ของพวกเขาเตรียมรออยู่ก่อนแล้วใช้มีดเชือดคอของพวกเขาตายลงไปทีเดียว สิบกว่าคน พวกที่เหลือนำผ้าสีเขียว มาผูกที่แขนเอาไว้
ด้านนอกมีเฮลิคอปเตอร์ บินมาสามลำ แต่ละลำบรรทุก คนมาเกือบสามสิบคน พร้อมอาวุธปืนกลแต่ละคนมีผ้าสีเขียวผูกเอาไว้ที่แขนเหมือนกันหมดพวกมันวิ่งกรูกันเข้าไปในสถานประมูลทันที เ้าหน้าที่เฝ้าประตู ก็เหลือแค่เ้าหน้าที่ผูกผ้าสีเขียวเช่นกัน
บอดี้การ์ดของเ้าหญิงทุกๆคนไม่ทันได้เตรียมตัว ทุกคนก็ถูกจับกดไปกับพื้นไม่ทันได้คิดต่อสู้แม้แต่น้อยไม่เว้นแม้แต่หัวหน้าพะยูก็ถูกปืนจี้หัว ไม่กล้าขยับตัว
คนร้ายถืออาวุธเข้าไปด้านในสถานประมูลแล้วยิงปืนกลใส่เพดาน ไฟร่วงตกลงพื้นกระจัดกระจายหัวหน้าของพวกมันก็สวมผ้าคลุมหน้ามิดชิด ตวาดออกไปด้วยเสียงอันดังว่า
“ นี่คือการปล้น ใครมีของมีค่าเอาออกมาให้หมดโดยเฉพาะบัตรเงินสด ใครขัดขืนตายสถานเดียว”
คนร้ายหลายสิบคนเข้าประชิดตัว แขกที่เข้ามาร่วมประมูลเป็รายบุคคล แล้วเริ่มทำการบีบบังคับให้ทุกๆคนโอนเงินเข้าบัญชีที่เกาะเคย์แมนของพวกตน ส่วนคนร้ายอื่นๆก็เข้าไปเพื่อเอาสมุนไพรมีค่า และ โบราณวัตถุทั้งหมด ที่จะมาประมูลออกมา แต่ก็เกิดปัญหาขึ้น
“ หัวหน้าครับสัญญาณเน็ตไม่สามารถใช้งานได้ จึงไม่สามารถทำการโอนเงินได้”
หัวหน้าคนร้ายถึงกับโมโหยิ่งนัก รีบวิทยุสื่อสารออกมา
“ ผู้พันคุณตัดสัญญาณเน็ตไปแล้วหรือไง ผมยังไม่ได้สั่งเลย แล้วจะให้พวกมันโอนเงินมาให้เราได้ยังไง”
“ โอ้ว ผมลืมไปผมแค่ไม่อยากให้ใครใช้มือถือขอความช่วยเหลือออกไป” ผู้พันดักลาสรีบสั่งลูกน้องให้ยกเลิกการตัดสัญญาณรอบๆ บริเวณ
แต่ทันใดนั้นเองไฟในห้องจัดเลี้ยงก็ดับขึ้น
“ เฮ้ย ใครดับไฟวะผู้พัน พวกคุณทำบ้าอะไรอยู่”
“ ไม่รู้ครับเดี๋ยวผมจะส่งคนไปดูที่ห้องควบคุม”
ไฟฉุกเฉินเริ่มทำงานแต่ตอนนี้ คนร้ายหลายสิบคน ได้ล้มลงไปกับพื้น หัวหน้าคนร้าย ก็ถึงกับใ
“ เกิดอะไรขึ้นพวกมันเป็อะไรกัน”
“ ตายพวกเขาตายแล้วครับ”
“ หา ตายใครกันวะ” หัวหน้าคนร้ายเริ่มหวาดกลัวถือปืนสาดส่องไปทั่ว
แต่ก็ไม่อาจหาคนที่ทำเื่เช่นนี้ไม่
“ ต้องรีบแล้วอย่าเสียเวลา พาตัวเ้าหญิงเมธิกาไปเดี๋ยวนี้ แล้วก็เอาทรัพย์สินที่เอาไปได้เื่โอนเงินไม่มีเวลาแล้ว”
หัวหน้าคนร้ายเดินปรี่เข้ามาหาเ้าหญิงเมธิกา แล้วจับแขนเธอเอาไว้ และมองเห็นคุณหนูมินตรา ก็สั่งลูกน้องจับตัวไปด้วย
สารวัตรเอกได้แต่ยกมือนิ่งเฉยไม่กล้าเคลื่อนไหว เพราะพวกมันมีอาวุธครบมือพร้อมยิงได้ทุกเมื่อคุณหนูมินตราจึงต้องไปกับเ้าหญิงเมธิกาอย่างไม่ยินยอม
ทันใดนั้นเองคุณชายห้าภูผา ก็เดินเข้ามาหาหัวหน้าคนร้าย แล้วพูดเบาๆว่า
“ ผู้พันมินครับ มีคนอีกคนมันไปห้องน้ำมันมีเงินกว่าหกร้อยล้าน”
ผู้พันมินพยักหน้าแล้วสั่งคนให้ไปจับตัวอัสนีทันที การกระทำครั้งนี้ไม่รอดสายตาของ อัสนีที่ตอนนี้สวมผ้าคลุมมัจจุราช และยังใส่หน้ากากหนังสีดำเหมือนในหนังเอาไว้เพราะเขารู้สึกว่า เปิดเผยหน้ามันจะดูธรรมดาไป
ก่อนที่พวกมันจะก้าวออกจากห้องไปก็มีเสียงะเิดังขึ้น สามครั้ง
ตูม ตูม ตูม !!!
“ ผู้พัน ฮ.ของเราถูกะเิทำลายไปหมดสามลำแล้วครับ” เสียงจากวิทยุมือถือดังออกมาอย่างหวาดกลัว
“ อะไรนะ”
“เอาอย่างไรต่อดีครับ”
ลูกน้องที่ยังอยู่นอกโรงแรมต่างก็มีเริ่มหวาดหวั่น
“ ผู้พันมินผมต่อสัญญาณเน็ตให้แล้ว แต่ทำไมฮ. ของเราะเิได้เล่าแล้วพวกเราจะหนีไปได้อย่างไร” ผู้พันดักลาสเริ่มใตื่นคราวนี้มีสายจากตำรวจโทรเข้ามาถาม เื่ราวที่โรงแรมและมีผู้คนจากโรงแรมหลายคนที่มองมาเริ่มถ่ายคลิปเผยแพร่ออกไป มีคนแจ้งความไปที่191 สื่อทุกสำนักรู้เื่ราวกันไปทั่ว
เสียงไซเรนทั้งรถดับเพลิง รถตำรวจ เริ่มส่งเสียงกันไปทั่วโรงแรม ผู้สื่อข่าวมากันเต็มไปหมด
“ กูอยากจะบ้าตายผู้พันดักลาส นี่คุณทำบ้าอะไรเนี่ย ทำไมไม่ตัดสัญญาณการสื่อสารทั้งหมด”
“ก็ผู้พันบอกให้ผมเปิดสัญญาณนี่”
ผู้พันมินโมโหแทบคลั่ง ขว้างวิทยุมือทิ้ง แล้วยังใช้ปืนกลยิงใส่อย่างโมโหสุดๆ
“ แม่งเอ้ยเื่มันเป็แบบนี้ได้ยังไงวะ สั่งการลงไป ปิดโรงแรมราวัลดา ห้ามผู้ใดเข้าออก แจ้งไปที่สถานทูตเชียงฟ้าเราได้จับตัว เ้าหญิงเมธิกา เอาไว้เป็ตัวประกันให้พวกมันรีบส่งเฮลิคอปเตอร์มาให้เรา 3 ลำ ภายในสิบนาที หากชักช้าจะฆ่าตัวประกันนาทีละคน รีบไปวางะเิให้ทั่วโรงแรมเร็ว”
อัสนีมีเพียงคนเดียวได้แต่มองคนร้ายหลายสิบคนสะพายกระเป๋าเป้ ที่มีะเิซีโฟร์ติดตัว แล้วแยกย้ายกันไปหลายทิศทางเพื่อวางะเิเขารีบออกไปจากห้องประมูลนี้ทันที เพราะไม่คิดว่า คนร้ายพวกนี้จะมีะเิมาด้วยมากขนาดนี้
เวลาผ่านไปแล้วสิบนาทีก็มีเ้าหน้าที่จากสถานทูตเชียงฟ้าติดต่อมา
“ตอนนี้เฮลิคอปเตอร์กำลังมา ทางเราได้ทำการขอร้องทางการไทยแล้วแต่เวลาสิบนาทีนั้นมันเร็วเกินไป ให้เวลาพวกเราอีก ครึ่งชั่วโมงรับรองเฮลิคอปเตอร์ไปถึงแน่”
“ ไม่เป็ไรแล้วแต่พวกคุณตัดสินใจเลย” ผู้พันมินเอ่ยจบ ก็ยกปืนเล็งใส่ไปที่บอดี้การ์ดของผู้ที่เข้าร่วมประมูลทันที
เปรี้ยง เปรี้ยงเปรี้ยง เปรี้ยง !!!!!
ะุพุ่งออกไปทะลุร่างของคนคุ้มกันนับสิบตายไปอย่างน่าเอน็จอนาถ
“ โยนออกไปให้พวกมันดู การที่พวกมันไม่ทำที่กูสั่ง จะต้องเจอกับอะไร”
ซากศพถูกโยนออกไปจากโรงแรมภาพถูกถ่ายจากสื่อมากมายที่มาทำข่าว ตอนนี้สื่อที่มาทำข่าวเริ่มเผยแพร่และกระจายเหตุการณ์ออกไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว
ทางรัฐบาลไทยรีบทำการขอเจรจาอีกครั้ง แต่ก็ไร้ผล พวกมันยังยิงคนตายไปอีกสิบคน แล้วจับโยนออกมา
เ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี ของทั้งสองประเทศต่างประชุมกันอย่างเคร่งเครียดทางการไทยตอนนี้เตรียมพร้อมกับ การบุกจู่โจม โดยหน่วยคอมมานโด แต่ก็ไม่กล้าเพราะห่วงตัวประกันที่ถูกจับเอาไว้ ท่านรอง มนต์ชัย
ก็มาร่วมปฏิการณ์ในครั้งนี้ด้วยความเป็ห่วงลูกสาวเช่นกัน
“พวกเราคงต้องยอมให้เฮลิคอปเตอร์พวกมันไปก่อน แล้วค่อยตามจับทีหลัง”
นี่คือบทสรุปของรัฐบาลไทยคือยอมคนร้าย เพื่อไม่ให้สูญเสียอีก
ดังนั้นเฮลิคอปเตอร์สามลำพร้อมคนขับ ก็มาถึงด้านหน้าของโรงแรมเป็ที่เรียบร้อย
ฝ่ายคนร้ายเห็นดังนั้นก็ยินดี โห่ร้องกันอย่างมีความสุข
“สักครู่พวกเราจะออกไปพร้อมกับตัวประกัน อย่าคิดจะลงมือเป็อันขาด ไม่เช่นนั้นโรงแรมราวัลดา จะแหลกเป็จุณ พวกเราได้วางะเิซีโฟร์เอาไว้แล้ว 18 จุดหากใครกล้าลงมือ ฉันจะะเิโรงแรมทิ้งทันที”
ผู้พันมินประกาศออกไป ทำให้ฝ่ายความมั่นคงทั้งสองประเทศเคียดแค้นยิ่งนัก
“ ไม่ได้ปล่อยให้มันจับตัว เ้าหญิงเมธิกาไปไม่ได้” ทูตเชียงฟ้า เอ่ยอย่างหนักแน่น
“ไม่ได้แล้วจะทำอย่างไงเล่า พวกมันวางะเิเอาไว้แล้วจะให้คนบริสุทธิ์นับร้อยตายไปด้วยหรือไง” รัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงเอ่ยเสียงเครียด
“ ไปเอาผ้าม่านออกมาแล้วคลุมตัวประกันเอาไว้ แล้วก็เดินออกไปทีละสิบคน”
ผู้พันมิน ออกคำสั่ง ผู้พันดักลาสก็สวมผ้าปิดบังใบหน้า พร้อมที่จะออกจากโรงแรมไปเป็ชุดแรก......