บทที่ 5 หยกคุ้มภัย
ขณะที่ค้นตัวชายผู้มีแผลเป็ เขาเจอแผ่นหยกสีเขียวใสชิ้นหนึ่ง
สาเหตุที่รู้สึกว่าแปลกก็เพราะว่าเขาััได้ถึงกระแสปราณิญญาบนแผ่นหยก
สิ่งนี้ไม่เหมือนกับหินิญญา พลังที่อยู่ในตัวหยกชิ้นนี้เหมือนกับขับเคลื่อนไปตามกฎเกณฑ์อะไรบางอย่าง
เด็กหนุ่มทดลองดูดซับปราณิญญาเ่าั้ แต่กลับไม่เป็ผล
“สิ่งนี้คืออะไรกันแน่?”
เจียงผิงอันรู้สึกสับสน
เขาหยิบหินิญญาก้อนหนึ่งออกมาเพื่อลองเปรียบเทียบกับหยกชิ้นนี้
ในขณะที่วัตถุสองชิ้นแตะโดนกัน พลังของหินิญญาถูกดูดอย่างรวดเร็วจนสุดท้ายกลายเป็เถ้าธุลี
เจียงผิงอันใจนหน้าถอดสี รีบโยนหยกทิ้ง
เมื่อมองหินิญญาที่กลายเป็ผุยผง พลันรู้สึกเสียดายเหลือเกิน
ได้มาแค่วันละสิบก้อน กลับหายไปดื้อ ๆ ไปก้อนหนึ่งหน้าตาเฉย?
ที่แท้หยกชิ้นนี้คืออะไรกันแน่?
เด็กชายยอบตัวลงข้างแผ่นหยก ใช้กิ่งไม้เขี่ยดู แต่ก็ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น
เขาหยิบแผ่นหยกขึ้นมาใหม่อีกครั้ง เจียงผิงอันพบว่าพลังในตัวหยกเพิ่มขึ้นมาก และพลังนั้นยังคงขับเคลื่อนตามกฎเกณฑ์เหมือนเดิม
“สิ่งนี้คืออะไร?”
เจียงผิงอันอยากจะถามคนรอบตัว แต่รอบตัวเขาไม่มีคน มีแต่ศพ
เวลานี้… เขาสังเกตเห็นอักษรสามคำด้านหลังแผ่นหยก หยกคุ้มภัย
“หรือว่าจะเป็สมบัติของเซียน สามารถปกป้องร่างกายได้?”
คลื่นพลังบนตัวหยกคล้ายกับพลังที่ตัวเองใช้ บางทีอาจจะเป็สมบัติอะไรสักอย่างของเซียนจริง ๆ ก็ได้
เจียงผิงอันรู้สึกว่าตนเองคิดถูกแล้ว
“สาเหตุที่หยกชิ้นนี้ไม่ปกป้องชายคนนั้น อาจเป็เพราะพลังในหยกคุ้มภัยถูกใช้ไปจนหมดแล้ว”
รู้ว่าของสิ่งนี้สามารถใช้ปกป้องคุ้มครองตัวได้ เจียงผิงอันกัดฟัน ตัดใจเอาหินิญญาอีกสองก้อนเข้ามาแนบติด
พลังของหินิญญาถูกใช้ไปจนหมด แต่ดูเหมือนว่ายังไม่อาจเติมเต็มแผ่นหยกนี้ได้
เจียงผิงอันมีหินิญญาเหลือไม่มากแล้ว จึงส่งพลังของตัวเองเข้าไปในตัวหยก
ทว่า… พลังในร่างถูกส่งเข้าไปจนหมดแล้ว ยังคงไม่เต็มอยู่ดี
“นี่มันบ่อน้ำไร้ก้นนี่นา ใส่ไปเท่าไรก็ไม่รู้จักเต็ม!”
เจียงผิงอันรู้สึกเสียดายพลังในตัว
ค่อยดูดซับพลังจากใต้หล้าเอาก็แล้วกัน อย่างไรเสียก็ไม่ได้รีบร้อนอะไร
เวลานี้เอง จู่ ๆ เกิดมีเสียงดังจากข้างนอก
เจียงผิงอันหยิบดาบขึ้นแล้วตามออกไป เห็นหลังคนคนหนึ่งวิ่งหน้าตั้งเตลิดหนีไป
เด็กหนุ่มไม่รอช้าถือดาบไล่ตามไปทันที
อาจเป็พวกเดียวกับโจรป่า!
จะปล่อยให้หนีไปไม่ได้เด็ดขาด!
แต่ไล่ตามไปได้สักพัก สุดท้ายจำต้องปล่อยให้หนีไปจนได้
เขายืนพิงต้นไม้หอบหายใจแรง ๆ
เมื่อสักครู่เขาถ่ายทอดปราณิญญาเข้าไปในตัวหยกจนหมดแล้ว ตอนนี้จึงไม่เหลือแรงอีก ไม่เช่นนั้นมันไม่มีทางหนีรอดไปได้หรอก
ต่อไปไม่ว่าอย่างไรก็ตามต้องเก็บแรงสำรองไว้บ้าง
เจียงผิงอันสรุปข้อบกพร่องของตนเองในใจ พลางหยิบหินิญญาออกมาก้อนหนึ่งเพื่อฟื้นคืนพลังในร่าง
“คนที่หนีรอดกลับไปอาจจะเป็พวกโจรป่า ฆ่าพวกเขาไปห้าคน โจรป่าแห่งขุนเขาต้าหวังอะไรนั่นไม่มีทางปล่อยข้าไปแน่”
“ถ้าอย่างนั้นก็ลองกันสักตั้ง!”
ความห่วงหาอาทรเดียวที่เขามีคือหู่นิว แต่บัดนี้เทพเซียนได้นำตัวนางไปแล้ว เจียงผิงอันจึงไม่เหลือความห่วงหาอาทรใดอีก
หากโจรป่าไม่ตามหาเขา เขาก็ต้องตามหาโจรป่าอยู่ดี
ด้วยร่างกายในตอนนี้ ต่อให้ฆ่าโจรป่าไม่ได้ แต่ก็หนีได้ไม่ยาก
เมื่อเจียงผิงอันย้อนกลับไปถึงหมู่บ้านก็เจอกับทหารสิบคนยืนรออยู่ก่อนแล้ว
ดวงตาของเด็กหนุ่มหรี่ลง
ทหารสิบนาย กลับมีม้าสิบเอ็ดตัว!
เห็นลักษณะของม้าตัวนั้นแล้ว หัวใจของเจียงผิงอันแทบหยุดเต้น
ม้าตัวนี้คือม้าของทหารที่ถูกตนสังหารเมื่อตอนนั้น!
คำพูดประโยคหนึ่งผุดขึ้นในสมอง ม้าแก่รู้ทาง*[1]
ม้าตัวนั้นคงพาคนพวกนี้มาจนถึงที่นี่เป็แน่!
ในเวลาเดียวกัน ทหารสิบคนนั้นก็เห็นเจียงผิงอันแล้วเช่นกัน
ไม่เพียงเท่านี้ พวกเขายังเห็นดาบในมือเจียงผิงอันกับศพโจรป่าอีกห้าศพ
ชั่วขณะนี้ เวลาราวกับหยุดนิ่ง ทั้งสองฝ่ายราวกับถูกแช่แข็งอยู่กับที่
“ฮี้ ๆ~”
จู่ ๆ ม้าตัวหนึ่งก็แผดเสียงทำลายความเงียบ
เจียงผิงอันหมุนตัววิ่งหนีทันที
ตอนนี้เขาฟื้นพลังกลับมาได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ไม่สามารถรับรองได้ว่าหากสู้กับทหารสิบนายที่มีประสบการณ์ต่อสู้อย่างโชกโชนเหล่านี้แล้วจะสามารถรอดชีวิตกลับมาได้หรือไม่
“ตาม! เขาต้องเป็ฆาตกรแน่นอน!” ทหารที่เป็หัวหน้าร้องะโ
ถึงแม้ค่อนข้างยากที่จะเชื่อว่าเด็กตัวเล็ก ๆ เป็ฆาตกร ทว่าอย่างไรเสียก็ใกล้เคียงกับความเป็จริงที่สุดแล้ว
ปราณิญญาในตัวเจียงผิงอันเหลือไม่มาก เขาไม่สามารถวิ่งหนีฝ่ายตรงข้ามที่กำลังขี่ม้าไล่ตามได้
ในระยะเวลาสั้น ๆ เพียงครู่เดียว พวกเขาก็ปรากฏตัวอยู่ด้านหลัง ทหารคนหนึ่งเหวี่ยงดาบฟันไปที่คอของเจียงผิงอันอย่างจัง
ขณะที่เจียงผิงอันเหลือบเห็นดาบของอีกฝ่ายฟาดฟันเข้ามาอย่างรวดเร็ว แม้จะอยากหลบเลี่ยงแต่ก็สายไปเสียแล้ว
ในชั่วขณะนี้เอง… ทันใดนั้นแผ่นหยกที่ห้อยเอวเจียงผิงอันพลันปลดปล่อยแสงสีเขียวสว่างออกมา พอได้ยินเสียงดังชิ้ง ดาบในมือทหารคนนั้นก็หลุดกระเด็นออกไปแล้ว
เวลานี้ไม่ว่าเจียงผิงอันหรือเหล่าทหารที่ไล่ตามมา พอเห็นแสงสีเขียวข้างหลังเจียงผิงอันแล้วต่างก็นิ่งไป
เกิดอะไรขึ้น?
ประกายแสงนี้คืออะไร?
เจียงผิงอันเดาอะไรบางอย่างออกคร่าว ๆ ทว่าตอนนี้ยังไม่มีเวลาพิสูจน์
เด็กหนุ่มฉวยโอกาสขณะที่ดาบของอีกฝ่ายหลุดกระเด็น ะโตัวลอย ฟาดดาบฟันกลับไป
ฉัวะ!
พร้อมกับศีรษะหนึ่งกระเด็นหลุดลอยขึ้นฟ้า
เคร้ง!
ดาบของทหารอีกคนฟันลงบนแสงสีเขียวที่อยู่บนตัวเจียงผิงอันอีกครั้ง ทว่ากลับไม่สามารถสร้างความเสียหายใดได้เลย
เห็นดังนั้นเจียงผิงอันก็เร่งส่งปราณิญญาที่เหลือไปยังแขน พลิกหมุนตัวเหวี่ยงสวนการโจมตี
“อ๊าก!”
เสียงหวีดร้องดังก้องฟ้า เกิดาแฉกรรจ์บนร่างทหารนายนั้นก่อนจะร่วงหล่นจากหลังม้า
เมื่อไม่ต้องกังวลว่าจะโดนลอบทำร้ายจากข้างหลังอีก เจียงผิงอันฟันดาบในมืออย่างบ้าคลั่ง ไม่ว่าจะเป็ทหารหรือม้า เขาฟันแบบไม่เลือกหน้า
โลหิตสาดกระเซ็น ม้าตัวใหญ่แผดเสียง ตะกุยเท้าขึ้นฟ้า เด็กหนุ่มผู้ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงกำลังคนนั้นราวกับกลายร่างเป็เทพาในบันดล
“ไอ้เด็กคนนี้เป็ผู้ฝึกตน! ต้องเป็ผู้ฝึกตนแน่! ในตัวเขามีของวิเศษ! รีบหนีเร็ว!”
ทหารคนหนึ่งเริ่มมองอะไรบางอย่างออก เขาร้องะโด้วยความกลัวสุดขีดและวิ่งหนีไป
เด็กหนุ่มอายุสิบสี่ะโสูงกว่าตัวม้า ไม่ธรรมดาแล้ว
อีกทั้งบนตัวเขายังมีแสงสีเขียวประหลาด น่าจะเป็แสงที่เปล่งประกายออกมาจากของวิเศษสักชิ้นอย่างแน่นอน
ได้ยินเช่นนี้ ทหารเ่าั้ก็พากันตื่นกลัวและถอยหนีอย่างหมดมาด
เจียงผิงอันไม่มีทางปล่อยพวกเขาหนีไปแน่นอน เด็กหนุ่มะโขึ้นหลังม้าไล่ตามไปอย่างรวดเร็ว
ทหารโดนฟันร่วงหล่นจากหลังม้าคนแล้วคนเล่า
จนเหลือทหารคนสุดท้ายเพียงคนเดียว เจียงผิงอันพุ่งดาบเข้าใส่เต็มแรง เสียบทะลุเข้าร่างทหาร ม้าล้มลงกับพื้น
เจียงผิงอันลงจากหลังม้า หลุบตามองทหารนายนั้นอย่างเ็า
ทหารนายนั้นกุมาแ บนใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและเจ็บแค้น
“ไอ้เด็กระยำ… บังอาจทำร้ายพวกเรา… ทหารม้าเหล็กสี่พันนายในอำเภอผิงสุ่ย...ไม่มีทาง...ไม่มีทางปล่อยเ้าไปแน่...”
ผลัวะ!
เจียงผิงอันถีบคอนายทหารคนนั้นจนขาด จากนั้นวกกลับไปตรวจดูว่ายังมีทหารคนไหนที่ยังเหลือรอดอยู่อีก
เด็กหนุ่มใช้ดาบเสียบแทงร่างของทหารคนอื่น ๆ คนละหนึ่งครั้งเพื่อให้มั่นใจว่าตายสนิท จากนั้นจึงค้นทรัพย์สินในตัวพวกเขา
ครั้งนี้ไม่พบของมีค่าใด ๆ มีแต่เงินกับอาหารแห้งบางส่วนเท่านั้น
เขาให้ม้าลำเลียงศพของทหารกับโจรป่าไปตามเส้นทางูเาจนถึงร่องหมาป่าที่อยู่ห่างออกไปสิบลี้
สาเหตุที่เรียกว่าร่องหมาป่า ก็เพราะว่าที่แห่งนี้มีหมาป่าอยู่ทั่ว
มักจะมีคนโดนฝูงหมาป่าลอบทำร้ายจนต้องมาจบชีวิตอยู่ที่นี่
หากทิ้งศพไว้ตรงนี้ ไม่นานหมาป่าก็จะมากัดกินจนไม่เหลือแม้แต่กระดูก
ทหารสิบคนตามหาเขาเจอด้วยวิธี ‘ม้าแก่รู้ทาง’ ครั้งนี้เขาฆ่าม้าทุกตัวไม่มีเหลือ ดูสิว่าพวกเขายังจะตามหาเจอด้วยวิธีไหนอีก
เห็นศพม้าแล้ว เจียงผิงอันรู้สึกเศร้าใจ หากสามารถใช้ม้าเหล่านี้ในการปลูกไร่ทำนาได้ มารดาก็คงไม่ต้องเหนื่อยตาย
อย่างน้อยที่สุดก็ยังสามารถนำมาทำเป็อาหารได้
ทว่าม้าเหล่านี้ตัวใหญ่เกินไป ไม่มีสถานที่ให้อยู่ หากเอาไว้ในบ้านต้องมีคนมาเห็นแน่
เมื่อนึกถึงตรงนี้ จู่ ๆ อ่างสัมฤทธิผลก็โผล่ออกมา แสงสว่างสีเขียวพาดผ่าน ศพม้าเ่าั้หายลับไปในพริบตา
เจียงผิงอันใ มันเื่อะไรกัน?
[1] ม้าแก่รู้ทาง เป็คำสุภาษิตจีน หมายความว่าม้าแก่รู้จักทางที่เคยเดิน เปรียบได้กับคนที่มีประสบการณ์สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างชำนาญ