ณ ปากทางถ้ำของเทือกเขาแคว้นอินนะ เ้าหญิงซานัสได้พบกับพ่อหลวงอินทะราชเป็ครั้งแรก ลักษณะของพ่อหลวงช่างแตกต่างกับเสียงที่เล่าลือโดยสิ้นเชิง เ้าหญิงได้เตรียมใจที่จะได้พบผู้ชายที่หน้าตาป่าเถื่อน น่ากลัว แต่สิ่งที่พระองค์เห็นคือพ่อหลวงกลับมีหน้าตาหล่อเหลา ดูเป็ผู้ชายสำอาง ลักษณะเป็คนอ่อนโยน
“มาแล้วหรือ เ้าหญิงซานัส เราคือพ่อหลวงอินทะราช”
“ถวายพระพรเพคะ”
“เพื่อไม่ให้เสียเวลา ขอเข้าเื่เลยก็แล้วกัน นี่คือลายแทงสมบัติ ท่านสามารถแกะได้หรือไม่”
“ขอหม่อมฉันดูก่อนนะเพคะ ลักษณะลายแทงแบบนี้จะต้องนำไปรนไฟเพคะ”
แล้วเ้าหญิงจึงนำลายแทงไปรนไฟ จนกระทั่งปรากฏภาพแผนที่ขึ้นมา เมื่อเห็นเส้นทางชัดเจน พ่อหลวงมีรับสั่งให้ทหารทุกคนรออยู่ด้านนอกของถ้ำ ผู้ที่จะเข้าหาสมบัติจะมีเพียงพ่อหลวงและเ้าหญิงซานัสเท่านั้น
“ท่านทรงไหวหรือไม่ เห็นว่าสุขภาพของท่านไม่ค่อยดี”
“หม่อมฉันไหวเพคะ พระองค์ไม่ต้องทรงเป็ห่วง”
เนื่องจากภายในถ้ำมีโขดหินมากมาย ดังนั้นพ่อหลวงจึงเป็ฝ่ายช่วยจูงมือและช่วยประคองเ้าหญิงเดินตามทางที่บอกในแผนที่
เ้าหญิงซานัสมีสุขภาพอ่อนแอ ทำให้พระองค์ไม่เคยเดินทางออกนอกแคว้น และไม่เคยััความอบอุ่นของการที่มีผู้ชายคอยดูแลตลอดระยะเวลาที่เดินทางภายในถ้ำมาก่อน
ทั้งสองพระองค์เดินทางตามแผนที่ โดยเดินตรงไปข้างหน้า เลี้ยวไปทางซ้าย แต่แล้วก็พบกับทางตัน
“เหตุใดทางข้างหน้าถึงเป็ทางตัน ทั้งๆ ที่พวกเราก็เดินตามแผนที่ในลายแทงทุกอย่าง”
“หม่อมฉันคิดว่ามันน่าจะมีกลไกเพคะ ขอหม่อมฉันสำรวจดูก่อนนะเพคะ” เ้าหญิงทรงสำรวจดูเห็นลักษณะกำแพงข้างหน้าน่าจะเลื่อนเปิดได้ จนกระทั่งเห็นตราสัญลักษณ์ของแคว้นธารัตที่เป็รูปสิงโต เ้าหญิงจึงลองจับและหมุนดู ก็พบว่ากำแพงได้เลื่อนอัตโนมัติจริงๆ “นี่ไงเพคะ ทางเปิดแล้ว”
“งั้นพวกเราเข้าไปกันเถอะ”
ทางข้างหน้ามันมืดมาก พ่อหลวงจึงจุดคบเพลิงเข้าไป แต่เ้าหญิงก็พลาดเหยียบก้อนหินขนาดเล็กจนกระทั่งเท้าพลิก พ่อหลวงเห็นว่าเ้าหญิงกำลังล้มจึงดึงเ้าหญิงเข้ามาหาตัว ทำให้เ้าหญิงทรงซบไปที่พระอุระของพระองค์
ในตอนนั้นพระทัยของเ้าหญิงเต้นอย่างแรง จึงพยายามผลักองค์พ่อหลวงแล้วยืนด้วยตัวเอง “ขออภัยเพคะ หม่อมฉันไม่ทันระวังจริงๆ” แต่แล้วในตอนนี้เ้าหญิงทรงเจ็บข้อเท้าอย่างมาก พยายามจะเดินไปข้างหน้าแต่ก็เดินไม่ไหวเพราะปวดมาก
ทันใดนั้น องค์พ่อหลวงตัดสินใจแบกเ้าหญิงทันที
“พระองค์จะทำอะไรเพคะ” เ้าหญิงทรงตกพระทัยในการกระทำขององค์พ่อหลวง
“ขออภัยจริงๆ ที่เราได้ล่วงเกินท่าน แต่ท่านาเ็ขนาดนี้คงเดินต่อไปไม่ไหวจริงๆ” พ่อหลวงแบกเ้าหญิงไว้ ส่วนมือข้างหนึ่งก็ถือคบเพลิง
ทั้งสองพระองค์เดินทางมาถึงทางตันอีกครั้ง แต่ในตอนนี้เ้าหญิงทรงเหนื่อยล้ามาก พ่อหลวงจึงทรงตัดสินพระทัยพักที่นี่ก่อน ค่อยหาวิธีต่อไป เ้าหญิงจึงนำเสบียงออกมา
“เหตุใดถึงเป็ทางตันอีกแล้ว ไม่นึกเลยว่าแคว้นธารัตจะมีกลไกมากมายเพื่อป้องกันสมบัติ”
“สมบัติเหล่านี้เป็ของบรรพบุรุษของแคว้นธารัตเพคะ ลูกหลานทุกคนมีหน้าที่ปกป้องและรักษาสมบัติเหล่านี้ไว้ จึงต้องสร้างกลไกเพื่อไม่ให้ศัตรูมาแย่งชิงไป”
เมื่อทั้งสองพระองค์ทรงเสวยพระกระยาหารเรียบร้อย แล้วแยกกันบรรทม แต่แล้วอากาศในถ้ำเย็นมาก พ่อหลวงทรงพิจารณาแล้วว่าเ้าหญิงมีสุขภาพไม่ดี ถ้าเจอความเย็นขนาดนี้อาจทำให้เ้าหญิงทรงล้มป่วยได้ จึงทรงตัดสินพระทัยบรรทมกอดเ้าหญิงในขณะที่เ้าหญิงบรรทมหลับไปแล้ว
เช้าวันรุ่งขึ้น เ้าหญิงทรงตื่นจากบรรทม และพบว่าตัวพระองค์บรรทมกอดกับองค์พ่อหลวง ก็ตกพระทัยสุดขีด ถึงขั้นร้อง กรี๊ด “พระองค์ทรงทำอะไรเพคะ เหตุใดทรงกระทำเช่นนี้”
“เมื่อคืนอากาศเย็นมาก เรากลัวท่านล้มป่วยกะทันหัน เลยตัดสินใจกระทำล่วงเกินท่านไป ขออภัยจริงๆ
“หม่อมฉันไม่เป็ไรเพคะ อย่าทรงกระทำเช่นนั้นอีกเลยนะเพคะ”
“ทางตันแบบนี้ พวกเราจะไปที่ไหนต่อดี”
“ดูจากแผนที่แสดงว่าพวกเราใกล้ถึงที่หมายแล้วนะเพคะ ซึ่งในแผนที่นั้นบ่งบอกว่าสมบัติอยู่้า แสดงว่าพวกเราจะต้องหาทางขึ้นไป้าเพคะ”
พ่อหลวงทรงทอดพระเนตรเห็นบันไดทางขึ้น “นั่นไง เห็นแล้ว”
พ่อหลวงจึงช่วยประคองเ้าหญิงเดินขึ้นบันไดจนกระทั่งเห็นห้องเก็บสมบัติ ซึ่งเป็เพชรนิลจินดามากมาย ทั้งสองพระองค์มาถึงจุดหมายแล้ว แต่แล้วพ่อหลวงเกิดพลาดเหยียบกักดัก ทำให้เกิดช่องตรงบริเวณพื้นที่เหยียบ ให้พ่อหลวงเกือบจะร่วงยังดีที่เ้าหญิงจับพระหัตถ์ขององค์พ่อหลวงไว้ ด้านล่างของช่องนี้เป็หอกแหลม หากตกลงไปต้องตายทันที
“ปล่อยเราเถิด เ้าหญิงซานัส ไม่เช่นนั้นท่านจะตกลงมาด้วย”
“ไม่เพคะ พวกเราต้องออกไปพร้อมกันเพคะ”
“แม้ว่าจะเป็่เวลาสั้นๆ แต่ท่านเป็ผู้หญิงคนเดียวที่เรารัก”
เ้าหญิงซานัสมีพระพักตร์แดง เพราะนี่เป็ครั้งแรกที่ถูกผู้ชายบอกรัก “ทำไมทรงตรัสเช่นนั้น พยายามดึงตัวขึ้นมาก่อนนะเพคะ”
“ใน่ความเป็ความตายอย่างนี้ ท่านรักเราบ้างมั้ย หากเราไม่รอดขึ้นมา เราก็อยากรู้คำตอบของท่านก่อนตาย”
“หม่อมฉันรักพระองค์เพคะ รีบขึ้นมาก่อนนะเพคะ”
“ท่านคงไม่โกหกเราใช่มั้ย”
“หม่อมฉันไม่ได้โกหกเพคะ หม่อมฉันรักพระองค์จริงๆ” เ้าหญิงน้ำตาไหลรินเพราะกลัวเสียองค์พ่อหลวงไป
ทันใดนั้นพ่อหลวงก็รีบดึงตัวเองขึ้นไปอย่างง่ายดาย ทำให้เ้าหญิงทรงตกพระทัย
“พระองค์ทรงหลอกหม่อมฉันนี่เพคะ”
“เราขออภัยจริงๆ เราอยากรู้คำตอบที่แท้จริงจากท่าน” จากนั้นองค์พ่อหลวงทรงกอดเ้าหญิงไว้ “เรารู้นะว่าตัวเรามีข่าวไม่ดีเกี่ยวกับเื่ผู้หญิง แต่ผู้หญิงที่ทำให้เรารู้สึกรักได้ มีแต่ท่านผู้เดียว เ้าหญิงซานัส”
เ้าหญิงซานัสทรงเขินจนพระพักตร์แดง และทรงกอดองค์พ่อหลวงตอบอย่างรักใคร่ หลังจากนั้นทั้งสองพระองค์เข้าไปเพื่อสำรวจสมบัติทั้งหมด เมื่อทราบแล้วว่าสมบัติมีจำนวนเท่าไหร่ ต่อไปจะได้นำไปแบ่งให้กับทั้งสองแคว้น แล้วทั้งสองพระองค์ก็กลับลงมา ในขณะนี้เ้าหญิงทรงเชื่อใจองค์พ่อหลวงอย่างมาก
เมื่อทั้งสองพระองค์บรรลุเป้าหมายได้ค้นพบสมบัติแล้วจึงกลับออกไปข้างนอกถ้ำเสียก่อน แต่ระยะทางไปถึงปากถ้ำไกลพอสมควร จึงหยุดพักระหว่างทาง นำเสบียงออกมาพร้อมกับเตรียมที่สำหรับบรรทม ในระหว่างที่บรรทมอยู่นั้นทั้งสองพระองค์ต่างรู้พระทัยกันแล้วว่าต่างรักกัน ทำให้ทั้งสองพระองค์เผลอมีอะไรเกินเลย เป็ของกันและกันแล้ว
เช้าวันรุ่งขึ้น เ้าหญิงรู้สึกมีความสุขเพราะนี่คือครั้งแรกที่ตนได้มีความรัก
“พร้อมเดินทางหรือยัง ที่รัก”
“พร้อมแล้วเพคะ” เ้าหญิงตรัสตอบแบบเขินๆ
“ท่านคงไม่รังเกียจเราใช่มั้ย เรานั้นมีข่าวลือที่ไม่ดีตั้งมากมายทั้งเื่ผู้หญิงและเื่ความโเี้ อำมหิต จริงๆ เราก็ไม่อยากบุกทำลายแคว้นธารัตหรอกนะ แต่ผู้ปกครองเดิมนั้นยังคงยึดในขนบธรรมเนียมเดิมๆ มากเกินไป ไม่ยอมรับเทคโนโลยีที่ก้าวหน้ามากขึ้น เราก็เพียงอยากให้ดินแดนของพวกเราเจริญก้าวหน้าก็เท่านั้น”
“หม่อมฉันก็เห็นด้วยกับพระองค์เพคะ แต่ว่า…..”
“เราเข้าใจว่าท่านคิดอะไรอยู่ และระหว่างเราทั้งสองแคว้น เราตั้งใจว่าจะอยู่ร่วมกันแบบบ้านพี่เมืองน้อง เรา้านำสมบัติเหล่านี้ไปพัฒนาเื่การค้าและพัฒนาแคว้น แต่สำหรับท่านก็คงจะนำไปพัฒนาเื่การทหารสินะ”
“หม่อมฉันก็เห็นด้วยที่ควรนำสมบัติเหล่านี้ไปใช้ในการพัฒนาแคว้น แต่ยังไงแคว้นซาตีก็ต้องระวังภัยาในอนาคตด้วยเพคะ”
“ตอนนี้ท่านก็จะเป็ราชินีแห่งแคว้นอินนะอยู่แล้ว และต่อไปแคว้นอินนะของพวกเราก็เป็บ้านพี่เมืองน้องกับแคว้นซาตีอย่างแน่นอน ยังต้องระแวงกันอีกหรือ”
เ้าหญิงรู้สึกเขิน “งั้นหม่อมฉันจะลองเชื่อใจพระองค์เพคะ สมบัติทั้งหมดนี้หม่อมฉันจะยกให้พระองค์ทั้งหมดเพื่อพัฒนาแคว้นเพคะ”
“ขอบคุณมากจริงๆ เราซึ้งในน้ำใจของท่าน แต่เ้าหญิงซาติกานต์จะเข้าใจเื่นี้ได้อย่างไร”
“หม่อมจะเขียนเป็ลายลักษณ์อักษรเพคะ ว่าได้ยกสมบัติทั้งหมดให้กับแคว้นอินนะ”
องค์พ่อหลวงรู้สึกซึ้งพระทัยอย่างมาก เลยดึงเ้าหญิงเข้ามากอดและจูบหน้าผากอย่างอ่อนโยน
*****************************************
ณ แคว้นซาตี
องครักษ์หญิงธานันต์ได้นำทัพพร้อมอาวุธและดินปืนที่ติดต่อซื้อจากแคว้นพันธุ เดินทางกลับมายังแคว้นซาตี ถือว่าองครักษ์ได้สร้างผลงานอย่างยอดเยี่ยม แต่เ้าหญิงซาติกานต์ห่วงใยน้องสาวอย่างมาก ยังไม่ทันที่จะตบรางวัลให้องครักษ์ก็รีบมอบหมายงานให้องครักษ์ทันที
“ในตอนนี้เ้าหญิงซานัสได้เดินทางไปที่ปากทางถ้ำของแคว้นอินนะเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากแคว้นอินนะได้ส่งสารขอให้เ้าหญิงซานัสไปช่วยแกะลายแทงและนำทางไปค้นหาสมบัติ ซึ่งถ้าหาพบทางนั้นจะแบ่งสมบัติให้เราครึ่งหนึ่ง” “ดังนั้นเ้าจงรีบตามเ้าหญิงซานัสไปที่นั่นโดยด่วน เพื่อคุ้มครองให้เ้าหญิงปลอดภัยกลับมา”
“รับด้วยเกล้าเพคะ”
*****************************************
ณ ปากทางถ้ำของแคว้นอินนะ
องครักษ์หญิงรีบออกเดินทางจนมาถึงที่นี่ ได้เห็นกองทหารทั้งฝ่ายแคว้นอินนะและแคว้นซาตีรออยู่ที่หน้าปากถ้ำ
“เ้าหญิงซานัสทรงเป็อย่างไรบ้าง” องครักษ์รีบถามอย่างเป็ห่วง
“เรียนท่านธานันต์ ขณะนี้เ้าหญิงยังคงอยู่ภายในถ้ำกับองค์พ่อหลวงครับ”
“เหตุใดพวกท่านไม่เข้าไปคุ้มครองเ้าหญิงด้วย”
“เป็คำสั่งขององค์พ่อหลวงอินทะราช และเ้าหญิงก็ยินยอมรับคำสั่งนั้น พวกเราเลยขัดเ้าหญิงไม่ได้ครับ อีกทั้งตอนนี้ทหารอินทะราชคอยเฝ้าไม่ให้ผู้ใดเข้าไปได้อีก เพื่อป้องกันภัยที่จะเกิดกับทั้งสองพระองค์ พวกเราทำได้เพียงแต่ต้องรอเ้าหญิงกลับออกมาครับ”