น่านน้ำรู้สึกได้ถึงมวลความอึดอัดบางอย่างบนโต๊ะอาหารมื้อนี้ ทั้งที่เป็ปกติที่ทุกคนไม่พูดจากันอยู่แล้ว แต่ไม่รู้ทำไมถึงได้รู้สึกแปลกไป หรืออาจเป็เพราะเขาเห็นสายตาของคุณรังสรรค์ลอบมองเขากับเฮียคินทร์อยู่บ่อยครั้ง
หลังจากทานข้าวเสร็จความรู้สึกแปลก ๆ ที่เขารับรู้ได้ใกล้จะกระจ่างในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้ เมื่อคุณผู้ชายของบ้านอย่างคุณรังสรรค์เรียกให้น่านน้ำและคินทร์มาพูดคุยกันที่ห้องนั่งเล่น โดยที่มีคุณหญิงกนกอร รวมถึงเคนละคีนนั่งอยู่ด้วย
“คินทร์กับน่านมีอะไรจะสารภาพกับป๊าหรือเปล่า”
น้ำเสียงและสีหน้าจริงจังของรังสรรค์ทำให้น่านน้ำนั่งนิ่งเกร็งไปหมดทั้งตัว ไม่กล้าแม้แต่จะสบตา
“ป๊าหมายถึงเื่อะไรครับ?” คินทร์ไม่แน่ใจว่าเื่ที่ป๊าพูดคือเื่เดียวกับที่เขาคิดอยู่หรือเปล่า จึงอยากถามให้แน่ใจก่อนจะพูดออกไป
“คินทร์กับน่านน้ำเป็อะไรกัน”
“...” น้ำลายเหนียวถูกกลืนลงคออย่างยากลำบาก ทั้งที่ก่อนหน้านี้น่านน้ำคิดว่าตัวเองจะกล้าเผชิญหน้ากับทุกคนเพื่อเปิดเผยความสัมพันธ์ของตัวเองกับคินทร์ ทว่าตอนนี้เขารู้สึกกลัวจนพูดไม่ออก ยิ่งได้ยินน้ำเสียงจริงจังของรังสรรค์ซึ่งต่างจากทุกครั้งที่คุยกันยิ่งทำให้น่านน้ำทำตัวไม่ถูก
ฝ่ามืออุ่นจับมือคนรักที่วางอยู่ตรงหน้าตัก เรียกสติคนที่กำลังคิดฟุ้งซ่านให้เงยหน้าขึ้นมามอง รอยยิ้มและสายตาแสนอ่อนโอนที่ถูกส่งมาจากคินทร์ทำให้ภายในอกอุ่นวาบ
มีเฮียอยู่ทั้งคน.. เขาไม่จำเป็ต้องกังวลอะไรเลย
“ผมกับน่านเราสองคนกำลังคบกันอยู่ครับ” คินทร์เอ่ยตอบผู้เป็พ่อเสียงดังฟังชัด ไม่มีท่าทีหวั่นกลัวใด ๆ ออกมาให้เห็น
“นี่ลูกหมายถึง.. ลูกกับหนูน่านคบกันแบบคนรักน่ะเหรอ?” กนกอรเอ่ยถามด้วยความใเล็กน้อย เธอไม่เคยสังเกตมาก่อนเลย คิดว่าทั้งสองคนเป็พี่น้องที่ดีต่อกันก็เท่านั้น
“ครับ”
“ั้แ่เมื่อไร” เสียงเข้มเอ่ยถามด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง
“สองเดือนกว่าแล้วครับ”
“แล้วคิดจะบอกป๊ากับม๊าเมื่อไร จะปิดบังต่อไปจนกว่าป๊าจะรู้เองหรือยังไง” หากรังสรรค์ไม่เดินผ่านไปเห็นทั้งสองคนหน้าห้องน่านน้ำก็คงไม่รู้เลยว่าลูกชายคนโตกับเด็กที่เขาอุปการะจะมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันมากกว่าพี่น้อง
“ผมไม่อยากปิดบังนะครับ ตั้งใจจะบอกป๊ากับม๊าอยู่แล้ว”
“เื่นี้น่านผิดเองครับ น่านเป็คนขอเฮียไม่ให้บอกเอง” คนที่นั่งเงียบอยู่นานออกตัวปกป้องคนรักเพราะกลัวว่าป๊าจะต่อว่าเฮียคินทร์
“ป๊าไม่ได้จะโทษว่าใครเป็คนผิด ป๊าแค่อยากรู้ว่าเราสองคนจะบอกป๊าตอนไหน เห็นป๊าเป็คนนอกหรือยังไงกัน หรือกลัวว่าป๊าจะห้ามไม่ให้คบกัน?”
ใช่.. น่านน้ำคิดอย่างนั้น
“ผมขอโทษนะครับป๊า”
“น่านขอโทษครับป๊า ม๊า..” สีหน้ารู้สึกผิดฉายชัดขึ้นบนใบหน้าหวาน ดวงตากลมใสเอ่อคลอน้ำตาเมื่อรู้สึกกดดันมากเกินไป
“โธ่หนูน่านของม๊า ม๊าไม่โกรธหนูกับคินทร์เลยนะ คุณก็อย่าทำเสียงดุใส่ลูกนักสิ เห็นไหมว่าแกใกลัวหมดแล้ว”
คุณหญิงกนกอรเดินเข้ามานั่งลงข้าง ๆ น่านน้ำพลางโอบไหล่เล็กลูบเบา ๆ ปลอบโยนเด็กขวัญเสีย ก่อนจะเอ็ดสามีที่ทำให้หนูน่านของเธอใจนจะร้องไห้อยู่รอมร่อ
“ป๊าไม่ห้ามหรอกนะถ้าทั้งสองคนจะรักกัน เพราะยังไงทั้งคินทร์แล้วก็น่านมีโตพอที่จะตัดสินใจด้วยตัวเองแล้ว เห็นทั้งสองคนรักกันป๊ามีแต่จะยินดีเสียด้วยซ้ำ และในเมื่อมาถึงขนาดนี้แล้วป๊าก็อยากจะให้หมั้นกันไว้ก่อนคินทร์กับน่านยินดีที่จะหมั้นกันหรือเปล่า”
คินทร์กระชับมือที่กอบกุมมือคนน้องแน่นขึ้น พลางหันหน้ามองน่านน้ำ การตัดสินใจขึ้นอยู่กับเด็กคนนี้ เพราะยังไงเขาก็มีแค่คำตอบเดียวอยู่แล้ว
“น่านยินดีครับ”
“ผมก็ยินดีครับ” ครั้นได้ยินคำตอบของน่านน้ำคินทร์ก็รีบตอบกับทันทีอย่างไม่มีลังเล
“แต่ลูกรู้ใช่ไหมว่าถ้าวันหนึ่งต้องเลิกรากัน หากจะกลับมาเป็พี่น้องกันเหมือนเดิมมันเป็ไปได้ยาก”
“ผมรู้ครับ และผมมั่นใจว่าผมสามารถประคับประคองความรักครั้งนี้ได้จนชั่วชีวิต”
แม้จะเป็คำพูดชวนเลี่ยนแต่กลับทำให้คนฟังยิ้มออกมาได้ เพราะความจริงใจของคินทร์ ทุกอย่างที่พูดไม่มีล้อเล่นแม้แต่น้อย เขามั่นใจที่จะรักและซื่อสัตย์กับน่านน้ำไปตลอดชีวิตที่เหลือของเขาอย่างที่พูดจริง ๆ
ส่วนน้องชายอีกสองคนเพียงลอบยิ้มให้ ไม่ได้แสดงออกประเจิดประเจ้อ ที่ผ่านมาทั้งเคนและคีนก็พอจะดูออกว่าทั้งสองคนเริ่มเปลี่ยนไปจากเดิม
ในที่สุดก็ได้เปิดเผยให้คนอื่นรู้เสียที เขาทั้งสองก็ยินดีด้วย
...
3 เดือนต่อมา
“ตื่นเต้นไหมครับ”
เสียงทุ้มเอ่ยถามข้างใบหูขาวพลางกดจูบแ่เบา โอบกอดเอวบางจากทางด้านหลัง ทั้งยังสบตากันผ่านกระจก
“นิดหน่อยครับ”
นับั้แ่วันที่ถูกป๊ากับม๊าจับได้ก็ผ่านมาเกือบสามเดือน ทั้งสองคนจึงไม่จำเป็ต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ เวลาอยู่ด้วยกันอีกต่อไป
จากที่รังสรรค์เคยพูดเกริ่นไว้เมื่อครั้งนั้นว่าจะให้หมั้นหมายกันไว้ก่อน และทั้งคู่ก็ยินดี รังสรรค์จึงหาวันจัดงานก่อนน่านน้ำจะเปิดเทอม
แม้ว่างานหมั้นที่จัดจะไม่ได้ใหญ่โตมากมาย ทว่าแเื่ที่มาร่วมยินดีกับทั้งคู่ก็มากพอสมควร ส่วนใหญ่จะเป็คนรู้จักกันเสียมากกว่า
ทั้งสองคนยืนกอดกันอยู่ในห้องได้ไม่นานก็ลงมาด้านล่าง เพราะใกล้ถึงเวลาเหมาะสมสำหรับงานหมั้นวันนี้แล้ว
เนื่องจากทางน่านน้ำไม่มีญาติผู้ใหญ่จึงไม่จำเป็ต้องพิธีรีตองอะไรมากมาย เพราะยังไงทั้งคุณรังสรรค์และคุณหญิงกนกอรก็เป็คนดูแลน่านน้ำอยู่แล้ว
บรรยากาศภายในงานมงคลค่อนข้างครึกครื้น เต็มไปด้วยรอยยิ้มและคำอวยพร มองคู่รักทั้งสองใส่แหวนหมั้นให้กัน
แม้จะไม่ใช่งานที่ถูกจัดอย่างหวือหวาแต่นักธุรกิจชื่อดังหมั้นทั้งทีก็มีข่าวเผยแพร่ออกไปมากมาย เรียกความอิจฉาตาร้อนของพวกสาว ๆ หนุ่ม ๆ ได้เป็อย่างดี เล่นเอาอกหักไปตาม ๆ กัน
อย่างที่เขาว่า แข่งเรือแข่งพายแข่งได้ แต่จะมาแข่งบุญแข่งวาสนาแข่งกันไม่ได้
...
เสร็จงานหมั้นได้ไม่นาน คินทร์ขอรังสรรค์พาน่านน้ำออกมาอยู่คอนโดฯ ด้วยกันสองคน เพราะอีกไม่นานมหา' ลัยก็ใกล้เปิดเทอมแล้ว การเดินทางไปกลับจะได้สะดวก
รังสรรค์ไม่ได้ขัดคอลูกชายหากทั้งสองมีความ้าแบบนั้น เพราะเขาเชื่อว่าคินทร์สามารถดูแลน่านน้ำได้ดีอย่างแน่นอน
คินทร์ซื้อคอนโดฯ หลังหนึ่งเป็ห้องแบบลอฟต์ ให้อารมณ์เหมือนอยู่บ้าน ขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป มีชั้นลอยเป็โซนห้องนอน ส่วนด้านล่างมีการแบ่งโซนเป็สัดเป็ส่วน ซึ่งน่านน้ำเองก็ดูจะชอบที่นี่เนื่องจากตั้งอยู่ใจกลางเมือง ความสูงของชั้นที่เขาอยู่ทำให้เห็นวิวภายนอกได้ชัดเจนผ่านผนังกระจก
“น่านไปนั่งพักก่อนดีกว่าครับ เดี๋ยวที่เหลือพี่จัดการเอง”
หลังจากตัดสินใจที่จะย้ายมาอยู่คอนโดฯ ทั้งสองคนก็ช่วยกันขนของมาไว้ ทั้งยังมีพวกเฟอร์นิเจอร์ที่คินทร์สั่งมาใหม่ วันนี้จึงจำเป็ต้องจัดห้อง เก็บของให้เข้าที่เข้าทาง
“ไม่เป็ไรครับ ช่วยกันจัดจะได้เสร็จเร็วขึ้น”
“เหลือแค่นิดเดียวเองครับ น่านไปพักเถอะนะ เดี๋ยวเฮียทำเอง”
คินทร์วางของในมือ เพื่อเอื้อมไปเช็ดเม็ดเหงื่อบนหน้าผากมน ทั้งที่ในห้องเปิดแอร์เย็นฉ่ำ แต่เด็กคนนี้กลับมีเหงื่อผุดขึ้นมาตามกรอบหน้า เพราะความร้อนในร่างกายจากการทำความสะอาดห้อง ใช้เวลาจัดเก็บห้องมาหลายชั่วโมงั้แ่ตอนเช้า ไหนจะปัดกวาดเช็ดถูใหม่ทั้งหมด แม้ว่าคินทร์ให้แม่บ้านทำไปแล้วก่อนย้ายเข้ามา ของที่เหลืออยู่ก็ไม่ได้เยอะแยะมากมาย ให้น่านน้ำได้ไปนั่งพักส่วนเขาทำเองแบบนี้คงจะดีกว่า
“แต่น่านอยากช่วย”
“พอแล้วครับ น่านไปนั่งให้กำลังใจเฮียที่โซฟาดีกว่า นะครับเชื่อเฮียนะ”
“ก็ได้ครับ ถ้าเฮียเหนื่อยเรียกน่านนะ”
“ครับ”
คนอายุมากกว่าเอ่ยปากรับคำ ก่อนแฟนเด็กจะเดินไปนั่งที่โซฟาตามที่เขาบอก
คินทร์ใช้เวลาจัดของที่เหลืออยู่เข้าที่เกือบชั่วโมง หันกลับมาอีกทีน่านน้ำหลับปุ๋ยไปแล้ว เห็นอย่างนั้นก็ไม่ได้เข้าไปรบกวน เพียงแต่หยิบกุญแจรถออกจากห้องไปเงียบ ๆ ตั้งใจจะไปซื้อกับข้าวที่ร้านอาหารตามสั่งใกล้ ๆ คอนโดฯ มารอทานพร้อมน่านน้ำหลังจากอีกคนตื่น
TBC.
#คำขอจากเฮียคินทร์