บทที่ 6
จัดสรรสัดส่วน
ั์ตางดงามลึกล้ำไล่ระดับสายตาอ่านจดหมายที่เพิ่งจะตอบกลับหลังส่งไปหาชายแดนอีกฝากฝั่งของแคว้นฉินใจความของจดหมายบอกกล่าวว่าเขาทราบแล้วว่าจางฮุ่ยเหมยผู้เป็น้องสาวของเขาตกระกำลำบากมากแค่ไหนในยามอยู่จวนอันกัวป๋อแต่เพราะเขาติดพันธะาจึงไม่สามารถตอบกลับจดหมายในทันทีถึงอย่างนั้นพี่ใหญ่ของนางหรือ 'จางเฟยหรง' ยังส่งความยินดีมาถึงหลานชายของเขารวมทั้งของขวัญมอบให้แก่เ้าก้อนซาลาเปาทั้งสอง ยังไม่ทันเห็นหน้าค่าตาของเด็กน้อยกลับมีของขวัญมาให้ถึงสองเทียมเกวียนม้าพร้อมทหารคุ้มกันยืนอยู่ตรงหน้าบ้านของจางฮุ่ยเหมยในวันนี้สร้างจุดสนใจให้กับคนในหมู่บ้านได้อย่างเอิกเกริกเกินไปแล้ว
ชีวิตแสนเรียบง่ายของข้า...
"คารวะคุณหนูจางท่านแม่ทัพได้มอบของขวัญทั้งหมดสิบหีบให้กับคุณชายน้อยทั้งสองรวมทั้งส่งพวกข้ามาคุ้มครองความปลอดภัยของคุณหนูกับคุณชายน้อยขอรับ"
ทหารนายหนึ่งค้อมศีรษะรายงานตัวและแจ้งให้ทราบถึงจุดประสงค์ของจางเฟยหรงอย่างเป็ทางการทำให้เ้าบ้านอย่างจางฮุ่ยเหมยหากให้เลือกได้คงอยากบอกว่าอย่าทำอะไรให้มันกลายเป็จุดสนใจของผู้คนเช่นนี้ได้หรือไม่พี่ชายของนางช่างไม่เข้าใจความนัยจริงๆ
หญิงสาวเหลือบมองชายฉกรรจ์ผู้เป็ชายชาติทหารจำนวนเกือบสิบคนด้วยความอ่อนใจถ้าไม่เห็นว่านี่คือความหวังดีของจางเฟยหรง นางคงตะเพิดพวกเขาให้กลับไปทำหน้าที่ทหารต่อมีหรือที่นางจะหักหาญน้ำใจของพี่ชายลงคอ คิดแล้วได้แต่ถอนหายใจ เห็นทีนางควรซื้อที่ดินเพิ่มพร้อมสร้างเรือนพักให้แก่ทหารพวกนี้ด้วย
เหตุใดบ้านของนางถึงคับแคบผิดถนัดตาเมื่อของขวัญกับทหารของแม่ทัพปราบประจิมมาเยือนกันนะนำพาความนิสัยเสียมาให้แก่นางโดยแท้ โดยเฉพาะของขวัญเกินงามเหล่านี้เห็นเทียมเกวียนม้าพาให้ห่อเหี่ยวใจ
"คุณหนูอย่าได้กังวลขอรับท่านแม่ทัพกล่าวว่าหลังชนะศึกกับเผ่าเซิ่นหนูแล้วท่านแม่ทัพจะจัดการเื่ของท่านโดยเร็วเื่นี้เองที่จวนจางเหลียงโหวก็ทราบเื่นี้แล้วเช่นกันขอรับ"
อั่ก!!!
จางฮุ่ยเหมยแทบกระอักเืส่งจดหมายประสาอะไรเื่ถึงลุกลามไปถึงจวนจางเหลียงโหวของท่านตาของนาง พอผินหาเจียวซือกลับเห็นบ่าวรับใช้ตัวดียิ้มน้อยยิ้มใหญ่ราวกับว่านายหญิงของตัวเองกำลังชื่นชม...ตรงไหน?
ทุกคนทำไมเข้าใจกันไปคนละทิศคนละทางแบบนี้กันนะ...หญิงสาวแม่ลูกอ่อนอยากตบหน้าผากเรียกสติตัวเองหลายครั้งจริง
"ท่านโหวฝากความคิดถึงถึงคุณหนูและคุณชายน้อยทั้งสองด้วยขอรับ"
"อา...ขอบใจนะ"จางฮุ่ยเหมยได้แต่ไหลไปตามบทสนทนานั้นแทน"ข้าคิดไม่ถึงว่าพี่ใหญ่จะส่งของขวัญรวมถึงทหารคนสำคัญมาดูแลข้าด้วย"
"อย่าได้คิดเช่นนั้นเลยขอรับคุณหนูเป็หน้าที่ของพวกข้าอยู่แล้วเพราะท่านเองก็เป็ทายาทของจวนจางเหลียงโหวขอรับ"
อึก...จางฮุ่ยเหมยเอ่ยไม่ออก มันคือความจริงว่าตำแหน่ง 'โหว' อยู่เหนือกว่าตำแหน่ง'ป๋อ' เพียงหนึ่งขั้น อำนาจเฉือนกันเช่นนี้มีขุนนางคนไหนบ้างไม่รับรู้ขุมกำลังของตำแหน่งที่ได้รับพระราชทานจากฮ่องเต้ถึงจะย้ำสถานะของนางไป จางฮุ่ยเหมยก็ไม่อยากให้เื่นี้ถึงมือท่านตาอยู่ดี
ทั้งที่คิดว่าจางเฟยหรงคงสามารถจัดการเื่ทวงสินเดิมจากจวนอันกัวป๋อคืนได้อย่างง่ายดายแค่ใช้อำนาจแม่ทัพแกมขู่น่าจะสำเร็จ ไฉนถึงเอาเื่นี้ไปบอกท่านตากันเล่าจัดการเงียบๆ กันไม่เป็หรือไร
จางฮุ่ยเหมยไม่อยากพยายามทำความเข้าใจกับพี่ใหญ่จึงกล่าวเพียงว่า
"ขอบใจที่พวกเ้าเต็มใจมาดูแลข้ากับลูกๆแต่อย่างที่เ้าเห็น บ้านของข้าคับแคบนัก เกรงว่าทางนี้มีที่พักไม่เพียงพอสำหรับพวกเ้ารวมถึงของขวัญเหล่านี้ด้วย"
"คุณหนูอย่าได้กังวล พวกข้าเป็ทหารสามารถสร้างที่พักชั่วคราวอยู่ใกล้ๆ กับเรือนของท่านได้ขอรับ"
"เช่นนั้นลำบากพวกเ้าแล้วแต่ข้าจะพยายามจัดการเื่ที่พักของพวกเ้าโดยเร็วที่สุด หรือพวกเ้าอยากพักที่โรงเตี้ยมก็บอกข้าได้"
"ขอบคุณคุณหนู อย่าห่วงขอรับ"
อือ...ดีจริงเลยนะพ่อนักรบทั้งหลายจะไม่ค้านหรือเรียกร้องอะไรเลยหรือไร
จางฮุ่ยเหมยจึงให้เจียวซือไปแจ้งกับชางหย่งเต๋อว่านางจะซื้อที่ดินเพิ่มอีกหนึ่งฉิ่ง[1]เพิ่มจากพื้นที่เดิมติดกับบ้านของนางออกไป ไหนๆบ้านของนางก็อยู่ท้ายหมู่บ้านและยังมีพื้นที่ว่างเหลือเฟือไม่มีใครจับจองก็ซื้อไปอีกพื้นที่ใหญ่ๆ ไปเสีย
คราแรกเงินห้าหมื่นตำลึงซึ่งได้จากค่าล่ามรวมกันกับของพ่อค้าคงกับชาวบ้านหมู่บ้านฮัวเป่ยนับว่าเป็จำนวนเงินไม่น้อย ปกติล่ามทั่วไปมักได้เงินเพียงหนึ่งหมื่นตำลึงและสูงสุดคือสองหมื่นตำลึงในกรณีที่เจรจาทำการค้าครั้งใหญ่กับชาวต่างชาติสำเร็จเท่านั้นตามที่นางให้เจียวซือสืบข้อมูลของชาวเมืองเซียงโจวนอกจากค่าจ้างล่ามจะสูงจนน่าใ ภาษีของที่นี่ยังแพงกว่าของเมืองหลวงหลายเท่านักไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด
แต่ของนางไม่ใช่แบบนั้นจางฮุ่ยเหมยคิดเพียงช่วยฝ่ายพ่อค้าไม่ต้องเทสินค้าลงทะเลไปอย่างไร้ค่าในทางกลับกันก็ช่วยให้คนในหมู่บ้านฮัวเป่ยสามารถเพาะปลูกในสิ่งที่พวกเขาอยากทำดังนั้นหญิงสาวไม่เคยวาดฝันลึกซึ้งใดๆ มันเริ่มต้นจากเื่เล็กน้อยของนางว่า 'อยากกินผักกาด'
สตรีตัวเล็กๆ กำลังจะนำพาความเจริญมาสู่หมู่บ้านฮัวเป่ยโดยไม่รู้ตัวคลื่นน้ำกำลังผันผวนไปในทิศทางที่ใครคนใดก็ไม่อาจคาดเดาความเปลี่ยนแปลงนี้ได้
ชางหย่งเต๋อเดินทางมาวัดพื้นที่พร้อมแผนที่เพื่อแจ้งกับจางฮุ่ยเหมยถึงขอบเขตพื้นที่ที่นาง้าซื้อ พอเจอกับชายฉกรรจ์สองคนยืนเฝ้าอยู่หน้ารั้วบ้านถึงกับผงะเล็กน้อยดีที่เจียวซือกำลังกวาดพื้นอยู่บริเวณลานหน้าบ้านนางจึงออกมาเชื้อเชิญหัวหน้าหมู่บ้านเข้าไปด้านในทันที
"คนเฝ้าบ้านของข้าคงทำให้ท่านใต้องขอโทษด้วยเ้าค่ะ" เป็ประโยคแรกที่จางฮุ่ยเหมยใช้ทักทาย
"อย่ากล่าวเช่นนั้นเลยข้าได้ยินจากชาวบ้านว่ามีม้าเทียมเกวียนและคนจำนวนหนึ่งเดินทางมาหาเ้า"
จางฮุ่ยเหมยหัวเราะฝืดทั้งน้ำตาสงสัยทหารของพี่ใหญ่น่าจะสอบถามชาวบ้านก่อนเดินทางมาถึงบ้านของนางสำเร็จป่านนี้พวกเขาคงคิดแล้วว่านางเป็บุคคลไม่ธรรมดาทั้งที่พวกเขาเข้าใจกันไปแต่แรกแล้วว่านางเป็เพียงเศรษฐีนีตกอับสามีตาย
"แต่เ้าจะซื้อที่ดินถึงหนึ่งฉิ่งหนึ่งฉิ่งมีทั้งหมดหนึ่งร้อยหมู่เ้าอยากได้พื้นที่ด้านหลังบ้านของเ้าหรือด้านข้างที่ว่างต่อจากบ้านของเ้ายาวออกไปล่ะ?"
"ข้าอยากได้ทั้งบริเวณด้านหลังกับด้านข้างต่อจากแปลงผักของข้าเ้าค่ะด้านหลังข้าอยากสร้างเรือนอีกหลังไว้สำหรับคนของข้ารวมถึงโรงเรือนสำหรับม้าเทียมเกวียนที่พี่ชายของข้าส่งมาให้ถึงสองคันด้วยเ้าค่ะ"
"แล้วพื้นที่ด้านข้างเล่าเ้าได้คิดหรือยังว่าจะจัดสรรอย่างไร?"
"ข้าคิดว่าอยากทำเล้าไก่ไข่กับเลี้ยงแพะนมเ้าค่ะ"
"เ้าจะเลี้ยงสัตว์ด้วยหรือ?"
"เ้าค่ะ ถ้ายังเหลือพื้นที่อีกข้าคิดว่าจะสร้างบ่อกุ้งกับบ่อปลาเพิ่มด้วยเ้าค่ะ"
"บ่อกุ้งกับบ่อปลา?" ชางหย่งเต๋อไม่เคยได้ยินบ่อเช่นนี้มาก่อนบ่อเลี้ยงปลาเขายังพอเคยได้ยินมาบ้าง แต่บ่อเลี้ยงกุ้งเขาไม่เคยได้ยินจากที่ไหน
สำหรับชีวิตชาวทะเลต่างมีชีวิตอยู่กับท้องทะเลการหาอาหารทางทะเลคือกิจวัตรประจำวันของพวกเขาจึงไม่ได้คิดถึงเื่การเลี้ยงปลาเลี้ยงกุ้งมาก่อนเพราะคิดว่ามันไม่ใช่สิ่งจำเป็สำหรับพวกเขา ตราบใดยังมีท้องทะเลให้พวกเขาหาอาหารกันได้
"ข้าอ่านเจอในหนังสือของชาวหงหมาวที่ข้าได้มาเ้าค่ะซึ่งข้าคิดว่าคงเหมาะกับชีวิตของข้าเพราะข้าออกทะเลไปเหวี่ยงแหตกปลาเหมือนพวกท่านไม่ได้คนของพี่ชายข้ายิ่งแล้วใหญ่" เพราะพวกเขาจับแต่ดาบแต่อาวุธมีชีวิตอยู่ในสมรภูมิา มากกว่าการออกไปเป็ชาวเลเหมือนคนในหมู่บ้านฮัวเป่ยมากกว่า
ถ้าให้ทหารของจางเฟยหรงไปออกทะเลสู้พวกเขาจับเสียมจับจอบน่าจะใกล้เคียงกับชีวิตพื้นเดิมของพวกเขาไม่มากก็น้อย
"ท่านเห็นควรเช่นไรเ้าคะ?"
ชางหย่งเต๋อรู้สึกทึ้งผสมความชื่นชมต่อการจัดสรรปันส่วนของจางฮุ่ยเหมยอย่างมากนางสร้างความประหลาดใจให้กับบุรุษเช่นเขานับครั้งไม่ถ้วนไม่ว่าการลงมือปรับสภาพดินและเพาะปลูกจนคนในหมู่บ้านให้ความสนใจรวมไปถึงความสามารถทางด้านภาษา ชาวบ้านที่ออกไปศึกษาและซื้อปูนขาวของพ่อค้าชาวต่างชาติกล่าวว่านางพูดภาษาของชาวเซียนลว่อคล่องแคล่วนักพอนำมาสื่อสารกับพวกเขา นางก็ใช้รูปประโยคธรรมดาและคำง่ายๆ ให้พวกเขาเข้าใจแตกต่างจากล่ามทั่วไปที่มักใช้คำทับศัพท์ซึ่งเข้าใจยากเกินไปสำหรับพวกเขา
เห็นจางฮุ่ยเหมยเป็สตรีคล้ายชนชั้นสูงคิดว่านางคงถือตัวและหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีกลับไม่ใช่เลย...นางมีรัศมีความสูงส่งและอำนาจ แม้ไม่แสดงออกมาแต่คนทั่วไปสามารถััได้
ส่วนใหญ่จางฮุ่ยเหมยมักบอกว่านางรู้เื่พวกนี้เพราะได้เรียนและได้ศึกษาความรู้จากหนังสือของชาวต่างชาติเห็นควรยอมรับว่าความใฝ่เรียนรู้ของนางแรงกล้ามาก ซ้ำชอบลงมือทดลองกับสิ่งที่ตัวเองสนใจจนประสบความสำเร็จนางเองไม่ได้ปิดบังว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ถือว่านางใจกว้างและมีเมตตาช่วยเหลือผู้อื่นไม่น้อยดังนั้นเขาจะเห็นเช่นไรกับนางได้ นอกจาก...
"ข้าเห็นด้วยกับเ้าเช่นนั้นพื้นที่ของเ้าจะมีพื้นที่ั้แ่ตรงนี้ไปจนถึงตรงนี้"ชางหย่งเต๋อกางแผนที่ พร้อมตีกรอบพื้นที่ที่ซื้อต่อจากพื้นที่ของนางออกไปถึงตีนเขาอีกลูกหนึ่ง"เ้าว่าจัดพื้นที่เช่นนี้ เ้าสามารถจัดสรรพื้นที่ของเ้าได้หรือไม่?"
"เป็ไปตามที่ข้าคิดเ้าค่ะขอบคุณท่านมากเ้าค่ะ"
"หนึ่งร้อยหมู่เท่ากับสามพันตำลึง เช่นนั้นข้าจะจัดการโฉนดที่ดินกับทางการให้เ้าแล้วจะนำมามอบให้หลังเสร็จเรียบร้อยแล้ว"
"ขอบคุณมากเ้าค่ะ"
ก่อนชางหย่งเต๋อจะกลับ จางฮุ่ยเหมยนำหัวผักกาด มะเขือเทศและฮามี่กวาหรือที่ชาวเซียนลว่อเรียกว่าแตงเทศมอบให้กับหัวหน้าหมู่บ้านเป็สินน้ำใจที่ช่วยเหลือเสมอมาพร้อมเงินค่าซื้อที่ดินที่อาจเพิ่มนิดหน่อยเป็ค่านายหน้าดำเนินการให้กับนาง
ผักผลไม้หนึ่งตะกร้าใหญ่ไม่มากไม่น้อยเกินไปสำหรับน้ำใจระหว่างชาวบ้านด้วยกันยิ่งจางฮุ่ยเหมยกระทำเช่นนี้ คนอื่นๆในหมู่บ้านที่มักได้รับผักผลไม้จากนางเป็บางครั้งบางคราว อาจมีมากกว่าน้ำใจและคิดช่วยเหลือตอบแทนนางไม่น้อยซึ่งความคิดของคนที่ให้ด้วยใจบริสุทธิ์กับคนที่ได้รับน้ำใจนั้นมักสวนทางกันอย่างสิ้นเชิง
เมื่อจัดการเื่ที่ดินเรียบร้อยจางฮุ่ยเหมยให้ทหารนายหนึ่งออกไปสืบหาช่างซ่อมแซมบ้านจากในตัวเมืองเซียงโจวนางยังมีเงินเหลืออีกมากมายแม้จ่ายค่าที่ดินไปแล้ว จริงๆจางฮุ่ยเหมยแค่อยากปรับปรุงรูปแบบบ้านสักเล็กน้อยอ้างอิงรูปแบบบ้านของชาวรื่อเปิ่นผสมผสานความเป็แคว้นฉินลงไปนอกจากนี้ยังสร้างพื้นที่ใช้สอยให้เกิดประโยชน์สูงสุดอาศัยรูปแบบแบ่งสัดส่วนพื้นที่ภายในเรือนของชาวรื่อเปิ่นกำกับอีกที แม้เป็เรือนขนาดกลางย่อมเป็ที่อยู่อาศัยตามแผนผังที่นางวาดเอาไว้อย่างแน่นอนเรือนของทหารในนามคนงานของนางคงไม่แตกต่างนัก รูปลักษณ์อาจแปลกตาไปเสียหน่อยแต่พื้นที่ใช้สอยน่าจะตอบสนองความ้าของพวกเขาได้
นอกจากต้องจัดการเื่ภายใน จางฮุ่ยเหมยจึงย้ายตัวเองมาอยู่อีกห้องซึ่งมีกองหีบของขวัญจากจางเฟยหรงวางซ้อนเรียงกันแน่นขนัดพี่ชายของนางช่างไม่คิดถึงนางเลยว่าของมากมายขนาดนี้นางจะไปมีพื้นที่เก็บของได้อย่างไร นอกจากต้องสร้างคลังเก็บสมบัติแยกจากเรือนหลักอีกต่างหากเพื่อเก็บพวกมันเอาไว้ใช้ในยามจำเป็
ฉะนั้นสิ่งที่นาง้าจากของขวัญเหล่านี้คือผ้าถ้าจางเฟยหรงมีผ้าส่งมาให้นางพอตัดชุดใส่ก่อน่ฤดูหนาวคงดีไม่น้อยมันจะช่วยให้นางประหยัดเงินไปได้อีกนาน แล้วมันก็มีมาในหีบถึงสองหีบจริงๆล้วนแล้วเป็ผ้าแพรเนื้อดีและผ้าตวนอีกจำนวนหนึ่งเป็จำนวนที่เพียงพอต่อการตัดชุดใหม่ให้เ้าก้อนซาลาเปาทั้งสอง
เดี๋ยวนี้เด็กน้อยทั้งสองสมบูรณ์จ้ำม่ำน่าฟัดยิ่งนักแค่คิดว่าผ้าเหล่านี้กำลังถูกเ้าก้อนแป้งสวมใส่จางฮุ่ยเหมยแทบอดหลงใหลบุตรชายไม่ได้ พวกเขาจะน่ารักขนาดไหนหากได้สวมใส่ชุดที่นางเป็คนตัดเย็บให้ผิวขาวราวกับหิมะของเ้าก้อนแป้งโดยเฉพาะแก้มนุ่มฟูของเด็กน้อยทั้งสองในยามหน้าหนาวที่อาจขึ้นสีซับเืตัดกับชุดที่สวมใส่คงน่ารักไม่น้อยทีเดียว
"พวกเ้าสองคนช่วยเอาหีบผ้าหีบนี้ไปไว้ที่ห้องของข้าให้หน่อยแล้วก็นี่"
จางฮุ่ยเหมยยื่นถุงเงินให้กับทหารซึ่งทำหน้าที่เป็องครักษ์เฝ้าอยู่หน้าเรือน
"นี่เป็เงินค่าอาหารถ้าพวกเ้าหิวก็สลับเวรเปลี่ยนกันไปซื้ออาหารมาทานเสียขอบอกไว้ก่อนว่าเจียวซือของข้าทำได้แต่ข้าวต้มธัญพืชนางกำลังเรียนรู้ทำอาหารจากเพื่อนบ้านอยู่"
ทหารทั้งสองมองถุงเงินกับจางฮุ่ยเหมยเล็กน้อยจะปฏิเสธก็เห็นนางกำลังแยกเขี้ยวใส่พวกเขายกใหญ่ พวกเขาจึงรับถุงเงินนั้นมาอย่างช่วยไม่ได้
"ในหมู่บ้านมีร้านอาหารเล็กๆ อยู่ส่วนใหญ่เป็อาหารทะเลทั้งนั้นแหละหากพวกเ้าอยากกินอาหารที่เหมือนเคยกินในเมืองหลวงให้เข้าไปที่ย่านการค้าแทน"
"ขอรับคุณหนู"
"อีกอย่างอยู่ที่นี่หาใช่สนามรบไม่ผ่อนคลายเสียบ้าง อย่าทำหน้าเหมือนโกรธใครมาข่มพวกชาวบ้านเขาชาวบ้านหมู่บ้านนี้นิสัยดี เข้าใจหรือไม่?"
"เข้าใจขอรับ"
"อย่าให้ข้าได้ยินเชียวว่าพวกเ้าแสดงความไม่เป็มิตรต่อพวกเขา"
ทิ้งท้ายขู่เล็กน้อยทหารเหล่านี้ต่างรู้ดีว่าคุณหนูเพียงคนเดียวของจวนจางเหลียงโหวเคร่งครัดคำสั่งของตัวเองมากเพียงใดกับทหารด้วยแล้วยิ่งเหมือนกับพวกเขาเผชิญหน้ากับแม่ทัพปราบประจิมอย่างไรอย่างนั้นไม่ว่าจะเป็แรงกดดันหรือคำพูด ดังนั้นพวกเขาควรทำตามคำสั่งดีกว่าถูกทำโทษตามกฎทหารของจวนแม่ทัพ แม้ที่นี่ไม่ใช่จวนแม่ทัพแต่ที่นี่มีสิ่งที่เรียกว่ากฎของจวนแม่ทัพยืนหนึ่งอยู่ที่แห่งนี้ต่างหาก
จางฮุ่ยเหมยเดินกลับเข้ามาข้างในเห็นเด็กน้อยทั้งสองกำลังหัวเราะเริงร่ากับของเล่นไม้ของชาวเซียนลว่อในใจรู้สึกอุ่นวาบไม่เสื่อมคลาย ย่างเข้าครบสี่เดือนของจางหนิงเทียนกับจางหนิงเฉิงพวกเข้าเติบโตขึ้นมากนับจากวันแรก
คราแรกพวกเขาตัวเล็กนิดเดียวแค่คิดว่าจะอุ้มจะกอดก็กลัวว่าลูกจะเจ็บ เด็กน้อยตัวเล็กแดงรูปร่างเล็กกว่าเด็กปกติทั่วไป อาจเพราะว่าเป็เด็กแฝด รวมทั้งการบำรุงดูแลครรภ์ของนางอาจไม่ดีพอจึงทำให้ยอดดวงใจของนางคลอดออกมาตัวเล็กจ้อยถึงจะจำไม่ได้ก็เถอะว่าได้รับการบำรุงร่างกายหรือไม่ แต่สภาพเรือนผุพังนั่นก็เป็คำตอบในคำถามมากมายของจางฮุ่ยเหมย
พอสบตากระจ่างใสราวกับมีดวงดาวมากมายอยู่ภายในนั้นของเ้าแฝดจางฮุ่ยเหมยคิดเพียงว่าลูกของนาง นางจะเป็คนดูแลเองนางไม่อาจทนให้เขาเติบโตในสภาพเรือนเก่าๆและความไม่ใส่ใจของจวนอันกัวป๋อทั้งแบบนั้น
จางฮุ่ยเหมยยอมรับว่านางมีความคิดคล้ายกับบุรุษแต่ก็ไม่เหมือนเสียทีเดียว นิสัยเชิงหาม มีความคิดความอ่านเกินสตรีมีบุรุษที่ใดพึงใจบ้างเล่า นอกจากสถานะของนางสถานะของท่านหญิงเพียงหนึ่งเดียวของจวนโหวไม่ใช่บุตรสาวของขุนนางขั้นสามผู้เป็บิดาอย่างเจียเกออวิ๋น
ต่อหน้าจวนอันกัวป๋อคล้ายประคบประหงมนางลับหลังเลี้ยงดูเยี่ยงบ่าวไพร่มันคือคำบอกเล่าของเจียวซือผู้พยายามส่งจดหมายไปยังจวนแม่ทัพหลายครั้งหลายคราแต่ไม่เคยถึงมือของจางเหลียงโหวเลยสักครา คิดได้อย่างเดียวว่าจวนอันกัวป๋อขัดขวางกอปรกับนางท้องทำอะไรก็ลำบากไปหมด ถึงพวกเขาไม่ส่งคนมาควบคุมแต่ก็มีหูตาคอยเฝ้าระวังไม่ให้ข่าวคราวของจางฮุ่ยเหมยหลุดไปถึงจวนแม่ทัพ
เพราะกำลังจะแต่งฮูหยินเข้ามาใหม่ พวกเขาจึงไม่้าให้จางฮุ่ยเหมยขัดขวางเดิมคนเป็แม่สามีก็ไม่เคยชอบนางอยู่แล้ว แล้วสามีจะชอบนางหรือจางฮุ่ยเหมยไม่เสียใจสักนิดที่หนีออกมาหลังคาดคั้นความจริงจากปากของเจียวซือสำเร็จ ดีที่จำไม่ได้ดีที่ไม่รู้สึกว่ามีเยื่อใยกับคนจวนนั้น ดีที่ได้มีชีวิตเป็ของตัวเอง
ดีที่มีเ้าแฝดให้นางมีเป้าหมายและปรับปรุงตัวเอง!
[1] หนึ่งฉิ่ง เท่ากับ 100 หมู่/ไร่จีน