วันที่เริ่มเขียน1 สิงหาคม 2568
ณ บ้านตระกูลเฟิ่ง เฟิ่งหยาง(凤阳) นั่งฟิงหัวเตียงไอโขลกๆ อยู่บนเตียง หลิวฟางอิ่ง (刘方颖)ภรรยาของเฟิ่งหยางนั่งกุมมือสามีอยู่ข้างเตียง นางมองเขาอย่างเป็ห่วงเป็ใย“ท่านพี่ ดื่มน้ำขิงสักหน่อยนะเ้าคะ”
นางรีบปล่อยมือเขาแล้วหันไปรินน้ำขิงอุ่นๆ ในกาใส่ถ้วยแล้วประคองถ้วยยื่นให้เขา เฟิ่งหยางรับถ้วยมาพลางไอโขลกๆเขายกมือปิดปาก รู้สึกถึงของเหลวอุ่นๆ เปื้อนมือ เขาจึงดึงมือออกดูเห็นของเหลวสีแดงเปื้อนเต็มมือ เขาก็ตกตะลึงไป “โขลกๆ นี่!”
หลิวฟางอิ่งเห็นเืบนมือสามีก็ร้อนใจ“ท่านพี่! ข้า ข้าจะไปตามหมอ!”
นางหันไปะโสั่งสาวใช้“ไปๆ รีบไปตามหมอมาเร็วเข้า!”
“เ้าค่ะ” รุ่ยหลิน (睿琳) สาวใช้ประจำตัวของหลิวฟางอิ่งรับคำสั่งแล้วรีบวิ่งออกไปทันทีหลิวฟางอิ่งหันไปกุมมือสามีพลางปลอบ “ท่านพี่จะต้องไม่เป็อะไร ท่านพี่จะต้องหาย”
นางปลอบพลางใช้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดๆเืที่เปื้อนฝ่ามือเขา เฟิ่งหยางยังคงไอโขลกๆ เขาไอจนเหมือนปอดแทบจะหลุดออกมาเขาเจ็บร้าวทรวงอกไปหมด ถ้วยน้ำขิงอุ่นๆ ขยับโยกตามแรงไอจนน้ำขิงกระฉอกไปกระฉอกมาหลิวฟางอิ่งจึงรีบดึงถ้วยน้ำขิงมาถือไว้เอง นางรอจนสามีไอลดลงแล้วจึงได้เอาถ้วยจ่อปากเขา“ท่านพี่ดื่มน้ำขิงสักหน่อยนะเ้าคะ”
เฟิ่งหยางจิบน้ำขิงอึกหนึ่งแล้วรีบดันมือนางออกเขาไอจนน้ำขิงในปากกระเซ็นออกมา “โขลกๆ”
หลิวฟางอิ่งร้อนใจจะตายแล้วนางรีบเช็ดๆ ให้เขา “ท่านพี่”
เฟิ่งหยางพิงหัวเตียงอย่างอ่อนแรงเขาไอจนเหนื่อยหอบไปหมดแล้ว หลิวฟางอิ่งวางถ้วยน้ำขิงลงแล้วใช้ผ้าเช็ดๆคราบน้ำขิงที่ปนน้ำลายและเืออก ในใจนางกลัวเหลือเกิน กลัวว่าเขาจะตายจากนางไป
“พี่หยางพี่เป็อย่างไรบ้าง?” เสียงถามดังขึ้น หลิวฟางอิ่งหันไปมองจึงเห็นหูเย่จวน (胡月娟) ซึ่งเป็น้องสะใภ้ นางเป็ภรรยาของเฟิ่งเฉิง (凤成) น้องชายของสามีของนางเดินเข้ามา หูเย่จวนถือถาดซึ่งมีถ้วยน้ำแกงร้อนๆมาด้วย “พี่หยาง ข้าตุ๋นน้ำแกงไก่มาให้เ้าค่ะ พี่กินสักหน่อยเถอะจะได้หายไวๆ”
“โขลกๆ ขอบใจ โขลกๆ”เฟิ่งหยางพยายามพูดปนไอ เสียงเบาแทบไม่ได้ยินหูเย่จวนวางถาดไว้บนโต๊ะแล้วถือถ้วยประคองส่งให้พี่สะใภ้ “พี่อิ่งอิ่งพี่ป้อนพี่หยางเถอะ อย่างน้อยกินได้สักคำสองคำก็ยังดี”
“อืม ขอบใจเ้ามาก”หลิวฟางอิ่งรับถ้วยน้ำแกงไก่มาถือพลางตักน้ำแกงขึ้นมาเป่าๆ หูเย่จวนจึงเอ่ยลา“เช่นนั้นข้าไปล่ะ”
“อืม”หลิวฟางอิ่งพยักหน้าทีหนึ่ง หูเย่จวนเดินออกไป ตอนที่นางหันหลังให้สองคนที่เตียงมุมปากนางยกขึ้นนิดหนึ่งแทบสังเกตไม่เห็นเลย ในแววตาส่วนลึกแฝงแววสมใจเอาไว้หึๆๆ...อีกไม่นานหรอก
หลิวฟางอิ่งป้อนน้ำแกงไก่ให้สามีเฟิ่งหยางฝืนกินไปได้ 2 ช้อนก็ไอโขลกๆ ต่อเขาส่ายหน้าพยายามยกมือห้ามเป็เชิงว่าพอแล้ว หลิวฟางอิ่งจึงวางถ้วยน้ำแกงลงแล้วยกถ้วยน้ำขิงป้อนสามี เฟิ่งหยางจิบน้ำขิงไปอึกหนึ่งก็ส่ายหน้าหลิวฟางอิ่งจึงวางถ้วยน้ำขิงลง นางเช็ดๆ ปากให้เขาพลางหันไปมองที่ประตูอย่างร้อนใจ“ไยหมอจึงมาช้านักนะ”
“ท่านแม่” เฟิ่งหวง(凤凰)อายุ 5 ขวบเดินไปหา ข้างหลังนางคือซื่อเฟิง (士芬) แม่นมประจำตัวหลิวฟางอิ่งเห็นลูกสาวมาจึงอ้าแขนรับ “หวงเอ๋อร์ เ้ามาทำไม?”
“ข้าคิดถึงท่านแม่คิดถึงท่านพ่อ” เฟิ่งหวงบอกพลางก้าวไปหาท่านพ่อ เฟิ่งหยางยกมือห้ามอย่างอ่อนแรง“อย่า โขลกๆ เดี๋ยวเ้า โขลกๆ จะติดโรค โขลกๆ ไปด้วย โขลกๆ...”
หลิวฟางอิ่งก็ยกแขนขวางเอาไว้ไม่ให้ลูกสาวเข้าใกล้สามี เฟิ่งหวงยืนเกาะแขนท่านแม่หน้าม่อย “ท่านพ่อ”
เฟิ่งหยางอยากกอดลูกเหลือเกินแต่ก็กลัวนางจะติดโรคจากเขา เขาไอมาเป็เดือนๆ แล้ว อาการไม่ทุเลาลงเลยมีแต่จะหนักขึ้นเรื่อยๆ จนวันนี้เขาถึงขั้นไอเป็เืแล้ว!
“ไปๆ โขลกๆ รีบพาโขลกๆ หวงเอ๋อร์ โขลกๆ ออกไป โขลกๆ...” เฟิ่งหยางสั่งแม่นมซื่ออย่างอ่อนแรงซื่อเฟิงรับคำสั่ง “เ้าค่ะ”
นางก้มลงอุ้มคุณหนูขึ้นมาเฟิ่งหวงดิ้นๆ “ไม่ไปๆ ข้าจะหาท่านพ่อ ฮือๆ ท่านพ่อ ฮือๆ...”
หลิวฟางอิ่งรีบกล่อมลูกสาว“หวงเอ๋อร์ เ้ากลับไปก่อนนะ ตอนนี้ท่านพ่อไม่สบายต้องพักผ่อนให้มากๆอย่าดื้อนะลูก เป็เด็กดีนะ”
“ฮือๆ แต่ว่า...”
“เฟิ่งหวงถ้าเ้ายังดื้อแม่จะตีแล้วนะ” หลิวฟางอิ่งบอกเสียงเข้ม พลางเงื้อมือขึ้นปั้นหน้าดุ เฟิ่งหวงจึงยิ่งร้องไห้หนักขึ้น “ฮือๆ...”
นางดิ้นจนหลุดจากอ้อมแขนแม่นมแล้ววิ่งปรู๊ดไปปีนขึ้นเตียงพุ่งเข้าไปในอ้อมอกท่านพ่อพลางกอดคอท่านพ่อเอาไว้แน่น ทำให้คนอื่นๆ ได้แต่มองอย่างอึ้งๆ ทำอะไรไม่ถูกเพราะความเร็วของเด็กน้อยนั้นเร็วจนพวกเขาจับไม่ทันนั่นเอง
“ฮือๆ ท่านพ่อๆ ฮือๆ...”เฟิ่งหวงร้องไห้ซบบ่าท่านพ่อ เฟิ่งหยางกอดลูกสาวเอาไว้ลูบหลังลูบไหล่ปลอบ “ไม่ร้องโขลกๆ ไม่ร้องนะ โขลกๆ...”
“ฮือๆๆ ท่านพ่อฮือๆๆ...” เฟิ่งหวงร้องไห้กอดท่านพ่อแน่น หลิวฟางอิ่งยื่นมือไปดึงตัวลูกสาวออก“หวงเอ๋อร์ มาๆ มาหาแม่มา แม่ไม่ตีเ้าแล้ว เ้าอย่ากวนท่านพ่อนะท่านพ่อต้องพักผ่อน”
“ฮือๆ ท่านพ่อฮือๆ...” เฟิ่งหวงยังคงร้องไห้กอดท่านพ่อแน่น หลิวฟางอิ่งดึงอย่างไรก็ดึงไม่ออกครั้นจะออกแรงมากกว่านี้ก็กลัวลูกจะเจ็บ จึงได้แต่กล่อมว่า “มาๆ มาหาแม่นะหาแม่นะหวงเอ๋อร์คนดี๊คนดี”
“ฮูหยินเ้าคะท่านหมอมาแล้วเ้าค่ะ” รุ่ยหลินรายงานอยู่หน้าประตู ทุกคนในห้องจึงหันไปมองก็เห็นรุ่ยหลินยืนอยู่ด้านนอกประตู ข้างหลังนางคือท่านหมอกับผู้ติดตามของท่านหมอ 1คน
“ท่านหมอ เชิญๆ”หลิวฟางอิ่งรีบบอก รุ่ยหลินจึงผายมือเชิญท่านหมอท่านหมอจึงก้าวเข้าไปในห้องพลางกุมมือทักทาย “ฮูหยินเฟิ่ง นายท่านเฟิ่ง”
“รีบมาเถอะ”หลิวฟางอิ่งบอกอย่างร้อนใจ หากทำได้นางคงแทบจะก้าวไปจูงมือท่านหมอแล้วนางได้แต่ยืนอยู่ข้างเตียงบีบมือแน่นเอาไว้ หมอจึงรีบก้าวไปที่เตียงหลิวฟางอิ่งยื่นมือไปอุ้มลูกสาว “หวงเอ๋อร์ เ้าถอยออกมาก่อนให้ท่านหมอตรวจท่านพ่อก่อนนะ”
“ฮือๆ” เฟิ่งหวงจึงยอมปล่อยมือจากท่านพ่อยอมให้ท่านแม่อุ้มออกไป หลิวฟางอิ่งส่งลูกสาวให้แม่นมแม่นมซื่อก็รับตัวคุณหนูไปอุ้มเอาไว้ แล้วถอยไปยืนอยู่ด้านข้างนางมองนายท่านอย่างเป็ห่วง เป็กังวลไม่แพ้ฮูหยินทั้งนายท่านทั้งฮูหยินล้วนปกครองบ่าวไพร่ด้วยความเมตตา ทำให้บ่าวไพร่ล้วนรักใคร่เ้านายทั้งสองยิ่งนัก
หมอนั่งลงพลางตรวจชีพจรเขาตรวจอยู่สักพักก็ดึงมือกลับแล้วบอกว่า “ข้าจะเขียนเทียบยาให้”
เฟิ่งหยางเห็นสีหน้าหมอจึงเอ่ยว่า“อิ่งเอ๋อร์ โขลกๆ เ้าพาลูก โขลกๆ ไปก่อน โขลกๆ”
เขาพูดพลางไอจนหน้าดำหน้าแดงหลิวฟางอิ่งได้แต่รับคำ “เ้าค่ะ”
นางเดินนำออกไปแม่นมซื่อเฟิงก็อุ้มคุณหนูเดินตามไป รุ่ยหลินรั้งอยู่ข้างเตียงเฟิ่งหยางจึงโบกมือไล่ “โขลกๆ ไปๆ เ้า โขลกๆ ตามไป โขลกๆ คอยรับใช้ โขลกๆฮูหยินเถอะ โขลกๆ...”
“เ้าค่ะ”รุ่ยหลินรับคำสั่งแล้วถอยออกไปเฟิ่งหยางเห็นว่าเหลือแค่ท่านหมอกับคนติดตามของท่านหมอ เขาจึงถามว่า “ข้า โขลกๆใกล้จะ โขลกๆ ตายแล้ว โขลกๆ ใช่ไหม? โขลกๆ...”
ท่านหมอได้แต่พยักหน้าเฟิ่งหยางมองอย่างเศร้าใจที่สุด ถึงท่านหมอไม่บอก เขาก็รู้ตัวว่าตัวเองใกล้จะตายเต็มทีแล้วเขาไอทีเืก็พุ่งขึ้นมาเต็มปากเต็มคอต่อให้เขาไม่ใช่หมอก็ยังพอจะรู้ตัวดีว่าตัวเองเหลือเวลาไม่มากแล้วเขาหันไปถ่มน้ำลายปนเืใส่กระโถนแล้วถามว่า “ข้า โขลกๆ จะอยู่ โขลกๆ ได้อีกโขลกๆ กี่วัน? โขลกๆ...”
“คงไม่เกิน 1 เดือน”ท่านหมอตอบตามตรง เฟิ่งหยางจึงกุมมือ “ขอบ โขลกๆ คุณ โขลกๆ ท่านมาก โขลกๆ...”
หมอกุมมือตอบแล้วลุกไปเขียนเทียบยาจากนั้นก็ส่งให้บ่าวติดตามของตัวเอง ไปนำยาจากโรงหมอมาพอดีกับคนจากโรงหมอวิ่งมาตาม “ท่านหมอขอรับ ที่โรงหมอมีคนเจ็บถูกมีดฟันท่านรีบกลับไปเร็วเถอะขอรับ”
“อ่า” หมอชะงักงันไปเฟิ่งหยางจึงโบกมือ “ท่าน โขลกๆ ไปเถอะ โขลกๆ...”
“เช่นนั้นข้าขอตัวก่อนนายท่านเฟิ่งรักษาตัวด้วย” หมอกุมมือลาแล้วรีบก้าวเร็วๆ จากไปทันทีเฟิ่งหยางมองตามหมอแล้วก้มลงมองมือตัวเองที่เปื้อนน้ำลายปนเืเขาเศร้าใจอย่างที่สุด เขายังอยากมีชีวิตอยู่ไปอีกนานแสนนานแต่ว่า์ลิขิตแล้วว่าเขาจะมีชีวิตอีกเดือนนึงเห็นทีเขาต้องรีบจัดการเื่ต่างๆ ให้เรียบร้อยก่อนที่เขาจะตายภรรยากับลูกจะได้อยู่อย่างสุขสบาย
ด้านนอกประตู หมอเดินผ่านประตูไปก็เห็นฮูหยินหลิวยืนอยู่นางยืนปิดหน้าได้ยินเสียงคล้ายกลั้นสะอื้นดังมาเบาๆเขาจึงได้แต่มองนางอย่างเห็นใจแวบหนึ่งแล้วรีบเดินจากไปหลิวฟางอิ่งได้ยินที่ท่านหมอบอกกับสามี นางรู้สึกเหมือนหัวใจแตกสลายในทันทีสามีของนางจะอยู่ได้อีกเดือนเดียวเท่านั้น! โธ่! ์! ไยต้องพรากเขาไปเร็วเพียงนี้!
จนท่านหมอเดินลับตาไปแล้วหลิวฟางอิ่งจึงทรุดลงนั่งอย่างอ่อนแรง นางโศกเศร้าจนสุดจะทานทนไหว น้ำตาไหลอาบแก้มรุ่ยหลินได้แต่นั่งลงลูบหลังลูบไหล่เ้านายปลอบใจตัวนางเองก็รู้สึกโศกเศร้าไม่แพ้เ้านายเลย นายท่านเป็คนดีถึงเพียงนี้เหตุใด์จึงอยากรับเขากลับไปเร็วนักเล่า!
ตรงมุมหนึ่ง หูเย่จวนยกมุมปากขึ้นนิดหนึ่ง นางมองดูพี่สะใภ้อย่างสมใจหากว่าเฟิ่งหยางตายไป สามีนางย่อมขึ้นเป็ใหญ่ในตระกูลแทนเขาและหากว่าพี่สะใภ้ตายไปอีกคน ทรัพย์สมบัติมากมายเ่าั้ก็จะตกเป็ของเด็กเฟิ่งหวงนั่นเด็กนั่นยังเล็กนัก หากว่านางรับมาดูแล จัดการทรัพย์สินแทนทั้งหมด หึๆๆๆ...
หลิวฟางอิ่งร้องไห้เงียบๆ อยู่นาน จากนั้นนางก็เช็ดๆน้ำตาแล้วลุกขึ้นเดินเข้าไปในห้อง เฟิ่งหยางมองภรรยา เห็นนางตาแดงดูก็รู้ว่าเพิ่งร้องไห้มา เขาจึงรู้ทันทีว่านางน่าจะได้ยินที่ท่านหมอบอกแล้วกระมังเขาจึงไม่คิดจะปิดบังนาง เอ่ยเรียก “อิ่งอิ่ง โขลกๆ...”
“ท่านพี่”หลิวฟางอิ่งก้าวไปนั่งข้างเตียง ยื่นมือไปกุมมือเขา พลางบอก“ข้าจะหาหมอคนอื่นมารักษาท่าน”
“อย่า...โขลกๆสิ้นเปลือง โขลกๆ เงินทอง โขลกๆ อีกเลย โขลกๆ ท่านหมอ โขลกๆ ถือเป็ โขลกๆ ยอดคนโขลกๆ แล้ว โขลกๆ ลิขิตฟ้า โขลกๆ ไม่อาจ โขลกๆ ฝืน โขลกๆ เ้าทำใจ โขลกๆ เถิดโขลกๆ...” เฟิ่งหยางบอกพลางไอไปด้วย “เก็บเงิน โขลกๆ ไว้เลี้ยงลูก โขลกๆ เถอะๆโขลกๆ”
เขายื่นมือไปหยิบถ้วยน้ำขิงหลิวฟางอิ่งรีบประคองถ้วยน้ำขิงให้เขาจิบ เฟิ่งหยางจิบน้ำขิงไป 2 อึกแล้วก็ไอต่อ“โขลกๆ...”
เขากุมมือนางพลางบอก“วันหน้า โขลกๆ ข้าตาย...”
“ไม่ๆ ท่านต้องไม่ตาย”หลิวฟางอิ่งยกมือปิดปากเขาไว้ ไม่ให้เขาพูดต่อ น้ำตาไหลรินลงมาอย่างกลั้นไม่อยู่เฟิ่งหยางฝืนยกมือลูบศีรษะนาง พลางดันมือที่ปิดปากตัวเองออกแล้วเอ่ยว่า “วันหน้าโขลกๆ เ้าหา โขลกๆ คนดีๆ โขลกๆ แต่งงานใหม่ โขลกๆ เถอะ”
“ไม่ๆ ข้าไม่แต่ง”หลิวฟางอิ่งส่ายหน้าน้ำตาอาบสองแก้มเฟิ่งหยางใช้นิ้วแตะที่ริมฝีปากนางเป็เชิงไม่ให้นางพูดแทรก เขาเอ่ยต่อ “หญิงหม้ายโขลกๆ อยู่ลำบาก โขลกๆ ข้าไม่ โขลกๆ อยากเห็น โขลกๆ เ้าถูก โขลกๆ คนรังแก โขลกๆเชื่อข้า โขลกๆ ข้าตาย โขลกๆ แล้ว โขลกๆ เ้าหา โขลกๆ คนดีๆ โขลกๆ แต่งงาน โขลกๆใหม่เสีย โขลกๆ...”
“ข้าไม่...”หลิวฟางอิ่งจะปฏิเสธ แต่พอเห็นสามีมองอย่างกดดัน นางก็พูดไม่ออก เฟิ่งหยางเอ่ยต่อ“รับปาก โขลกๆ ข้า โขลกๆ เ้าต้อง โขลกๆ ดูแลลูก โขลกๆ ให้ดี โขลกๆ หากเ้า โขลกๆพบคนดีๆ โขลกๆ ก็แต่งงาน โขลกๆ ใหม่เถิด โขลกๆ...”
เขาพูดจนไม่เหลือเรี่ยวแรงแล้วจึงขยับตัวลงนอนหลิวฟางอิ่งรีบช่วยประคองเขานอนลง พลางห่มผ้าให้เขา นางนั่งกุมมือเขาอยู่ข้างเตียงมองเขานอนหายใจหอบระโหยโรยแรง
รุ่ยหลินแอบหันไปซับน้ำตานางสงสารเ้านายทั้งสองจนกลั้นน้ำตาไม่อยู่ ทำไมนะ ทำไมคนดีๆ ต้องตายไวด้วย!?
หากเป็บุรุษคนอื่นเกรงว่าคงคิดจะฝังภรรยาตัวเองลงหลุมไปด้วยกันมากกว่าแต่นายท่านช่างแสนดีถึงเพียงนี้รู้ว่าตัวเองใกล้จะตายแล้วยังสั่งเสียให้ฮูหยินหาคนดีๆ แต่งงานใหม่เสียอีกนายท่านช่างใจกว้างเหลือเกิน
วันเวลาผ่านไป เฟิ่งหยางตายไปในเช้าวันหนึ่ง หลิวฟางอิ่งเสียใจจนร่ำไห้แทบขาดใจตายตามเฟิ่งหวงก็ร้องไห้อย่างไม่ค่อยเข้าใจนัก นางยังไม่เข้าใจว่า ‘ความตาย’ คืออะไรนางรู้แค่ว่าท่านพ่อไม่อาจลุกขึ้นมากอดนางได้อีกต่อไปแล้ว ท่านพ่อกินข้าว ดื่มยาไม่ได้แล้ว นางมองดูแม่นมจับนางสวมชุดสีขาว ผูกผ้าขาวคาดหน้าผากจากนั้นแม่นมก็พานางไปคำนับหน้าโลงศพนางรู้แค่ว่าท่านพ่อนอนอยู่ในโลงนี้เท่านั้นเอง
หลังจากพิธีฝังศพผ่านไปหลิวฟางอิ่งซึ่งตรอมใจนับั้แ่สามีตายจาก ข้าวปลาแทบไม่กิน วันๆนางโศกเศร้าจนไม่มีแก่ใจจะทำอะไรทั้งสิ้นเื่ในเรือนล้วนเป็หูเย่จวนที่ยื่นมือมาช่วยดูแลหูเย่จวนก็ดูแลพลางยักยอกเงินบางส่วนเข้ากระเป๋าตัวเองไปอย่างหวานหมูยิ่ง
เฟิ่งเฉิงก็ก้าวขึ้นมาเป็ผู้นำตระกูลแทนเฟิ่งหยางหลิวฟางอิ่งเก็บตัวอยู่แต่ในเรือน เฟิ่งหวงก็คอยอยู่ข้างๆท่านแม่อย่างไม่ค่อยรู้เื่รู้ราวอะไร นางไม่ชอบเลยที่ท่านแม่ซึมเศร้าไม่ร่าเริงนับั้แ่ท่านพ่อป่วย นางก็ไม่เคยเห็นท่านแม่ยิ้มอีกเลย
หูเย่จวนเดินไปหาพี่สะใภ้พลางเอ่ยว่า“พี่อิ่งอิ่ง พี่อย่าเอาแต่โศกเศร้าอยู่อย่างนี้เลยข้าว่าพี่ไปไหว้พระถือศีลกินเจสักสามสี่วันดีไหม จิตใจจะได้สงบบ้างหากพี่ยังเป็อย่างนี้ต่อไป เกรงว่าหวงเอ๋อร์คงซึมเศร้าตามพี่ไปด้วยเป็แน่”
“อือ”หลิวฟางอิ่งพยักหน้ารับอย่างซังกะตาย หูเย่จวนก็ถือโอกาสจัดแจง“เช่นนั้นพี่ไปพรุ่งนี้เลยเถอะ ข้าจะจัดของจัดเสื้อผ้าให้ล่ะกัน”
นางบอกแล้วก็หันไปสั่งรุ่ยหลินว่า“เ้ารีบไปหยิบเสื้อผ้าของพี่อิ่งอิ่งมาเร็ว เตรียมไปสักแปดเก้าชุดถือศีลอยู่ที่วัดสัก 4 วันเถอะ ส่วนหวงเอ๋อร์ข้าจะช่วยดูแลเอง”
รุ่ยหลินหันไปมองเ้านายตัวเองแต่หลิวฟางอิ่งไม่พูดอะไร ยังคงนั่งซึมกะทือราวกับไร้ิญญาอย่างไรอย่างนั้นหูเย่จวนจึงบอก “ทำตามที่ข้าบอกเถอะ เ้าดูพี่อิ่งอิ่งซิจะปล่อยให้นางเป็แบบนี้ต่อไปรึ? ข้าว่าหากนางยังเป็เช่นนี้อยู่เกรงว่าหวงเอ๋อร์คงขาดแม่กระมัง”
รุ่ยหลินมองเ้านายตัวเองแล้วจึงตัดสินใจทำตามคำของหูเย่จวนนางเดินไปจัดเสื้อผ้าใส่หีบ เฟิ่งหวงได้ยินว่าท่านแม่จะไปวัดจึงขอตามไปด้วย“ท่านแม่ข้าไปด้วย”
“เ้าน่ะอยู่กับข้าเถอะไปวัดมีแต่ผัก ไม่มีเนื้อ ได้กินวันละมื้อ เ้าได้หิวจนร้องไห้งอแงแน่ๆ”หูเย่จวนบอกพลางลูบๆ หัวเฟิ่งหวงเฟิ่งหวงพอได้ยินว่าได้กินวันละมื้อก็รู้สึกกลัวหิวขึ้นมาทันทีนางกินวันละสามสี่มื้อด้วยซ้ำ หากว่าได้กินแค่วันละมื้อ นางคงทนไม่ได้แน่นอน คิดๆแล้วนางจึงพยักหน้ารับอย่างไร้เดียงสา “อื้ม ข้าจะอยู่กับท่านอาหู”
“ดีมาก เด็กดี”หูเย่จวนยิ้มพลางลูบๆ หัวอีกสองสามทีแล้วสั่งรุ่ยหลินให้จัดข้าวจัดของให้เรียบร้อย
หลังจากจัดของเสร็จแล้ว หูเย่จวนจึงเดินจากไป นางเดินกลับเรือนตัวเองไปยังไม่ทันก้าวผ่านประตูก็ถูกคนคว้าแขนเอาไว้
“พี่จวน สำเร็จไหม?”
หูเย่จวนมองคนๆนั้นซึ่งเป็น้องชายของนางเอง พลางพยักหน้า “อืม”
“เย...” หูเจียน (胡坚) ซึ่งเป็น้องชายของหูเย่จวนกำลังจะอ้าปากร้องอย่างดีอกดีใจก็พลันถูกพี่สาวตีหน้าผากทีหนึ่ง“เ้าเบาๆ หน่อย อย่าได้กระโตกกระตากไป”
“รู้แล้วๆ”หูเจียนพยักหน้าหงึกๆ ดั่งไก่จิกข้าว หูเย่จวนขยับไปกระซิบกระซาบว่า “ไปๆเ้าก็รีบไปเตรียมตัวเถอะ พรุ่งนี้นังนั่นจะไปวัด เ้ารีบไปเตรียมตัวให้ดีๆอย่าให้ผิดพลาดได้ล่ะ”
“อื้ม พี่วางใจได้ข้ารับรองว่าจะไม่มีอะไรผิดพลาดแน่นอน” หูเจียนตบอกตุบๆ หูเย่จวนจึงบอก“งั้นเ้าก็ไปได้แล้ว”
“อื้ม”หูเจียนพยักหน้าแล้วเดินจากไปทันที หูเย่จวนจึงเดินเข้าเรือนไปทีแรกนางคิดจะวางยาหลิวฟางอิ่งให้ตกตายตามเฟิ่งหยางไปด้วย แต่ว่าพอหูเจียนบอกว่าอยากได้หลิวฟางอิ่งเป็อนุนางจึงเปลี่ยนแผน หาทางให้น้องชายรวบหัวรวบหางนังนั่นแทนหากว่าหลิวฟางอิ่งกลายเป็อนุของหูเจียนแล้วสินเดิมของหลิวฟางอิ่งย่อมกลายเป็ของหูเจียนทีนี้พวกนางสองคนพี่น้องก็จะแบ่งสินเดิมนั่นคนละครึ่ง หากรอให้หลิวฟางอิ่งตายไปสินเดิมของหลิวฟางอิ่งก็จะตกเป็ของเด็กเฟิ่งหวงนางจะจัดการสินเดิมนั้นก็ค่อนข้างลำบาก
Donate
เชิญบริจาคให้ไรท์ได้ทาง บัญชี ธ.กสิกรไทย
เลขบัญชี 084-3-79715-6
ชื่อบัญชี น.ส.แสงแข ช้วนใย
หรือทาง True Money wallet :098-651-1489
จะบริจาค 1 บาท 2 บาทก็ได้ค่ะ
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรท์เตอร์ได้ทาง
เพจ readfree.in ค่ะ
https://www.facebook.com/readfree.in/
ทางเว็บไซต์ www.readclub.in ค่ะ
และทาง Line Official Account : @www.readclub.in
ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ