บทที่ 32 ไม่มีทางตั้งท้องลูกของเขา
เมื่อได้ฟังคำพูดของเฉียวอันอัน ฉินเหลียนก็ตระหนักได้ในภายหลังว่าตนเองถูกหลอกด่า ความโกรธก็พลันเพิ่มขึ้นมาทันที เธอมองเฉียวอันอันอย่างโกรธแค้น “ไม่คิดเลยนะว่าเธอจะปากเก่งขนาดนี้”
เมื่อก่อนฉินเหลียนก็ปีนขึ้นเตียงของคุณเฉียวจนให้กำเนิดอวี่โม่ และรอโอกาสที่จะแต่งเข้าตระกูลเฉียวมาโดยตลอด
ใครจะไปรู้ว่าต้องรอถึงยี่สิบปี หลังจากแต่งงานกับคุณเฉียว ฉินเหลียนก็ตั้งใจลืมตัวตนที่น่าอับอายของตัวเองในอดีต เมื่อเวลาผ่านไปนาน ๆ เธอก็ลืมมันไปจริง ๆ
ตอนนี้ผ้าคลุมที่ปิดความน่าอับอายผืนนี้ ถูกเฉียวอันอันดึงออกแล้ว ฉินเหลียนแทบอยากกินเลือดกินเนื้อเฉียวอันอันให้ตาย
“ปากเก่งน่ะคงไม่เกี่ยวหรอก ฉันแค่พูดความจริงก็เท่านั้น” เฉียวอันอันยักไหล่ ไม่รู้สึกกลัวแม้แต่น้อย
ฉินเหลียนตะโกนอย่างเย็นชา “ฉันปากไม่เก่งเท่าเธอหรอก แต่เฉียวอันอัน เธอฟังฉันให้ดีนะ ฉันจะไม่อนุญาตให้เธอตั้งท้องลูกของจิ้นเฉิน มีเพียงลูกของจิ้นอวี่โม่เท่านั้นที่ถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนลูกของเธอต่อให้เกิดมาก็เป็นได้แค่ลูกนอกสมรส”
ลูกนอกสมรสก็มีสิทธิ์รับมรดก
แต่ทุกอย่างของตระกูลจิ้น มีแต่ลูกของอวี่โม่เท่านั้นที่จะสืบทอดได้
ฉินเหลียนไม่มีทางยอมให้ใครมาแย่งไปได้
ตอนนี้สีหน้าของเฉียวอันอันแย่มาก เพราะคำพูดของฉินเหลียนทำให้เธอโกรธจนตัวสั่น “พอได้แล้ว พูดจบหรือยัง? ถ้าพูดจบแล้วก็กรุณาออกไปด้วย เรื่องของฉันคุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง!”
“ฉันแค่หวังดีมาเตือนเธอเท่านั้น เธอไม่ใช่เหรอที่เกลียดลูกนอกสมรสที่สุด? ถ้าไม่อยากให้ลูกของเธอในอนาคตต้องแบกตำแหน่งลูกนอกสมรส เธอควรฟังที่ฉันพูดนะ” ฉินเหลียนจัดทรงผม ก่อนจะยิ้มอย่างหยิ่งผยอง
ก่อนหน้านี้เธออยากให้อวี่โม่ตั้งท้องลูกของจิ้นเฉินมาโดยตลอด แต่ท้องของอวี่โม่กลับไม่มีวี่แววอะไรเลย เมื่อวานนี้จิ้นเฉินกลับโทรหาเฉียวอันอันเพื่อให้เธอไปนอนที่บ้านของเขา
ถ้าปล่อยไว้นานกว่านี้ คงรับประกันได้ยากว่าเฉียวอันอันจะไม่ท้อง
หลังจากที่เธอรู้มาว่าวันนี้เฉียวอันอันจะเข้าบริษัท จึงตั้งใจมาตักเตือนเล็กน้อย
เธอรู้ว่าเฉียวอันอันเกลียดการมีอยู่ของลูกนอกสมรสมาก หลังจากได้ยินคำพูดของเธอ เฉียวอันอันก็จะไม่มีวันตั้งท้องอย่างแน่นอน
เมื่อคิดแบบนี้ ฉินเหลียนก็รู้ว่าเป้าหมายของเธอได้บรรลุจุดประสงค์แล้ว
“ก็ได้ ฉันพูดทุกอย่างที่ควรพูดแล้ว อันอัน ฉันพูดเรื่องนี้ก็เพื่อตัวเธอเองนะ คิดให้ดี ๆ ล่ะ” หลังพูดด้วยท่าทีเสแสร้ง ฉินเหลียนก็ลุกขึ้นและเดินจากไป
เฉียวอันอันมองตามแผ่นหลังของฉินเหลียน เล็บของเธอจิกลึกเข้าไปในเนื้อ
เธอเกลียดชังลูกนอกสมรสจริง ๆ!
การปรากฏตัวของเฉียวเฉียวอวี่โม่ ทำให้แม่ของเธอป่วยหนัก ตั้งแต่นั้นมาสุขภาพก็ไม่ดีขึ้นอีกเลย
ตั้งแต่นั้นมา เธอก็เกลียดลูกนอกสมรสเข้ากระดูกดำ
แม้ว่าคำพูดของฉินเหลียนจะไม่เป็นที่พอใจ แต่ก็เตือนสติเฉียวอันอันได้มากทีเดียว
เธอกับจิ้นเฉินมีความสัมพันธ์แบบเมียน้อยและผู้อุปถัมภ์ทางการเงิน หากเธอท้องขึ้นมา เด็กก็จะเป็นลูกนอกสมรส
เธอไม่มีทางยอมรับแน่!
ก่อนหน้านี้เธอไม่เคยคิดถึงเรื่องคุมกำเนิดเลย แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่า เธอต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว
เธอไม่มีทางตั้งท้องลูกของจิ้นเฉินได้!
เมื่อตัดสินใจแล้ว บ่ายวันนั้น เมื่อเธอกลับมา ก็ได้ซื้อยาคุมกำเนิดหนึ่งกล่องที่ร้านขายยา ตั้งใจจะกินยาหลังจากนอนกับจิ้นเฉินครั้งต่อไป
“คุณหนูเฉียว คุณกลับมาพอดี คุณลุงหวังรอคุณอยู่” เฉียวอันอันเพิ่งกลับมาถึง พ่อบ้านหวงก็บอกเธอ
“ฉันเข้าใจแล้ว ขอบคุณพ่อบ้านหวง” เฉียวอันอัน ขอบคุณแล้วรีบวิ่งเข้าไปในห้องรับแขก
ลุงหวังกำลังนั่งดื่มชาอยู่บนโซฟา เมื่อเห็นเธอเข้ามา เขาจึงวางถ้วยชาในมือลง "คุณหนู คุณไปไหนมา? ผมโทรหาก็ไม่รับสาย"
“ฉันไปบริษัทมาค่ะ” เฉียวอันอันพูดพลางหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋า
พบว่าแบตเตอรี่หมดจึงปิดเครื่องไป ไม่แปลกใจเลยที่โทรไม่ติด
“ลุงหวังมีอะไรหรือเปล่าคะ” เฉียวอันอัน ถามหลังจากเสียบชาร์จโทรศัพท์มือถือ
ลุงหวังลังเลอยู่สองสามวินาที จากนั้นก็ยืนขึ้นและโค้งคำนับเธอ
เฉียวอันอันตกใจ รีบประคองเขาขึ้นมา “ลุงหวังทำอะไรคะ?”
“คุณหนู ผมมาหาเพื่อจะบอกคุณว่า ผมตกลงแล้ว ผมจะไปต่างประเทศกับต้าหนานและคนอื่น ๆ ต่อไปคงไม่สามารถดูแลคุณได้” ลุงหวังจับมือเธอไว้ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด
ระหว่างครอบครัวกับนายจ้าง เขาเลือกครอบครัวของตัวเอง
เฉียวอันอันหัวเราะพลางร้องไห้ไปด้วย เธอยังคิดอยู่เลยว่าเกิดอะไรขึ้น
“ลุงหวัง ฉันดีใจมาก อีกอย่างถึงลุงจะไม่ตกลงไปกับพี่ต้าหนานและคนอื่น ๆ ฉันก็จะชวนลุงไปอยู่แล้ว”
เพราะความสัมพันธ์ของเธอ ฉินเหลียนจึงพลอยเกลียดลุงหวังไปด้วย ลุงหวังอยู่ตามลำพังที่ตระกูลเฉียว เขาแก่ตัวขนาดนี้แล้ว เธอย่อมไม่สบายใจ
ตระกูลจิ้นลุงหวังก็มาไม่ได้ แล้วจะปล่อยให้เขาอยู่ข้างนอกคนเดียวได้ยังไง?
ดังนั้นเมื่อลุงหวังเต็มใจไปต่างประเทศ หญิงสาวจึงมีความสุขมาก อย่างน้อยฉินเหลียนก็จะทำอะไรเขาไม่ได้
“ลุงจะไปเมื่อไหร่คะ? พอถึงตอนนั้นฉันจะไปส่งด้วย” เฉียวอันอันพิงไหล่ลุงหวังไม่ยอมลุกขึ้น ทำกับเขาเหมือนตอนยังเด็ก
ลุงหวังลูบหลังเธอเบา ๆ ยิ้มอย่างอ่อนโยน “อีกสามวันครับ”
เร็วมาก!
เฉียวอันอันกะพริบตา ความรู้สึกอาลัยอาวรณ์พลุ่งพล่านขึ้นมาจากก้นบึ้งของหัวใจ
ลุงหวังอยู่ได้ไม่นานก็ต้องจากไป เขายังมีเอกสารการย้ายถิ่นฐานอีกมากที่ต้องไปจัดการ
เฉียวอันอันมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยความรู้สึกหลงทาง พ่อเสียชีวิต เสี่ยวซวี่หายตัวไป และตอนนี้แม้แต่ลุงหวังก็จะจากไปด้วย
ในเมืองที่คุ้นเคยแห่งนี้ เธอพบว่าตอนนี้ตัวเองไม่เหลือญาติแม้แต่คนเดียวแล้ว
“คุณหนูเฉียวลงมาทานข้าวเถอะครับ” เสียงเคาะประตูดังขึ้น พร้อมกับเสียงของพ่อบ้านหวง
“ค่ะ ฉันลงไปเดี๋ยวนี้” เฉียวอันอันปาดน้ำตาที่หางตาอย่างลวก ๆ ฝืนยิ้มแล้วเดินไปที่ประตู
เมื่อมาถึงห้องอาหาร เธอมองดูอาหารบนโต๊ะ มันแตกต่างจากเมื่อวาน แต่ก็ยังสมบูรณ์แบบเช่นเดิม
สิ่งที่ทำให้เธอประหลาดใจคือ อาหารเหล่านี้ล้วนเป็นจานโปรดของเธอ
คราวนี้เฉียวอันอันไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องบังเอิญอีกแล้ว
“พ่อบ้านหวง คุณรู้ได้ยังไงคะว่าฉันชอบทานอาหารพวกนี้” เธอหยิบตะเกียบขึ้นมา แล้วถามอย่างไม่ใส่ใจนัก
เธอไม่ชอบทานปลา แต่ปลากะพงนึ่งบนโต๊ะกลับเป็นปลาที่เธอชอบทาน
สี่ปีก่อนตอนที่เพิ่งคบหากับจิ้นเฉิน ครั้งแรกที่เดตกัน เขาก็สั่งอาหารจานนี้ ชายหนุ่มรู้ว่าเธอไม่ทานปลาเพราะไม่ชอบแกะก้าง เขาจึงอาสาแกะก้างให้ แล้วตักเนื้อปลาใส่ชามให้แทน
หลังจากนั้นวันนั้น เธอจะสั่งปลากะพงนึ่งเสมอ เพราะมีเขาคอยแกะก้างให้ทุกครั้ง
ตั้งแต่พวกเขาเลิกรากันไป เธอก็ไม่ทานมันอีกเลย
“เป็นคุณจิ้นสั่งให้ทำครับ” พ่อบ้านหวงไม่ได้มีเจตนาปิดบัง
เมื่อวานคุณจิ้นเขียนรายการอาหารให้กับพ่อครัวโดยเฉพาะ ในใบรายการล้วนเป็นเมนูโปรดของคุณหนูเฉียว
“ฉันรู้อยู่แล้ว...” เฉียวอันอันก้มหน้าพึมพำอย่างแผ่วเบา
เธอเดาไว้แล้วว่าจิ้นเฉินต้องเป็นคนสั่ง
เพียงแต่เขาจะทำไปเพื่ออะไร?
ถ้าจะบอกว่าเขาอยากคืนดีกับเธอ แต่วินาทีต่อมาเขาอาจจะทิ่มแทงหัวใจเธอ แต่ต่อมาเขาก็อาจจะมอบลูกอมให้เธอ
หญิงสาวไม่อาจรู้ได้ ว่าในใจชายหนุ่มกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่
“เขาไม่กลับมาทานข้าวเหรอ?” เฉียวอันอันถามพลางแกะก้างปลาไปด้วย
เธอแกะไม่ค่อยถนัด ทำให้มือเปรอะเปื้อนไปหมด
แม้ว่าเธอจะทำตามวิธีของเจิ้นเฉินในความทรงจำ แต่กลับทำได้ไม่สะอาดและรวดเร็วเหมือนเขาเลย
“คุณจิ้นโทรมาก่อนหน้านี้ บอกว่าธุระที่บริษัทยังไม่เสร็จ และวันนี้คงกลับดึกครับ” พ่อบ้านหวงตอบเสียงเบา
เฉียวอันอันพยักหน้า ทำให้เห็นว่าหล่อนรู้แล้ว
หลังทานอาหารเสร็จ เธอก็อาบน้ำแล้วนอนรอจิ้นเฉินกลับมาเหมือนเมื่อคืน
ในฐานะชู้ เธอไม่สามารถหลับก่อนเขาได้ ดังนั้นคืนนี้เธอจะรอเขา
เวลาตีสอง เฉียวอันอันได้ยินเสียงเครื่องยนต์รถดังมาจากนอกบ้าน
เธอตื่นเต้นมากจึงรีบใส่รองเท้าออกมาที่บันได เธอเห็นจิ้นเฉินที่เพิ่งกลับมาอย่างเหนื่อยล้า
“คุณกลับมาแล้ว”
“ยังไม่นอนเหรอ?” เมื่อเห็นเฉียวอันอันสวมชุดนอนบาง ๆ ยืนอยู่บนบันได คิ้วของจิ้นเฉินก็ขมวดเข้าหากัน
เฉียวอันอันไม่ได้สังเกต เดินลงมาจากชั้นบน ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มจาง ๆ “ฉันรอคุณอยู่”
“รอให้ฉันกลับมาหาเธองั้นเหรอ?” คำพูดของชายหนุ่มค่อนข้างตรงไปตรงมา ทั้งยังแฝงด้วยความเย้ยหยัน
รอยยิ้มที่ประดับบนใบหน้าของเฉียวอันอันก็จางหายไป เธอไม่ได้ตอบอะไร
ในสัญญาระบุว่าเธอต้องรอ 'ความปรานี' จากเขาทุกคืน เขาพูดแบบนี้ก็คงไม่ผิด
เมื่อเห็นเธอไม่พูดอะไร ในดวงตาของจิ้นเฉินฉายแววโกรธเล็กน้อย น้ำเสียงเต็มไปด้วยความดูถูก “เฉียวอันอัน ฉันไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหนเร่งรีบที่จะมอบร่างกายให้ฉันขนาดนี้ แต่น่าเสียดายที่ฉันยุ่งมาก ไม่อยากจะเสียเวลากับเธอ ดังนั้นรีบกลับไปนอนในห้องของเธอซะ!”
พูดจบ เขาก็เดินผ่านเธอขึ้นไปชั้นบน