เด็กเกรียนเซียนจอมยุทธ NC+

    บทที่ 73 – น่าจะพอกินได้แหละนะ...

    หลังจากที่นำซาลาเปาใส่ถุงแล้วยื่นถุงซาลาเปาให้กับแม่นางที่แต่งตัวเยี่ยงบุรุษกับถงน้อยแล้วนั้นเขาจึงเดินวกกลับมาที่หน้ารถเข็นของเขาและเริ่มคีบซาลาเปาออกมาจากเข่งทีละชิ้น ทีละชิ้นก่อนจะนำมันใส่ถุงจากนั่นจึงทำการยื่นไปให้พี่สาวนางฟ้าที่สวยงามตรงหน้ารถเข็นคนที่หนึ่งก่อนจะกล่าวเตือนด้วยน้ำเสียงที่จริงจังเป็นห่วงแต่น้ำสีหน้ากลับหื่นไม่น้อยเลย…

     

    “พี่สาวนางฟ้านี่ของท่านขอรับ มันพึ่งนำออกมาจึงค่อนข้างที่จะร้อนพี่สาวโปรดระวังโดนลวกมือด้วยนะขอรับ =.,=”

     

           เขาทำการคีบซาลาเปาใส่ถุงอย่างรวดเร็วอีก9 ลูก ก่อนที่จะยื่นส่งไปให้พี่สาวนางฟ้าอีก 9 คนตรงหน้าของเขาหลังจากที่พวกนางได้ซาลาเปาไปไว้ในมือของพวกนางแล้วจึงไม่รอช้าอีกต่อไปทำการเปิดปากถุงห่อซาลาเปาที่อยู่ในมือออกด้วยความสงสัยใคร่รู้ว่ามันจะเป็นจริงเหมือนที่พวกนางได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับเจ้าซาลาเปาสีขาวตรงหน้าของพวกนาง…

     

    ““ในที่สุดพวกเราพี่น้องทั้งสิบจะได้รู้คลายความสงสัยเสียที...

     

    ““ซาลาเปาลูกน้อยน้อยน่ารักในมือพวกเรามันจะอร่อยอย่างที่คนได้กล่าวขานกันรึป่าวนะ!!!

     

    ตัดภาพกับไปช่วงเช้าที่โรงเตี๊ยมทรายขาว

     

            เมื่อครั้งที่พวกนางทั้งสิบพักอาศัยอยู่ในโรงเตี๊ยมทรายขาวกับได้ยินได้ฟังแต่มิได้เห็นกับตาหรือได้สัมผัสลิ้มลองด้วยลิ้นของพวกนางเนื่องจากพวกนางออกไปเดินเลือกซื้อเสื้อผ้าอุปกรณ์การแสดงต่างต่างทางฝั่งตะวันออกและค้างพักแรมทางฝั่งนั่นหนึ่งคืนพอรุ่งสางตอนกลับมาถึงโรงเตี๊ยมกำลังจะเข้ามาด้านในโรงเตี๊ยมนั่นกับพบเห็นเจ้าโล้นขาประจำกำลังขายข่าวเกี่ยวกับการต่อสู้ที่มีหนุ่มน้อยขายซาลาเปาอะไรสักอย่างพวกนางมิได้สนใจมากนักในคราแรกแต่บังเอิญอย่างยิ่งเมื่อพวกนางเดินตามหลังเจ้าโล้นเข้ามาด้านในโรงเตี๊ยมกับเห็นปฏิกิริยาของทุกคนด้านในกับเงียบกริบผิดปกติทุกคนภายในโรงเตี๊ยมกับเงียบลงอย่างพร้อมเพรียงกันคนที่หลับพักผ่อนก็เปิดประตูออกมา คนที่อยู่ชั้น 2 ก็กระโดดลงมาที่ชั้นหนึ่งสายตาของพวกเขาทั้งหลายกำลังจ้องมาที่เจ้าโล้น อาการเหมือนคนเห็นของเล่นหลังจากนั้นพี่ใหญ่ของ 10 นางฟ้ากับไปสะกิดชายผู้หนึ่งที่ยืนอยู่ตรงบันไดใกล้ปากทางเข้าโรงเตี๊ยมทรายขาวเพื่อที่จะได้สอบถามเรื่องต่างต่างที่มันมีความแปลกและเปลี่ยนไปในโรงเตี๊ยมชายที่โดนสกิดก็ตกใจพูดไม่ออก ยังมีอาการเขินอายให้เห็น หน้าของมันขึ้นสีแดงจางจางปรากฏให้เห็นปกติมันมายลโฉมพวกนางฟ้าทั้งสิบตั้งหลายรอบหลายครั้งแต่เห็นไม่ค่อยชัดเนื่องจากมันไม่มีเงินค่าเข้าโรงเตี๊ยมทรายขาวอย่างน้อยค่าผ่านทางเพื่อที่จะได้เข้าโรงเตี๊ยมก็1 ผลึกดินเข้าไปแล้ว มันไม่มีผลึก มันจึงทำได้แค่ยืนดูอยู่ตรงนี้เพียงเท่านั้น แต่ครั้งนี้เขาเจอพวกนางฟ้าตัวเป็นเป็นที่เขาได้แต่เก็บภาพพวกนางบันทึกไว้ในความทรงจำเพื่อไปจินตนาการไปนอนหลับฝันถึงสิบคน เขาจึงทำตัวไม่ถูกอยู่บ้าง...

            แต่เขาก็ต้องรู้สึกงุนงงเมื่อได้ยินคำถามของนางฟ้าที่สวยที่สุดและเป็นพี่ใหญ่ของทั้ง10คนเพราะพวกนางถามเกี่ยวกับข่าวของหนุ่มน้อยขายซาลาเปาข่าวนี่เจ้าโล้นยังมิได้เล่าทำให้เขาเองก็ไม่รู้เรื่องเช่นกันแต่เมื่อนางถามถึงซาลาเปาที่มีกลิ่นหอม มันกลับทำหน้าเคลิบเคลิ้มเหมือนคนดูดกัญชาแต่ยังคงกล่าวตอบให้พวกนางรู้ถึงการมีอยู่ของซาลาเปาน้อยมหัศจรรย์ ทำให้พวกนางทั้งสิบได้รับรู้ว่ามีคนที่สามารถทำซาลาเปาให้มีความพิเศษกว่าซาลาเปาปกติด้วยเอกลักษณ์ที่มีสีขาวปานเกร็ดหิมะ กลิ่นหอมที่ออกมาจากมันมีความพิเศษถึงขั้นสะกดวิญญาณผู้คนได้เมื่อพวกนางทั้งสิบได้ยินมิได้เชื่อถือหรือเอาสิ่งที่เขาเรามาคิดเป็นเรื่องจริงแต่อย่างใดด้วยสภาพของคนที่เล่าให้พวกนางฟังเหมือนคนอดอาหารมาเนิ่นนานเขามองอาหารจานไหนหรืออาหารอะไรคงจะบอกว่าหอมหวนเหมือนกันหมด แต่ถึงแม้พวกนางทั้งสิบจะไม่เชื่อเรื่องของซาลาเปาที่มีความอร่อยจนสามารถสะกดวิญญาณของผู้คนได้แต่พวกนางกลับมีความสงสัยอยากรู้อยากเห็นในข่าวของคนขายซาลาเปาแทน พวกนางก็มิรู้เพราะสาเหตุใดเช่นกันพวกนางทั้งสิบถึงอยากรู้เรื่องของเขาคนนี้มันเหมือนเป็นสัญชาติญาณของพวกนางมากกว่าที่เตือนว่าไม่ควรพลาดข่าวนี้ เมื่อพวกนางเห็นว่าเสร็จธุระจะถามข่าวก็ได้ถามแล้วไม่มีอะไรจะพูดต่อจึงทำการขอบคุณคนที่ให้ข่าวข้อมูลกับพวกนาง

            จากนั้นพวกนางทั้งสิบก็ได้รับรู้ถึงสถานที่ของคนขายซาลาเปาพวกนางทั้งสิบคนบังเอิญได้ยินจากปากของเจ้าโล้น ที่ขณะนั้นกำลังโดนทุกคนยืนล้อมกรอบตัวของมันอยู่แถวโถงกลางทางเดินพอดิบพอดีจึงได้เร่งรีบกันออกมาขนาดชุดพวกนางยังใส่ชุดที่ใช้แสดงมิได้ปรับเปลี่ยนเลยด้วยซ้ำ

             

    ณ รถเข็นขายซาลาเปาของกันจิ

     

            ขณะที่พวกนางทั้งสิบค่อยค่อยบรรจงเปิดถุงที่ห่อซาลาเปาออกอย่างช้าช้าทันใดนั้นภายในบริเวณที่พวกนางยืนอยู่นั่นกลับเต็มไปด้วยกลิ่นหอมของเจ้าซาลาเปาเป็นกลิ่นที่หอม ที่พวกนางไม่มีความสามารถหาคำเปรียบเปรยเพื่อที่จะบรรยายออกมาให้เป็นคำพูดกลิ่นหอมมันมิได้หยุดอยู่แค่บริเวณพวกนางทั้งสิบเพียงเท่านั้นแต่กับกระจายไปทางด้านหลัง ซึ่งเป็นที่ที่ทุกคนกำลังยืนต่อแถวรออยู่เมื่อกลิ่นหอมลอยไปกับทำให้เกิดปฏิกิริยาตอบสนองของทุกคนที่เหมือนกัน ปฏิกิริยาที่ว่าคือทำให้ทุกคนที่อยู่ด้านหลังของพวกนางหลับตาลงตามมาด้วยเสียงสูดลมหายใจระรัวดังสะท้อนไปมาทั่วบริเวณหน้ารถเข็นอีกครั้ง*ฟุดฟิด...ฟุดฟิด*….

     

    *น่าจะพอกินได้แหละนะ...*

     

            กันจิที่ไม่เคยลองชิมซาลาเปาที่ตนเองเป็นคนทำมาก่อนเขาคิดเพียงแค่ว่าซาลาเปาที่เขาได้ทำอาจจะพอมีรสชาติที่ดี คงจะอร่อยบ้าง อาจจะพอกินได้เพียงเท่านั้นที่เขาคิดแบบนี้ใช่ว่าจะมิมีสาเหตุ เนื่องจาก

            1.มันเป็นการทำซาลาเปาด้วยวิธีที่ดูแปลกใหม่เช่นการทำอาหารสดทำให้ความคาดหวังของผู้คนในบริเวณนี้ที่กำลังเห็นวัตถุดิบแปรสภาพอย่างช้าช้าไปเป็นอาหารที่พวกเขาหวังอาหารในที่นี้ที่กำลังกล่างหมายถึงซาลาเปา

            2.ส่วนตัวซาลาเปาที่เขาได้ทำมันเป็นเพียงซาลาเปาไส้หมูสับที่ดูธรรมดาเอามากมากเพียงแค่มีรูปลักษณ์ที่ดูดีน่ารับประทาน

            แม้เขาจะมีความคิดเป็นกลาง ถึงจะมีความอยากรู้อยากเห็นและยิ่งสงสัยว่ามันจะอร่อยจริงหรือเปล่าแต่อันที่จริงเขาค่อนข้างหวังให้ผลลัพธ์ออกมาดีกว่าที่เขาคิดไว้มากกว่ายิ่งมากเท่าไรยิ่งดี เขาจะได้ทำภารกิจของเจ๊ซีโร่สำเร็จสักที...

     

    *พวกนางทำไมดูมีอาการแปลกแปลกมิได้ทานข้าวกันมารึไงกันนะ ?!*

             

            พี่นางฟ้าทั้งสิบที่ถือถุงซาลาเปากำลังยืนถือถุงซาลาเปาอยู่ตรงหน้ารถเข็นของเขากลับทำท่าทางดูราวกับพวกเธอจะกลายร่างเป็นผีที่หิวโหยมีบางคนที่น้ำลายไหลออกมาจากมุมปากแล้วด้วยซ้ำ ทำท่าเหมือนไม่ได้รับประทานอาหารมาหลายต่อหลายวันหรือกระทั่งเป็นสัปดาห์ก็มิเกินเลยมันช่างขัดกับภาพลักษณ์สง่างามราวกับนางฟ้าของพวกนางเสียจริง

     

    ““อืม! ขนาดกลิ่นหอมจากภายนอกของเปลือกซาลาเปาที่ห่อหุ้มอยู่ยังมีกลิ่นที่หอมขนาดนี้แล้วถ้าแหวกตรงกลางเพื่อดูไส้ของซาลาเปาล่ะไส้ซาลาเปาที่แปลกใหม่ เช่นไส้หมูสับ มันจะหอมได้ถึงขนาดไหนกันนะ ยิ่งพี่สาวคิดก็ยิ่งน้ำลายสอแล้วเจ้าค่ะประกอบกับรูปลักษณ์ซาลาเปาสีขาวเนียนเหมือนเกร็ดหิมะ ผิวซาลาเปาที่ดูเรียบเนียนนี้มันเป็นกลิ่นของอาหารอันโอชะที่ถ้าหากพี่สาวมิได้ลิ้มลองสักครั้งคงจะเสียใจเป็นแน่””

     

    **หงึก หงึก หงึก...**

          

            น้องเล็กของสิบนางฟ้าที่ยืนอยู่คนท้ายสุดของทั้งสิบคนเป็นคนกล่าวออกมาด้วยเสียงที่ค่อนข้างพอใจส่วนที่เหลืออีก9 คนพยักหน้าเห็นด้วยอย่างไม่มีข้อโต้แย้ง...

     

    ในระหว่างที่พวกนางกำลังดื่มด่ำกลับกลิ่นหอมอยู่นั่นกลับมีชายอ้วนที่อยู่ด้านหลังน้องเล็กของสิบนางฟ้านั่นกับเอ่ยขัดขึ้นมาว่า

     

    ““อ...เอออ..?

     

    ““คือว่าข้าขอซื้อซาลาเปาต่อจากเจ้าเลยได้หรือไม่ขอรับ?!ข้าน้อยจะเพิ่มเงินให้แม่นางด้วยก็ได้นะขอรับ”” ชายอ้วนกล่าวออกมาด้วยความสุภาพอ่อนน้อมแต่บริเวณปากกลับเห็นลอยน้ำลายที่ยังเช็ดไม่หมดปรากฏอยู่บริเวณมุมปากทั้งสองข้างของชายอ้วนแม้หลายคนจะมีหลากหลายความคิดแต่สิ่งเดียวที่พวกมันคิดไปในทิศทางเดียวกันคือต้องได้ลิ้มลองอะไรก็ตามที่เป็นตัวการที่ปปล่อยกลิ่นอันหอมหวนขจรสิบทิศนี้ให้ได้สักคำ สักคราไม่ว่ามันจะมีราคาค่างวดเท่าใดมิว่าจะถูกหรือจะแพงจนมิอาจรับได้ก็ตามจึงพยักหน้าพร้อมพร้อมกันหลังจากที่ชายอ้วนได้กล่าวเสร็จ**หงึก หงึก หงึก...**

     

    “ท่านชาย...พวกท่านทั้งหลายประเดี๋ยวพวกท่านก็จะได้ซื้อซาลาเปาจากหนุ่มน้อยอยู่แล้ว ช่วยอดใจรอกันสักหน่อยสิเจ้าค่ะ!

            ( ̄. ̄) ? (อันนี้มึน ๆ งงๆแต่ก็ยังตอบคำถาม)

     

    *ชิ่ง ชิ่ง ชิ่ง... “หึ หึ!”*

            =_=++ (วิ้ง ๆ ส่งสายตาอาฆาต)

     

    เมื่อพวกนางเห็นสายตาของคนโดยรอบแถมยังมีเสียงหัวเราะเบาเบาในลำคอของพวกมันที่ไม่ได้มองมาที่พวกนางแต่มองมาที่ของในมือพวกนางแทนแม่นางทั้งสิบมิกล้ารีรอชักช้าอีกต่อไปพวกนางทั้งสิบสบตากันเพียงเสี้ยววิก่อนที่จะบรรจงใช้ริมฝีปากบางเล็กได้รูปของพวกนางกัดเบาเบาไปที่ซาลาเปาน้อยที่กำลังจะถูกคนขโมยเป็นซาลาเปาเจ้าปัญหาที่ยั่วเย้าอารมณ์กระหายอยากของทุกผู้คนรวมถึงพวกนางทั้งสิบให้น้ำลายสอสะให้รู้แล้วรู้รอดไปสะเป็นการตัดไฟแต่ต้นลม...

     

    พวกนางทั้งสิบเมื่อได้ลิ้มรสชาติของซาลาเปาไปเพียงนิดเป็นเพียงคำเล็กเล็กเพียงเท่านั้น กับทำท่าทางตกใจประหลาดใจเป็นอย่างมากยังอดอุทานออกมาไม่ได้อีกว่า “นี้มันอะไรกันแน่!! แถมกลิ่นที่หอมนี่มันเป็นไปได้หรือยังไง!?” ทำให้ทุกคนในบริเวณที่ได้ยินแม้จะไม่เข้าใจในประโยคแรกที่พวกนางทั้งสิบได้กล่าวแต่กับประโยคหลังกับมีปฏิกิริยากับจมูก จมูกของพวกเขาทำงานเองโดยอัตโนมัติ **ฟุดฟิด...ฟุดฟิด**….

     

    ก่อนที่จะกัดลงไปที่ซาลาเปาอีก 1 คำแล้วหลังจากนั้นทั้งสิบคนก็ทำหน้าตาเคลิบเคลิ้มพร้อมกับอุทานออกมาด้วยเสียงที่แผ่วเบาแต่มีความพร้อมเพียงกันว่า“อืมมมมม!!! เจ้านี่มันอ...อ...อร่อย...มันอร่อยมากมากเลยเจ้าค่ะ!”

     

    “แต่ข้าน้อยมิอาจจะอธิบายถึงความรู้สึกที่แปลกประหลาดนั้นได้เลย...มัน...มัน...

     

    ““แม่นางทั้งสิบ...มันเหมือนกับว่าเจ้ากำลังฝันดีแล้วสะดุ้งตื่นจากฝันใช่หรือไม่”” *ควับ...ควับ* ทุกคนไม่เว้นคนทำอย่างกันจิหันไปทางต้นเสียง จึงสังเกตเห็นคนที่กล่าวคำพูดคลุมเครือนั่นก็คือแม่นางที่แต่งตัวเยี่ยงบุรุษ

     

    “ใช่แล้วเจ้าค่ะ...เป็นแบบนั้นเลยเจ้าค่ะ...หลังจากที่ข้าน้อยได้กัดลงไปที่ซาลาเปาในครั้งที่สองข้าน้อยยิ่งเริ่มรู้สึกประหลาดใจมากขึ้นที่ความรู้สึกที่ลิ้นของข้าน้อยนั่นได้สัมผัสกับซาลาเปาสีขาวนวลไปแล้วเต็มเต็มคำแท้แท้แต่พอข้าน้อยลืมตาขึ้นมาอีกทีซาลาเปาคำนั้นมันได้อันตธารหายไปจากปากของข้าน้อยเองโดยที่ข้าน้อยยังมิได้เคี้ยวหรือกลืนมันลงไปเลยด้วยซ้ำเหมือนมันละลายหายไปในอากาศโดยที่ข้าน้อยเองก็มิได้ตั้งตัวหรือรู้สึกตัวเลย แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้ข้าน้อยมั่นใจนี่เป็นความเป็นจริงข้าน้อยมิได้ฝัน นั่นเพราะในมือของข้าน้อยยังมีซาลาเปาสีขาวนวลที่มีรอยกัดแหว่งไป 2ฝั่ง หลังจากนั้นข้าน้อยรู้สึกเหมือนกับว่าข้าน้อยราวกับกำลังโดนมนต์สะกด เหมือนข้าน้อยโดนสะกดจิตให้รู้สึกสุขสมดั่งใจปรารถนาราวกับว่าดวงวิญญาณของข้าน้อยกำลังออกมาโห่ร้องปิติยินดีที่ได้ถือกำเนิดเกิดใหม่อีกครั้งเจ้าค่ะ”

     

    “““…………..!!!

     

           เมื่อทุกคนทั่วบริเวณได้ยินคำกล่าวของน้องเล็กของสิบนางฟ้า ก็พากันเงียบปากลงไม่มีสิ่งใดหลุดรอดออกมาให้ได้ยินแม้แต่เสียงลมหายใจจนนางฟ้าน้อยน้องเล็กของสิบนางฟ้าถึงกับสงสัยจึงต้องถามออกไป

     

    “เอ๊ะ...!?

            (๑•̌.•̑๑)ˀ̣ˀ̣ ?!

     

    “นี่พวกท่านเป็นอะไรกันหรือเจ้าค่ะ?!”

     

    ““ฮ่าฮ่าฮ่า(✿ ◜◒◝ )...แม่นางมิต้องกังวลสงสัยสิ่งใดหรอกวันที่ถงทงน้อยตัวแซบถือซาลาเปาเจ้าปัญหาเข้ามาในโรงเตี๊ยมทุกคนก็มีอาการเป็นเช่นนี้เหมือนกันมิผิดเพี้ยน !!!””