ค่าพลังชีวิตของแม่ทัพอันเดดลดลงอย่างต่อเนื่องภายใต้ฝีมือของทีมห้าคน ปัจจุบันเนื่องจากมีผู้ช่วยทำให้พลังชีวิตของหว๋อเปิ่นซานเหลียงฟื้นฟูต่อเนื่อง และด้วยบัพของนักบวชทั้งสองทำให้สกิลจื้อลี่ชาวฉุนมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ส่งผลต่อการลดค่าพลังชีวิตของ BOSS ซึ่งมันเหนือความคาดหมายไปไกล...
เมื่อเห็นว่าพลังชีวิตของแม่ทัพอันเดดได้ลดลงไป 50% จากพลังชีวิตที่เหลือ เย่ฮวาก็เริ่มวิตกกังวลเหมือนกับมดโดนไฟลวก แต่ตอนนี้กวาจื่อกับเลียริมฝีปากของเขาด้วยรอยยิ้มแล้วพูดว่า "คงใกล้ได้เวลาแล้ว ~"
"หมายความว่าไง?"
"เ้าพวกมดปลวก! กล้ามากที่มาทำร้ายข้า! ข้าจะให้พวกเ้าชดใช้ในสิ่งที่พวกเ้าทำ!" แม่ทัพอันเดดคำรามลั่นออกมา ทันใดนั้นดาบใหญ่ของมันก็กวัดแกว่งไปมาในอากาศ กระแสคลื่นของดาบกวาดไปรอบ ๆ ส่งผลให้เจียวหยู่หยานตี้กลายเป็ลำแสงสีขาวพุ่งไปยังเมืองชิงสุ่ย พร้อมเสียงอุทานก่อนเสียงจะขาดหาย!
สกิลยังไม่หมดเท่านั้น แม่ทัพอันเดด ยกดาบใหญ่ตัดผ่านอากาศ จนคลื่นดาบที่ทรงพลังได้ะเิเข้าใส่จื้อลี่ชาวฉุน เนื่องจากมันเป็ปราณดาบจึงส่งผลโดยตรง
ค่าสถานะของ จื้อลี่ชาวฉุน สูงที่สุดในบรรดาห้าคน ดังนั้นสกิลการโจมตีของ BOSS ย่อมต้องเล็งเขาเป็ธรรมดา และแล้วเย่ฮวาก็รู้ว่าที่กวาจื่อพูดหมายถึงอะไร
กวาจื่อมองสองคนที่ถูกฆ่าและกล่าวว่า "ข้อมูลของหลิงเกิง ชี้ให้เห็นว่าบอสส่วนใหญ่จะโจมตีธรรมดาเมื่อพลังชีวิตยังเหลือ 50% ถึง 60% แต่หากพลังชีวิตต่ำกว่าค่าที่กำหนด มันจะปล่อยทักษะสกิลของมันออกมา ถึงแบบนั้นมันก็ยังคำนวณเวลาคลูดาวน์สกิล หมายความว่าการที่มันจะปล่อยสกิลขึ้นอยู่กับค่าพลังชีวิต ยิ่งพลังชีวิตเหลือน้อยโอกาสที่จะปล่อยสกิลก็ยิ่งมีมาก "
เขาพยักหน้ารับฟังกวาจื่อพูดอย่างต่อเนื่อง: "พวกเขามีแทงค์หนึ่ง ซับพอตสองซึ่งมีพลังการโจมตีต่ำ ถึงเป็งั้นเราก็ยังไม่มีโอกาสฆ่ามัน คงต้องรอเวลาอีกสามหรือสี่นาที ตอนนี้เรายังชิงจัดการบอสไม่ได้”
กวาจื่อ กล่าวได้อย่างถูกต้องถึงแม้ว่าหว๋อเปิ่นซานเหลียงและนักบวชสองคน จะไม่สามารถสร้างความเสียหายให้กับแม่ทัพอันเดดได้ แต่ถ้าพวกนั้นออกจากสถานะการต่อสู้ จะไม่มีใครรับ่ต่อสู้กับแม่ทัพอันเดด ถ้าขืนเป็แบบนั้นความพยายามก่อนหน้าของพวกเขาก็คงไร้ความหมาย
ดังนั้นอีกฝ่ายย่อมต้องตามสมาชิกผู้เล่นจากกิลด์วิหารสังหาร แต่เย่ฮวาและกวาจื่อจะไม่ให้โอกาสนั้นแก่พวกเขา!
หลังจากเขาและกวาจื่อกำหนดกลยุทธ์ กวาจื่อก็กลับเข้าสู่สภาวะซ่อนเร้น หลังจากนักบวชสองคนใช้สกิลฟื้นฟูพลังชีวิตให้กับหว๋อเปิ่นซานเหลียง ทั้งคู่ก็คำนวณเวลาในการคลูดาวน์สกิลฮีลของตัวเอง ระหว่างที่เวลาคลูดาวน์ใกล้เสร็จ ทันใดนั้นมีดในมือกวาจื่อก็แทงใส่นักบวชหญิงอย่างรวดเร็ว
มีดของกวาจื่อ ตวัดผ่านไปตามแผ่นหลังนักบวชหญิง จากนั้นตัวเลขค่าความเสียหายสามครั้งก็ปรากฏขึ้น
"135"
"161"
"217"
นักบวชเป็อาชีพที่มีพลังชีวิตและการป้องกันต่ำ สำหรับการโจมตีต่อเนื่องของกวาจื่ออีกฝ่ายสามารถทนได้เพียงสองครั้ง ฉะนั้นภายใต้การโจมตีของกวาจื่อจึงทำให้เืของนักบวชลดลงฮวบ และการโจมตีครั้งสุดท้ายคือสกิลลอบสังหารของกวาจื่อ และการโจมตีจากด้านหลังจะทำให้เกิดความเสียหายมากขึ้น อีกทั้งยังเพิ่มอัตราการโจมตีติดคริติคอล ซึ่งถึงต่อให้ไม่มีการโจมตีติดคริติคอลอีกฝ่ายก็ยากจะต้านทานได้อยู่แล้ว
หลังจากนักบวชหญิงถูกเล่นงานโดยกวาจื่อ เป้าหมายของเย่ฮวาก็เป็นักบวชชาย เมื่อเขาได้เห็นนักบวชหญิงถูกฆ่าตาย ก็พลันะโขึ้นมาดังลั่น "ไอ้สารเลว! แกฆ่าภรรยาของฉัน!"
่ที่เขาหันไปะโด่ากวาจื่อ เย่ฮวาก็ชิงลงมือปลิดชีพเขาด้วยการโจมตีปกติ ตามด้วยสกิลคอมโบในคราวเดียว แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขาใมากที่สุดก็คือการที่หว๋อเปิ่นซานเหลียงถือโล่ปกป้องแม่ทัพอันเดด
ตอนนี้พลังชีวิตของหว๋อเปิ่นซานเหลียงเหลือไม่มากแล้ว มันยากที่จะฟื้นฟูกลับมาโดยปราศจากการฮีลจากนักบวชทั้งสอง ถึงแม้หว๋อเปิ่นซานเหลียงใช้โพชั่นระดับ 5 เพิ่มพลังชีวิต 500 หน่วย แต่เขาก็ต้องตายด้วยเงื้อมมือของแม่ทัพอันเดดในอีกไม่ช้า ในขณะที่ใกล้ตายเขาก็จ้องมาที่เย่ฮวาแด้วยสายตาอาฆาต ก่อนจะคำรามลั่น : "อีเย่กู่โจว! วิหารสังหารจะไม่มีทางปล่อยแกไปแน่!"
หลังจากที่พูดจบ ร่างของเขาก็ล้มลงภายใต้ดาบใหญ่ของแม่ทัพอันเดด เห็นแบบนั้นเย่ฮวาก็ถอนหายใจ ก่อนจะกระชับดาบยาวในมือแน่น พร้อมกับะโขึ้น "กวาจื่อ เราลุยกันเถอะ!"
"จัดไป!"
กวาจื่อ รีบลงมืออย่างรวดเร็ว
พวกเขาเริ่มต้นการโจมตีด้วยยุทธวิธีตามที่วางแผนกันมาก่อนหน้านี้ ถึงแม้ว่าพลังการโจมตีของแม่ทัพอันเดดจะน่าสะพรึงกลัว แต่ด้วยประสบการณ์การต่อสู้ที่ผ่านมา ทำให้แผนการดำเนินเป็ไปตามที่พวกเขาได้วางเอาไว้ พลังชีวิตของแม่ทัพอันเดดลดลงอย่างรวดเร็ว
เนื่องจากมีเวลาให้เตรียมการมากพอสมควร ทำให้ทั้งสองตัดสินใจได้อย่างแม่นยำ กวาจื่อเองก็เกือบจะพลาดท่าเสียทีไปครั้งหนึ่ง ทำให้มีหลายครั้งที่เขาลังเลในการที่จะซ่อนตัว
พลังชีวิตของแม่ทัพอันเดดยังคงลดลงอย่างรวดเร็ว ภายในเวลาไม่นานก็เหลือเพียง 20% ทำให้พวกเขามีเวลาน้อยมาก และตามเงื่อนไขระบบของ หลิงเกิง บางทีสกิลสุดท้ายของแม่ทัพอันเดดอาจจะใกล้ถูกปล่อยออกมา ที่สำคัญคือพวกเขายังไม่รู้ผลลัพธ์ของสกิล ดังนั้นเย่ฮวาและกวาจื่อ จึงไม่แน่ใจว่าจะเอาชนะมันได้ บางทีผลลัพธ์ที่ออกมาอาจจะสลับกัน
และแล้วเย่ฮวาก็ตระหนักถึงบางสิ่งที่น่ากลัว แม่ทัพอันเดดเวลานี้ถูกปกคลุมไปด้วยกระแสลมสีดำ ก่อนมันจะใช้ดาบใหญ่ปักลงผืนพสุธา พร้ะโกนว่า: "คาดไม่ถึงเลยว่า เมื่อข้าฟื้นคืนชีพกลับมาจากความตาย ข้าจะได้พบกับคนที่สามารถต่อกรกับข้าได้ ดังนั้นเพื่อเป็การยกย่องข้าจะแสดงทักษะสุดท้าย! "
ฝ่ามือของแม่ทัพอันเดด ยกขึ้นมาแล้วกระแทกลงบนพื้นดินโดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ของเหลวสีดำ ตราประทับลักษณะคล้ายใยแมงมุมปรากฏบนพื้นดิน ตามด้วยนักรบโครงกระดูกที่ปรากฏตัวขึ้น
เมื่อแม่ทัพอันเดด เรียกใช้สกิลของมัน เย่ฮวาและกวาจื่อก็เว้นระยะถอยออกมาพอสมควร แต่สกิลนี้ไม่ใช่สกิลโจมตีโดยตรง แต่เป็สกิลประเภทอัญเชิญที่เรียกสมุนออกมาช่วยในการต่อสู้
เห็นแบบนี้แล้ว เย่ฮวาก็เริ่มมีหวังนิดหน่อย เขาและกวาจื่อจึงรีบพุ่งตรงไปยังแม่ทัพอันเดด ทว่าเวลานั้นมอนสเตอร์ที่ถูกอัญเชิญโดยแม่ทัพอันเดด ก็ตรงมาขวางพวกเขา ทำให้ยากที่จะเข้าถึงตัวแม่ทัพอันเดด พวกเขาจึงต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการจัดการกับตัวปัญหาเหล่านี้ ส่งผลให้การฆ่าบอสล่าช้า
แม้ว่าสถานการณ์จะอยู่ใน่วิกฤติ แต่ด้วยความพยายามที่ไม่ลดละทำให้พลังชีวิตของแม่ทัพอันเดดจวนจะหมดสิ้น ทั้งสองคนได้รับค่าประสบการณ์มากมายในการสังหารมอนสเตอร์ที่ถูกอัญเชิญโดยแม่ทัพอันเดด โดยเฉพาะเย่ฮวาที่ฆ่าพวกมันเป็จำนวนมาก ทำให้เลเวลของพวกเขามาถึงระดับ 17
ในระหว่างที่พวกเขากำลังมองเห็นชัยชนะ เสียงที่คุ้นเคยที่เต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดก็ดังมาจากระยะไกล: "บัดซบ! ทุกคนปิดล้อมที่นี่เอาไว้ ฉันจะฆ่าพวกสุนัขสองตัวที่กล้ามาแย่งบอสเรา"
ไม่จำเป็ต้องหันกลับไปมอง เขาก็รู้ว่าเป็ใคร และถ้าฟังจากเสียงนอกจากจื้อลี่ชาวฉุนแล้ว ยังมีสมาชิกของวิหารสังหารจำนวนมากที่ตามมาด้วย
"ฉึก! ~"
ดาบยาวของเย่ฮวาทิ้มทะลวงไปที่หน้าอกของแม่ทัพอันเดด พลังชีวิตหยดสุดท้ายของแม่ทัพอันเดดก็ถูกพรากไปภายใต้เงื้อมมือเขา พริบตาแม่ทัพอันเดดก็ส่งเสียงร้องโหยหวนพร้อมกับคุกเข่าลงพื้นช้า ๆ : "ข้าพ่ายแพ้งั้นรึ! ไม่ข้าไม่มีวันพ่ายแพ้!
หลังจากสิ้นเสียงคำราม แม่ทัพอันเดดก็ล้มลงกับพื้นทำให้บริเวณร่างของมันมีอุปกรณ์และเหรียญเงินจำนวนมากดรอปกระจาย ทั้งเย่ฮวาและกวาจื่อต่างก็รีบเคลื่อนไปข้างหน้า พร้อมกับรีบเก็บอุปกรณ์และเหรียญเงินใส่ในกระเป๋าสัมภาระสะพายหลัง พริบตาเดียวอุปกรณ์ทุกชิ้นก็ได้ย้ายเข้ามาอยู่ในกระเป๋าสัมภาระของพวกเขา มีเพียงเหรียญเงินที่หล่นกระจายอยู่ซึ่งไม่ใช่เื่ง่ายที่จะเก็บมาได้หมดในคราวเดียว พริบตาทั้งคู่ก็รีบะโข้ามพุ่มหญ้าใส่เกียร์หมาเผ่นหนี
ทำไมต้องหนีน่ะเหรอ นั่นเป็เพราะว่ามีลูกธนูหลายดอกพุ่งตรงมาที่เขาและกวาจื่อ โดยเฉพาะลูกศรที่ปักใส่กวาจื่อ ที่เป็สิ่งบอกให้พวกเขารู้ว่าสถานการณ์ตอนนี้อันตรายแค่ไหน
เย่ฮวาสามารถมองเห็นผู้เล่นที่มาจาก วิหารสังหาร จากแผนที่ย่อ ซึ่งมีอย่างน้อยๆ 40 คน และเนื่องจากหัวหน้ากิลด์วิหารสังหารมีเลเวล 17 แต่ว่าเขาในตอนนี้กำลังจะเลเวลอัพขึ้นเป็ 18 เนื่องจากหลอดค่าประสบการณ์ที่มากกว่า ทำให้อีกฝ่ายหาพวกเขาไม่พบ แต่อย่าลืมว่ามดจำนวนมากก็สามารถล้มช้างได้ ตัวเขาเองก็เข้าใจความหมายของคำคำนี้ดี ดังนั้นจึงมีแต่ต้องใช้สกิลการหนี!
พวกเขาจำเป็ต้องแข่งกับเวลา ไม่เช่นนั้นเขาจะต้องตกอยู่ในวงล้อมสมาชิกวิหารสังหาร ผ่านไปไม่นานเขาและกวาจื่อก็หนีออกมาจากช่องว่าง แต่จื้อลี่ชาวฉุนจะยอมปล่อยเขาไปง่ายๆ เหรอ ? ในอดีตตอนที่อยู่หมู่บ้านผู้เล่นใหม่ เย่ฮวา เคยฆ่าพวกนั้น มิหนำซ้ำก่อนหน้านี้ยังแย่งบอสไปจากอีกฝ่าย
พวก เย่ฮวา ไม่กล้าแม้แต่จะหยุดพักหายใจ สำหรับกวาจื่อที่เป็นักฆ่าย่อมเคลื่อนไหวได้รวดเร็ว เขาจึงวิ่งนำหน้าเย่ฮวา แต่ทางด้านวิหารสังหารก็มีนักฆ่าและนักธนู ซึ่งทั้งสองอาชีพนี้ต่างก็เป็พวกสายเกราะเบาเช่นเดียวกัน
ความเร็วของผู้เล่นจึงถูกจำกัด ตามค่าคุณสมบัติและเลเวลในหลิงเกิง ซึ่งเลเวลของเย่ฮวาสูงกว่านักธนูและนักฆ่าของอีกฝ่าย ดังนั้นความเร็วในการเคลื่อนไหวจึงไม่ถือว่าช้าเกินไป แต่มันก็เริ่มทำให้เขานึกเสียใจที่ไม่ยอมเลือกเกราะเบา
กวาจื่อ ส่งข้อความหาเย่ฮวาในขณะที่วิ่ง "เย่ฮวา, ฉันเพิ่งดูแผนที่ขนาดใหญ่ มันมีแผนที่ที่เรียกว่า ป่างูเขียว ที่ตั้งอยู่ทิศตะวันตก ภูมิประเทศในบริเวณนั้นสลับซับซ้อนมาก เราสามารถใช้ที่นั่นซ่อนตัว บางทีเราอาจจะหนีรอดจากการตามล่า "
ในเวลานี้แบบนี้ยังจะมีตัวเลือกอื่น นอกจากฟังความเห็นของกวาจื่อซะที่ไหน ?
เขาส่งข้อความตอบกลับ: "ถ้างั้นพวกเราก็ไปที่ป่างูเขียว ว่าแต่เลเวลมอนสเตอร์ที่นั้นคงไม่สูงเกินไปใช่ไหม?"
"บางตัวเป็มอนสเตอร์เลเวลสูงกว่า 20 แต่ด้วยค่าสเตตัสปัจจุบันของเราก็ถือว่าพอมีโอกาสรอดชีวิตค่อนข้างสูง ฉันว่าพวกเราไปหาที่ซ่อนตัวดีๆเพื่อออฟไลน์หลีกเลี่ยงหายนะนี้ก่อน "
"ก็ดี!"
หลังจากนั้นทั้งสองคนก็ได้เปลี่ยนเส้นทางหลบหนี ในเวลานี้นักฆ่าและนักธนูที่อยู่ด้านหลังอยู่ห่างเป็ระยะทางสี่สิบหรือห้าสิบเมตร เท่าที่ตรวจสอบข้อมูลมาการโจมตีของนักธนูอยู่ที่ 30 เมตร ไม่งั้นพวกนั้นคงสอยพวกเขาแล้ว ดังนั้นอีกฝ่ายจึงไม่สามารถทำอันตรายพวกเขาได้ชั่วคราว
นักฆ่าและนักธนูที่ไล่ตามอยู่ด้านหลังมีอยู่ราวๆ 7 ถึง 8 คน ต่อให้พวกเขาทั้งคู่หันหลังกลับไปเผชิญหน้า จนสามารถกำจัดอีกฝ่ายได้ แต่ด้านหลังยังมีกองกำลังขนาดใหญ่ที่ไล่ตามมาสมทบ แน่นอนว่าพวกเขาไม่สามารถรับมือคนกลุ่มนั้นพร้อมกันได้
ในเวลานี้พวกเขาจึงได้แต่วิ่งเข้าสู่แผนที่ ป่างูเขียว!
แผนที่ ป่างูเขียว เต็มไปด้วยมอนสเตอร์ประเภท งู ลำพังเผชิญหน้ากับ งูเขียว ผู้เล่นที่มีเลเวลต่ำก็ย่อมต้องพบจุดจบอย่างไม่ต้องสงสัย ดังนั้นถ้าเป็ที่นี่ผู้เล่นเลเวลต่ำคงไม่สามารถตามเข้ามายังส่วนลึกได้~
บริเวณนี้จึงมีแค่เย่ฮวาและกวาจื่อ ทันทีที่พวกเขาเห็นมอนสเตอร์ ทั้งคู่ก็จะพยายามหลีกเลี่ยงการดึงดูดค่าความเกลียดชังของพวกมัน ทำให้พวกเขาสามารถมุ่งหน้าเข้าไปยังส่วนลึก อย่างไรก็ตามผู้เล่นจากวิหารสังหารมีจำนวนมากเกินไป ยิ่งเข้าไปลึกมันก็ยิ่งถ่วงเวลาอีกฝ่ายให้ต้องชะลอความเร็ว จุดนี้มันทำให้พวกเขาทั้งคู่มีเวลามากขึ้น
จบตอน