ระหว่างการเดินทางสู่เรือเหาะ โซลาร์ขอให้ทั้งสองแวะพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งที่มีบ่อน้ำร้อนขึ้นชื่อ เอ็ดวานและฮาจาเห็นว่าหลังจากนี้พวกเขาคงจะต้องเจอกับเรื่องยากลำบากอีกมากมาย ตอนนี้หากมีโอกาสได้พักก็ควรจะตักตวงมันให้เต็มที่ จึงตกลงตามที่โซลาร์เสนอ
โรงแรมแห่งนี้เป็นโรงแรมเก่าแก่ที่รอดพ้นมาจากสงครามหลายต่อหลายครั้งมาได้อย่างไม่น่าเชื่อ ที่สำคัญยังมีบ่อน้ำร้อนซึ่งเป็นสิ่งที่หาได้ยากยิ่งในทวีปที่หนาวเย็นอย่างบริซาเนีย จึงไม่น่าแปลกเลยที่ก่อนหน้านี้มันจะคึกคักตลอดไม่ว่าจะเป็นช่วงไหนของปี จนเมื่อไม่นานมานี้ที่กราโดได้ยึดเอาปราสาทร้างมาทำเป็นปราสาทของตน โรงแรมแห่งนี้ที่อยู่ไม่ไกลนักจึงซบเซาลง
เจ้าของโรงแรมเมื่อพบกับแขกที่ไม่ได้เจอมานานอย่างพวกเอ็ดวานจึงดีใจออกนอกหน้า ยิ่งเมื่อได้รู้ว่าพวกเขาคือกลุ่มวีรบุรุษที่ปราบกราโดลงได้ก็ยิ่งต้อนรับขับสู้พวกเขาราวกับเป็นราชา
โซลาร์ปฏิเสธที่จะพักร่วมห้องกับเอ็ดวาน พวกเขาจึงต้องเช่าห้องถึงสามห้องซึ่งโชคดีที่ป้ายชื่อ ‘วีรบุรุษผู้ปราบซอมบี้ลอร์ด’ ทำให้เจ้าของลดราคาให้จนเกือบจะได้พักฟรีก็ไม่ปาน
ฮาจาไม่เคยเห็นบ่อน้ำร้อนแบบนี้จึงตั้งใจว่าหลังจากเก็บข้าวของในห้องพักแล้วเธอจะขอลองแช่น้ำให้สบายใจเสียหน่อย บ่อน้ำของที่นี่แยกหญิงชาย ความที่เธอไม่ชินกับการที่จะต้องแช่น้ำร่วมกับใคร ดังนั้นการเข้าพักในช่วงนี้ที่ไม่มีแขกกลุ่มอื่นเลยจึงเป็นโอกาสที่ดีมาก
แต่เธอคิดผิด หลังจากเปลี่ยนชุดเป็นผ้าเช็ดตัวสำหรับใช้ในบ่อน้ำร้อนแล้วเธอก็พุ่งลงบ่ออย่างมีความสุขโดยที่ไม่ได้สังเกตเลยว่ามีใครบางคนอยู่ที่นั่นแล้ว ทั้งสองประสานสายตากันและนั่นทำให้ฮาจาเกือบจะร้องกรี้ดออกมา
คนที่อยู่ตรงหน้าคล้ายกับโซลาร์มาก ไม่ว่าจะโครงหน้า ผมสั้นสีน้ำตาล รวมทั้งสีของดวงตาที่เหมือนกัน มันราวกับว่าอีกฝ่ายเป็นฝาแฝดของโซลาร์ก็ไม่ปาน หากไม่ใช่เพราะว่ารูปร่างที่บอบบางมีส่วนโค้งส่วนเว้านั่น ฮาจาก็คงจะเผลอคิดว่าเธอเข้าห้องผิดไปเข้าบ่อน้ำร้อนของผู้ชายเสียแล้ว
หญิงปริศนาตรงหน้าดูเหมือนจะเพิ่งรู้ตัวว่าทำให้เธอตกใจ จึงทักทายฮาจาและชวนอีกฝ่ายมาเข้าร่วมแช่น้ำด้วย ฮาจาเขินอายที่จะอยู่ต่อ แต่ก็กลัวจะเสียมารยาท จึงลงไปแช่ในบ่อโดยพยายามเลี่ยงไม่หันไปมองทางคนแปลกหน้า
“เจ้านี่ซ่อนรูปจริงๆ แฮะ ตอนอยู่ในชุดนักบวชนั่นดูแทบไม่ออกเลย” อีกฝ่ายทักทายด้วยรูปประโยคประหลาดทำให้ฮาจาหน้าแดง
“ข้า...เอ่อ ไม่รู้ว่าโรงแรมมีแขกคนอื่นนอกจากพวกเรา” ฮาจาพยายามเปลี่ยนเรื่อง
“เอ๋? มีด้วยรึ ข้าเข้าใจว่ามีแค่ข้า เจ้า แล้วก็อีตาเอ็ดวานนั่นเท่านั้นซะอีก”
ประโยคแปลกๆ นั่นทำให้ฮาจารู้สึกฉุกใจขึ้นมา คนคนนี้พูดราวกับว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม และเมื่อเธอหันไปมองเขาเต็มๆ ตาก็พบว่าผู้หญิงคนนี้ใส่แหวนเข้ามาอาบน้ำด้วย ลำพังแค่ใส่เครื่องประดับแช่น้ำร้อนก็คงจะไม่แปลกนักหรอกถ้าไม่ใช่เพราะแหวนทั้งสามวงนั้นเธอเคยเห็นมันมาก่อนที่ไหนสักแห่ง
“อ่อ นี่เจ้าจำข้าไม่ได้สินะ ลืมไปว่ายังไม่เคยให้เจ้าเห็นข้าในร่างนี้มาก่อน” คนตรงหน้าฮาจาลุกขึ้นยืนเผยให้เห็นเรือนร่างอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะมองมุมไหนเจ้าตัวก็เป็นหญิงสาววัยรุ่นหน้าตาดีคนหนึ่งเท่านั้น แต่เพียงชั่วพริบตาต่อมาเมื่อเธอใช้นิ้วเรียวงามนั้นสัมผัสกับแหวนบนมือก็เกิดแสงสว่างวาบขึ้น และร่างกายที่อยู่ตรงหน้าก็เปลี่ยนไป
จากไหล่ผอมบางกลายเป็นไหล่กว้าง จากหน้าอกโค้งนูนแปรเปลี่ยนเป็นแผงอกแน่นตึง เอวบางกลายเป็นมีมัดกล้ามอย่างชาย รวมทั้งรูปหน้าที่เริ่มเปลี่ยนไปพร้อมกัน ยังมีเครื่องหน้าต่างๆ จากหญิงสาวหน้าตาดีกลายเป็นใบหน้าของชายหนุ่มหน้าหวาน
ร่างนั้นกลายเป็นชายหนุ่มต่อหน้าต่อตาหญิงสาว!
เป็นโซลาร์นั่นเอง เขากลับมาอยู่ในร่างของชายหนุ่มรูปงามอีกครั้งโดยไม่ได้สนใจเลยว่าร่างเปลือยเปล่าของตนเองกำลังถูกจ้องมองโดยหญิงไร้เดียงสา
เด็กสาวเตรียมที่จะแหกปากร้องลั่น แต่ยังไม่ทันจะได้ส่งเสียงออกไปอีกฝ่ายก็เข้ามาตะครุบปิดปากเธอไว้จนสนิท เด็กสาวยังคงดิ้นรนสุดแรงแต่ก็ไม่เป็นผลนัก โซลาร์ที่รูปร่างผอมบางนั้นมีเรี่ยวแรงมหาศาลอย่างไม่น่าเชื่อ
“เฮ้ย จะร้องทำไมเนี่ย ข้าก็เป็นหญิงเหมือนกัน” ถึงปากจะว่าแบบนั้น แต่รูปร่างของชายหนุ่มนั่นทำให้ฮาจาไม่ยอมรับฟังอะไร โซลาร์จึงคิดได้ว่าฮาจาแค่เห็นเขาเปลี่ยนร่างไปมา แต่ไม่รู้ว่าร่างไหนเป็นร่างจริง ก็เลยยังคงสับสน
โซลาร์ถอดแหวนวงหนึ่งออกและทำให้เกิดแสงสว่างวาบ ร่างของเขากลับมาเป็นหญิงอีกครั้ง “ดูนี่ ถอดแหวนแล้วยังอยู่ในร่างนี้ ข้าเป็นหญิงจริงๆ นะ”
ฮาจายังคงตื่นตะลึงตาค้างอยู่แต่ก็ไม่ได้ร้องโวยวายแล้ว
“ชื่อจริงข้าคือลูนาร์” อีกฝ่ายยังคงพูดต่อเพื่อให้เธอไว้ใจ “ช่วยไม่ได้นี่นา เวลาเดินทางน่ะปลอมเป็นชายมันสะดวกกว่า เจ้าคงไม่ได้โกรธข้านะ”
หลังจากนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ฮาจาที่โดนหลอกมาตลอดนอกจากจะไม่ได้โกรธเคืองแล้วเธอยังระเบิดหัวเราะออกมาอีกต่างหาก เธอขำที่เข้าใจผิดเขาว่าเป็นพวกโรคจิต และยิ่งขำเมื่อนึกย้อนไปถึงพฤติกรรมแปลกๆ ก่อนหน้านี้ เช่นการที่เขาไม่ยอมพักห้องเดียวกับเอ็ดวาน ก็ยิ่งทำให้เธอเข้าใจแล้วว่าอะไรคือสาเหตุ“ท่านนี่ร้ายกาจจริงๆ เลยนะ เมื่อครู่ข้านึกว่าจะถูกลวนลามแล้ว” ฮาจาแกล้งว่าลูนาร์ที่ยิ้มแหยๆ สำนึกผิดเพราะไม่รีบบอกความจริง
“แต่อย่าเพิ่งไปบอกเอ็ดวานเข้าล่ะ ข้าตั้งใจว่าจะอยู่ในร่างชายไปอีกสักพัก”
ในห้องอาหารของโรงแรม พวกเขาทั้งสามมารวมตัวกันเพื่อจัดการกับอาหารมื้อใหญ่ที่ทางโรงแรมเตรียมไว้ให้ เอ็ดวานสังเกตเห็นสิ่งที่แปลกออกไปคือฮาจาและลูนาร์ในร่างชายหนุ่มนั้นดูสนิทสนมกันอย่างรวดเร็ว ทั้งสองพูดคุยเล่นหัวกันราวกับรู้จักกันมานาน
เอ็ดวานจำได้ดีถึงครั้งแรกที่พบกับฮาจา ทั้งคู่ต่างเป็นคนมีชื่อเสียงเพราะต่างเคยสร้างวีรกรรมเอาไว้จนเลื่องลือ และนั่นเป็นเหตุทำให้ทั้งสองถูกแนะนำให้รู้จักกัน ครั้งนั้นฮาจาระมัดระวังตัวมากจนเขายังคิดเลยว่าเธอออกจะถือตัวเสียด้วยซ้ำ
...บางทีเธออาจจะชอบผู้ชายแบบโซลาร์ก็ได้...
ชายหนุ่มคิดฟุ้งซ่าน แต่แล้วก็รีบสลัดมันทิ้ง เขามีเรื่องจะต้องทำอีกมาก ไม่มีเวลามาสนใจเรื่องไร้สาระพรรค์นี้หรอก ใครจะรักจะชอบใครก็เรื่องของเขา
แม้จะบอกตัวเองแบบนั้น เอ็ดวานกลับยังคงซดกาแฟต่อไปขณะที่สายตายังไม่อาจละไปจากสหายร่วมรบตรงหน้าที่ยังคงหยอกล้อเล่นหัวกันราวกับคู่รัก
“...”
“แล้วเจ้าล่ะว่าไง” ลูนาร์ถาม
“ฮะ อะไรนะ” เอ็ดวานทำหน้าเหลอหลา “ตามนั้นแหละ” เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากำลังพูดเรื่องอะไรอยู่ แต่ก็เออออไปทั้งแบบนั้น
“เฮ้ นี่ไม่ใช่เวลาจะมานั่งคุยไร้สาระแบบนี้นะ เทพปีศาจยังเหลืออีกตั้งเจ็ด ถึงจะพักผ่อนกันอยู่ แต่พวกเราก็ต้องเตรียมความพร้อมด้วย” เอ็ดวานเปลี่ยนเรื่อง “ระหว่างพักเราก็ควรจะฝึกฝนกันเพิ่ม ข้าเองก็ยังไม่ชินกับดาบเล่มใหม่นี่ด้วย”
ลูนาร์ทำหน้าเหยเกเมื่อได้ยินคำว่าฝึกฝน “ข้าเป็นช่างนะ จะฝึกต่อสู้ไปทำไม ถ้าพวกเจ้าจะฝึกก็ไปฝึกกันเองเถอะ”
“ไม่อยากฝึกด้วยกัน? หรือว่าจริงๆ แล้วเจ้ามีความลับอะไรอีกรึไง” เอ็ดวานรุกเร้า แต่โซลาร์ก็ไม่ได้ยี่หระ
“งั้นมั้ง” หญิงในร่างชายหนุ่มหน้ามนตอบกลับพร้อมรอยยิ้มยียวน
“พวกท่านสองคนพูดกันดีๆ ได้ไหมคะ” ฮาจากลัวว่าเรื่องจะบานปลายจึงรีบห้ามทัพทั้งคู่ไว้