ทว่าพวกมันกลับไม่แยแส ผลักร่างเล็กของไอคิโด้ให้ล้มกลิ้งลงไปอยู่ที่พื้น!
“ไอ้คนชั่ว! เก่งแต่กับผู้หญิง แต่กับเด็ก ตายไปตกนรกไม่รู้ด้วย” ไอคิโด้ชี้หน้าด่าทอมันอย่างไม่กลัวเกรง จนพวกมันเหลืออด เกือบจะหมดความอดทน
“หุบปาก! พวกกูจะพาแม่มึงขึ้นสวรรค์อยู่รำไร มึงรอดูก็แล้วกัน ไอ้ลูกหมา!”
“พวกแกสิไอ้ลูกหมา!” ไอคิโด้ด่าทอกลับไป หยาดพิรุณกลัวจนตัวสั่น ไม่อยากให้ลูกชายไปต่อปากต่อคำกับคนพวกนั้น เพราะกลัวว่ามันจะทำร้าย และไม่ไว้ชีวิตลูกชายของเธอ
“พอได้แล้ว! อย่าทำอะไรเค้าเลย ฉันยอมแล้ว ยอมทุกอย่างแล้ว” หยาดพิรุณน้ำตาไหลพรากพูดไม่เป็นคำ เพราะกลัวจนทำอะไรไม่ถูก สิ่งเดียวที่ทำได้ในตอนนี้คือร้องขอชีวิตเพื่อไม่ให้มันทำอะไรลูกชายของตัวเอง
ในตอนนั้นสายตาดวงน้อยเหลือบไปเห็นโทรศัพท์มือถือของผู้เป็นแม่ที่ตกอยู่ใต้เตียง ทำให้ร่างน้อยๆ รีบกระโจนลงไปหยิบแล้วรีบกดวิดีโอคอลออกไปหาใครคนหนึ่ง ที่จะสามารถช่วยเหลือแม่และตนเองได้
ตึ่งตึงตึ้ง~ ตึ่งตึงตึ้ง~ ตึ่งตึงตึ้ง~
เสียงรอสายเพียงไม่นานก่อนที่ปลายสายจะกดรับ
ไอคิโด้เปิดกล้องแล้วแพลนภาพไปที่คนร้ายทั้งสามคนที่กำลังห้อมล้อมอยู่รอบเตียง
สายตาคมกริบของเควิ่นเห็นเข้าในขณะที่เขากำลังเดินออกจากสปิริตบอมบ์คลับไปยังลานจอดรถเพื่อขับกลับไปยังคอนโดพอดิบพอดี แต่ทันทีที่ได้เห็นภาพจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือของตัวเอง ก็รีบตรงดิ่งมาที่บ้านของเธอในทันใด
“รอก่อนนะ! ฉันจะรีบไปช่วยเธอ หยาดพิรุณ ไอคิโด้ลูกพ่อ อย่าพึ่งเป็นอะไรไปนะ!” เควิ่นเหยียบคันเร่งสุดปลายเท้า แล้วหมุนพวงมาลัยรถออกไปอย่างร้อนรน อกเขาแทบจะระเบิดเมื่อมองเห็นภาพของไอ้คนชั่วสารเลวนั่น มันกำลังย่ำยีคนของตัวเอง ดูเหมือนว่าสปิริตบอมบ์จะอยู่ห่างจากบ้านของเธอไม่เท่าไหร่ แต่เขาก็ยังชะล่าใจไม่ได้อยู่ดี
“คุณอาช่วยหม่ามี๊ด้วย ช่วยหม่ามี๊ด้วย! คุณอาช่วยหม่ามี๊ด้วย!”
พลั่ก!!!
คนร้ายหันกลับมาเห็นรีบคว้าโทรศัพท์มือถือออกจากอุ้งมือน้อยๆ ก่อนจะซัดโครมเข้าที่ร่างเล็ก จนใบหน้าเกิดเป็นรอยช้ำ
“ไอ้เด็กเวร! อยากตายหรือไงวะ กูถามมึงว่าอยากตายห่าหรือยังไง” หนึ่งในคนร้ายเดือดพล่านเข้ามาล็อคตัวของไอคิโด้ไว้แล้วตะโกนต่อว่าต่อขาน
ไอคิโด้น้ำตาไหลรินด้วยความรู้สึกเจ็บปวดจากการถูกตบ แต่สายตาดวงน้อยกลับจ้องมองคนพวกนั้นอย่างไม่ยี่หระ หรือ หวั่นเกรงต่อพวกมันเลยแม้แต่น้อย
“มึงจะทำอะไรก็รีบทำกันสักทีสิวะ ก่อนจะมีคนมาช่วยไอ้สองแม่ลูกนี่ มึงรีบๆ พากันขึ้นสวรรค์ไปเลยนะกูจะบอกให้ ไม่งั้นพวกมึงได้ลงนรกแทนแน่ เร็วเข้าสิ!” คนร้ายที่ล็อกร่างของไอคิโด้พูดกับพรรคพวกของมันอีกสองคน ก่อนที่หนึ่งในสองคนนั้นจะกระโจนขึ้นไปบนเตียงจับร่างบางล็อกให้อยู่กับที่ แล้วบอกให้เพื่อนของมันขยับเข้ามาใกล้ๆ
“ใช้ปากทำให้กู!” ไม่พูดเปล่า แต่มันเร่งถอดกางเกงออกแล้วงัดลำท่อนแข็งแกร่งที่ไวต่อความรู้สึกออกมาด้านนอก หยาดพิรุณชะงักงันทันทีที่ได้เห็นของสิ่งนั้นปรากฏอยู่เบื้องหน้าของเธอ ร่างระหงพยายามถอยหนี แต่ถูกคนร้ายอีกคนหนึ่งล็อกร่างของเธอเอาไว้
“ไอ้คนชั่ว! ปล่อยหม่ามี๊นะ ปล่อยหม่ามี๊!” ไอคิโด้ร้องลั่น
“บอกให้ทำให้กูไงล่ะ”
เผียะ!
ฝ่ามือหยาบกร้านซัดเข้าที่ใบหน้าขาวนวลเนียนที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตา เกิดเป็นรอยแดงตามน้ำหนักของฝ่ามือ จนมีหยดเลือดซิบไหลซึมออกมาตรงบริเวณมุมปากสวย
“เฮ้ย! เบาๆ มือหน่อยสิวะ เดี๋ยวแม่งก็ตายกันพอดี หน้าสวยๆ แบบนี้หาไม่ได้ง่ายๆ หรอกนะเว้ย ถ้าไม่ยอม ก็ยัดใส่ปากแม่งเลยสิวะ จะไปยากอะไร!” คนร้ายที่ล็อกร่างน้อยๆ ตะโกนบอกกับพรรคพวกของมัน
“จับตัวนังนี่ไว้ เดี๋ยวกูจับยัดใส่ปากมันเอง” ไอ้สารเลวหน้าเหี้ยมเกรียมจับลำท่อนหนาเหยียดยาวรูดขึ้นลง ก่อนจะจับมันจ่อตรงหน้าของหยาดพิรุณ โดยที่เธอพยายามดิ้นพล่านสะบัดหน้าสวยไปมาอย่างไม่ยินยอมง่ายๆ
“จับมันไว้ดีๆ หน่อยสิวะ กูทำไม่ถนัดเลยว่ะ แม่งเอ้ย!” เมื่อไม่สามารถหยุดเธอได้ พวกมันก็ต้องลงมือใช้กำลังบีบบังคับเธอ กำปั้นหนักชกเข้าที่หน้าท้องแบนราบติดๆ กันถึงสองครั้ง ก่อนที่หยาดพิรุณจะล้มตัวงออย่างหมดไร้ซึ่งหนทางสู้
“โอ๊ะ!!!” ร่างระหงทรุดกายลงบนเตียง หายใจหอบรวยริน น้ำตาหยดลงบนผืนผ้าปูที่นอนสีขาว รู้สึกเศร้าสลดที่ไม่สามารถช่วยเหลือลูกชายและตัวเธอเองได้ มันผลักร่างของเธอลงไปบนหมอน แล้วกระชากชุดนอนขาดวิ่นเป็นทางยาว
“อย่าทำหม่ามี๊ อย่าทำหม่ามี๊!” ไอคิโด้สะบัดตัวหนีจากคนร้ายที่ล็อกร่างเอาไว้ แล้ววิ่งไปคว้าแจกันขนาดใหญ่ที่เหลืออยู่เพียงชิ้นเดียวภายในห้องนอนของหยาดพิรุณ แล้วจัดการทุ่มใส่ร่างใหญ่ของคนที่กำลังจับท่อนเอ็นรูดขึ้นลงจ่ออยู่ที่เรียวปากอวบอิ่มของคนเป็นแม่อย่างสุดกำลัง
เพล้ง!
เสียงแจกันใหญ่ที่ฟาดเข้าใส่หัวของมันก่อนจะหล่นแตกกระจัดกระจายลงพื้น ทำให้มันหันมาจ้องร่างน้อยๆ กันตาเขม็ง ก่อนที่ทั้งสามคนจะปรี่เข้าไปที่ร่างของไอคิโด้ แต่เจ้าตัวเล็กกลับไม่ยอมให้จับได้ง่ายๆ วิ่งหนีลงไปที่หน้าประตูห้อง แล้วชนเข้ากับร่างกำยำสูงใหญ่ของใครบางคนที่พุ่งเข้ามาพอดิบพอดี
"โอ๊ะ!!! " มือหนาประคองร่างน้อย ๆ เอาไว้แล้วดันให้มาหลบที่แผงหลังของเขา ก่อนจะสะบัดท่อนขาเรียวเตะเข้าใส่ร่างทั้งสามที่กรูกันเข้ามาแบบไม่ยั้ง จนพวกมันกระเด็นกันไปคนละทิศละทาง
ผัวะ!!!
พลั่ก!!!
โพละ!!!
“พวกมึงกล้าทำกับลูกเมียกูเหรอ ไอ้ระยำ! มึงใช่มั้ยที่ทำหน้าลูกกูเป็นรอยแดง! ไอ้ลูกหมา!” พูดพร้อมกับตะบี้ตะบันชกเข้าที่ใบหน้าของคนร้ายที่ทำให้ใบหน้าของไอคิโด้มีรอยแดงราวกับตาเห็น ก่อนจะตรงดิ่งไปคว้าคอเสื้อของไอ้สารเลวอีกคนที่ปลดกางเกงลงมาถึงหัวเข่า พร้อมที่จะข่มเหงผู้หญิงของเขาต่อหน้าต่อตาลูกชายของเธอ
“มึงใช่มั้ยที่อยากเอาเมียกู มึงกล้านักใช่มั้ย! มึงอยากมากใช่มั้ย ไอ้เวรตะไล!” เควิ่นกระทืบซ้ำไปที่ท่อนเอ็นของมันอย่างหนักหน่วง คว้ารองเท้าส้นสูงของหยาดพิรุณที่วางระเกะระกะอยู่ปลายเตียงยกขึ้นมาฟาดเข้าที่ใบหน้าโหดเหี้ยมของมัน ทว่าตอนนี้กลับกลายเป็นหมาจนตรอกไปแล้ว
ผัวะ!!! ร่างกำยำยืนขึ้นเต็มความสูง ก่อนจะเตะอัดเข้าที่ใบหน้าและลำตัวจนมันแทบกระอั่กเลือด แน่นิ่งและสลบไปคาอุ้งเท้าของเขา จากนั้นเสียงหวอของรถตำรวจที่พึ่งจะเคลื่อนมาถึงดังมาจากทางหน้าประตูรั้วบ้าน ก่อนที่ร่างกำยำสูงใหญ่จะหันไปหาร่างบอบบางที่ไร้เรี่ยวแรงอยู่บนเตียง
แต่ทันใดนั้น คนร้ายที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวก็หยิบมีดพกออกมาจากทางด้านหลัง ก่อนจะจ้วงแทงเข้าที่ชายโครงของร่างหนา สายตาคมกริบปราดมองอย่างรวดเร็ว จึงเอี้ยวตัวหลบแล้วเตะตวัดกลับไปที่ข้อมือของมัน จนล้มคว่ำไป
“หยาดพิรุณ!” ดวงตาคู่คมหันไปเห็นร่างบอบบางที่พยายามกระเสือกกระสนหยัดกายลุกขึ้นนั่งบนเตียง จึงปรี่เข้าไปประคองร่างของเธอให้ลุกขึ้น พร้อมกับดึงเธอเข้ามาสวมกอดเอาไว้อย่างแนบแน่น
หมับ!
"หยาด…ผมอยู่นี่แล้ว ผมอยู่นี่! ผมเป็นห่วงคุณแทบแย่” อ้อมแขนอันอบอุ่นสวมกอดเรือนร่างระหงที่ไร้ซึ่งเรี่ยวแรง ก่อนที่ร่างน้อยๆ ของไอคิโด้จะปรี่เข้ามาหาทั้งสองร่างที่โอบกอดกันอยู่บนเตียง
“หม่ามี๊! ฮื้อฮือฮื้อ คุณอาฮะช่วยหม่ามี๊ด้วย! ไอ้พวกนั้นมันรังแกหม่ามี๊ ฮื้อฮือฮื้อ!” มือคู่น้อยเกาะกุมร่างหนาของคนตัวใหญ่ด้วยความรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย
“ไม่เป็นไรแล้วนะคิโด้ ไม่เป็นไรแล้ว” ท่อนแขนอันแข็งแกร่งดึงเจ้าตัวน้อยเข้ามาโอบกอดเอาไว้ด้วยเช่นกัน
“หยาด...คุณไม่เป็นไรแล้วนะ คุณและลูกปลอดภัยแล้ว ผมอยู่ตรงนี้จะไม่ทิ้งคุณไปไหน ผมสัญญา” น้ำเสียงอ่อนโยนดังแผ่วเบาที่ข้างใบหูของเธอ ก่อนที่ดวงตาคู่สวยจะช้อนขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาผู้เป็นเจ้าของอ้อมแขนอันแข็งแกร่งที่โอบกอดเรือนร่างของเธอเอาไว้
“ฉันกลัว! กลัวว่ามันจะทำร้ายลูกของเรา” เสียงแผ่วๆ ทำให้อีกฝ่ายได้ยินคำพูดของเธอไม่ชัด เขารู้แค่เพียงว่าตอนนี้เธอกลัวมาก และ เขาจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายเธอ และ ไอคิโด้ได้อีก
“ผมอยู่ที่นี่แล้ว...ผมอยู่นี่ทั้งคน จะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายคุณกับลูกเด็ดขาด” เควิ่นปลอบประโลม ก่อนจะกระชับอ้อมกอดของเขาเข้าหาสองร่างเล็กภายใต้อ้อมแขนอันทรงพลัง
มือบางดึงชุดนอนที่ขาดวิ่นเข้ามาปิดบังเรือนร่าง เธอขบริมฝีปากเข้าหากันแน่นพยายามกลั้นบ่อน้ำตาไม่ให้ไหลออกมาอีก ก่อนที่สายตาคมกริบของเขาจะเหลือบเห็น รีบถอดเสื้อคลุมของตัวเองออกแล้วจัดแจงสวมทับให้กับเรือนกายของเธอทันที
“มันอาจจะใหญ่ไปหน่อย แต่คงช่วยปกปิดร่างกายของคุณเอาไว้ได้สักพักนะ” เควิ่นพูดด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล หยาดพิรุณได้ฟังก็รู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก เธอพยักหน้ารับคำของเขาด้วยความรู้สึกซาบซึ้งและขอบคุณจากหัวใจดวงน้อยของตัวเอง
“เจ็บมากหรือเปล่า ไหนมาให้อาดูหน่อยซิ” เควิ่นประคองร่างน้อยๆ ของไอคิโด้ให้เข้ามาหา หลังจากที่ไอคิโด้โผเข้าไปสวมกอดคนตัวโตกว่าอย่างเข้มแข็ง
“ผมไม่เป็นไรฮะ แค่โดนตบหน้านิดเดียวเอง ผมไม่เจ็บเลยฮะ” ไอคิโด้พูดอย่างหนักแน่น ขณะที่ดวงตาคู่คมมองดูรอยแดงบนใบหน้าและลำคอ รวมถึงรอยเขียวจ้ำที่อยู่ตามเนื้อตัวและรอยถลอกที่หัวเข่าของเจ้าตัวเล็ก ก็รู้ได้ว่าไอคิโด้เองก็คงจะรู้สึกเจ็บปวดอยู่ไม่น้อย แต่เพราะไม่อยากให้คนเป็นแม่และเขาเองเป็นห่วง เจ้าตัวเล็กจึงพูดเพื่อให้คลายความวิตกกังวลใจ
“เก่งมาก! ตอนนี้เธอก็ได้ชื่อว่าเป็นฮีโร่เต็มตัวให้กับหม่ามี๊แล้วนะคิโด้ ต่อไปนี้ก็คงจะไม่มีใครกล้ามาแหยมกับแม่ของเธออีกแล้วล่ะ” เควิ่นยกนิ้วให้กับไอคิโด้ ร่างน้อยอมยิ้มอย่างเก้อเขิน ก่อนหันไปสบตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยรอยน้ำตา
“ขอโทษครับ นี่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทุกคนปลอดภัยดีแล้วใช่มั้ยครับ” เจ้าหน้าที่ตำรวจสี่ถึงห้านายที่เควิ่นเป็นคนโทรแจ้งให้มาที่นี่ เข้ามาเคลียร์สถานการณ์พร้อมกับจับกุมคนร้ายใส่กุญแจมือ แล้วแจ้งให้ทุกคนทราบว่าหนึ่งในพวกของคนร้ายสามารถหลบหนีไปได้ ก่อนจะบอกให้ทั้งหยาดพิรุณ และเควิ่นเข้าไปให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ที่โรงพักต่อในวันพรุ่งนี้
“แล้วสุนัขของผมล่ะครับ” เควิ่นเอ่ยถามทันทีเมื่อนึกขึ้นได้ว่า ตอนที่เข้ามานั้นเห็นร่างของเจ้ามอร์แกนนอนแน่นิ่งอยู่ที่สนามหญ้าหน้าบ้าน
“มันแค่ถูกวางยาสลบเท่านั้น ไม่ได้โดนวางยาเบื่อ สบายใจได้ครับ”
“อย่างงั้นเหรอครับ” เควิ่นพยักหน้าอย่างโล่งใจ เพราะคิดว่าตนจะต้องสูญเสียเพื่อนอย่างเจ้ามอร์แกนไปเสียแล้ว แต่โชคดีที่มันไม่ได้เป็นอะไร เควิ่นถอนหายใจของมาพรืดใหญ่ด้วยความโล่งอก
“ผมอยากให้คุณผู้หญิงระวังตัว หรือควรจะย้ายออกจากที่นี่ไปพักที่อื่นก่อน เพราะหนึ่งในคนร้ายพวกนี้สามารถหลบหนีไปได้ จากที่ตรวจสอบเบื้องต้น คนร้ายพวกนี้ไม่เพียงแต่เป็นหัวขโมยที่ย่องมาขโมยเอาทรัพย์สินเท่านั้น แต่มันยังมีคดียาเสพติด และคดีปล้นฆ่าข่มขืนติดตัวมาด้วย เลยอยากให้ระวังตัวเอาไว้ให้มากครับ”
“ขอบคุณมากครับ พวกเราจะระวังตัวให้มากขึ้น” เควิ่นบอกกับสารวัตรที่ลงมาดูเหตุการณ์ในพื้นที่ด้วยตัวเอง
“ถ้ายังไง พวกผมขออนุญาตควบคุมตัวคนร้ายสองคนนี้กลับไปที่โรงพักก่อนครับ อย่าลืมช่วยเข้าไปให้ปากคำเพิ่มเติมด้วยนะครับ”
“ยินดีครับ ขอบคุณมาก” เควิ่นพูดคุยกับเจ้าหน้าที่จนแล้วเสร็จ ก่อนจะเดินลงไปหาเจ้ามอร์แกนเพื่อหาที่หาทางให้มันได้นอนอย่างสบาย แล้วกลับเข้ามาภายในห้องนอนของหยาดพิรุณอีกครั้ง