
เช้าวันถัดมา ทั้งสี่คนต้องเดินเท้าเข้าไปในเมือง “อาจจะเหนื่อยหน่อยนะสาวน้อย พวกเราใกล้ถึงแล้ว” เอกอนเอ่ยด้วยน้ำเสียงปลอบโยน หวังให้ไอวอรี่คลายความเหนื่อยล้า
ทุกคนต่างสังเกตเห็นว่า เมื่อเอกอนแปลงร่างเป็คนอื่น เขากลับมีท่าทีสุภาพ ใจดี และน่ารักกว่าปกติ ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ซึ่งเป็เื่น่าประหลาดใจสำหรับมีอาและโมอาอย่างยิ่ง
เมื่อมาถึงประตูเมือง ทหารที่เฝ้าประตูนำอาวุธออกมากั้น พร้อมสอบถามด้วยเสียงเข้ม “พวกเ้าเป็ใคร? แสดงตัวตนของพวกเ้าซะ มีบัตรเข้าเมืองหรือไม่”
“ข้าเป็ผู้อพยพจากรัฐอื่น พอมีเวทมนตร์ติดตัวบ้าง บวกกับพวกข้าไปพบสาวน้อยคนนี้หลงทางในป่า จึงตั้งใจจะพาเธอเข้าเมืองขอรับ” เอกอนตอบด้วยสีหน้าที่นอบน้อม
ทว่าเมื่อทหารมองเห็นไอวอรี่ ใบหน้าของเขาก็พลันซีดเผือด “เฮ้ย! พาพวกนี้ไปพบผู้ว่านครรัฐเดี๋ยวนี้!!” นายทหารคนหนึ่งวิ่งเข้ามาด้วยสีหน้าตกตะลึง เมื่อได้เห็นใบหน้าของไอวอรี่
เอกอนหันมองหน้ามีอาและโมอาด้วยความสับสนเล็กน้อย ก่อนที่พวกเขาจะถูกนำตัวเข้าไปในเมืองเมฆา
เมืองเมฆาเป็นครที่ตั้งอยู่บนยอดเขาสูง เหนือพื้นดินที่เต็มไปด้วยหมอกขาวละมุนราวกับปุยเมฆ เมืองนี้อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติและความเจริญรุ่งเรืองที่เกินกว่าจินตนาการของผู้มาเยือน อาคารทุกหลังสร้างจากหินอ่อนและคริสตัลใส ที่สะท้อนแสงอาทิตย์ออกมาเป็ประกายระยิบระยับ พื้นถนนปูด้วยอัญมณีที่เปล่งประกายระยิบระยับราวกับดวงดาวในยามค่ำคืน สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้ที่ใบเปล่งแสงในยามค่ำคืน ดูเหมือนว่าแม้แต่ธรรมชาติก็ยังถูกแต่งเติมด้วยเวทมนตร์ให้มีชีวิตชีวาและงดงามเหนือคำบรรยาย
ในเมืองนี้มีอุปกรณ์เวทมนตร์มากมายที่ช่วยอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน ประชาชนต่างสวมเสื้อผ้าที่ทอจากผ้าไหมเวทมนตร์ซึ่งเปลี่ยนสีได้ตามสภาพอากาศและอารมณ์ของผู้สวมใส่ เสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะดังก้องไปทั่ว ทำให้เมืองนี้ดูมีชีวิตชีวา ทุกผู้คนต่างเดินทางด้วยรถม้าวิเศษหรือพรมเวทมนตร์ที่ลอยอยู่เหนือพื้น แม้แต่โคมไฟริมทางก็ลอยตัวอยู่ในอากาศ ส่องแสงอบอุ่นราวกับแสงดาว
เมื่อทั้งสี่ถูกพาขึ้นรถม้าวิเศษที่ใช้พลังเวทมนตร์ทำให้ลอยได้ มีอารู้สึกตื่นตาตื่นใจอย่างมาก เนื่องจากเธอเติบโตมาในรัฐชนบทที่ประชาชนส่วนใหญ่ต้องดิ้นรนเอาตัวรอด การได้เห็นความเจริญรุ่งเรืองและความสะดวกสบายเช่นนี้ทำให้เธอรู้สึกทึ่งและชื่นชมอย่างล้นเหลือ ดวงตาของเธอเบิกกว้างเมื่อรถม้าวิเศษลอยขึ้นจากพื้นราวกับว่าไร้น้ำหนัก มองเห็นทิวทัศน์ของเมืองเมฆาที่เปล่งประกายราวกับภาพฝัน ในขณะที่โมอาก็มีสีหน้าแห่งความตื่นเต้นเช่นกัน แม้ว่าเธอจะเก็บอาการได้ดีกว่า แต่ก็ไม่อาจปิดบังความประทับใจที่สะท้อนในดวงตาได้ ขณะที่เอกอน แม้จะเคยผ่านพบความงดงามของเมืองหลวงมาแล้ว แต่ท่ามกลางความรุ่งเรืองและมหัศจรรย์ของเมืองนี้ เขายังคงสงบนิ่ง ไม่มีทีท่าตื่นเต้นมากนัก เพียงแต่เฝ้าดูทุกสิ่งรอบตัวด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยประสบการณ์
ในที่สุด พวกเขาก็มาถึงวังที่ลอยอยู่บนปุยเมฆ วังนั้นถูกออกแบบด้วยพลังเวทมนตร์ ทำให้ดูราวกับว่ากำลังล่องลอยอยู่ในอากาศ โครงสร้างของวังทำจากหินอ่อนสีขาวนวลผสมผสานกับทองคำบริสุทธิ์ ประดับประดาด้วยลวดลายสลักเสลาอย่างละเอียดอ่อน ด้านหน้าวังมีบันไดที่ทำจากเมฆสีขาวบริสุทธิ์ที่ก้าวเหยียบแล้วนุ่มนวลราวกับผืนพรม ในอากาศมีละอองแสงสีทองที่ลอยฟุ้งตัดกับสีฟ้าสดของท้องฟ้า ให้ความรู้สึกหรูหราและลึกลับอย่างยิ่ง นอกจากนี้ รอบๆ วังยังมีน้ำพุที่พวยพุ่งออกมาเป็สายละอองละเอียด ลอยขึ้นไปในอากาศราวกับสายฝนที่โปรยปรายลงมาเบาๆ ทำให้วังทั้งหลังดูเหมือนกำลังล่องลอยอยู่ในโลกแห่งความฝัน
“เปิดประตู ข้าพาคุณหนูไอวอรี่มาส่ง” นายทหารสั่งเสียงเข้มให้ทหารเปิดประตูวัง
เมื่อเดินเข้าไปในวังดูใหญ่โต หรูหรา พอๆกับราชวังแองเจิลไซต์ แต่ต่างกันที่ในวังเมืองเมฆาจะเต็มไปด้วยหนังสือเวทย์มนตร์จำนวนมหาศาล
ชายแก่คนหนึ่งสวมชุดนักเวทย์ที่ประณีตและงดงาม ชุดของเขาถูกตัดเย็บจากผ้าไหมสีกรมท่าเข้มที่ทอด้วยด้ายทองคำ สวมทับด้วยเสื้อคลุมยาวลายดวงดาวที่เปล่งประกายราวกับมีเวทมนตร์ในตัว ชุดนี้เป็เครื่องแบบของนักเวทย์ระดับสูงที่ไม่เพียงแสดงถึงสถานะที่เหนือกว่าผู้อื่น แต่ยังสะท้อนถึงความรู้และอำนาจที่เขา ใบหน้าของเขามีรอยเหี่ยวย่นจากวัยชรา แต่ดวงตาสีเทาเข้มที่ลึกซึ้งนั้นยังคงเปี่ยมไปด้วยประกายอันทรงปัญญา หนวดเคราของเขายาวสีขาวประดุจหิมะ ถูกจัดแต่งอย่างเป็ระเบียบ ทรงผมยาวสีเงินของเขาถูกรวบไว้ด้านหลังด้วยแถบผ้าสีทอง
เขามีร่างกายสูงใหญ่และสง่างาม เคลื่อนไหวอย่างมั่นคงราวกับคนที่ผ่านประสบการณ์มากมาย ถือคทาเวทมนตร์ในมือข้างหนึ่ง คทานั้นทำจากไม้สีดำเข้ม ที่ปลายประดับด้วยอัญมณีสีน้ำเงินเข้มที่เปล่งประกายแสงราวกับดวงดาวในท้องฟ้ายามราตรี ท่วงท่าของเขาบ่งบอกถึงความมีอำนาจและความเฉลียวฉลาด ซึ่งสามารถสั่งการหรือปกป้องได้ในทุกสถานการณ์
เมื่อเขาวิ่งออกมาจากวัง ใบหน้าที่เคร่งขรึมของเขาเต็มไปด้วยความวิตกกังวล ริมฝีปากที่มักจะปิดสนิทเพื่อรักษาความสงบนิ่ง บัดนี้กลับเผยคำพูดที่แสดงถึงความห่วงใยอย่างไม่ปิดบัง “ไอวอรี่!! เ้าหายไปไหนมา รู้ไหมว่าข้าเป็ห่วงแค่ไหน” เสียงของเขาสั่นเครือเล็กน้อย ซึ่งแสดงถึงความรักและความผูกพันที่เขามีต่อไอวอรี่อย่างลึกซึ้ง
“ทะ…ท่านปู่!! แงง” ไอวอรี่ร้องไห้ด้วยความดีใจ ก่อนจะวิ่งเข้าไปกอดผู้ว่านครรัฐเมฆา ชายชราโอบกอดหลานสาวด้วยความรักใคร่เต็มเปี่ยม ใบหน้าที่เคยเต็มไปด้วยความกังวลคลายลงเมื่อเห็นไอวอรี่ปลอดภัย
“พวกท่านเป็คนช่วยหนูน้อยไอวอรี่มาสินะ” ชายชราพูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่น ดวงตาเต็มไปด้วยความขอบคุณ “ข้ามีนามว่าจิน เป็ผู้ว่านครรัฐเมฆาแห่งนี้ พวกท่านชื่ออะไรกันบ้าง”
เอกอนก้าวไปข้างหน้า ก่อนตอบด้วยท่าทีสุภาพ “ข้ามีนามว่ามาร์คัส ส่วนนางสองคนนี้เป็พี่น้องข้าเอง เธอชื่อซาร่า และเจนนิเฟอร์ พวกเรามาจากตระกูลชาวนาน่ะ”
จินแสยะยิ้มเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นดูเหมือนจะซ่อนอะไรบางอย่างไว้ “โอ้ว ท่านมาร์คัสสินะ”
“ท่านเป็ผู้มีพระคุณของข้า ขอบคุณท่านมาก พวกท่านคงเหนื่อย เชิญพักผ่อนกันก่อน ไว้เย็นนี้เราค่อยคุยกันต่อ” จินพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเมตตา ก่อนจะหันไปสั่งลูกน้อง “พาแขกของเราไปที่ห้องรับรอง ดูแลพวกเขาให้ดี”
ข้ารับใช้คนหนึ่งก้าวออกมาและทำท่าผายมือให้เอกอน มีอา และโมอา ตามเขาไป ห้องพักที่พวกเขาได้พักมีขนาดใหญ่โตโอ่อ่า เตียงขนาดใหญ่จำนวนสามเตียงถูกจัดเรียงอย่างลงตัว ผ้าปูเตียงทำจากผ้าไหมละเอียดเนียนนุ่ม ตกแต่งห้องด้วยผ้าม่านสีทองและเฟอร์นิเจอร์ไม้สลักลวดลายวิจิตร พื้นห้องปูด้วยพรมหนานุ่มสีแดงเืหมูที่เมื่อเหยียบลงไปก็รู้สึกได้ถึงความหรูหรา
นอกจากนี้ ภายในห้องยังมีห้องน้ำในตัวที่ถูกสร้างให้เป็บ่อน้ำแร่ขนาดใหญ่ ผนังห้องน้ำประดับด้วยกระเบื้องหินอ่อนสีขาว มีน้ำพุเล็ก ๆ ไหลออกจากปากของรูปปั้นสิงโตทองคำส่งเสียงกระทบกับน้ำอย่างผ่อนคลาย
“ขะ..ข้าไม่เคยได้อยู่ห้องพักระดับนี้มาก่อนเลย” มีอาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น ดวงตาของเธอเป็ประกายเมื่อมองไปรอบ ๆ
“ข้าก็เช่นกัน” โมอาเสริมด้วยน้ำเสียงทึ่ง แต่ยังคงรักษาความสงบเสงี่ยมของตนเองไว้ “พวกเราเหนื่อยกันมามาก เราไปอาบน้ำกันก่อนไหม”
มีอายิ้มอย่างร่าเริง “เย่ ข้าเหนียวตัวจะแย่ ไปกันเถอะ”
ในขณะที่สาว ๆ ต่างพากันตื่นเต้น เอกอนกลับเงียบและครุ่นคิด เขากำลังวางแผนในใจเพื่อเตรียมรับมือหากมีเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้น สายตาของเขามองไปรอบ ๆ ห้องอย่างพิจารณา แต่ก่อนที่เขาจะได้ตัดสินใจอะไร มีอาก็พูดขึ้นมาขัดจังหวะ
“ท่านเอกอน ตัวเหม็นหมดแล้ว มาอาบกับพวกเราสิ ห้องน้ำใหญ่ออกจะตาย”
เอกอนหน้าแดงจัด รีบโบกมือปฏิเสธ “ข้าเป็ผู้ชาย จะไปอาบน้ำกับผู้หญิงได้อย่างไร”
“ฮ่าๆ ไม่ต้องเขินหรอกค่ะ ท่านเอกอน ข้าเห็นของเ้าหมดแล้วนะ” มีอายิ้มเยาะ หัวเราะขบขัน
โมอาหน้าแดงตามไปด้วย พลางพูดเบา ๆ “พวกเ้าพูดอะไรกันเนี่ย! แต่ข้าไม่ว่าอะไรหรอกนะ หากท่านเอกอนมาอาบน้ำด้วยกันน่ะ”
เอกอนทำหน้าเหมือนคนที่ไม่รู้จะตอบอย่างไรดี “แต่ตอนนี้เราอยู่ในร่างคนอื่นนะ”
“ไม่เป็ไรหรอกค่ะ เหมือนพวกเราเห็นคนอื่นแก้ผ้าแทนไง” มีอายิ้มขบขัน ก่อนจะดึงแขนเอกอนให้เข้าไปในห้องน้ำด้วยกัน
เอกอนคิดว่าไหนพวกเราก็เหนื่อยกันมามากแล้ว คิดมากไปคงไม่มีประโยชน์ “โอเคๆ เดี๋ยวข้าตามเข้าไปพวกเ้าเข้าไปก่อนเลย” เขาพูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้มปนเขิน
มีอาเดินเข้าไปและถอดเสื้อผ้าออกทั้งหมด เผยให้ร่างการขาวเนียนของเธอ หน้าอกขนาดกำลังพอดี หัวนมชูชันขึ้นมาจากอากาศที่เย็น หีที่ไร้ขนของเธอจากการดูแลของเธอทุกๆวัน
โมอาถอดเสื้อผ้าตาม หน้าอกขนาดใหญ่เด้งออกมา หัวนมชมพูมีน้ำมีนวล เผยให้เห็นรอยฟกช้ำเล็กน้อยที่ท้องจากการต่อสู้ หุ่นของเธอกล้ามดูแข็งแรง ผิวแทนเปล่งปลั่ง ด้านล่างของเธอมีขนเล็กน้อย เธอไม่ได้สนใจเื่การดูแลตรงนั้นเท่าไรนัก
ทั้งสองคนอยู่ในใบหน้าผู้หญิงคนอื่นแต่หุ่นของเธอยังคงเหมือนเดิม
“หน้าอกใหญ่จังเลยน้า ข้าอิจฉาท่านพี่จัง” มีอาพูดพรางจับหน้าอกตัวเอง
“ปวดหลังจะตาย ข้าไม่ชอบหรอก” โมอาตอบ
เอกอนเดินเข้ามานุ่งผ้าเช็ดตัว1 ผืน ปิดอวัยวะเพศเอาไว้ เขาเข้ามาเห็นทั้งสองแก้ผ้าก็เขินอาย และรีบราดน้ำพร้อมวิ่งเข้าไปแช่น้ำ
“ท่านจะอายอะไรฮะ!” มีอาวิ่งเข้ามาแกล้งเอกอน พร้อมเปิดผ้าเช็ดตัวออกเผยให้เห็นควยขนาดใหญ่ของเอกอนตั้งโด่เด่ออกมา
เอกอนใ “ขะ…ข้าก็เป็ผู้ชายน่ะ มีกันบ้าง ขอโทษทีนะ”
“เรามาต่อจากวันนั้นไหม?” มีอาพูดพรางเอามือจับควยของเอกอน
โมอาโมโห “นี่..เกรงใจกันบ้างข้าอยู่นี่นะ”
เอกอนเห็นร่างโมอาที่เซ็กซี่ และดูแข็งแรงยิ่งทำให้เขาแข็งและมีอารมณ์เข้าไปใหญ่
มีอายังลูบๆ ที่ควยของเอกอนอยู่ ทำให้เขาทนไม่ไหวและน้ำแตกออกมากระจายเต็มหน้ามีอา “อึก..ข้าขอโทษ” เอกอนเสร็จอย่างรวดเร็ว
มีอายิ้มพร้อมเลียน้ำรักที่กระเด็นโดนใบหน้าของเธอ “เอาไว้คราวหน้าละกันนะ”
โมอาหน้าแดง “ท่านเอกอน!!” พร้อมผลักมีอาออกไป
“พี่โมอาหึงข้ารึไงฮะ!!” มีอายิ้มถามกึ่งเล่นกึ่งจริงจัง
“ใครจะหึงเขาเป็ผู้มีพระคุณเรานะอย่าไปแกล้งเขาสิยัยบ้า!” โมอาโมโห
“รีบอาบน้ำกันเถอะ ข้าจะป่วยแล้ว ฮ่าๆๆ” เอกอนพูดพรางหน้าแดง
ทั้งสามคนอาบน้ำกันเรียบร้อยและออกมาพร้อมทานอาหาร เสียงเคาะประตูดังขึ้น
“พวกท่าน ท่านจินเรียนเชิญให้ไปร่วมโต๊ะทารอาหารกับท่านจินครับผม” ทหารคนหนึ่งพูดขึ้นมา
ณ ห้องทานอาหารภายในราชวัง บรรยากาศเต็มไปด้วยความหรูหรา โต๊ะอาหารขนาดยาวปูด้วยผ้าลินินสีขาวบริสุทธิ์ ตรงกลางโต๊ะมีอาหารหลากหลายชนิดถูกจัดวางอย่างงดงาม มีทั้งผลไม้สดจากสวน, เนื้อสัตว์ย่างที่มีกลิ่นหอมอบอวล, ซุปเข้มข้นที่ยังมีควันลอยกรุ่น และขนมหวานประดับด้วยผลไม้สดชิ้นเล็ก ๆ จานเงินและแก้วไวน์คริสตัลถูกจัดเรียงอย่างเป็ระเบียบเรียบร้อย ดวงไฟระยิบระยับจากโคมไฟคริสตัลเหนือโต๊ะยิ่งทำให้บรรยากาศในห้องดูอบอุ่นและน่าหลงใหล
ที่หัวโต๊ะ จิน ผู้ว่านครรัฐเมฆานั่งอยู่ในท่วงท่าสง่างาม ข้างกายเขาคือไอวอรี่ หลานสาวคนโปรดที่นั่งอย่างสงบ ดวงตาเปล่งประกายขณะมองอาหารที่จัดวางอยู่เบื้องหน้า
ทางด้านขวาของจิน ชายวัยกลางคนผู้มีเส้นผมสีขาวสั้น ใบหน้าดูเคร่งขรึม สวมแว่นตากรอบบางที่ขับเน้นดวงตาที่ฉายแววไม่สบอารมณ์ เขาคือพ่อของไอวอรี่ และลูกชายของจิน ซึ่งมีท่าทีเข้มงวดและเป็ระเบียบทุกกระเบียดนิ้ว ชุดนักเวทย์ทางการที่เขาสวมใส่ตัดเย็บด้วยผ้าไหมสีดำและทอง บ่งบอกถึงฐานะและอำนาจในวงการเวทมนตร์ ทุกการเคลื่อนไหวของเขาแสดงถึงความเคร่งครัดและความมีระเบียบ เขากำลังนั่งทานอาหารอย่างเงียบ ๆ ท่ามกลางบรรยากาศที่ดูจะไม่ค่อยผ่อนคลายนัก
เมื่อเขาเห็นเอกอนและพวกเดินเข้ามาที่โต๊ะ สายตาที่เคยเ็าก็เงยขึ้นมองอย่างเฉียบคม ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดและไม่พอใจนัก “ใครกันที่ปล่อยให้พวกเ้ามาที่นี่ ท่านพ่อ ท่านเชิญพวกเขามาด้วยเหตุใด” เขาพูดด้วยสีหน้าเหยียดๆ
ชายผู้เป็พ่อของไอวอรี่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ “ไม่ใช่ว่าพวกแกจับตัวไอวอรี่ไป เพื่อจะใช้เป็ข้ออ้างในการผ่านเมืองนี้หรอกนะ?” คำพูดของเขาแหลมคมและเต็มไปด้วยความสงสัย ดวงตาที่หลังแว่นตาสะท้อนแววตาระแวงชัดเจน
ก่อนที่เอกอนจะได้ตอบอะไร จิน ผู้ว่านครรัฐเมฆา ก็ะเิอารมณ์ขึ้นทันที “แกพูดบ้าอะไร ลอลี่! ขอโทษแขกของเราซะเดี๋ยวนี้ ถ้าไม่มีพวกเขา ลูกแกอาจจะถูกหมีกินไปแล้วก็ได้!” เสียงของจินดังลั่นห้อง ดวงตาของเขาวาวโรจน์ด้วยความโกรธที่ไม่อาจปกปิดได้ สายตาที่เคยมองหลานสาวด้วยความรักเปลี่ยนเป็ดุดันเมื่อหันไปทางลูกชายของเขาเอง
บรรยากาศในห้องทานอาหารที่เคยเงียบสงบก็พลันเปลี่ยนไปเป็ความตึงเครียดทันที ทุกสายตาต่างจับจ้องไปที่ลอลี่ รอคอยปฏิกิริยาของเขา