การปรากฏตัวของโทชิในครั้งนี้ทำให้อาคุมุรู้อะไรหลาย ๆ อย่างในสิ่งที่เขาไม่รู้ แทบจะทุกเื่ที่กล่าวมาก็เป็ได้
การควบคุมออร่าพลังเวทนั้นทำได้ยากกว่าการควบคุมพลังเวทในร่างกายหลายเท่า เนื่องจากคนส่วนใหญ่คิดแค่ว่ามันมีไว้ใช้ในการบ่งบอกระดับพลังเพียงเท่านั้น แต่แท้จริงแล้วมันสามารถนำมาใช้ได้ไม่ต่างจากพลังเวทเลยแม้แต่น้อย มากไปกว่านั้นคือผลกระทบจากการใช้ก็ไม่มี ออร่าพลังเวทจึงเป็สิ่งที่ใช้งานได้ดีเป็อย่างยิ่ง
“ออร่าพลังเวทมันสามารถซ่อนได้ รวบรวมไว้ตรงไหนก็ได้ มันอยู่รอบตัวเราก็ไม่ได้แปลว่าจะใช้ไม่ได้สักหน่อย” โทชิพูดพร้อมกับเผยออร่าพลังเวทรอบตัวเขาให้อาคุมุได้เห็น ทั้งยังถ่ายเทไปยังจุดต่าง ๆ รอบตัว
แต่ที่อาคุมุใก็คือออร่าพลังเวทของโทชินั้นเป็สีขาว?
“ทำไมถึงเป็สีขาวล่ะครับ? คนระดับคุณน่าจะสีส้มหรือสีแดงได้เลยนี่?”
“นี่แหละคืออีกอย่างที่สามารถทำได้ มันเปลี่ยนสีได้ไงล่ะ” โทชิตอบกลับมา นั่นเป็อีกอย่างหนึ่งที่อาคุมุคาดไม่ถึง และแน่นอนว่าคนที่ไม่รู้ก็คงคิดว่าออร่าพลังเวทของคนคนหนึ่งตามที่ตาเห็นคือสีนั้น ทั้งที่มันสามารถเปลี่ยนแปลงได้ด้วยการฝึกใช้ทักษะในตัวของมันเอง
“อีกอย่างหนึ่งที่ฉันจะบอกคือที่เราเคยเจอกันเมื่อตอนนั้น.. ฉันซ่อนออร่าพลังเวทของนายไว้ไม่ให้ใครเห็นน่ะนะ” โทชิพูดพลางชี้นิ้วขึ้นไปข้างบน
“ทักษะที่ต้องฝึกคือสร้างวงแหวนเวทแบบนี้”
“นี่มัน...”
เหนือนิ้วชี้ของโทชินั้นมีวงแหวนเวทขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นมา ซึ่งมันเป็แบบเดียวกันกับที่อิชิโร่ผู้เป็พี่ชายของอากิระใช้ แต่ที่อาคุมุจำได้เป็อย่างดีคือเมื่อตอนที่ชายปริศนาใช้เพื่อช่วยอาคุมุจากปีศาจเวทมนตร์ ในตอนนั้นเขาใเป็อย่างมากกับการได้เห็นทักษะโจมตีที่ทรงพลังและมีอานุภาพที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็น
“นายจะต้องสร้างวงแหวนเวทแบบนี้ขึ้น และบีบอัดพลังสายฟ้าของนายออกมาผ่านทางวงแหวนเวทเป็การโจมตีใหญ่ แต่เพียงแค่สร้างวงแหวนเวทแบบนี้ได้ชีวิตก็ง่ายขึ้นแล้วล่ะ เพราะทำได้หลายขนาดแต่ต้องฝึกจนชำนาญไม่เกินตัว มันสามารถใช้เป็ทักษะโจมตีได้แบบสารพัดประโยชน์” โทชิอธิบาย
“แต่ตอนนี้ผมต้องควบคุมออร่าพลังเวทก่อนสินะครับ” อาคุมุพูดแล้วนั่งลง เขาหลับตาและลองทำสิ่งที่คิดว่าเป็การควบคุมออร่าพลังเวทรอบตัว สิ่งที่รู้สึกได้ก็มีเพียงพลังเวทที่อยู่ภายในเพียงเท่านั้น
‘มันคงต้องใช้เวลามากแน่เลย’
...
เวลาได้ผ่านพ้นไปนานพอสมควร ในตอนนี้อาคุมุััได้ถึงพลังจาง ๆ ที่วนอยู่รอบตัว นี่อาจจะเรียกว่าก้าวแรกก็เป็ได้! แน่นอนว่าโทชิก็เห็นพัฒนาการนั้นและความเปลี่ยนแปลง ซึ่งก็คือออร่าพลังเวทที่เริ่มมีปฏิกิริยาบางอย่างจนมันขยับวนไปรอบตัวอาคุมุ
“ดี! แบบนั้นแหละ ทำต่อไปเรื่อย ๆ แล้วเดี๋ยวนายจะจับจุดได้เอง” โทชิกล่าว
เพียงแต่ว่าเขาบอกกับอาคุมุไปได้ไม่นานนัก ทันใดนั้นเองก็มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอีกครั้ง ออร่าพลังเวทรอบตัวอาคุมุนั้นเกิดการเปลี่ยนสีไปเอง โดยมันเปลี่ยนไปทุกสีและไม่หยุดอยู่ที่สีใดสีหนึ่งราวกับว่าร่างกายของอาคุมุที่นั่งอยู่นั้นเป็หลอดไฟสีรุ้ง
หลังจากที่เปลี่ยนสีไปั้แ่สีขาวจนเป็สีทอง มันก็ได้กลับมาเป็สีฟ้าเข้มดังเดิม โดยเป็ออร่าในระดับพลังของอาคุมุ
“นายเนี่ยทำความเข้าใจได้เร็วจังเลยนะ” โทชิพูดเหมือนกับว่าเขารู้ผลลัพธ์ที่ได้จากการฝึกในครั้งนี้ของอาคุมุแล้วยังไงอย่างงั้น...
ซึ่งมันก็เป็อย่างนั้นจริง ๆ
“ผมก็ไม่รู้ว่าทำได้ไง แต่ผมคิดว่าผมน่าจะควบคุมมันได้อย่างชำนาญพอสมควรแล้วล่ะครับ” ว่าแล้วเขาก็ลองทำมันดูอีกครั้ง
‘ััได้เร็วขึ้นด้วยแฮะ’ เขารู้สึกถึงออร่าพลังเวทได้เร็วกว่าเดิม ทั้งยังสามารถควบคุมมันได้ดียิ่งขึ้น ในตอนนี้เขาสามารถซ่อนออร่าพลังเวทได้แล้ว
“สุดยอด! ตอนที่ฉันฝึกยังใช้เวลานานกว่านี้เลย” โทชิที่เห็นอย่างนั้นก็มีความใเล็กน้อย เพราะเขายังไม่เคยเห็นใครที่ทำได้เร็วถึงเพียงนี้ แม้แต่ตัวเขาเองก็เช่นกัน
หลังจากซ่อนออร่าพลังเวทแล้ว อาคุมุก็เผยมันออกมาให้เห็นเป็ปกติ แล้วเขาก็ทำให้มันเปลี่ยนสี โดยเขาเปลี่ยนให้มันเป็สีทองพร้อมกับซ่อนไว้อีกครั้ง
“ผมทำแบบนี้จะสามารถใช้ขู่ได้ไหมครับ?” ว่าแล้วเขาก็ลุกขึ้นยืนและปล่อยออร่าพลังเวทออกมา มันเป็ออร่าสีทองโดยพลังของออร่านั้นปะทะเข้ากับอากาศจนเกิดเป็แรงลม โดยมันพัดผ่านและความรุนแรงพอสมควร สามารถใช้ในการข่มขู่ศัตรูได้เป็อย่างดี
“นี่แหละคือผลพลอยได้ มันเป็เหมือนกับจิตสังหารที่ใช้ก่อนการต่อสู้เพื่อทำให้ศัตรูเสียขวัญ เบื้องต้นนายเอามันมาใช้ได้ดีเลยล่ะ” โทชิพูดพร้อมกับเผยออร่าสีแดงออกมาให้อาคุมุเห็น
“สีแดงเหรอครับ? หรือว่าแค่เปลี่ยนเฉย ๆ นะ”
“เดี๋ยวถึงเวลานายก็จะรู้เอง” พูดจบโทชิก็ซ่อนออร่าสีแดงนั้นไว้และหลับตาลง
“ถ้าในระดับนายใช้แล้วจะให้ศัตรูวิ่งหนีเลยก็คงจะประมาณนี้” เขาลืมตาขึ้นพร้อมกับออร่าสีแดงที่แผ่ออกมารอบ ๆ ตัว พลังของออร่านั้นปะทะเข้ากับอากาศจนเกิดเป็แรงลมเช่นเดียวกัน แต่สิ่งที่อาคุมุััได้นั้นคือความรุนแรงที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ
แรงลมนั้นปะทะเข้ากับร่างของอาคุมุจนเขาแทบจะปลิวตามสายลมได้ทุกเมื่อ มากไปกว่านั้นคือในระดับที่อยู่เหนือหัวโทชิขึ้นไปข้างบน ออร่าสีแดงและลมนั้นหมุนอยู่สูงราวกับว่ามันคือพายุลูกใหญ่ที่เตรียมพร้อมซัดกระหน่ำแล้ว
“เจอแบบนี้ไม่วิ่งก็คงจะแปลกแล้วครับ”
“ฮ่า ฮ่า นั่นสินะ.. เอาล่ะถึงเวลาที่นายจะต้องฝึกใช้บาทาไร้เงาแล้ว ฉันมั่นใจว่านายใช้เวลาไม่นานก็คงทำได้น่ะนะ”
อาคุมุได้ยินอย่างนั้นจึงทำอย่างที่โทชิเคยบอกไว้ในทันที เขาควบคุมและถ่ายเทออร่าพลังเวทไปยังเท้าทั้งสองข้างจนมีแสงสว่างปรากฏขึ้นเพียงแค่ตำแหน่งนั้น
“ลองวิ่งดู” โทชิบอกพร้อมกับกำลังจะใช้บาทาไร้เงาเช่นกัน
อาคุมุวิ่งไปตามทางในป่าใหญ่ สิ่งที่เขารู้สึกได้คือความเร็วในการวิ่งที่มากกว่าปกติ ร่างกายที่เบาจนแทบจะไม่รู้สึกถึงแรงโน้มถ่วง
“ใบไม้?! มันช้าลงเหรอ? นี่มันอะไรกันเนี่ย?” มากไปกว่านั้นคือระหว่างที่วิ่งเขามองเห็นใบไม้ซึ่งกำลังร่วงหล่นช้า ๆ ทั้งที่เขาวิ่งด้วยความเร็วมากกว่าเดิมหลายเท่า
“บาทาไร้เงา คนรอบข้างไม่ได้ช้าลงแต่อย่างใด กลับกันคือผู้ใช้เองที่เร็วกว่าคนรอบข้างเป็เท่าตัว มันเป็อะไรที่ลึกซึ้งมากเลยล่ะ ฉันอธิบายได้แค่เท่าที่ฉันเข้าใจนี่แหละ” โทชิที่วิ่งตามมาก็อธิบายให้อาคุมุได้เข้าใจมากยิ่งขึ้น ซึ่งเขาวิ่งแบบเดียวกันกับอาคุมุก็คือออร่าที่เท้าทั้งสองข้างเท่ากัน ทั้งยังลดความเร็วลงเพื่อให้ช้ากว่าอาคุมุ
อาคุมุและโทชิหยุดวิ่ง ซึ่งการหยุดนั้นไม่ได้รับผลกระทบอะไรเลยแม้แต่น้อยทั้งที่วิ่งด้วยความเร็วขนาดนั้น นับว่าเป็ทักษะที่ดีเป็อย่างมาก
“เท่านี้นายก็ใช้บาทาไร้เงาได้แล้ว แต่ถ้า้าระดับสูงกว่านี้ที่เคลื่อนไหวได้เร็วกว่านี้ นายต้องถ่ายเทออร่าพลังเวทไปยังเท้าข้างเดียวและสลับมาอีกข้างหนึ่งด้วยความรวดเร็วขณะวิ่ง โดยนายจะต้องถ่ายเทตอนที่เท้าข้างนั้นกำลังลงพื้นถึงจะใช้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ”
“เอ่อ... ผมคิดว่ามันน่าจะระดับสูงเกินไปหน่อยนะครับ เอาเป็ว่าไว้เท่านี้ก่อน แค่ระดับนี้ก็คงจะไม่มีใครตามทันแล้วล่ะ” อาคุมุเลือกที่จะหยุดการฝึกทักษะบาทาไร้เงาไว้เพียงระดับนี้ก่อน เพราะเขา้าที่จะฝึกทักษะอย่างอื่นเช่นกัน
“แน่นอนอยู่แล้ว ไม่มีใครตามทันหรอกถ้าเทียบกับคนรุ่นเดียวกันกับนาย เก๋ากว่านี้ก็ยังตามไม่ทันเลย เอาเป็ว่าฝึกการสร้างวงแหวนเวทนี่แหละ..”
“มันก็ถูกนับว่าเป็ทักษะระดับสูงเหมือนกัน”