เสียงฟ้าลั่นกึกก้องสนั่นหูสายฟ้าฟาดเหมือนเพลงดาบฟาดฟันลงมาคดเคี้ยวแหลมคม ฝนเม็ดใหญ่ถาโถมลงมาทั่วทุกหัวระแหงเหมือนฟ้ารั่วอย่างไรอย่างนั้น
มองออกไปเหมือนฟ้าดินกำลังอลหม่านคละคลุ้งผู้คนต่างก็นั่งอยู่ในรถ มองไม่เห็นหนทางทั้งเบื้องหน้าและเื้ัแม้กระทั่งคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ยังมองเห็นกันไม่ค่อยชัด
รถจำนวนหนึ่งวิ่งตรงเข้าไปในบ้านตระกูลหรง เสียงเครื่องยนต์ดังก้องวิ่งผ่านสนามหญ้า เลี้ยวเข้ามาอย่างรวดเร็ว จอดไว้ที่ตรงเชิงประตูหน้าบ้าน
คุณนายใหญ่หรงใบหน้าซีดเซียวยืนอยู่ตรงเชิงประตูหน้าบ้านชะเง้อมองหาเห็นบอดี้การ์ดนำตัวหรงฟังหลินมาส่ง ก็วิ่งกรูเข้าไปโอบกอดลูกสาวเอาไว้
“ลูกแม่ ลูกทำให้แม่ใแทบตายรู้ไหม! เป็ไงบ้าง?เจ็บตรงไหนรึเปล่า?”
“หนูไม่ได้เจอเหตุการณ์ซะหน่อยอะ” หรงฟังหลินสะบัดมือแม่ทิ้งด้วยความรำคาญ“คนที่เจอเหตุการณ์คือพี่ชายใหญ่ต่างหาก”
คุณนายใหญ่หรงเหลือบไปมองดูลูกเลี้ยง“เจียซั่ง เธอไม่เป็ไรใช่ไหม?”
“ไม่เป็ไร” หรงเจียซั่งตอบด้วยน้ำเสียงเ็า“ครูฝงช่วยผมเอาไว้”
คุณนายใหญ่หรงเห็นฝงซื่อเจินใช้ผ้าเช็ดหน้าที่มีเืไหลอาบใอุทานขึ้น “ครูฝงคุณได้รับาเ็เข้าแล้ว? เร็วๆ ยังไม่ไปตามหมอเฉินมาอีก”
ฝงซื่อเจินรีบพูดขึ้น “ะุแค่เฉี่ยวๆ ิันิดหน่อยเองค่ะเดี๋ยวทายาเสียหน่อยก็คงดีขึ้นแล้ว ฝนตกหนักขนาดนี้รู้สึกเกรงใจคุณหมอต้องลำบากมาเพื่อทำแผลเล็กๆ แค่นี้เอง”
เสียงหัวเราะด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำดังออกมาจากห้องรับแขกผู้ชายวัยกลางคนรูปร่างสูงใหญ่คนหนึ่งเดินออกมา
เขามีรูปหน้าสี่เหลี่ยมคิ้วเข้มจมูกโด่ง สวมใส่เสื้อโค้ตยาวถึงขา ถึงแม้ว่าจะแต่งตัวดูเป็สุภาพบุรุษแต่ก็รู้สึกถึงความอันธพาลโเี้อยู่
เห็นได้ชัดว่าคนคนนี้ไม่ใช่หรงติ้งคุนคนที่สง่างามน่าเกรงขามนั่นแน่นอน
“คุณนายคราวนี้เหมือนจะเลือกครูสอนพิเศษมาถูกคนซะแล้วละว่าไหมไม่เพียงแค่สอนวิชาการความรู้คุณหนูคุณชายเท่านั้นนะครับยังมีความสามารถเก่งกาจได้ขนาดนี้เลยเชียว ถึงขั้นช่วยชีวิตคุณชายใหญ่ในเวลาคับขันได้อีกด้วยนะครับเนี่ย”ผู้ชายคนนี้เดินเข้ามาอยู่ต่อหน้าฝงซื่อเจิน จับมือหล่อนแล้วพูดขึ้น “คุณฝงขอบคุณที่ช่วยปกป้องเจียซั่งเอาไว้”
คุณนายใหญ่หรงยืนอยู่ข้างๆ พูดขึ้นว่า “คุณจ้าวเป็พี่น้องร่วมสาบานของคุณท่านบ้านเรา”
ฝงซื่อเจินพูดขึ้นมาด้วยความเคารพยำเกรง “คุณจ้าวชมเกินไปแล้วค่ะดิฉันก็เป็แค่คนมาของานทำขอข้าวทานแค่นั้นเอง ได้ช่วยชีวิตคุณชายใหญ่เอาไว้ก็ถือว่าเป็โชคช่วยเท่านั้นค่ะ”
จ้าวหัวอันหัวเราะฮ่าๆ เสียงดัง ฟังดูหนักแน่นจริงใจ เสียงดังจนแก้วหูแทบสั่น
“คุณฝงเป็ผู้หญิงที่มีความกล้าหาญมากจริงๆ!คุณได้รับาเ็แล้ว เชิญเข้าไปพักรักษาตัวในห้องก่อนเถอะครับ รอเถ้าแก่หรงกลับมาจะต้องมอบรางวัลชดเชยให้กับคุณอย่างแน่นอน”
ฝงซื่อเจินตอบรับอย่างอ่อนน้อม ยกชายกระโปรงขึ้นแล้วเดินขึ้นไปชั้นบน
เื้ัหล่อน จ้าวหัวอันน้ำเสียงสุขุม พูดกับคุณนายใหญ่หรงว่า “เห็นไหม ฉันบอกแล้วว่าไม่เป็อะไรหรอกฟังหลินที่น่าเอ็นดูก็ไม่เป็อะไร”
“ถ้าหากฟังหลินเป็อะไรไปละก็ ฉันคงต้องตายแน่ๆ” คุณนายใหญ่หรงพูดกับหรงเจียซั่งว่า “คุณพ่อของเธอทราบแล้วว่าวันนี้เกิดอะไรขึ้นบอกว่าจะกลับมาไวหน่อย พวกเธอทุกคน่นี้ก็อย่าเพิ่งออกไปไหนละกันเก็บตัวอยู่ที่บ้านจะดีกว่า”
ฝงซื่อเจินยืนอยู่ตรงมุมบันไดบันไดมองย้อนกลับลงมาดูก็เห็นใบหน้าที่หยาบกระด้างของจ้าวหัวอันที่แสดงออกอย่างอ่อนโยนอย่างไม่น่าเชื่อหล่อนรีบก้าวเท้าเดินขึ้นไปชั้นบน มุมปากแสดงรอยยิ้มออกมาอย่างเ็า
ฝงซื่อเจินผลักประตูเปิดออก ลมพัดเข้ามากระทบกับใบหน้า พัดกระดาษปลิวว่อนกระจายไปทั่วห้อง
หน้าต่างเปิดอยู่ ผ้าม่านปลิวไสวตามลม ภายนอกนั้นเห็นเป็ท้องฟ้ามืดครึ้มและหม่นหมองเสียงสายฟ้าฟาดเหมือนกับจะแบ่งท้องฟ้าเป็ 2 ซีกดังขึ้นไม่ไกลจากตัวหล่อน
ฝงซื่อเจินตรงเข้าไปปิดหน้าต่างทันใดนั้นก็มองเห็นแสงไฟสว่างมาจากห้องบนตึกฝั่งตรงข้ามหรงเจียซั่งก็กำลังปิดหน้าต่างเหมือนกัน
กั้นกลางด้วยฉากฝน สายตาทั้งสองประสานกัน ฝงซื่อเจินนิ่งชะงักเขาอยู่ฝั่งตรงข้าม?
ลมพัดเม็ดฝนกระเด็นเข้ามาฝงซื่อเจินสะดุ้งรู้สึกตัว มือไม้ลนลานปิดหน้าต่างเข้ามาฝนกระหน่ำตกข้างนอกนั้นก็เหมือนกับกองทัพจู่โจมพื้นดินห่าแรกสาดลงมาห่าต่อไปก็ตกตามๆ กันมาไม่หยุดหย่อน เสียงดังซู่ซ่ากระทบลงบนหน้าต่างกระจก
คุณชายใหญ่หรงพักอยู่ฝั่งตรงข้าม?
งั้นเมื่อวานนี้เขาก็อยู่ในห้องที่เปิดไฟไว้ข้างในที่อยู่ตรงกันข้ามกับห้องเรางั้นเขาก็มองเห็นเราใส่ชุดนอนโปร่งๆ บางๆ จนเห็นเรือนร่างหมด?
ใบหน้าของฝงซื่อเจินรู้สึกเหมือนกำลังมีไฟเผาลุกโชน
ก้าวเท้าไปเหยียบสิ่งของบางอย่างนั่นก็คือเครื่องบินกระดาษที่หรงเจียซั่งปาให้หล่อนเมื่อตอนกลางวัน
กระดาษเปียกน้ำเกือบหมดฝงซื่อเจินจับกางออกด้วยหัวใจที่กำลังเต้นระรัวน้ำหมึกปากกาที่เขียนลงไปนั้นเริ่มละลายจางหาย ยากที่จะอ่านออกได้
ฝงซื่อเจินเปิดโคมไฟสว่างขึ้นนั่งอยู่ในห้องที่รกกระจัดกระจาย ค่อยๆ ดูคำตอบบนกระดาษคำถาม
20 คำถามปรนัย 2 คำถามอัตนัยตอบถูกทั้งหมด
นึกไปถึงเื่คะแนนเฉลี่ยจบของคุณชายใหญ่หรงที่จะต้องบังคับให้เขาทำให้ได้ฝงซื่อเจินอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจอย่างอ่อนแรง
แม่บ้านเฉินได้รับคำสั่งจากคุณนายใหญ่หรงให้พาแม่บ้าน 2 คนเข้ามา เก็บกวาดจัดระเบียบห้องให้เรียบร้อยเปลี่ยนผ้าปูที่นอนสะอาดๆ ให้ใหม่
“คุณฝงคะ” แม่บ้านเฉินถามขึ้นมากะทันหันกะทันหัน“จะออกรบกันแล้วใช่ไหมคะ?”
ฝงซื่อเจินมีความมึนงง หัวเราะตอบไปว่า“คนรบคือแม่ทัพใหญ่ทั้งนั้นเลย ยังตีไม่ถึงเมืองหลวงด้านในเลยค่ะนับประสาอะไรกับเราคนธรรมดาๆ ในนี้กันละคะปีที่ผ่านมามีใครบ้างที่กล้าหือกับพวกฝรั่ง?”
แม่บ้านเฉินโล่งอก พูดขึ้นว่า“ได้ยินมาว่าคุณท่านจะกลับมาแล้ว ให้พวกเราทำความสะอาดตึกซีถางที่อยู่ด้านฝั่งโน้นน่ะค่ะพรุ่งนี้กลัวว่าจะงานยุ่ง คุณฝงถ้ามีธุระอะไร สามารถเรียกใช้แม่บ้านอู๋ได้นะคะ”
ฝงซื่อเจินพยักหน้ารับ“ทราบแล้วค่ะ เชิญแม่บ้านเฉินทำงานตามสบายได้เลยค่ะ”
แม่บ้านเฉินรอที่จะจับผิดเกี่ยวกับคุณท่านของตระกูลหรงจากคำพูดของฝงซื่อเจินที่คิดว่าหล่อนจะพูดออกมา
ทำไมไม่นอนที่ตึกใหญ่แต่กลับไปนอนที่ตึกซีถาง? คุณนายซุนซื่อจะกลับมาจากบ้านพ่อแม่ไหมนะ?ชอบทำงานอดิเรกอะไรนะ? อะไรประมาณนี้
แต่ว่าฝงซื่อเจินไม่แสดงสีหน้าท่าทางใดใดก้มหน้าก้มตาเก็บเรียงหนังสือ ไม่แสดงอะไรออกมาเลยแม้แต่น้อย
แม่บ้านเฉินเอาแต่พูดถึงเื่ราวของเ้าของบ้านให้ฟังไม่หยุดเหมือนคนที่กำลังอั้นฉี่ถูกขวางทางไม่ให้เข้าห้องน้ำอย่างไรอย่างนั้นมีความกระสับกระส่าย พูดลองเชิงขึ้นอีกว่า “คุณท่านน่ะเป็คนใจดีคุณฝงไม่ต้องหนักใจไปหรอกนะ”
ฝงซื่อเจินพยักหน้า“ทราบแล้วค่ะ ขอบคุณแม่บ้านเฉินนะคะ”
แม่บ้านเฉินอัดอั้นเอาไว้ไม่อยู่แสดงทีท่าออกมาและบอกความลับอะไรบางอย่าง รีบกระซิบเบาๆ “คุณท่านกลับมาแล้ว คุณนายซุนซื่อก็กำลังจะกลับมาเหมือนกันจะว่าไป คุณนายซุนซื่อตอนแรกก็เป็ผู้หญิงที่เรียนจบโรงเรียนมัธยมหญิงล้วนนะสอบติดมหาวิทยาลัยด้วย แต่น่าเสียดายที่บ้านเป็หนี้ก้อนใหญ่คุณท่านก็ใจดีใช้หนี้ให้บ้านหล่อนแทน หล่อนเลยออกจากการเรียนมาปรนนิบัติคุณท่านแทนคุณท่านชอบคนมีความรู้การศึกษาปราดเปรื่องอย่างหล่อนมากเลยทีเดียว”
ฝงซื่อเจินหัวเราะออกมาคล้ายกับว่าเป็คนไร้เดียงสาสิ้นดีพูดขึ้นว่า “คุณนายซุนซื่อคนนั้นโชคดีจริงๆ เลยนะคะ ได้เจอคนดีๆ อย่างคุณท่าน”
แม่บ้านเฉินเห็นว่าหล่อนดูเหมือนฟังไม่เข้าใจความหมายลึกๆเลยพูดมากยิ่งกว่าเดิม “คุณนายซุนซื่อยังมีน้องสาวอีกคนคุณท่านสนับสนุนเื่ทุนการศึกษาอยู่ ปีนี้เพิ่งจะจบมัธยมต้น ดูท่าคุณท่านจะชอบหล่อนเอามากๆครั้งนี้ไปหนันเซี่ยก็พาหล่อนไปด้วยนะ”
นี่เป็ข่าวใหม่ซะแล้วนี่หรงติ้งคุนหลับนอนกับเมียน้อยคนใหม่ใช่ไหม?
แม่บ้านเฉินเห็นว่าฝงซื่อเจินเหมือนจะเข้าใจขึ้นมาบ้างแล้วเลยรู้สึกพอใจขึ้นมาหน่อยแล้วค่อยจากไป เหมือนกับวีรสตรีผู้กล้าหาญได้ปฏิบัติหน้าที่จนสำเร็จแล้วกล่าวลาจากไปอย่างไรอย่างนั้น
หลังทานข้าวเย็น ท้องฟ้าก็มืดสนิทขึ้นมาแล้วฝนตกรอบนี้มาไวไปไวเหมือนทัพทหารที่เคลื่อนพลอย่างเร่งด่วน ตกห่าใหญ่แล้วจากไปหายไปในแสงขอบฟ้าที่ลาลับ เหลือไว้เพียงความมืดที่ว่างเปล่า
ฝงซื่อเจินเปิดหน้าต่างออกบรรยากาศเย็นชื้นพัดเข้ามา ในสวนลานบ้าน เสียงอึ่งอ่างคางคกร้องระงมหยดน้ำกลิ้งบนใบไม้หล่นไปในบ่อน้ำ ได้ยินเสียเปาะแปะผีเสื้อกลางคืนตัวน้อยบินเข้ามาในห้อง ถูกแสงไฟนั้นดึงดูดเข้าไป ถูกล่อเข้ามาและไม่มีทีท่าว่าจะบินจากไป
ท้องฟ้ามืดสนิทแล้วเหมือนกับผ้ากำมะหยี่สีดำสนิท ปกคลุมไปทั่วทุกหย่อมหญ้า
นักเดินทางผู้สัญจรไปมาน่าจะกลัวค่ำคืนมืดมิดแบบนี้ที่สุดไม่มีแสง มองหาไม่เห็นหนทาง จนขาดความระมัดระวัง ก็จะเดินผิดเส้นทางไปได้ง่ายๆหรืออาจจะต้องหกล้มจนได้รับาเ็
ฝงซื่อเจินเดี๋ยวก็นึกถึงสถานการณ์ที่กำลังวุ่นวายเดี๋ยวก็นึกถึงแผนการที่ตัวเองได้วางไว้กับเมิ่งซวี่อันเดี๋ยวก็นึกถึงเหตุการณ์ลักพาตัวและการต่อสู้เมื่อตอนกลางวันความคิดในสมองสับสนวุ่นวายไปหมด
สุดท้ายหล่อนก็ตั้งสตินึกถึงเป้าหมายสำคัญนั่นก็คือการเอาคืนหรงติ้งคุน
ลูกน้อง 2 คนที่เป็แม่ทัพคนสำคัญทั้งบู๊และบุ๋นของเขาฝ่ายบุ๋นคือหยางซิ่วเฉิง ฝ่ายบู๊คือคนที่ได้เจอเมื่อสักครู่นี้จ้าวหัวอันดูแลเื่การจัดส่งสินค้าลับของกองกำลังติดอาวุธเื่ของการใช้กำลังปืนผาหน้าไม้นั้น จ้าวหัวอันเป็คนจัดการทั้งหมด
หรงติ้งคุนอยู่ในตำแหน่งสูงทัดเทียมกับพวกเขาไม่เหมือนกับคนที่หาเลี้ยงครอบครัวอย่างสะอาดบริสุทธิ์ทั่วๆ ไปมีความเคลือบแคลงสงสัย สำหรับมือซ้ายขวา 2 คนนี้แล้วก็ใช่ว่าจะมีความเชื่อใจในตัวพวกเขาเต็มร้อยเพราะว่าหยางซิ่วเฉิงเป็คนสนิทสนมกับตระกูลหวงมาก ส่วนจ้าวหัวอันนั้นเป็เพราะว่ามีความสามารถมากเกินไปอำนาจมีมากเกินไป ถ้าหากหยางซิ่วเฉิงจะตัดขาดไปเข้าร่วมกับตระกูลหวงแล้วการที่เขาเองจะรักษาตำแหน่งไว้ก็ไม่ใช่เื่ยากและสำหรับจ้าวหัวอันนั้นถึงแม้จะมีอำนาจการตัดสินใจมากแต่ก็เพราะว่าหรงติ้งคุนได้ช่วยชีวิตเขาเอาไว้ตอนนั้นทำให้เขากลายเป็สุนัขรับใช้ที่จงรักภักดีตัวหนึ่งหรงติ้งคุนให้ความไว้วางใจต่อเขามากกว่า
ดูสถานการณ์ตอนนี้แล้ว หยางซิ่วเฉิงเหมือนกับว่าจะตกกระป๋องได้ง่ายหน่อย
หลังจากนั้นฝงซื่อเจินก็นึกไปถึงคุณอวี๋สาวน้อยผู้บอบบางน่าสงสารเหมือนดอกลิลี่ในความฝันถูกลมพัดกระโชกคนนั้นเครื่องประดับเพชรที่สะท้อนแสงแวววาวของตู้หลานซินเหมือนกับดวงดาวบนท้องฟ้าอย่างไรอย่างนั้นและคุณอวี๋ก็คือเด็กผู้หญิงที่นับดาวคนนั้นนั่นเอง ในตอนที่ตู้หลานซินเล่าเื่ตัวเองไปเที่ยวพักร้อนถึงญี่ปุ่นไปเที่ยวที่ยุโรปนั้น คุณอวี๋ก็มีสีหน้าอิจฉา แค้นที่ตัวเองไม่อาจเทียบหล่อนได้
หยางซิ่วเฉิงออกจะฉลาดขนาดนั้นทำไมถึงจะมองไม่ออก?
หรือว่าความรักมันสามารถบังตาคนได้ปิดบังหูไม่ให้ได้ยินได้ ทำให้คนมองข้ามทุกๆ สิ่งได้กลายเป็คนโง่ที่ไม่มีการป้องกันตัวใดใดเลย ได้จริงๆ งั้นเหรอ?
เพราะว่าการแสดงออกของหยางซิ่วเฉิงกับความฉลาดปราดเปรื่องของเขานั้นขัดแย้งกันก็ทำให้บางทีฝงซื่อเจินก็ไม่ทันได้ระวังตัวและก็ไม่รู้ว่าจะรับมือกับเขาอย่างไรอีกด้วย
และเมื่อพูดถึงเื่ความรักสายตาของฝงซื่อเจินแสดงออกถึงความเศร้าใจในตอนที่เห็นคุณชายใหญ่หรงที่อยู่ตรงหน้านั้นคิดถึงคนรัก
ในเฉพาะเวลานั้นเท่านั้นที่ชายหนุ่มคนนี้ไม่แสดงอาการท่าทียโสโอหังและยังมีความเป็เด็กหนุ่มตามที่สมควรจะเป็
แต่ว่าคุณชายที่ดูเหมือนสูงส่งสง่างามคนนี้กลับสามารถที่จะล้มพวกโจรลักพาตัวให้ราบคาบได้ด้วยมือเปล่าของเขาเองร่างกายและมือคู่นั้นถ้าไม่ได้รับการฝึกอย่างหนักหน่วงมาคงทำไม่ได้อย่างนี้อย่างแน่นอนคนที่สามารถอดทนกับการเคี่ยวหลอมอย่างยากลำบากสมควรได้ชื่อว่าเป็คนที่แข็งแกร่งและทรหด มีความพากเพียรเด็ดเดี่ยว คนที่มีคุณสมบัติเช่นนี้จะเป็คนเสเพลอย่างที่คนอื่นๆ เขาพูดกันได้ยังไงนะ?
หรงติ้งคุนนะหรงติ้งคุนตกลงแล้วแกเลี้ยงลูกให้เป็แบบไหนกันแน่นะ?
ลมในตอนกลางคืนพัดหวีดหวิวฝงซื่อเจินนอนพลิกไปพลิกมาบนที่นอน นอนยังไงก็หลับไม่ลง
บางทีอาจเป็เพราะเห็นเืเมื่อตอนกลางวัน ความทรงจำเก่าก่อนที่ฝังอยู่ในสมองส่วนลึกจนฝุ่นเกาะถูกกระเพื่อมสั่นไหวให้ฟุ้งขึ้นมาอีกครั้งความทรงจำที่ถูกกดทับเอาไว้หลายปีเหมือนกับสัตว์ร้ายที่กำลังดิ้นรนขัดขืนเหมือนัร้ายที่กำลังส่งเสียงอาละวาดอีกทั้งเหมือนกับว่าได้ดิ้นหลุดจากโซ่ตรวนที่ล่ามเอาไว้แล้ว
ฝงซื่อเจินยังฝันเห็นภาพการสังหารต่อหน้าต่อตาเมื่อวัยเด็ก
ตอนนั้นหล่อนเพิ่งอายุได้ 3 ขวบกว่ายังไม่ถึงวัยที่จำความได้หมด แต่กลับมีเศษเสี้ยวของความทรงจำบางส่วนที่ฝังลึกอยู่เหมือนกับว่าถูก์จัดวางไว้้าให้เป็เช่นนี้เหมือนความทรงจำนี้ถูกประทับตราฝังลึกลงไปในความทรงจำของฝงซื่อเจินไปเสียแล้ว
หยาดฝนที่ไม่เคยจะเบาบางลงท้องฟ้ามืดมิดดั่งจิตใจที่หม่นหมองความรักของแม่ผู้ให้กำเนิดโอบกอดให้ความอบอุ่นกับร่างกาย กอดหล่อนที่นั่งอยู่บนรถที่ลาลากเอาไว้
หล่อนและแม่สองคนเดินไปบนหนทางที่แสนจะยาวไกล ในชนบทที่อยู่ห่างไกลออกไปในกลางป่ามีเสียงอึกทึกครึกโครมอยู่ท่ามกลางป่าเขาที่เงียบวังเวงน้องชายพูดเสียงอ้อแอ้อยู่ในอ้อมกอดของแม่
แม่เขย่าปลุกตัวหล่อนให้ตื่นส่งตัวไปอยู่ในอ้อมแขนของผู้ชายคนหนึ่ง บนหัวของผู้ชายคนนั้นมีไฟฉายส่องอยู่ส่องเข้ามาจนทำให้รู้สึกอึดอัด หล่อนใช้กำลังยื้อยุดฉุดกระชากะโลงมาอยู่บนพื้น
ทันใด แม่ก็ร้องขึ้นมาด้วยความเ็ปแสนสาหัสหล่อนวิ่งหนีอย่างหวาดผวาเข้าไปในความมืดมิด อยู่ดีๆ ด้านหลังของเธอก็รู้สึกเจ็บขึ้นมาจากนั้นก็รู้สึกเ็ปรวดร้าวเข้าไปถึงกระดูกและความเ็ปเยือกเย็นได้ปกคลุมไปทั่วร่างกาย
ฝงซื่อเจินจำหน้าตาของแม่ผู้ให้กำเนิดจริงๆไม่ได้แล้ว แต่จำเสียงที่แม่พูดกับหล่อนเอาไว้ 2 ประโยค
น้ำเสียงที่เปล่งออกมาจากแรงเฮือกสุดท้าย “รีบหนี——”
และยังมีอีกประโยคตอนที่แม่มอบตัวเข้าไปหาผู้ชายคนนั้น “เด็กดี ไปเรียกเตี่ย”
“ตะ...เตี่ย——”
ฝงซื่อเจินเบิกตาลุกโพลงอย่างใหน้าซีดเหงื่อไหลซึม ร้องใเสียงดัง
ค่ำคืนที่ฟ้ามืดมิดขนาดนั้น มองไม่เห็นทางไม่เห็นทางจะไป วนเวียนอยู่อย่างนี้มาตั้งหลายปี ฝงซื่อเจินค้นพบว่า ตัวเองถูกกักขังให้วนเวียนอยู่ในวังวนมืดมิดนี้มานานเหลือเกินระเห็จระเหเร่ร่อนไปด้วยความหวาดกลัวเหมือนตอนเด็กๆ มองหาไม่เห็นทางออก
หล่อนปาดเหงื่อ ลุกขึ้นนั่งหางตามีหยดน้ำเป็ประกาย
แสงที่ตกกระทบหยดน้ำตานั้นมาจากหน้าต่างฝั่งตรงข้าม
หรงเจียซั่งยังไม่นอนแสงไฟตรงช่องหน้าต่างนั้นยังคงดูเหมือนวันแรกๆ ที่เห็น แสงไฟที่ดูอบอุ่นแสงไฟแวววาวอยู่ท่ามกลางค่ำคืนที่มืดสนิทดึงดูดให้คนหลงใหล
ฝงซื่อเจินทอดสายตาไปยังหน้าต่างบานนั้นความหวาดผวาและสับสนวุ่นวายค่อยๆ มลายหายไป จิตใจกลับเข้ามาสู่ความสงบและรู้สึกปลอดภัยอีกครั้ง
***ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/0818cc58522cbd86eda61452a3988291
***เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่เมืองศิวิไลซ์ที่ไหนขอฝากแฮชแท็ก #เมืองศิวิไลซ์ #เรือนหอมหมื่นลี้ #readAwrite ด้วยน้า