ตูม!
อานุภาพอันยิ่งใหญ่ของเซียนนักบุญได้เยื้องกรายมาถึงในเฉียบพลัน
์และพิภพ ทั้งโลกใบเล็กจื่อเสวี่ยนเทียนและกระทั่งพื้นที่โดยรอบนับหมื่นลี้ล้วนจมดิ่งลงสู่พายุที่ไร้ที่สิ้นสุดในทันใด ดั่งมหาสมุทรกำลังถล่มลง
์และพิภพล้วนหวั่นเกรง
นี่ไม่ใช่การเปรียบเปรยทว่าด้วยอานุภาพเซียนนักบุญนี้ ์และพิภพทั้งหมดในตอนนี้ต่างหวาดกลัว เพียงร่างเดียวที่ปรากฏขึ้นล้อมรอบด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์อนันต์ ม่านหมอกแห่งความอลเวงแผ่กระจายออกไป
เขาเป็ดุจทิวากรที่ส่องสว่างไปทั่วผืน์และพิภพ!
“เซียนนักบุญหรือ!”
ผู้าุโของตระกูลซูหน้าซีดเผือดไปตามๆกัน
ในตอนนี้เอง ไม่ว่าจะเป็กองทัพสีดำที่น่าสะพรึงกลัวหรือสมาชิกตระกูลซูหลายแสนคนต่างก็รู้สึกเหมือนเรือลำเล็กๆ ในมหาสมุทรที่กำลังจะล่มสลาย
ใบหน้าซีดเซียว ิญญากำลังจะแตกสลาย
นี่คือพลังของเซียนนักบุญแม้จะเป็เพียงอานุภาพรังสีก็เพียงพอที่จะบดขยี้ผู้ที่ไม่ใช่เซียนนักบุญลงได้
เกรงว่าแม้จะมีผู้มีาุโในระดับนิรันดร์นับหมื่นคนครั้นต้องเผชิญหน้ากับเซียนนักบุญ แม้นจะเป็เซียนนักบุญที่เพิ่งเลื่อนขั้น พวกเขาก็จะถูกกวาดล้างและสังหารได้
“บรรพบุรุษไร้เทียมทาน!”
“ฮ่าๆๆ ซูอวิ๋น เ้าสิ้นหวังบ้างหรือไม่เล่านี่คือพลังที่แท้จริงของบรรพบุรุษตระกูลกู้ของเรา!”
“ฮ่าๆๆ เซียนนักบุญได้เสด็จลงมาแล้วพวกเ้ายังไม่คุกเข่าคารวะอีกหรือ!”
ผู้าุโทั้งเจ็ดในระดับนิรันดร์ของตระกูลกู้รวมถึงผู้นำตระกูลกู้ ต่างก็หัวเราะออกมาทันใด
เสียงหัวเราะอันบ้าคลั่งดังก้องไปทั่ว์และพิภพ
“จบแล้ว! ตระกูลซูจบสิ้นแล้ว!”
ซูเหอหลับตาลงอย่างเ็ปตามที่คาดไว้ บรรพบุรุษของตระกูลกู้ได้ก้าวขึ้นเป็เซียนนักบุญจริงๆ
เซียนนักบุญ!
เมื่อเผชิญหน้ากับการมีอยู่อันน่าสะพรึงกลัวเช่นนี้แม้จะมีผู้าุโของตระกูลซูมากกว่านี้อีกสิบเท่า พวกเขาก็จะถูกตบตายด้วยฝ่ามือเดียว
“เซียนนักบุญหรือ!”
“เป็เซียนนักบุญจริงๆเช่นนั้นหรือ เป็ไปได้อย่างไร ตระกูลกู้จะมีเซียนนักบุญได้อย่างไร”
“หรือวันนี้เป็วันแห่งการล่มสลายของตระกูลซูเล่า”
ไม่เพียงแต่ซูเหอและคนอื่นๆเท่านั้น ทว่าสมาชิกตระกูลซูที่มากับผู้าุโของตระกูลซูก็สั่นสะท้านด้วยความหวาดหวั่นเช่นกันพวกเขาแทบจะหายใจไม่ออกแล้ว
แม้แต่กองทัพของตระกูลซูเหล่าทหารชุดเกราะสีดำที่ไร้ความปรานี ในตอนนี้ก็มีเหงื่อไหลอาบ มือที่ถือหอกสั่นเทาไม่มั่นคง
มีเพียงซูอวิ๋นและคนอื่นๆเท่านั้นที่ยังคงสงบ เพราะพวกเขารู้ว่าบรรพบุรุษฉางเซิงก็ก้าวขึ้นเป็เซียนนักบุญแล้วเช่นกันพวกเขาไม่กลัวบรรพบุรุษของตระกูลกู้
“คาดไม่ถึงว่าในที่สุดก็กลายเป็เซียนนักบุญแล้ว!”
ซูอวิ๋นเหงื่อไหลอาบร่างแอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก โชคดีที่บรรพบุรุษฉางเซิงออกมาจากการฝ่าด่านบำเพ็ญเพียรได้ทันเวลามิฉะนั้นตระกูลซูคงถูกทำลายลงภายในวันนี้เป็แน่
“เซียนนักบุญจอมปลอม!”
ซูฉางเซิงที่ติดตามพวกเขามาโดยตลอดในตอนนี้เองเขามองไปยังบรรพบุรุษของตระกูลกู้อย่างสนใจ
เป็เซียนนักบุญเหมือนกัน
เขามองทะลุสถานะของบรรพบุรุษตระกูลกู้ได้ในพริบตา
เขาไม่ได้ฝ่าทะลุด้วยตัวเองทว่าด้วยความช่วยเหลือจากพลังภายนอกบางประการ บังคับให้ฝ่าทะลุ ยิ่งไปกว่านั้นยังมีข้อบกพร่องเซียนนักบุญจอมปลอมที่วิถีแห่งเต๋าศักดิ์สิทธิ์นั้นไม่สมบูรณ์
เมื่อเทียบกับเซียนนักบุญที่แท้จริงแล้วเซียนนักบุญจอมปลอมประเภทนี้มีพลังอ่อนแอกว่าเล็กน้อย ยิ่งไปกว่านั้น ขีดจำกัดของเซียนนักบุญประเภทนี้ได้รับการกำหนดไว้พวกมันจะไม่มีวันฝ่าทะลุขั้นต่อไปได้อีก
ดังนั้น พวกเขาจึงถูกเรียกว่าเซียนนักบุญจอมปลอม
แน่นอนว่าการทำลายตระกูลซูนั้นยังคงเป็เื่ง่ายดายแม้ก่อนที่ซูฉางเซิงจะฝ่าทะลุ หากต้องเผชิญหน้ากับบรรพบุรุษตระกูลกู้เบื้องหน้า ชีวิตเขาก็คงมิรอด
“ไม่น่าแปลกใจที่บุตรแห่งโชคชะตาต้องเสียสละเพื่อที่จะถูกปลุกตื่นความหายนะในครานี้ไม่ใช่ข้อพิสูจน์หรือ”
ซูฉางเซิงถอดถอนใจ
หากระบบไม่ปรากฏขึ้น ตระกูลซูและตัวเขาเองก็คงยากที่จะเอาชีวิตรอดจากหายนะนี้พวกเขาจะต้องตายอย่างแน่นอน
ทั้งหมดนี้เป็แรงผลักดันเื้ัการตื่นขึ้นของบุตรีแห่งโชคชะตาในตระกูล
“คุกเข่า ยอมจำนนซะ!”
ในความว่างเปล่า ทั้งร่างของบรรพบุรุษตระกูลกู้ถูกปกคลุมไปด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์ที่ไร้ขอบเขตดุจดวงอาทิตย์อันยิ่งใหญ่ ส่องสว่างจนมิอาจมองด้วยตาเปล่าได้ อานุภาพอันไร้ขอบเขตของเขาดุจาาแห่งเทพเ้า
ในตอนนี้เอง เขาได้ประกาศคำพิพากษาขึ้น
ทั้งผืน์และพิภพรวมถึงผู้าุโทั้งหมดของตระกูลซู ต่างก็รู้สึกถึงพลังอันมิอาจต้านทานได้กำลังเคลื่อนลงมา
หัวเข่าของผู้าุโทั้งหมดอ่อนยวบและกำลังคุกเข่าลงกับพื้น
“ไม่!”
ใบหน้าของซูอวิ๋นแดงก่ำและเขาพยายามต้านทานด้วยกำลัง ทว่าด้วยอานุภาพของเซียนนักบุญ เขาต้านทานไม่ได้เลย
ตูม!
ในตอนนี้เอง อานุภาพอันยิ่งใหญ่ก็ปะทุขึ้นไม่ไกลออกไป เหนือศีรษะซูชิงมีปรางค์เจดีย์สี่ชั้นพังทลายลง อานุภาพเซียนนักบุญผู้ยิ่งใหญ่พุ่งออกมาขัดขวางอานุภาพของบรรพบุรุษตระกูลกู้
ผู้าุโของตระกูลซูทุกคนก็รู้สึกผ่อนคลายมากยิ่งขึ้นและไม่้าที่จะคุกเข่าอีกต่อไป
“บุตรแห่งตระกูลซูของข้ามีเพียงการยืนหยัดต่อสู้จนสิ้นลมหายใจเท่านั้น จะไม่มีการคุกเข่าเพื่อขอชีวิต ตาเฒ่าตระกูลกู้เ้า้าให้ตระกูลซูของข้ายอมจำนนต่อเ้า เป็ไปไม่ได้อย่างแน่นอน!”
ซูชิงะโอย่างโกรธเคือง
เหนือศีรษะของนางมีปรางค์เจดีย์โบราณสี่ชั้นปรากฏอยู่เสื้อผ้าอันวิจิตรของนางโบกสะบัด ใบหน้าแสนเ็าและงดงามดุจเทพธิดาของนาง แม้ว่าจะเป็เพียงสตรีนางหนึ่งทว่าในตอนนี้นางกลับเปล่งประกายด้วยอานุภาพน่าทึ่ง
“ถูกต้อง บุตรตระกูลซูมีเพียงการยืนหยัดต่อสู้จนตายเท่านั้น ไม่มีการคุกเข่าเพื่อเอาชีวิตรอด!”
“ถึงจะเป็เซียนนักบุญเราก็จะยืนหยัดต่อสู้!”
“ฆ่ามัน!”
ซูอวิ๋นและผู้าุโสูงสุดคนอื่นๆก็ะโออกมาเช่นเดียวกัน พลังของระดับนิรันดร์ปะทุขึ้นอย่างเต็มที่ พวกเขาพร้อมที่จะต่อกรกับเซียนนักบุญแล้ว
“สังหาร!”
กองทัพนับล้านและสมาชิกตระกูลซูหลายแสนคนก็ตะเบ็งเสียงขึ้นมาแล้วลงมือโจมตีพร้อมๆ กัน
“อาวุธศักดิ์สิทธิ์ที่ชำรุดชิ้นหนึ่งกลุ่มมดปลวก ผู้ใดที่ให้ความกล้ากับพวกเ้ากัน”
สีหน้าของบรรพบุรุษตระกูลกู้เริ่มเ็าลงดวงตาของเขาที่ซ่อนอยู่ในม่านหมอกแห่งความอลเวงก็เปล่งประกายเ็า
เดิมทีเขาพอใจกับท่าทางที่สง่างามของตนมาก้าใช้ประโยชน์จากอานุภาพของเซียนนักบุญเพื่อปราบปรามผู้าุโของตระกูลซูในคราวเดียวรวมไปถึงสนองความฟุ้งเฟ้อของตัวเอง
โดยทั่วไปเรียกว่าการโอ้อวด
ทว่าเขาไม่คาดคิดว่าผู้าุโของตระกูลซูจะไร้ยางอายต่อเขาเช่นนี้
โดยเฉพาะสตรีผู้นั้น นางกล้าท้าทายอานุภาพพลังเซียนของเซียนนักบุญอย่างไม่เกรงกลัว
“ให้พวกเ้าได้เห็นความแตกต่างระหว่างพวกชั้นต่ำกับเซียนนักบุญ!”
สีหน้าของบรรพบุรุษตระกูลกู้เฉยเมยเขาชี้นิ้วออกไป ราวกับนิ้วของ์ที่กดลงมา พลังปราณจิติญญานับหมื่นลี้ปะทุขึ้นทันทีมันพุ่งเข้าหาเขา และเปลี่ยนเป็พลังศักดิ์สิทธิ์อันยิ่งใหญ่ที่ถลาดิ่งลง
ตูม!
เพียงนิ้วเดียวเท่านั้น
ทั่วท้องนภาถูกแทงทะลุเป็รูโซ่ตรวนแห่งกฎแตกสลาย การโจมตีร่วมกันของผู้าุโหลายคนในตระกูลซู รวมถึงพลังของอาวุธศักดิ์สิทธิ์ที่พังทลายคาดไม่ถึงว่าจะถูกลบล้างไปด้วยนิ้วมือเดียว
พลังที่น่าสะพรึงกลัวนั่นเพียงพอที่จะกำจัดผู้าุโในระดับนิรันดร์ได้มากกว่าสิบคนได้ในฉับพลัน
หากไม่มีผู้าุโของตระกูลซูแบ่งเบาภาระซึ่งกันและกันเกรงว่าแม้แต่ผู้าุโสูงสุดในระดับนิรันดร์ก็อาจถูกแทงจนตาย
ทว่าแม้จะเป็เช่นนั้นผู้าุโหลายคนของตระกูลซูก็ล้วนกระอักเืและาเ็สาหัส
“ฮ่าๆๆ บรรพบุรุษไร้พ่าย!!”
ผู้าุโของตระกูลกู้ต่างก็หัวเราะเยาะเย้ย
“ในเมื่อพวกเ้าดื้อรั้นนักเช่นนั้นก็ไปตายด้วยกันซะ!” บรรพบุรุษตระกูลกู้ส่ายหัวและกล่าว
ในวินาทีถัดไป เขาที่กำลังจะฟาดฝ่ามือลงมาอีกครั้งหมายจะสังหารผู้าุโของตระกูลซูทั้งหมด
ในเมื่อพวกนั้นไม่เห็นคุณค่าของโอกาสที่มอบให้ก็อย่าโทษเขาที่ไร้ความปรานีก็แล้วกัน
“เฮ้อ ข้าเห็นแล้ว ไพ่ตายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของตระกูลกู้ก็คือเ้าผู้เดียวนี่เอง!”
“ข้าก็คิดว่ามันจะเป็การต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่!”
ในตอนนี้เอง เสียงถอนหายใจเบาๆก็ดังขึ้น
“หืม”
เมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคยนี้สีหน้าของบรรพบุรุษตระกูลกู้ก็เปลี่ยนไป และความหนาวเหน็บที่ไม่มีที่สิ้นสุดก็พวยพุ่งขึ้นมาในใจของเขา
การรู้สึกถึงความตายที่รุนแรงเข้าครอบงำหัวใจของเขา
“หมื่นิญญา...”
ในเวลาชั่วพริบตานี้เองเขาแผดเสียง และเตรียมปลดปล่อยพลังอันแข็งแกร่งที่สุดออกมา
วือ!
อย่างไรก็ตาม ฝ่ามือขนาดมหึมาได้ปรากฏขึ้นอย่างกะทันหันแสงศักดิ์สิทธิ์นับพันล้านหมุนผ่านระหว่างนิ้วมือ ดวงดาวโคจรโดยรอบ เปล่งรัศมีอันน่าสะพรึงกลัวของเซียนนักบุญออกมา
ฝ่ามือนี้ปรากฏขึ้นเร็วเกินไปในพริบตาเดียว มันก็คว้าบรรพบุรุษตระกูลกู้ไว้ แล้วบีบเบาๆ โลหิตที่ไม่มีที่สิ้นสุดพลันะเิออก
ตูม!
ในวินาทีถัดไป ์และพิภพก็เกิดความสะท้านกลัว
บนท้องนภา สายฝนสีเืจำนวนมากโปรยปรายลงมาราวกับกำลังร่ำไห้ให้กับการจากไปของเซียนนักบุญ
ผู้าุโของตระกูลกู้ที่อยู่ในที่เกิดเหตุต่างก็รู้สึกถึงความเศร้าโศกอาดูรและอดไม่ได้ที่จะอยากร่ำไห้
นั่นคือความเศร้าโศกจากการสูญเสียเซียนนักบุญ
บรรพบุรุษตระกูลกู้ได้สูญสลายเนื่องจากถูกซูฉางเซิงบีบจนตายด้วยฝ่ามือเดียว
ฉากนี้ทำให้ทุกคนตกตะลึงรวมถึงซูอวิ๋นและผู้าุโคนอื่นๆ ที่รู้จักซูฉางเซิง
พวกเขาไม่เคยคาดคิดมาก่อน
บรรพบุรุษตระกูลกู้ที่จิตใจฮึกเหิมพลานุภาพอันน่าเกรงขามสาดซัดปานคลื่นลูกใหญ่ มองลงมาที่ทุกคน หรือกำลังจะตบพวกเขาจนตายด้วยฝ่ามือเดียวคาดไม่ถึงว่าพวกเขากำลังจะถูกบรรพบุรุษฉางเซิงขยำจนสิ้น
เหมือนกับการบีบบี้แมลงวันจนตาย
“บรรพบุรุษ...”
ผู้าุโของตระกูลกู้ในตอนนี้ต่างก็ตกตะลึงกันอย่างสิ้นเชิง