ตอนที่ 8 ความทรงจำที่ไม่อาจจะลบเลือน
เื่ าาปีศาจกลับมาจากต่างโลก
ในป่าที่เต็มด้วยความมืดมิดมีเปลวไฟดวงใหญ่ถูกจุดขึ้น เหล่านักเรียนกำลังเต้นรอบกองไฟ
นักเรียนชายหญิงหลายคู่ได้เต้นรอบกองไฟดวงใหญ่ แต่ก็มีหลายคนนั่งอยู่ห่างออกไป
“ว่าไงพวกแห้ว” แม็กม่าเดินเข้ามาหากลุ่มผู้ชายที่นั่งอยู่ห่างออกจากกองไฟ
“แกก็ด้วยไม่ใช่หรือไง” เพื่อนในกลุ่มตอบกลับ
“นั้นสินะ” แม็กม่าเดินมานั่งกับกลุ่มเพื่อน
ย้อนกลับไปในตอนที่ท้องฟ้าในป่ายังไม่มืด ในขณะที่แม็กม่าเดินกลับและกำลังตัดสินใจ
ขอจิน่าเต้นรอบกองไฟ เขาเดินมาเรื่อยจนถึงจุดตั้งแคมป์ ตอนนี้จิน่ากำลังนั่งดูเพื่อนๆ เล่นน้ำอยู่
แม็กม่ายังไม่มีโอกาสที่จะไปขอจิน่าเต้นรำตอนนี้ เนื่องด้วยจำนวนคนที่นั่งอยู่ข้างๆ จิน่า
เขายังไม่มีความกล้ามากพอที่จะไปขอจิน่าตรงๆ
“ทำไมฉันถึงไม่กล้าวะเนี่ย กล้าๆ หน่อยสิวะ” แม็กม่าพูดกับตัวเอง
แต่ก็ยังไม่กล้าที่จะไปขอจิน่าเต้นตรงๆ
ใน่เย็น อีฟเดินเข้ามาคุยกับจิน่า เื่ที่ััได้ถึงกลิ่นอายปีศาจ
ในตอนที่พวกผู้ชายตัดต้นไม้ตายซาก ทั้งสองได้นัดแนะกันเื่นี้
“จะไปตอนนี้เลยไหม ถ้าไปหลัง่เที่ยงคืน อาจจะไม่มีโอกาสก็ได้” อีฟเสนอแผนใหม่
เธอคิดว่าคงไม่มีโอกาสหลังตอนเที่ยงคืน
“ฉันเห็นด้วย ตอนนี้พวกเราก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว ไปตอนที่คนอื่นเต้นรอบกองไฟ
คงไม่มีคนอื่นสนใจด้วย” จิน่าเห็นด้วยกับแผนของอีฟ ทั้งสองได้นัดเวลากัน
เมื่อเวลามาถึง เวลาที่เต้นรอบกองไฟ ความมืดได้มาเยือนเปลวไฟได้ถูกจุดขึ้น
การเต้นรอบกองไฟกำลังจะเริ่ม เหล่าชายหนุ่มได้ขอหญิงสาวไปเต้นรอบกองไฟด้วยกัน
บางคนก็สมหวัง บางคนก็สิ้นหวัง แปรผันไปตามคำตอบที่ได้รับจากหญิงสาว
ถึงคราวของแม็กม่า ตอนนี้จิน่ากำลังเตรียมตัวไปทำภารกิจปราบปีศาจกับอีฟ
เธอกำลังอยู่คนเดียว นั้นเป็โอกาสของแม็กม่า ชายหนุ่มเดินเข้าไปหาเธอ
“คุณจิน่า มีคู่เต้นรอบกองไฟหรือยังครับ” เสียงอันสั่นกลัวของแม็กม่าดังขึ้น
หญิงสาวที่ได้ยินก็หันมา เธอรู้ว่านั้นหมายถึงอะไร เธออยากจะตอบตกลงกับคำถาม
แต่เธอมีสิ่งที่ต้องไปทำก่อน ถ้าเธอไม่ทำภารกิจนี้ ปีศาจที่โดนสะกดอยู่อาจจะหลุดออกมา
ภาพความทรงในวัยเด็กย้อนกลับมา ภาพของเพื่อนที่โดนปีศาจสังหาร
สิ่งนั้นตามตอกย้ำเธออยู่ตลอด เธอไม่อาจจะตอบตกลงได้ นี้ก็เพื่อตัวของแม็กม่าเองด้วย
“ฉันมีเื่ต้องไปทำก่อนนะ ฉันไปก่อนนะ”
จิน่าเดินจากไปทิ้งให้ชายหนุ่มยืนผิดหวังอยู่ตัวคนเดียว
หลังจากนั้นแม็กม่าก็เดินไปหากลุ่มเพื่อนๆ ที่ยังไม่มีคู่เต้นรอบกองไฟ
“ฉันไปหาอีฟแต่ก็โดนปฏิเสธ” เพื่อนในกลุ่มพูด
“แกก็ด้วยเหรอ มีคนไปหาอีฟเยอะจังนะ เ้านี้ก็ไปขออีฟเหมือนกัน”
เพื่อนอีกคนก็โดนอีฟปฏิเสธและก็ชี้ไปหาเพื่อนอีกคนที่โดนแบบเดียวกัน
ทางด้านสองสาวนักปราบปีศาจ พวกเธอเดินหายไปท่ามกลางความมืดในป่า
ทั้งสองเดินหาจุดที่พวกผู้ชายตัดต้นไม้ตายซาก มันเป็ผนึกชั้นแรกในการกักขังปีศาจ
ผนึกชั้นแรกแข็งแกร่งอยู่ตลอดเวลาแม้แต่ตอนกลางคืนใน่เวลาที่ปีศาจจะแข็งแกร่งที่สุด
ก็ไม่อาจจะทำลายมันได้ แต่ผนึกที่สอง (ผนึกที่แม็กม่าเอามือล้วงเข้าไปดึงปีศาจออกมา)
มันไม่ได้แข็งแกร่งมาก แต่ก็กักขังปีศาจได้ใน่เวลาเช้าเท่านั้น แต่เมื่อกลางคืนมันจะออกมา
ซึ่งอีฟกับจิน่าก็รู้เื่นี้ดี ทั้งสองได้ค้นพบมันในที่สุด
“ตรงนี้แหละ แต่ทำไมปีศาจไม่ยอมออกมา” อีฟ ตอนนี้ก็เวลากลางคืนแล้ว
่นี้ปีศาจน่าจะทำลายผนึกชั้นที่สองได้
“จะเอายังไงดี จะซ่อมผนึกชั้นแรกตอนนี้เลยไหม” จิน่าเสนอให้สร้างผนึกขึ้นใหม่
ซึ่งอีฟก็เห็นด้วยทั้งสองรีบสร้างมันก่อนที่ปีศาจจะออกมาจากผนึกชั้นที่สอง
“สิ่งที่พวกเ้าควรกลัวไม่ใช่เรา แต่เป็สิ่งนั้น” เสียงดังขึ้นจากตอไม้ที่ถูกตัด
มันคือเสียงของปีศาจที่ถูกผนึกอยู่ มันพูดกับทั้งสองในเื่ที่มันเจอก่อนหน้านั้น
“อะไรแกพูดถึงอะไร” อีฟพูดกับปีศาจที่ถูกผนึกอยู่ ในตอนที่มันพูดกลิ่นปีศาจที่ติดอยู่ในผนึก
ก็ลอยออกมา มันคือกลิ่นเดียวกันกับเหตุการณ์ที่กลิ่นปีศาจกระจายไปทั่วโลก
ซึ่งอีฟกับจิน่าก็ััมันได้ แต่ก็ไม่ได้คำตอบอะไรจากปีศาจตัวนั้น
ทั้งสองก็ได้สร้างผนึกชั้นแรกกลับขึ้นมาอีกครั้ง สองสาวได้เดินกลับที่แคมป์ไฟอีกครั้ง
กองไฟขนาดใหญ่ได้มอดดับลงไปแล้ว เวลาเต้นรอบกองไฟได้หมดลงแล้วเช่นกัน
พวกนักเรียนกำลังเข้านอนในเต็นท์ที่ตั้งไว้ั้แ่มาถึงน้ำตก จิน่าก็รู้ว่าคงไม่มีโอกาสอีกแล้ว
อีฟขอตัวไปนอนก่อน เธอใช้พลังในการสร้างผนึกเยอะมากที่สุด
จิน่าออกไปเดินเล่น เธอมองไปยังเต็นท์ที่แม็กม่าควรจะนอนอยู่ แต่ก็ไม่มีเงาของแม็กม่านอนอยู่
เธอเดินไปถามพวกผู้ชายที่นั่งคุยกันอยู่รอบกองไฟเล็กๆ
“เ้าแม็กม่าบอกว่าจะไปเดินเล่นบนน้ำตก” กลุ่มผู้ชายบอกจิน่า
หญิงสาวที่ได้ยินก็เดินตามแม็กม่าขึ้นไปบนน้ำตก เธอเห็นชายหนุ่มนอนอยู่ท่ามกลางทุ่งโล่ง
มันเป็ทุ่งโล่งเล็กๆ ที่อยู่บนยอดน้ำตก เธอเดินไปนั่งข้างๆ โดยไม่ให้สุ้มให้เสียง
แม็กม่าก็มีสะดุ้งเล็กน้อย เขาถามหญิงสาวว่ามาทำอะไรที่นี่
“ฉันมาให้คำตอบกับนาย ถึงจะช้าไปหน่อยก็เถอะ” จิน่า
“ไม่ใช่ว่าคุณปฏิเสธไปแล้วงั้นเหรอ” แม็กม่าตอบกลับ
“ตอนนั้นฉันยังไม่ได้ตอบปฏิเสธซะหน่อย” จิน่า คำพูดนั้นทำให้แม็กม่านึกย้อนไป
ในตอนที่แม็กม่าไปขอจิน่าเต้นรอบกองไฟ เธอไม่ได้ปฏิเสธแต่บอกว่ามีบางอย่างต้องไปทำ
“มันไม่มีกองไฟให้เต้นแล้วนะ” แม็กม่าพูด ตอนนี้ไม่มีกองไฟให้ทั้งสองเต้นรำ
“มีสิมันอยู่เต็มฟ้าเลย” จิน่าเงยหน้ามองฟ้า แม็กม่าลุกขึ้นยืนมือและขอจิน่าเต้นรำ
หญิงสาวก็ยืนมือไปให้ชายหนุ่มเป็การตอบตกลง ท่ามกลางแสงของดวงดาว
ชายหนุ่มและหญิงสาวได้เต้นรำคู่กัน ่เวลานั้นแสนสั้น แต่ก็ยาวนานสำหรับทั้งสอง
พวกเขามีเวลาสร้างความทรงจำดีๆ ด้วยกัน ถึงจะสั้นแต่มันก็จะอยู่ในใจไปตลอด
หลังจากนั้นเสียงเรียกของเพื่อนๆ ก็ดังขึ้น พวกผู้ชายที่นั่งรอบกองไฟได้เดินขึ้นมา
มีกลุ่มผู้หญิงได้เดินขึ้นตามมาด้วย พวกเพื่อนๆ ได้มานั่งดูดาวด้วยกัน
อีกฟากหนึ่งของโลก ครอบครัวหนึ่งกำลังลากกระเป๋าขึ้นเครื่องบิน
หญิงสาวคนหนึ่งได้หยิบรูปขึ้นมาดู รูปแรกเป็รูปของเด็กชายและหญิงในวัย6ขวบ
หญิงสาวยิ้มมุมปากเมื่อมองไปยังรูปของเธอกับเพื่อนสมัยเด็ก
“นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้เจอกัน” หญิงสาวคนนั้นพูดพร้อมหยิบรูปอีกใบขึ้นมาดู
ภาพที่ถ่ายตอนนี้คือรูปถ่ายครอบครัวของทั้งสองในตอนที่แยกออกจากกัน
ภาพนี่ถ่ายตอน8ขวบ ในภาพเด็กผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างเธอกำลังร้องไห้อยู่
เด็กชายร้องไห้เพราะต้องจากลากับเด็กผู้หญิงที่เป็เพื่อนเพียงคนเดียวของเขา
“มาขึ้นเครื่องได้แล้ว” แม่ของหญิงสาวเรียกเธอให้ไปขึ้นเครื่องบิน
ในเช้าของวันถัดมา วันนี้เป็วันสุดท้ายที่พวกนักเรียนจะอยู่ที่นี่ พวกเขากำลังกลับไปรีสอร์ต
จิน่าขอตัวแยกออกไปอีฟก็ตามไปด้วย จิน่าบอกอีฟเื่ที่เธอได้ฟังมาจากหญิงชราในวัด
ทั้งสองเดินไปหาหญิงชราที่อยู่ในวัด
“รอบนี้มาสองคนเลยเหรอ ไม่ใช่ปัญหาอยู่แล้ว” หญิงชรารู้ว่าใครเข้ามาหาเธอ
“ฉันตกลงค่ะ กรุณาสอนพวกเราด้วย” จิน่าพูดกับหญิงชรา
“ฉันไม่สอนพวกเธอหรอก แต่เอานี่ไปแทนแล้วกัน เรียนรู้ด้วยตัวเองซะ”
หญิงชราส่งหนังสือบางอย่างให้ทั้งสองคน
“ทำไมละค่ะ” จิน่าสงสัยว่าทำไมหญิงชราถึงไม่สอนพวกเธอด้วยตัวเอง
“ฉันไม่อยากให้พวกเธอเป็เหมือนฉันยังไงละ แต่ฉันก็รู้ว่าคงหยุดพวกเธอไม่ได้”
หญิงชราเปิดผ้าที่ปิดใบหน้าของเธอ เผยให้เห็นแผลเป็บนใบหน้าของเธอ
“มันคือส่งที่เธอต้องแลกมากับพลังมหาศาล” หญิงชราพูดเื่สิ่งที่อาจจะเกิดขึ้น
มันคือผลลัพธ์ที่หญิงชราต้องพบเจอเมื่อใช้พลังจากหนังสือเล่มนั้น
สิ่งที่หญิงชราบอกทำให้สองสาวคิดอยู่สักพัก ก่อนที่จะถามหญิงชราไปแบบตรงๆ
“มันไม่ใช่พลังของนักปราบปีศาจสินะคะ” อีฟพูดเหมือนรู้ว่ามันคืออะไร
“ถ้าจะจัดการปีศาจก็ต้องใช้ปีศาจ” หญิงชราพูดถึงพลังที่อยู่ในหนังสือคือพลังของปีศาจ
แต่เป็พลังปีศาจที่ใช้เพื่อกำจัดปีศาจ แต่การใช้พลังปีศาจนั้นก็ต้องมีสิ่งแลกเปลี่ยน
หญิงสาวทั้งสองตกลงรับหนังสือเล่มนั้นมาและกลับไปยังรีสอร์ตเพื่อเตรียมตัวกลับบ้าน
ทั้งสองได้นั่งข้างกันอีกครั้ง แม็กม่ากับจิน่าได้นั่งข้างกันเหมือนตอนมาเข้าค่าย
แต่พวกเขากลับไม่รู้ว่าจะพูดคุยอะไรกันดี ทั้งสองทำได้แค่นั่งเงียบใส่กันในใจก็อยากจะพูดคุย
แต่ภาพในหัวคืนนั้นก็ลอยไปมา ทำให้ทั้งสองอายเกินกว่าจะพูดออกไป
รถบัสได้มาถึงโรงเรียนแล้ว พวกนักเรียนได้แยกย้ายกันกลับบ้าน ตอนนี้พึ่งจะเที่ยงเท่านั้น
พวกผู้ชายคุยกันเื่ไปหาร้านอาหารกินแถวๆ โรงเรียน แม็กม่าก็ตกลงจะไปด้วยก่อนกลับบ้าน
พวกผู้หญิงไปกลับบ้านไปก่อนแล้ว จิน่าก็ขอตัวกลับบ้านเช่นกัน
แม็กม่าได้ร้านอาหารกับกลุ่มเพื่อนๆ พวกเขาคุยกันจนถึงตอนเย็น หลังจากนั้นแม็กม่าก็กลับบ้าน
เขาเดินมาจนเห็นบ้านตัวเองอยู่ไกลๆ แม็กม่าเห็นรถบรรทุกขนาดใหญ่จอดอยู่ข้างบ้าน
มีคนกำลังขนของเข้าไปในบ้านข้างๆ ที่อยู่ข้างบ้านของเขา แม็กม่าเดินมาจนถึงรถบรรทุก
คนที่กำลังขนของก็เรียกแม็กม่า
“แม็กม่า นี่ป้าเอง” หญิงคนหนึ่งที่มีอายุประมาณแม่ของเขาพูดกับแม็กม่า
“ใครงั้นเหรอครับ” แม็กม่าไม่รู้ว่าหญิงคนนี้เป็ใคร
“ป้าเอง ป้าฮันนาไง” หญิงสาวแนะนำตัวเองอีกครั้ง
“ผมจำไม่ได้” แม็กม่าตอบกลับ เขาจำคนชื่อนี้ไม่ได้จริงๆ
แต่ก่อนที่พวกเขาจะได้พูดคุยกันต่อ แม่และพ่อของแม็กม่าก็เดินออกมาจากบ้านหลังข้างๆ นั้น
พ่อและแม่กำลังช่วยกันขนของให้เพื่อนข้างบ้านอยู่
“แม็กม่ากลับมาแล้วเหรอ จำป้าฮันนาได้ไหม ทำหน้าแบบนี้ไม่ได้แน่นอน”
คุณแม่มองหน้าลูกแค่แว็บเดียวก็รู้ว่าเขาจำป้าไม่ได้
“หนูเรน ออกมาข้างนอกเร็ว” แม่ของแม็กม่าเรียกใครบางคนให้ออกมา
หญิงสาวคนหนึ่งเดินออกมาจากบ้านหลังข้างๆ ของเขา ใบหน้านั้นทำให้ภาพบางอย่างไหลเข้ามา
ภาพของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งกำลังวิ่งเล่นกับเด็กผู้ชายคนหนึ่ง เด็กผู้ชายคนนั้นเป็เหมือนตัวเขาเลย
แม็กม่ามั่นใจว่าเด็กผู้ชายต้องเป็ตัวเขาตอนเด็กไม่ผิดแน่นอนแล้วเด็กหญิงคนนี้ละ
เขามองไปยังหน้าของผู้หญิงที่พึ่งเดินออกมา เธอมีใบหน้าคล้ายกับเด็กผู้หญิงคนนั้น
“ว่าไงแม็กม่า จำกันไม่ได้เลยหรือไง ฉันยังจำได้อยู่เลยนะ” หญิงสาวพูดกับแม็กม่า
ตอนนี้ความทรงจำของแม็กม่าเริ่มกลับมาแล้ว แต่ก็ยังไม่ชัดเจนมากนัก
แต่ร่างกายของเขานั้นขยับไปเอง แม็กม่าเข้าไปกอดหญิงสาวที่พึ่งเดินออกมาจากบ้าน
“อะไรเนี่ยปล่อยนะเ้าบ้า” หญิงสาวใที่แม็กม่าเข้ามากอด เธอผลักเขาออกไป
แต่ก็พบว่าตาของแม็กม่ามีน้ำตาไหลออกมา “ฉันผลักแรงไปถึงขั้นน้ำตาไหลเลยเหรอ”
“อะไรนะ” แม็กม่าไม่รู้ตัวว่าตัวเองน้ำตาไหลออกมา
เขาเช็ดน้ำตาออก แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่รู้เพราะอะไรทำไมน้ำตาถึงไหลออกมา
“เอาไว้ให้แม็กม่าทำใจได้ก่อน เดียวพามาคุยที่หลังนะ เรน”
พ่อของแม็กม่าพาแม็กม่าเข้าบ้านไป
แม็กม่านั่งคิดถึงเื่ในอดีตแต่มีบางอย่างขัดขว้างความทรงจำในอดีตเอาไว้
ภาพความทรงจำในอดีตกำลังจะย้อนกลับมาแต่มันก็หายไป ราวกับมีบางอย่างทำให้มันหายไป
แม็กม่าเปิดสกิลของตัวเองดู ก็พบมีสกิลบางอย่างทำงานอยู่โดยไม่รู้ตัว
สกิลที่จะลบความทรงจำอันเ็ปในอดีตออกไป ในต่างโลกช่วยป้องกันเวทภาพหลอน
เขารีบปิดสกิลและนึกย้อนไปในอดีต ภาพในวัยเด็กย้อนกลับมา
ภาพของเด็กผู้ชายที่วิ่งเล่นอยู่กับเด็กผู้หญิงและภาพที่เด็กผู้ชายร้องไห้ตอนถ่ายรูปกับเด็กผู้หญิง
แม็กม่ารีบวิ่งที่กล่องเก็บของเก่าที่ถูกเก็บไว้ เขาค้นภาพเก่าในวัยเด็กของเขา
ภาพใบหนึ่งถูกดึงออกมา ภาพที่เด็กผู้ชายถ่ายคู่กับเด็กผู้หญิง เด็กผู้ชายก็คือตัวเขาเอง
เด็กผู้หญิงก็คือหญิงสาวที่พึ่งย้ายมาอยู่บ้านข้างๆ แมวสาวที่พึ่งกลับมาจากเดินเล่น
ก็พบว่านายท่านของเธอกลับมาถึงบ้านแล้วก็รีบไปหานายท่านของเธอ
เธอเข้าไปเล่นกับนายท่านของเธอในร่างแมว นายท่านของเธอก็เล่นกับเธอพร้อมดูรูปใบหนึ่ง
แมวสาวััได้ถูกความเศร้าในใจของนายท่าน เธอใช้พลังจิตคุยกับนายท่านของเธอ
“เป็อะไรหรือเปล่าคะนายท่าน ท่าทางของนายท่านดูเศร้า”
แมวสาวใช้พลังคุยกับนายท่านของเธอ
“ไม่เป็อะไรหรอก” แม็กม่าดึงสติกลับมาได้อีกครั้งหลังจากแมวสาวได้คุยกับเขา