เสียงสัญญาณเตือนภัยอันแหลมคมและเสียดแทงแก้วหูที่สุดดังก้องไปทั่วทุกตารางนิ้วของคฤหาสน์ตระกูลเซียวในยามวิกาล! มันคือเสียงของ "ระฆังอเวจี" ระฆังที่ไม่ได้ถูกตีขึ้นมานานกว่าสิบปีแล้ว เสียงของมันปลุกให้ทุกคนในตระกูล... ั้แ่ผู้นำตระกูลไปจนถึงคนรับใช้ที่ต่ำต้อยที่สุด... ต้องตื่นขึ้นมาด้วยความตื่นตระหนกและสับสนอลหม่าน
"เกิดอะไรขึ้น!?""เสียงมันมาจากทางลานประลองกลาง! หรือว่ามีศัตรูบุก!"
เซียวคัง ผู้นำตระกูลเซียว พุ่งออกจากห้องพักของตนเองราวกับพายุ ใบหน้าของเขาที่ปกติมักจะประดับด้วยรอยยิ้มอันเ้าเล่ห์ บัดนี้กลับเคร่งขรึมและเต็มไปด้วยความโกรธจัด เขามองไปยังทิศทางของลานประลองและเห็นเปลวไฟลุกโชนขึ้นสู่ท้องฟ้ายามค่ำคืน พร้อมกับเสียงกรีดร้อง, เสียงคำราม, และเสียงต่อสู้อันดุเดือดที่ดังระงมไปทั่ว
"รายงาน! ท่านผู้นำ! แย่แล้วขอรับ!" ศิษย์หน่วยข่าวกรองคนหนึ่งวิ่งเข้ามารายงานด้วยใบหน้าที่ซีดเผือดราวกับศพ ร่างกายของเขาสั่นเทาด้วยความกลัว "คุกอเวจี...คุกอเวจีแตกแล้วขอรับ! นักโทษทั้งหมดหนีออกมาแล้ว! พวกมันกำลังอาละวาดอย่างบ้าคลั่ง สังหารทุกคนที่ขวางหน้า!"
"ว่าอย่างไรนะ!?" ดวงตาของเซียวคังเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงและโกรธจัดจนแทบกระอักเื "เป็ไปได้อย่างไร! จ้าวอเวจีอยู่ที่ไหน! ไอ้พวกไร้ค่ามันปล่อยให้นักโทษหนีออกมาได้อย่างไร!"
แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้คำตอบ ร่างโชกเืของนักโทษคนหนึ่งก็พุ่งเข้ามาพร้อมกับเสียงหัวเราะที่บ้าคลั่งเสียสติ "เซียวคัง! ไอ้สารเลว! ในที่สุดข้าก็ได้ออกมา! วันนี้ข้าจะลากเ้าลงนรกไปกับข้า!"
นักโทษคนนั้นเคยเป็ผู้นำตระกูลเล็กๆ ที่ถูกตระกูลเซียวใส่ร้ายและฮุบกิจการไป ความแค้นที่สั่งสมมานานปีได้ะเิออกมาเป็พลังเฮือกสุดท้ายที่เขาไม่เคยมีมาก่อน
"บังอาจนัก!" เซียวคังคำรามลั่น เขาสะบัดฝ่ามือออกไปครั้งเดียว พลังปราณที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าพุ่งเข้ากระแทกร่างของนักโทษคนนั้นจนกระเด็นไปไกลและสิ้นใจในทันที แต่เื่มันไม่ได้จบแค่นั้น...
คลื่นมนุษย์ที่เต็มไปด้วยความแค้น! นักโทษนับร้อยที่ถูกปลดปล่อยได้ทะลักออกมาจากทางเข้าคุกใต้ดินราวกับฝูงตั๊กแตนที่บ้าคลั่ง พวกเขาสู้กับยามและศิษย์ของตระกูลเซียวอย่างไม่คิดชีวิต แม้ร่างกายจะอ่อนแอและาเ็สาหัส แต่ความคลุ้มคลั่งที่เกิดจากความเกลียดชังนั้นกลับทำให้พวกเขากลายเป็ปีศาจที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก พวกเขาใช้ฟันกัด ใช้เล็บข่วน และใช้ทุกสิ่งทุกอย่างที่หยิบฉวยได้เป็อาวุษ
คฤหาสน์ตระกูลเซียวที่เคยสงบสุขและเต็มไปด้วยความโอ่อ่า บัดนี้ได้กลายเป็สมรภูมิที่นองไปด้วยเืและความโกลาหลอย่างแท้จริง
ท่ามกลางความวุ่นวายและเสียงอึกทึกครึกโครมนั้นเอง...
เฟิงหลงได้แบกร่างของเฟิงเจิ้นขึ้นหลังและเดินออกมาจากทางเข้าคุกใต้ดินอย่างเงียบเชียบดุจิญญา เขาใช้ความโกลาหลนี้ให้เป็ม่านบังตาที่สมบูรณ์แบบที่สุด ไม่มีผู้ใดสังเกตเห็นการมาถึงและการจากไปของพวกเขาเลยแม้แต่คนเดียว ทุกคนกำลังง่วนอยู่กับการต่อสู้ที่อยู่เบื้องหน้า
"หลงเอ๋อร์... นี่...นี่คือฝีมือของเ้ารึ?" เฟิงเจิ้นกระซิบถามอย่างไม่เชื่อสายตา เขามองภาพความโกลาหลเบื้องหน้า... ภาพของเหล่าศัตรูที่กำลังถูกฆ่าฟันโดยนักโทษที่พวกมันเคยกดขี่... หัวใจของเขาสั่นสะท้านด้วยความรู้สึกที่หลากหลายเกินกว่าจะบรรยายได้
"ข้าแค่เปิดประตูให้พวกเขาเท่านั้นขอรับ" เฟิงหลงตอบเสียงเรียบ "ส่วนที่เหลือ คือดอกเบี้ยที่ตระกูลเซียวต้องจ่ายให้กับความแค้นที่พวกเขาก่อขึ้นเอง"
เขาใช้สถานการณ์นี้ให้เป็ประโยชน์ เคลื่อนไหวไปตามเงามืดของอาคารและสวนหย่อม หลบเลี่ยงการปะทะโดยไม่จำเป็ เป้าหมายของเขาคือประตูหลังของคฤหาสน์... เส้นทางที่เขาได้วางแผนไว้ล่วงหน้าแล้ว
"หยุดมันไว้! อย่าให้พวกมันหนีออกไปได้แม้แต่คนเดียว!" เสียงของเซียวเทียนอี้ดังขึ้นอย่างเกรี้ยวกราด เขาปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับยอดฝีมือชั้นสูงของตระกูลและเริ่มเข้าสังหารเหล่านักโทษอย่างโเี้และไร้ความปรานี ทุกครั้งที่กระบี่ของมันตวัดออกไป จะมีหัวของนักโทษปลิวขึ้นไปบนอากาศ
สายตาของเฟิงหลงจับจ้องไปที่ร่างของเซียวเทียนอี้ชั่วครู่หนึ่ง ไอสังหารที่เย็นเยียบจนสามารถแช่แข็งจิติญญาได้วาบขึ้นในแววตาของเขา
‘อดทนไว้... ยังไม่ใช่ตอนนี้...’ เฟิงหลงเตือนตัวเองในใจ ‘การแก้แค้นของข้า จะต้องไม่ใช่แค่การฆ่ามันทิ้งง่ายๆ แต่ต้องเป็การทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่มันภาคภูมิใจ... ต้องทำให้มันได้ลิ้มรสความสิ้นหวังที่มากกว่าข้าเป็ร้อยเท่า! พันเท่า!’
เขาละสายตาจากศัตรูคู่อาฆาตและเร่งฝีเท้าเร็วขึ้น
ในที่สุด เขาก็มาถึงกำแพงสูงด้านหลังของคฤหาสน์ ที่นี่มีการป้องกันที่เบาบางที่สุด เพราะไม่มีใครคาดคิดว่าจะมีผู้ใดกล้าบุกเข้ามาหรือหลบหนีออกไปทางนี้
"ท่านพ่อ เกาะข้าไว้ให้แน่นนะขอรับ"
สิ้นเสียงพูด เฟิงหลงก็รวบรวมปราณอสูรไปที่ขาและทะยานร่างขึ้นไปบนอากาศ! เขาไม่ได้ปีน... แต่เขาวิ่ง! วิ่งไต่ขึ้นไปบนกำแพงสูงกว่าสิบเมตรราวกับกำลังวิ่งอยู่บนพื้นราบ และะโข้ามออกไปสู่ถนนด้านนอกได้อย่างง่ายดายดุจวิหคที่โผบิน
เมื่อเท้าของเขาัักับพื้นดินของโลกภายนอกอีกครั้ง เฟิงหลงก็ไม่รอช้า เขาแบกบิดาของตนเองและพุ่งทะยานหายไปในความมืดของตรอกซอกซอยที่ซับซ้อนในเหมันนคร... ทิ้งเสียงกรีดร้องและความโกลาหลไว้เื้ั...
ค่ำคืนนี้สำหรับตระกูลเซียว... ยังอีกยาวไกล
และสำหรับเหมันตนคร...
พายุลูกใหม่ที่แท้จริงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น