“มีมากกว่าเดิมอีก…”
เซี่ยปู้เอ้อร์นั่งขมวดคิ้วอยู่ข้างหน้าต่างชั้น 3 ที่ลานด้านนอกมีซอมบี้รวมตัวกันอยู่ประมาณ 500 ถึง 600 ตัว มากเกินกว่าที่จะคิดฝ่าออกไปได้ ข้อดีอย่างเดียวก็คือพวกมันไม่ได้บุกเข้ามาในตัวอาคาร ซอมบี้เหล่านี้เป็แค่ศพไร้สมองที่ทำอะไรไม่ได้นอกจากเดินชนกำแพง
“พี่เอ้อร์ ไอ้คนที่คอยควบคุมซอมบี้มันไปหรือยัง? ทำไมพวกมันถึงไม่บุกเข้ามาล่ะ”
โก่วเม่ยถามขณะเข้ามานั่งอยู่ด้านข้าง ใบหน้าของเด็กหนุ่มปรากฏความหวาดกลัวเล็กน้อยเมื่อเห็นจำนวนของศพเดินได้ด้านนอกโรงแรม แต่เซี่ยปู้เอ้อร์ส่ายหน้าตอบว่า “ถ้ามันไปแล้วซอมบี้พวกนี้คงไปด้วย ฉันว่ามันคงไปฆ่าคนอื่นอยู่มากกว่า หรือไม่มันก็ไปหากำลังเสริม จะได้เอามาบุกเล่นงานเราพร้อมกัน”
“อย่าทำให้ฉันกลัวสิ แค่นี้ยังมีเยอะไม่พออีกเหรอ”
โก่วเม่ยตกตะลึงจนปากอ้าตาค้าง แต่หลังจากนั้นเซี่ยปู้เอ้อร์ก็ไม่พูดคำใดอีก เด็กหนุ่มสูดหายใจลึกแล้วจึงปีนหน้าต่างออกไปที่บันไดเหล็กด้านนอก เขาไม่ยอมให้เฉินจิงฮัวและคนอื่นๆ เข้ามาในห้อง มีแค่เพียงต้ายุ้ยโถวเท่านั้นที่ยืนเฝ้าประตูอยู่ ที่ต้องทำแบบนี้ก็เพราะว่าเซี่ยปู้เอ้อร์รู้ตัวดี ถ้าเขาได้เห็นน้ำตาของเฉินจิงฮัวเมื่อไหร่ ขวัญกำลังใจของเขาจะหายไปเกือบครึ่งทันที
“แฮ่”
หลังจากที่เซี่ยปู้เอ้อร์ปีนลงมาถึงระดับหน้าต่างชั้น 2 ซอมบี้ที่อยู่ในห้อง 2 ตัวก็ยื่นแขนออกมาต้อนรับเขาอย่างอบอุ่น แต่ครั้งนี้เซี่ยปู้เอ้อร์มีหอกแหลมอยู่ในมือ เขาไม่กลัวพวกมันอีกแล้ว เซี่ยปู้เอ้อร์ใช้ท่อนเหล็กติดมีดแทงพวกมันไม่ยั้ง เมื่อถูกแทงเข้าไปที่ศีรษะแล้ว ซอมบี้ทั้ง 2 ตัวก็นอนแน่นิ่งอยู่ที่ริมหน้าต่าง ก่อนที่จะถูกพวกของเด็กหนุ่มลากลงมาเหมือนกับถุงขยะ
เซี่ยปู้เอ้อร์ขยับไปยืนบนขอบหน้าต่างด้วยความระมัดระวัง สิ่งที่อยู่ตรงหน้าเขาในตอนนี้คือห้องกินเลี้ยงสภาพเละเทะห้องหนึ่ง โซฟาที่อยู่ภายในห้องถูกพวกซอมบี้กัดแทะด้วยความหิวโหยจนยับเยิน แต่เขามองไม่เห็นว่าที่เฉลียงทางเดินมีอะไรอยู่บ้าง ประตูห้องปิดอยู่ บนประตูติดกระจกทรงกลมเอาไว้ และบนกระจกมีตัวเลข 214 ประทับชัดเจน
“ให้ตายเถอะ อันตรายชะมัด…”
เซี่ยปู้เอ้อร์ถอนหายใจออกมายาวแรง อีกไม่นานก็จะมืดแล้ว ถ้าเลือกได้ เขาก็อยากจะกลับลงมาใหม่วันพรุ่งนี้ตอนเช้า แต่เมื่อมองลงไปข้างล่างอีกครั้ง มีซอมบี้รองับก้นเขาอยู่อีกหลายร้อยตัว ถ้าเขาไม่รีบเข้าไปด้านใน เดี๋ยวคงได้ตายจริงๆ แน่
“เป็ไงบ้าง พี่เอ้อร์…”
โก่วเม่ยโน้มตัวเข้ามาถาม แต่ผู้เป็พี่ใหญ่ไม่อยากทำให้ลูกน้องหวาดกลัวโดยไม่จำเป็ เซี่ยปู้เอ้อร์สอดตัวผ่านหน้าต่างเข้าไปภายในห้องเหมือนไม่มีอันตรายใดๆ ทั้งสิ้น หลังจากไปยืนแอบสังเกตการณ์อยู่ที่ประตู เขาก็พบว่าทางเดินด้านนอกมีซอมบี้อย่างน้อย 3 ตัว
“พี่เอ้อร์ ฉันมาแล้ว”
ในจังหวะนั้นเอง โต่วโต่วะโเสียงดังลั่นห้อง เกือบจะทำให้เซี่ยปู้เอ้อร์สะดุ้งโหยงด้วยซ้ำ เขาดึงน้องเล็กของกลุ่มเข้ามาตบหัวป้าบใหญ่ แต่ห้องกินเลี้ยงห้องนี้ไม่ได้บุผนังที่กันเสียงได้ ดังนั้นก่อนที่เซี่ยปู้เอ้อร์จะทันได้มีเวลาตั้งตัว ซอมบี้ตัวหนึ่งก็ดันประตูเข้ามาเสียแล้ว
“โครม”
เซี่ยปู้เอ้อร์ถอยหลังหนีจนล้มลงไปบนโต๊ะน้ำชา หอกเหล็กในมือหล่นลงไปบนพื้น เด็กหนุ่มรีบก้มตัวลงจะหยิบอาวุธขึ้นมา แต่โชคร้ายที่ซอมบี้ตัวนั้นพุ่งเข้ามาหาเขาเหมือนผู้รักษาประตูพุ่งเข้าหาลูกบอล มันะโขึ้นทับเขาบนโต๊ะน้ำชา ก่อนที่จะก้มหน้าลงกัดแขนของเซี่ยปู้เอ้อร์เต็มปากเต็มคำ
“เฮ้ย…”
เด็กหนุ่มส่งเสียงร้องลั่นตึก รู้สึกได้ว่าแขนของตนเองน่าจะถูกกัดลึกลงไปถึงกระดูก ไม่ต่างจากมีคีมเหล็กกำลังหนีบแขนของเขาอยู่ เซี่ยปู้เอ้อร์ไม่มีแรงมากพอที่จะสะบัดซอมบี้ตัวนี้ให้หลุดออกไปได้ เด็กหนุ่มรู้สึกเหมือนมีูเาทั้งลูกทับอยู่บนตัวและตอนนี้เขาแทบหายใจไม่ออกแล้ว
“พี่เอ้อร์!”
โก่วเม่ยและโต่วโต่วกำลังจะวิ่งเข้ามาช่วย ก็เป็จังหวะเดียวกับที่มีพวกซอมบี้อีกสองตัวเดินเข้ามาภายในห้อง แต่โต่วโต่วผู้เป็ต้นเหตุที่ทำให้กลุ่มผีดิบได้ยินเสียงดัง ก็แก้ตัวได้สำเร็จด้วยการใช้หอกที่ถืออยู่ในมือแทงไม่เลี้ยง ส่งซอมบี้ทั้ง 2 ตัวนั้นลงไปนอนแน่นิ่งบนพื้น
“สวบ”
ทันใดนั้น ซอมบี้ที่ทับตัวเซี่ยปู้เอ้อร์อยู่ก็แน่นิ่งไปเนื่องจากถูกโก่วเม่ยแทงหอกเข้าที่หัวเต็มแรง เซี่ยปู้เอ้อร์ผลักมันออกไปจากร่างของเขาทันทีด้วยความตื่นกลัว และมันทำให้เขานึกออกว่าที่แขนของตนเองมีหนังสือห่อหุ้มอยู่ น่าเหลือเชื่อมากที่ฟันของซอมบี้กัดหนังสือจนขาดกระจุย แต่ไม่ได้เป็อันตรายต่อิัและกล้ามเนื้อของเขาเลย
“เฮ้อ”
เซี่ยปู้เอ้อร์ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก เขาลืมไปเลยตอนที่ใกลัวเมื่อครู่นี้ ดูเหมือนเด็กหนุ่มจะได้ทราบแล้วว่าความหวาดกลัวสุดชีวิตเป็อย่างไร ซึ่งนับเป็สิ่งที่เขาไม่คุ้นเคยเลย แต่ในขณะนี้ มีซอมบี้หลายตัวพยายามจะเข้ามาในห้องของพวกเขาให้ได้
“รีบปิดประตูเร็วเข้า”
เซี่ยปู้เอ้อร์รีบเดินไปปิดประตู หลังจากนั้นก็ลากโซฟามาขวางไว้หลังประตูอีกชั้น แต่แค่นี้ยังไม่แ่ามากพอ เซี่ยปู้เอ้อร์จัดการยกโต๊ะน้ำชาไปตั้งไว้บนโซฟาเพื่อเพิ่มน้ำหนักให้มากขึ้น
“ไปกันเถอะ ประตูคงกั้นไว้ได้ไม่นาน”
หลังจากที่โก่วเม่ยฆ่าซอมบี้ที่หลุดเข้ามาในห้องได้แล้ว เขาก็ต้องขยับหนีเมื่อเห็นประตูถูกเขย่าอย่างรุนแรงและพร้อมที่จะหักเป็สองท่อนได้ทุกเมื่อ แต่จังหวะนั้น เซี่ยปู้เอ้อร์ปีนขึ้นไปยืนบนโซฟาและทุบกระจกทรงกลมบนประตูให้แตกออก ก่อนที่จะแทงหอกออกไปทางช่องทรงกลมบนประตู หัวของซอมบี้ที่ยืนเข้ามาจึงถูกปลายหอกทะลวงโดยทันที
“ฮ่าๆ ไอเดียบรรเจิดมาก”
โก่วเม่ยกลับมามีความสนุกสนานอีกครั้งเมื่อะโขึ้นมายืนบนโซฟาและช่วยเซี่ยปู้เอ้อร์แทงหัวซอมบี้ โต่วโต่วยืนอยู่บนโซฟาด้วยเช่นกันเพื่อถ่วงน้ำหนักไม่ให้ฝูงผีดิบพังประตูเข้ามาได้ สิ่งที่เขาเห็นก็คือรุ่นพี่ทั้งสองคนกำลังแทงหัวซอมบี้ที่ยืนผ่านช่องว่างบนประตูเข้ามาหัวแล้วหัวเล่าเหมือนไม่มีจุดสิ้นสุด
“หมดสักที”
เมื่อซอมบี้ตัวสุดท้ายล้มลงไป และรอจนแน่ใจว่าจะไม่มีซอมบี้โผล่หัวเข้ามาอีก เด็กหนุ่มทั้งสองคนก็ทรุดนั่งปาดเหงื่อบนโซฟา พวกเขาทุ่มเทเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีอยู่จนในขณะนี้ สองมือถึงกับสั่นเทาด้วยความอ่อนระโหยโรยแรง
“ให้ตายเถอะ”
เมื่อสำรวจดู เซี่ยปู้เอ้อร์พบว่ามีดที่นำมาทำเป็ใบหอกได้หักหมดแล้ว หอกของโก่วเหม่ยก็มีสภาพไม่ต่างกัน นี่คือสิ่งที่พวกเขาไม่เคยจินตนาการเอาไว้เลย ประเมินได้คร่าวๆ ว่าเมื่อสักครู่นี้พวกเขาฆ่าซอมบี้ไปได้ประมาณ 20 กว่าตัว นับเป็จำนวนที่เยอะไม่ใช่เล่น
“ฮ่าๆ วิธีนี้มันดีจริงๆ เลย ให้เราฆ่าพวกมันทั้งตึกก็ยังไหว”
โก่วเม่ยส่งเสียงหัวเราะด้วยความตื่นเต้นที่ค้นพบวิธีสังหารซอมบี้รูปแบบใหม่ แต่เซี่ยปู้เอ้อร์ก็รีบปิดปากเขาและดุว่า “นายอยากตายหรือไง นี่ไม่ใช่ประตูเหล็ก อย่างน้อยก็มีพวกมันอีกสองสามร้อยตัวอยู่ข้างนอก หาอะไรไปขวางระเบียงทางเดินไว้ดีกว่า ใบหอกของเราหักหมดแล้ว”
“โต่วโต่ว ช่วยพี่เอ้อร์เปลี่ยนใบหอกเร็ว”
โก่วเม่ยโยนหอกให้กับโต่วโต่ว โต่วโต่วหยิบไขควงออกมาเปลี่ยนใบหอกให้กับเซี่ยปู้เอ้อร์ทันที เซี่ยปู้เอ้อร์ลุกขึ้นยืนและกวาดสายตาสำรวจด้านนอก ไม่มีพวกซอมบี้อยู่ตรงทางเดินที่มืดมิดอีกแล้ว ทุกอย่างตกอยู่ภายใต้ความเงียบสงบน่าหวาดกลัว
“ฮ่าๆ รู้ว่าเสี่ยง แต่คงต้องขอลอง…”
เซี่ยปู้เอ้อร์ถูมืออย่างมีความสุข ก่อนพูดว่า “ฟังนะ ชั้นบนและชั้นล่างมีซอมบี้อยู่เป็จำนวนมาก เพราะฉะนั้นอย่าทำเสียงดัง เป้าหมายของเราคือหาของมาขวางตรงระเบียงทางเดิน หลังจากนั้น เราจะเรียกให้พวกซอมบี้ที่อยู่หลังโรงแรมมารวมกันที่ด้านหน้า เพื่อที่เราจะได้ขโมยรถของหวังเอ้อโกวหนีออกไป”
“ฮ่าๆ หวังเอ้อโกวคงอกแตกตายแน่นอน”
โก่วเม่ยหัวเราะออกมาอย่างมีความสุขอีกครั้ง หลังจากที่โต่วโต่วเปลี่ยนใบหอกเสร็จเรียบร้อย กลุ่มเด็กหนุ่มก็เคลื่อนย้ายโซฟาและเปิดประตูออก สิ่งที่ไม่คาดคิดก็คือ ซอมบี้ที่พวกเขาฆ่าทิ้งกองรวมกันอยู่หน้าประตู มีความสูงเกือบครึ่งเมตรเลยทีเดียว
แต่อย่างไรก็ตาม เด็กหนุ่มทั้ง 3 คนไม่ได้สนใจพวกมันอีกแล้ว พวกเขาเดินข้ามมันไปเหมือนเป็สิ่งของธรรมดา วันนี้พวกเขาเจอซอมบี้มามากพอจนกลายเป็ความเคยชินไปแล้ว แต่ก็อดรู้สึกตึงเครียดไม่ได้เมื่อพากันเดินเข้าสู่เฉลียงทางเดินอันมืดมิด
“เกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย แบบนี้มันไม่ปกติแล้วนะ…”
โก่วเม่ยมองสิ่งที่อยู่ตรงหน้าด้วยความประหลาดใจ สิ่งที่พวกเขาพบเห็นมาในวันนี้ทำให้รู้ว่า เืคนกับเืซอมบี้นั้นไม่เหมือนกัน แต่รอยเืที่ปรากฏอยู่ตรงทางเดินมันไม่ปกติเลยสักนิด มีรอยลากเป็ทางจากฝั่งตะวันออกไปฝั่งตะวันตก และบนผนังก็มีคราบเืกระเด็นติดอยู่เช่นกัน
“นี่มันมีดคนนี่นา…”
เซี่ยปู้เอ้อร์ขยับเดินไปข้างหน้าเล็กน้อยด้วยความระมัดระวัง และพบเห็นมีดเล่มหนึ่งตกอยู่ในกองเืบนพื้น เขาจำแหล่งกำเนิดของมีดชนิดนี้ได้ดี มันคือมีดที่กองทหารอเมริกาใช้ในาเวียดนามและถูกเรียกว่า “มีด 18 นิ้ว” ตามขนาดความยาว แต่บนมีดเปื้อนเืมนุษย์และมีเศษเนื้อหนังและไขมันติดอยู่ด้วย
“นี่ซอมบี้มันแก้แค้นด้วยการไล่ล่าคนแบบนี้แล้วเหรอ…”
เซี่ยปู้เอ้อร์เหลือบตามองห้องส่วนตัวข้างทางด้วยสายตาแปลกๆ แต่เมื่อเขาสูดหายใจลึก เด็กหนุ่มก็ได้กลิ่นอะไรบางอย่าง เขาเงยหน้ามองขึ้นไป้าและพบว่าบนโคมไฟที่ห้อยลงมาจากเพดาน มีดวงตาของหญิงสาวผมยาวคนหนึ่งกำลังจ้องมองมาที่เขา และสภาพของเธอที่เขาเห็น ก็ทำให้เซี่ยปู้เอ้อร์ขนลุกซู่ไปทั้งตัว