หลังจากที่ฉันใช้พลังเวทย้อนความทรงจำเสร็จ ฉันก็รู้สึกปวดหัวหนักมากเสียจนแทบอ้วก อาการแย่ราวกับว่าพึ่งขึ้นรถไฟเหาะตีลังกาสามรอบแล้วต่อด้วยเทอร์นาโดอีกสิบรอบโดยไม่ได้พัก แบบนั้นจึงทำให้รู้สึกเหนื่อยเสียจนปวดหัวและหายใจไม่ออก อาการที่ฉันเป็อยู่ในตอนนี้คืออาการขาดมานา
มานา หรือ ค่าที่ต้องเสียไปในการใช้แลกเปลี่ยนพลังเวทจากธรรมชาติ โดยทางปฏิบัติมนุษย์จะสามารถใช้พลังเวทมนตร์ที่อยู่ในธรรมชาติได้ โดยจ่ายเป็ค่ามานาเพื่อเปลี่ยนเป็พลังเวท ยิ่งถ้ามีระดับ (level) สูงขึ้น พลังมานาที่ใช้ได้ก็ยิ่งสูงขึ้น แต่ถ้าเผลอใช้พลังมานาจนถึงขีดจำกัด จะเกิดอาการขาดมานา
โดยที่อาการขาดมานาจะแบ่งออกเป็สามขั้น ขั้นต้น ขั้นกลางและขั้นสุดท้าย แน่นอนว่าอาการขาดมานาของฉันเป็ขั้นสุดท้ายโดยไม่ต้องสงสัย โดยที่ขั้นต้นจะหอบเล็กน้อย ขั้นกลางจะไม่มีแรงยืนจำเป็ต้องนั่งพักสักครู่ และขั้นสุดท้ายจะทำให้เหนื่อยหอบเวียนหัวคลื่นไส้ อาจถึงขั้นอาเจียนออกมา
เวทย้อนความทรงจำกินพลังมานาของฉันไปจนหมด ช่วยไม่ได้ก็ฉันยังมีระดับพลังเวทน้อยอยู่ อีกทั้งยังพึ่งฟื้นจากอุบัติเหตุครั้งนั้นได้ไม่นาน ทำให้จำต้องยอมกับสภาพร่างกายตัวเองที่เป็แบบนี้
เช้าวันต่อมาเกิดอาการไข้ตีกลับขึ้นมาอีกครั้ง ทั้งปวดหัวและเจ็บแปลบไปทั่วร่างกาย แรงจะขยับตัวเรียกได้ว่าไม่มีแถมพอได้กลิ่นกำยานฉันก็รู้สึกคลื่นไส้เสียจนอาเจียนออกมาหลายรอบ เป็แบบนี้จนแพทย์ประจำวังสั่งให้นำกำยานออกไปไว้ด้านนอก และนี่ก็เป็สิ่งที่ทำให้ฉันรู้ซึ้งถึงแก่นว่าถ้าหากใช้เวทมนตร์จนมานาหมดจะต้องทรมานขนาดไหน เป็ตัวอย่างที่ไม่ดีจริงๆ แบบนี้คราวหลังถ้าจะใช้เวทมนตร์ต้องคิดให้ดีก่อนใช้ซะแล้วสิ
"ริริน ได้ข่าวว่าอาการหนักขึ้นอย่างนั้นเหรอจ๊ะ?" คุณเอเรน่าเดินเข้ามาพร้อมกับทำสีหน้าเป็กังวล ในวันนี้คุณเอเรน่าดูแตกต่างจากเมื่อวานอย่างสิ้นเชิง ทรงผมรวบสูงมัดเป็ทรงโดนัทเสียบดอกลิลลี่สีขาว สวมชุดเดรสสีครีมซึ่งชายกระโปรงค่อยๆไล่เป็สีฟ้าจนเป็สีน้ำเงิน ปักด้วยลายลูกไม้ที่มีลวดลายเป็คลื่นทะเลสวยงาม พิจารณาดูจากเครื่องแต่งกายแล้ว วันนี้คงเป็วันว่าราชการของท่าน
"เป็อะไรมากไหม?" เด็กหนุ่มหน้าสวยที่อยู่ข้างๆตัวคุณเอเรน่าเอ่ย
"แค่ก ขอบคุณที่เป็ห่วงนะคะท่านแม่ ท่านพี่ ตอนนี้อาการดีขึ้นแล้วค่ะ" ถึงจะบอกแบบนั้นแต่ฉันก็ไม่มีแรงมากพอจะลุกขึ้นคุย ทำได้เพียงแต่นอนพูดเบาๆอยู่บนเตียง
"แหม อะไรกัน ไม่ต้องเกรงใจก็ได้นะจ๊ะ ถ้าอยากจะอ้อนบ้างฉันก็ไม่ว่าหรอกนะจ๊ะ" คุณเอเรน่านั่งลงตรงข้างๆหัวเตียงก่อนจะเอื้อมมือมาลูบหัวฉัน
"ขะ แค่ก ขอบคุณมากนะคะ" ฉันรู้สึกตื้นตันใจกับคุณเอเรน่ามากยิ่งขึ้น เพราะในอดีต ไม่ว่าฉันจะเป็ไข้หรือป่วยหนักขนาดไหนท่านพ่อกับท่านแม่ ไม่สิจะพูดให้ถูกก็คือพระาาแห่งฮาเดนิสไม่เคยกลับมาเยี่ยมฉันเลยสักครั้ง มีแต่พวกท่านพี่กับเหล่าขุนนางชั้นสูงเพียงเท่านั้น
เพราะว่าเป็เ้าหญิงฉันจึงต้องเข้าใจในจุดยืนของพวกท่านด้วย พวกท่านเป็ถึงพระาาและพระราชินี การออกไปว่าราชการเป็สิ่งที่จำเป็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้
แต่กระนั้นในวันที่น้องสาวของฉันเกิดอาการป่วยขึ้นพวกท่านกลับเข้าไปดูแลอย่างไว ถึงกับขั้นหยุดงานราชการเพื่อมาดูแล การกระทำของพวกท่านในครั้งนั้นมันถึงกับทำให้ฉันรู้สึกไม่พอใจ แต่ฉันก็ไม่สามารถพูดอะไรได้ ก็เพราะว่าน้องสาวของฉันเป็เป็เด็กที่ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงเท่าไหร่
แต่ฉันก็เป็ลูกของพวกท่านเหมือนกันไม่ใช่เหรอ? แค่จะมาเยี่ยมสักครั้งแม้เพียงชั่วครู่ก็หาเวลามาให้ไม่ได้เลย? ถึงแม้ฉันจะพยายามรอจนถึงยามสาม พวกท่านก็ไม่เคยปรากฏตัวเลยจริงๆ แบบนี้จะอดให้ไม่รู้สึกริษยาน้องสาวของตัวเองก็คงไม่ได้
ยิ่งคิดฉันยิ่งเริ่มรู้สึกรังเกียจตัวเองมากยิ่งขึ้น ความอิจฉาริษยาของเด็กอย่างนั้นหรือ? ไม่ว่าอย่างไรฉันก็ไม่ควรกล่าวว่าพวกท่านอยู่ดี ถ้าถามถึงเหตุผลก็ต้องมองกลับมาที่ชาติกำเนิดของฉัน ใช่แล้ว... เพราะว่าฉันคือเ้าหญิงยังไงล่ะ เ้าหญิงจะต้องรู้หน้าที่ การปฏิบัติและการวางตัวให้ดี
"อาการแย่ลงหรือเปล่าจ๊ะ ไหวไหมเดี๋ยวจะเรียกแพทย์หลวงมาให้ อดทนหน่อยนะจ๊ะ" คุณเอเรน่าประคองมือของฉันไว้ก่อนจะหันไปหาทหารยาม ซึ่งทหารยามก็รู้ตัวแล้วรีบวิ่งออกไปนอกห้องทันที
รู้สึกตัวได้อีกทีมือฉันก็ชุ่มไปด้วยเหงื่อแล้ว คาดว่าบางทีอาจจะไม่ใช่แค่มือแต่รวมถึงบริเวณหน้าผากและไรผมอีกด้วย
"เอ่อ คือ.. ตอนนี้อาการดีขึ้นกว่าเมื่อครู่นิดหน่อยแล้วค่ะ ดังนั้น แค่ก" ยิ่งพูดก็ยิ่งรู้สึกแสบคอ เหมือนกับว่าคอของฉันแห้งผากมาก เสียจนน้ำลายยังไหลไม่สะดวก
ในตอนนั้นเองเป็ตอนที่เด็กหนุ่มเรือนผมสีดำเดินเข้ามารินน้ำแล้วยื่นให้คุณเอเรน่า เมื่อคุณเอเรน่ารับเธอก็จัดการยกตัวฉันขึ้นมาเพื่อให้ดื่มน้ำได้สะดวก
อึก อึก
ฉันกระดกน้ำลงไปจนหมดแก้ว ถึงแม้จะรู้สึกแสบคอ แต่น้ำดื่มของที่อาณาจักรนี้มันหวานมากกว่าที่อาณาจักรฮาเดนิส พอดื่มเข้าไปก็รู้สึกหวานชุ่มคอ ช่วยดับกระหายได้ไม่น้อย
"ขอบคุณนะคะ ท่านพี่" ฉันหันไปเอ่ยขอบคุณเด็กผู้ชายผมดำที่รินน้ำมาให้
ชั่วครู่หนึ่ง แพทย์หลวงก็เดินเข้ามาตรวจร่างกายฉันอีกรอบ ก่อนจะรายงานผลว่าอาจเป็เพราะความเครียดที่ทำให้ฉันอาการแย่ลงเล็กน้อย แต่กระนั้นถ้านอนพักและทานยาตามที่กำหนดฉันก็จะหายภายในสี่ห้าวัน
หลังจากที่คุณหมอเดินกลับออกไปคุณเอเรน่าก็ทำท่าจะลุกขึ้นเหมือนกัน บางทีเธอคงมีงานต้องไปว่าราชการต่อ
จะไปแล้วเหรอ? ฉันไม่ได้พูดออกไป ได้แต่มองคุณเอเรน่าที่ลุกขึ้นเงียบๆ คุณเอเรน่าหันมาทางฉันก่อนจะลูบหัวด้วยฝ่ามือเรียวที่อ่อนนุ่ม
"ไม่เป็ไรนะจ๊ะ ฉันแค่จะเดินไปนั่งตรงโซฟาหน้าประตู วันนี้ฉันกับเอลิออทจะอยู่กับหนูทั้งวัน ถ้าอาการแย่ลงก็เรียกได้เลยนะจ๊ะ" สิ้นเสียงของคุณเอเรน่า ฉันก็รู้สึกได้ว่าทิวน์ทัศน์รอบๆของฉันเริ่มพร่ามัว กับหางตาที่เริ่มร้อนขึ้น ความรู้สึกตื้นตันใจกับมีความสุขมันพวยพุ่งขึ้นมาหลังจากสิ้นเสียงนั้น
เมื่อคุณเอเรน่าลูบหัวฉันเสร็จ เธอก็เดินไปนั่งตรงโซฟาที่อยู่ข้างๆประตูตามที่เธอบอก จากนั้นก็กลายเป็เด็กผมดำที่มานั่งข้างเตียงของฉันแทน
"นี่ ทำไมถึงไม่เรียกชื่อฉันล่ะ" เด็กผู้ชายผมสีดำเอ่ยขึ้นเมื่อนั่งลงข้างๆฉัน
ถ้าจะบอกว่าชื่อของท่านพี่มันยาวจะผิดไหม? ใครจะกล้าลืมเป้าหมายที่ทำให้ฉันเกิดเดธแฟลกซ์กันได้ลงล่ะ! ไม่ว่าจะเข้าฉากจบแบบสุขหรือเศร้าท่านพี่ล้วนต้องสังหารฉันนี่นา! เื่นั้นไม่มีทางลืมแน่นอน
"ท่านพี่เอลิออท..? แค่ก" ฉันเอ่ยยืนยัน
"อ้อ ไม่ต้องพูดก็ได้เธอเจ็บคออยู่นี่นา เื่เมื่อครู่ขอโทษด้วย" ท่านพี่เอลิออทเอ่ยก่อนจะเผยสีหน้าสำนึกผิดขึ้นมา แต่ในแววตากลับแฝงไปด้วยความเป็ห่วงและอ่อนโยนไม่แพ้คุณเอเรน่า มองดูจากมุมนี้เขาก็ดูสง่างามไม่แพ้เ้าชายเอียสเหมือนกัน ใบหน้าเรียวคล้ายทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ดวงตาสีฟ้าที่ดูเป็ประกายและซื่อตรงชวนให้รู้สึกเหมือนเด็กหนุ่มนั่นก็ด้วย
เดี๋ยวสิ ไม่ ไม่ ไม่ นี่ไม่ใช่เวลาที่ฉันจะต้องมาชื่นชมบุคคลตรงหน้าเสียหน่อย ก็เขาเป็ถึงคนที่ทำให้ฉันมีเดธแฟลกซ์เชียวนะ! แถมในฉากทั้งสองฉันเขาก็เป็คนลงมือฆ่าเองด้วย
ประมาทไม่ได้จริงๆ เห็นหน้าหวานๆแบบนี้ใครจะคิดไปได้ล่ะว่าบุคคลตรงหน้าจะเป็ฆาตกรเืเย็นที่กล้าใช้ดาบจ้วงฉันเพื่อไปรักกับคุณนางเอก!
ฉันเก็บความรู้สึกที่อยากชมเชยบุคคลตรงหน้าเอาไว้ในส่วนลึก ก่อนจะปิดผนึกอย่างแ่า ถ้าหากว่าฉันเกิดรู้สึกว่าเขาอ่อนโยนแล้วล่ะก็ ฉันคงจำยอมโดนดาบของเขาจ้วงเข้ามาแน่ๆ
เื่นั้นจะต้องไม่มีทางเกิดขึ้นเด็ดขาด! เอาชีวิตเป็ประกันเชียวนะ! ถ้าหากต่อสู้กับใบหน้านั่นไม่ได้เธอจะต้องตายเชียวนะ! ความรู้สึกอันแรงกล้าจากฝันทั้งสามชาติที่ฉันััได้ก็คือความอยากมีชีวิตต่อไป หากต้องมาจบลงอย่างง่ายดายเนี่ยไม่ยอมจริงๆ
ฉันหลับตาลงและนอนพักเพื่อไม่ให้เห็นใบหน้าของท่านพี่เอลิออท ถึงแม้จะช่วยแก้ไขระยะยาวไม่ได้ แต่อย่างน้อยค่อยๆเสริมสร้างภูมิคุ้มกันใบหน้าทรงเสน่ห์นั่นไปทีละขั้นก็แล้วกัน!
เมื่อเห็นฉันนอนหลับ ท่านพี่เอลิออทก็ไม่ได้พูดอะไรอีก ฉันรู้สึกได้ว่าเขายังคงนั่งอยู่ข้างๆเตียงของฉัน จากนั้นก็ได้ยินเสียงกรอบแรบเล็กน้อย คาดว่าน่าจะเป็เสียงของหนังสือ บางทีอาจจะเป็หนังสือที่ท่านพี่เอลิออทหยิบมาอ่าน
รู้ตัวอีกทีฉันก็เผลอหลับไปั้แ่ตอนไหนก็ไม่รู้ แต่พอตื่นขึ้นอีกทีอาการก็ทุเลาลงมากกว่าเมื่อเช้า จากที่ปวดตามตัวและข้อต่อตอนนี้หายปวดไประดับหนึ่งแล้ว
เมื่อตื่นขึ้นมา ฉันพยายามเหยียดตัวลุกขึ้นนั่ง มองออกไปด้านนอกหน้าต่าง ฉันก็เห็นท้องฟ้าสีส้มสวยงาม แสงแดดยามอาทิตย์อัศดงกับทิวเขาสีเขียวซึ่งมองเห็นเงาที่สะท้อนจากทะเลสาบซึ่งอยู่ทางด้านหลังปราสาท เป็ห้องที่เห็นวิวสวยงามจริงๆ
ว่าแต่ท่านแม่กับท่านพี่กลับไปแล้วรึยังนะ? หลังจากชื่นชมธรรมชาติจนพอใจ ก็หันไปมองรอบๆ ปรากฏว่าฉันเห็นท่านพี่เอลิออท นอนหลับในท่านั่งกอดหนังสือเล่มหนาเอาไว้ เส้นผมสีดำเงาทิ้งตัวลงมาตามแรงโน้มถ่วง เมื่อลองสังเกตให้ดีฉันก็เห็นว่าขนตาของท่านพี่เอลิออทงอนยาวแถมเรียงชิดสวยเป็แพ บางทีอาจเพราะขนตานี่ก็ได้ที่ทำให้ท่านพี่เอลิออทดูเป็เด็กผู้หญิง
จึก
ฉันเลื่อนนิ้วเข้าไปจิ้มแก้มของท่านพี่เอลิออท เป็ผู้ชายแท้ๆทำไมแก้มถึงเนียนได้ขนาดนี้กันนะ เมื่อฉันจิ้มลงไปหางตาของท่านพี่เอลิออทก็ขยับ ก่อนที่จะพึมพำอะไรสักอย่างอยู่กับตัวแล้วนอนต่อ นี่ยังหลับต่อได้อีกอย่างนั้นเหรอ?
"คิก" ฉันอดหัวเราะออกมาไม่ได้ ใบหน้ายามหลับของท่านพี่เอลิออทดูใสซื่อและบริสุทธิ์เกินไปจริงๆ ถ้าไม่ติดว่าเขาคือคนที่จะกลายมาเป็ธงหายนะของฉันแล้วล่ะก็บางที...
บางทีอะไรกันล่ะ สัญญากับตัวเองไปแล้วไม่ใช่รึยังไงกัน ฉันค่อยๆลดมือลงก่อนจะหันกลับมาที่เดิมและก้มหน้าลง
ไม่ว่ายังไงฉันก็หาวิธีให้พ้นจากเดธแฟลกซ์ไม่ได้เลยอย่างนั้นเหรอ? ฉันได้แต่คิดในใจเงียบๆ
"ริริน ตื่นแล้วเหรอจ๊ะ?" เสียงหวานนุ่มเอ่ยขึ้นมาจากทางปลายเตียง
จริงด้วย คุณเอเรน่านั่งอยู่ทางโซฟาด้านหน้าประตูนี่นา
"ค่ะ" ฉันตอบไปเสียงเบา เพราะกลัวท่านพี่เอลิออทที่นอนหลับอยู่ตื่น
"งั้นเหรอ สีหน้าดีขึ้นเยอะเลยนะ อย่าลืมพักผ่อนให้มากๆนะจ๊ะ เดี๋ยวฉันขอออกไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ" คุณเอเรน่าเอ่ยเสียงเบาก่อนจะเดินออกไปแล้วปริบประตูอย่างเงียบเชียบ
ฉันมองไปที่บานประตูที่ถูกปิดลงอย่างเงียบงัน คุณเอเรน่าใจดีจริงๆล่ะนะ ทั้งๆที่ดูจากชุดก็รู้แล้วแท้ๆว่าวันนี้ต้องออกไปว่าราชการ แต่เธอก็ยังอยู่ดูแลฉันจนถึงเย็น
ความรู้สึกชื่นชมในตัวของคุณเอเรน่าพุ่งสูงขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ จะมีทางอะไรที่ฉันจะตอบแทนท่านได้บ้างไหมนะ?
ถึงแม้จะไม่อยากยอมรับ แต่จิตใจที่คิดจะกลับไปฮาเดนิสไม่รุนแรงเท่ากับเมื่อวานอีกแล้ว อาการบางอย่างที่ส่งผลออกมาตอนที่ฉันจะพูดเื่ความทรงจำหรือตอนคิดกลับฮาเดนิสทำให้ฉันเข้าใจ และฉันจะไม่ฝืนมันเพราะว่าบางทีถ้าลงมือทำอาจจะเ็ปหนักมากกว่าเดิมก็ได้
ถึงแม้ไม่รู้ว่าอาการพวกนั้นเรียกว่าอย่างไร แต่ฉันขอเรียกมันว่า 'คำสาป' ใช่แล้วคำสาป คำสาปที่ทำให้ฉันไม่สามารถเอ่ยออกไปได้ว่าตัวฉันคือเ้าหญิงแห่งฮาเดนิสและไม่สามารถกลับไปได้
อย่างน้อยก็ในตอนนี้ล่ะนะ เพราะว่าเหมือนฉันจะจำได้คร่าวๆว่ามีฉากในเป้าหมายการจีบที่เอรินสามารถกลับไปที่อาณาจักรฮาเดนิสได้ ดังนั้นจนกว่าจะถึงตอนนั้นฉันคงจะทำอะไรได้ไม่มาก
เอาเถอะ อยู่ที่ไอดราเวียก็ไม่ได้ร้ายแรงอะไรอย่างที่คิด อย่างน้อยก็ยังมีคุณเอเรน่าอยู่ด้วยล่ะนะ ถึงแม้ว่าที่นี่จะมีเป้าหมายการจีบที่แสนน่ากลัวอยู่ด้วยก็เถอะ
ฉันหันไปมองเด็กหนุ่มผมดำที่กำลังนอนกอดหนังสืออยู่บนเก้าอี้ข้างๆเตียงด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดมากมาย ถ้าหากว่าคุณนางเอกไม่ดันไปจีบท่านพี่เอลิออท หรือท่านพี่เอลิออทไปหลงรักคุณนางเอก ฉันก็คงสามารถคุยเล่นกับท่านพี่เอลิออทเหมือนเด็กทั่วไปได้แท้ๆเชียว...
มันจะมีวิธีไหนที่สามารถช่วยไม่ให้ธงหายนะของฉันจะเกิดขึ้นได้บ้างไหมนะ? ถ้าอย่างน้อยตอนนี้พอจะมีมานา ฉันคงใช้เวทย้อนความทรงจำไปดูรายละเอียดเกี่ยวกับท่านพี่เอลิออทได้แท้ๆเชียว
เอาล่ะ ตัดสินใจแล้ว! ถ้าหากว่าฉันมีมานาเมื่อไหร่ฉันจะใช้เวทย้อนความทรงจำเพื่อใช้ในการหาหนทางที่จะช่วยไม่ให้เกิดธงหายนะในครั้งนี้!!!