บทที่ เก้า
บัดนี้ก็ผ่านมาเกือบเดือนนับจากที่ได้เสี้ยวแก้วผลึกชิ้นแรกมาหลังจากนั้นลู่อิงิก็เดินทางสอบถามข่าวเื่ดาวตกทุกหัวเมืองที่ผ่าน เข้าโรงเตี๊ยมที่ใดก็พูดแต่ดาวตกถึงเช่นนั้นก็ไม่ได้เื่เพิ่มเลย ถึงหลายคนจะเห็นดาวแต่ก็ไม่รู้ว่าไปตกลงที่ไหนจนนางเริ่มปัญญาแล้ว ถ้าไล่ถามจนครบปียังไม่ได้เื่เพิ่มคงความแตกที่แก้วผลึกสังสรรค์หาย พอได้เริ่มคิดถึงบทลงโทษก็หนาวๆ ร้อนๆ
ตอนนี้ลู่อิงิเลือกที่จะควบม้าขึ้นทิศเหนือมาหลายคืนอย่างสิ้นหวังอีกอย่างไม่แน่ว่ามันอาจจะไปตกกลางป่ากลางเขาก็เลยไม่มีคนเจอหากกรณีที่แย่ที่สุดคือตกลงในเขตแดนของพวกปีศาจเลยไม่มีข่าวหลุดออกมาบนโลกมนุษย์ก็เป็ได้
ผ่านไปอีกหนึ่งวันในโรงเตี๊ยมที่ลู่อิงิเลือกมาพักตอนนี้นางมานั่งที่ชั้นล่างสำหรับแขกมาพักทานอาหารด้วยอารมณ์เบื่อๆอยากหาเพื่อนนักพเนจรพูดคุยด้วย
“คุณชายท่านตัวแค่นี้แต่คอแข็งนัก”สหายที่รู้จักเมื่อชั่วยามที่แล้วเอ่ยกับลู่อิงิเมื่อนางดื่มไปหลายกาก็ไม่มีอาการเมาอย่างที่ชายร่างกำยำหลายคนตอนนี้นอนหัวทิ่มกันแล้ว
“ฮ่าๆ เื่นี้เป็หนึ่งในความสามารถพิเศษของข้าเอง” ลู่อิงิตอบเพราะพวกเหล้าสุราพวกนี้ก็เป็เหมือนพิษต่อร่างกายดื่มไปเท่าไรถ้าพลังเซียนไม่หมดมันก็ถูกขจัดออกทันทีต่อให้กินจนพุงโย้ก็ไม่เมาหรอก
“นับถือๆ เช่นนี้เกิดมีการประลองดื่มสุราเ้าน่าจะเข้าร่วมนะคุณชาย”
“โอ๊ย เหล่าซุน ดูการแต่งกายคุณชายลู่ด้วยเอ็งว่าเขาจะลำบากขัดสนจนต้องลงแข่งดื่มเหล้าไหม เขาไม่ใช่พวกเรานะเอ็ง”สหายที่นั่งรวมวงอีกคนก็เอ่ยแทรกขึ้นมาก่อนที่นางจะได้ตอบอะไร
“เออจริง คุณชายลู่ไม่เหมาะๆ กับแข่งชิงชัยดื่มเหล้าแต่เหมาะแข่งชิงชัยสาวงาม” เหล่าซุนกล่าวแก้คำพูดตนเองเมื่อครู่พร้อมกับตบไหล่นางไปด้วยขณะพูด
ลู่อิงิที่ได้ยินเื่การชิงชัยสาวงามก็สนใจเพราะเคยเห็นแต่ในซีรีส์ไม่เคยเห็นของจริง ถ้ามีจัดจริงนางก็อยากลองไปดูแต่คงไม่ใช่ตอนนี้หรอกไว้หลังตามเจอเศษดาวเสียก่อน อยากเห็นทั้งสาวงามและอยากเห็นการแข่งขันด้วยแค่คิดก็น่าสนุกแล้ว
“เช่นนั้นเหล่าซุนเคยเข้าร่วมหรือ? ข้ายังไม่เคยเจอเลยน่าสนใจนัก”นางเลียบเรียงเคียงถามนักพเนจรที่นั่งสนทนาด้วยกันมาพักใหญ่
“เคยสิ ข้าผจญภัยมาทั่วแผ่นดิน แต่มันไม่ง่ายเหมือนดื่มเหล้าหรอกนะคุณชายสาวงามก็ต้องคู่กับชายหนุ่มห้าวหาญ แต่พวกการแข่งขันก็ต่างกันไปแล้วแต่คนจัด”
“ใช่ๆ คุณชายลู่เคยไปทางเหนือไหม ที่มีพวกเหมืองแร่ได้ยินว่ากำลังจะจัดชิงชัยสาวงาม” เหล่าโหยวสำทับให้สหายอีกที
“ข้ายังไม่ได้ไปทางนั้นเลยพวกท่าน ไว้ถ้ามีโอกาสก็คงได้ไปสักวัน”แคว้นทางเหนือมีเหมืองแร่ก็มีหลายเมือง แต่ที่โด่งดังที่สุดในนิยายก็เมืองเล็กๆใกล้แคว้นเป่ยจู อย่างเมืองเล่อเฟิ่ง
“ห่างจากที่นี่ไม่ไกล ลองชมนกชมไม้ระหว่างเส้นทางที่ควบม้าไปถึงที่นู่นก็น่าจะพอดีวันลงแข่ง ถ้าคุณชายอยากลองชิงชัยดู”
“อ่า ข้าไม่รู้สิ แค่อยากดูการแข่งขันน่ะ ยังไม่คิดว่าอยากจะแต่งงาน”นางบอกปัด ก็นางไม่ใช่ผู้ชายจะให้แข่งไปทำไมกันแต่สิ่งนางกล่าวกลายเป็ว่าสหายพเนจรกลับเข้าใจไปอีกอย่าง
“สมเป็คุณชายเ้าสำราญ ข้าเข้าใจๆ ไม่อยากมีหวงผูกมัดสินะแต่ข้าได้ยินว่านางผู้นี้งามจริงๆ นะคุณชายไปดูอาจจะเปลี่ยนใจพวกข้ายังอยากเข้าร่วมเลย เสียแค่แก่เกินไปเขาจำกัดอายุน่ะ”
“ฮ่าๆ อายุเป็อุปสรรคนี่เอง มาๆ ข้าดื่มให้พวกท่าน”ว่าแล้วนางก็ยกจอกขึ้นยกดื่มให้เหล่าซุนกับเหล่าโหยวที่ยังไม่หลับไปเหมือนคนอื่นๆในวงสนทนา
“ยินดีๆ คุณชาย งั้นข้าดื่มให้ท่านด้วย”ทั้งสามเลยชนจอกดื่มให้กันอีกหลายยก ผ่านไปจนดึกดื่นแม้แต่เหล่าโหยวก็ไม่ไหวฟุบไปอีกคนเหลือเพียงนางและเหล่าซุนที่ยังพอพูดคุยรู้เื่
ระหว่างที่หามสหายท่านอื่นๆกลับเข้าห้องพักเหล่าซุนก็ยกเื่การชิงชัยสาวงามมาพูดอีกครั้งลู่อิงิจึงคุยตามน้ำไปไม่ได้คิดจะไปจริงๆ อย่างที่ว่าเวลาตอนนี้ไม่ค่อยเหมาะ
“นี่คุณชาย ถ้าเ้ามีวรยุทธ์เก่งกล้าก็ไปเถอะ มีเมียสวยๆ ใครๆ ก็อยากมี”ใช่สิ ใครๆ ก็อยากมีเมียสวย ‘สวีจ้าวหรงไงตัวอย่าง’ มีแต่คนสวยๆ
แต่นางก็ไม่เอ่ยปฏิเสธแต่เช่นเดียวกันก็ไม่ได้ยอมรับด้วยเพราะมีที่ไหนแต่งงานกันทั้งทีมองแค่รูปลักษณ์เล่า
“ไว้ข้าจะคิดดูเหล่าซุน”
“ฮ่าๆ เ้านี่มันคนจริงนัก รักอิสระ น่านับถือมาก”ชายผู้เป็นักพเนจรยกมือขึ้นมาคำนับปลกๆ ให้นางทั้งที่อาการเมาจนเดินไม่ตรงด้วยซ้ำ
“มิได้ๆ” ลู่อิงิเข้าไปส่งเหล่าซุนกลับห้องเรียบร้อยและขณะกำลังจะปิดประตูให้อยู่แล้วเสียงอีกฝ่ายก็ยังไม่วายะโสำทับมาอีกรอบแต่ครั้งนี้ต่างออกไปทั้งยังเรียกความสนใจนางได้ดีกว่าเื่สาวงามเสียอีก
“แถมชนะแข่งขันไม่ได้แค่สาวงามนะยังมีเงินและดาวตกให้อีกด้วย”คำว่าดาวตกทำนางตาโต ทิ้งประตูที่เปิดกว้างแล้วเดินกลับเข้ามาในห้องเขย่าตัวเหล่าซุนที่กำลังจะหลับให้ตื่นขึ้นมาตอบคำถามเื่ทิ้งไว้
“ดาวอะไรท่าน ดาวที่ตกเมื่อเดือนก่อนหรือ”
“อ่า ใช่ๆ เศษดาว อ่า อะไรนี้ล่ะมั้ง”
ใช่แน่ๆจะเป็เศษดาวที่ไหนได้อีก ลู่อิงิดีใจจนปิดอาการตัวสั่นไม่ไหวไม่ได้ข่าวอะไรเื่นี้มานานในที่สุดก็พอจะมีความหวัง
“ที่เมืองอะไรเหล่าซุน งานชิงชัยสาวงามจัดที่เมืองอะไร?”
“เมืองอะไรนะ อ่าา” เสียงคนเมาลากยาวแล้วทำท่าจะหลุดไปโลกนิทราลู่อิงิถึงต้องเขย่าอีกทียิ่งครั้งนี้เขย่าแรงกว่าเดิมจนกว่าเหล่าซุนจะให้คำตอบนาง
“อือๆ เมืองเล็กๆ ชื่อไรนะ ใกล้แคว้นเป่ยจู”
“เมืองเล่อเฟิ่ง” นางเดาเพราะอาจจะเป็เมืองดังในนิยายก็ได้เมืองที่มีสาวงามเลื่องชื่ออีกคนที่นางรู้จัก
“ใช่ๆ เล่อเฟิ่ง”พอได้คำตอบลู่อิงิก็ปล่อยคนเมาให้ทิ้งตัวลงได้นอนหลับสบายๆอย่างที่อีกฝ่าย้าแล้วก็เดินออกจากห้องกลับห้องตนเองบ้าง
นางกลับมาถึงในห้องก็ไม่ไปนอนพักผ่อนแต่กลับไปนั่งคิดและนึกถึงเื่ราวที่เคยอ่านเมืองเล่อเฟิ่งเคยมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นบ้างและใช่เลยการแข่งชิงชัยสาวงามก็เคยเกิดขึ้นที่นั่นถึงเวลาได้ไปยลโฉมนางเอกของเื่อีกคนเสียแล้ว แถมได้เศษดาวกลับมาด้วยโชคสองชั้น..เดี๋ยวนะ โชคจริงๆ ใช่ไหม..หวังว่าคงไม่มีสวีจ้าวหรงตามไปอีกนะ
“ไม่หรอก คงไม่มาหรอกมั้ง ตามเนื้อเื่มันต้องหลังจากศึกชิงสาวงามจบแล้ว”ลู่อิงิพ่นลมออกมาเรียกขวัญกำลังใจให้ตัวเองทั้งที่ใจรู้สึกตงิดแล้วว่าต้องเกิดเื่แน่ๆ
รุ่งเช้าเซียนน้อยก็ออกเดินทางั้แ่ฟ้าเริ่มทอแสงไม่ได้อยู่ลาสหายที่ดื่มสุราด้วยกันเมื่อคืน แต่นางก็ทิ้งข้อความฝากเสี่ยวเอ้อร์เอาไว้ขอบคุณที่แนะนำเื่การแข่งขันครั้งนี้ถ้ามีโอกาสไว้พบกันอีก
การเดินทางขึ้นเหนือหนทางส่วนมากเป็หุบเขามากกว่าที่จะเป็ผืนป่าแต่ก็สวยงามสบายตาดี ดอกไม้พืชพรรณไม่ถึงกับเขียวชอุ่มหากเป็หลากสีสันน่ามองและที่สำคัญอากาศก็หนาวขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้ยังเพียงแค่เย็นๆ ผิวแต่ถ้าขึ้นไปถึงเล่อเฟิ่งคงหนาวขึ้นอีกต้องเพิ่มเสื้อผ้าอีกสักชั้น
วันที่สองหลังจากเดินทางลู่อิงิก็ถึงเล่อเฟิ่งทั้งที่หนทางไม่ได้ไกลมากแต่อุปสรรคเป็ทางชันควบม้าเร็วลำบากทำให้ใช้เวลานานได้แต่หวังว่าศึกชิงสาวงามจะยังไม่เริ่มไปเสียก่อน
ในตัวเมืองของเล่อเฟิ่งคึกคักมากจนดูไม่เหมือนเมืองเล็กๆนอกแคว้นเอาเสียเลย ระหว่างที่กำลังมองหาที่ฝากม้าลู่อิงิก็แวะถามข่าวเื่ศึกชิงชัยกับร้านค้าที่ดูหนาแน่นเต็มสองข้างทาง
“พ่อค้า ขอถามเื่การลงแข่งหน่อย”
“แข่งชิงสาวงามหรือ?” ยังไม่ทันที่นางจะได้พูดคำถามจบพ่อค้าก็พูดแทรกขึ้นมาเหมือนรู้อยู่แล้วว่าคุณชายท่านนี้มาเพราะอะไร
“ใช่ๆ พอบอกได้ไหม?”
“ถ้าจะสมัครก็รีบเถอะคุณชาย วันนี้รับวันสุดท้ายอีกไม่กี่ชั่วยามก็ปิดแล้วมั้ง” ดีนักนางมาทันพอดีฉิวเฉียดถือว่า์ประทานโชคมาให้บ้างแล้ว ขอบคุณๆๆ
“สมัครได้ที่ไหนหรือ?”
“ไปตามทางนี้เลย ถึงแล้วท่านจะเห็นเอง จุดใหญ่สังเกตง่าย”พ่อค้าเอ่ยพร้อมชี้บอกเส้นทาง
“ขอบคุณๆ ..ข้าช่วยอุดหนุน” ลู่อิงิส่งเงินให้พ่อค้าซื้อของเป็การตอบแทนที่ช่วยให้ข่าวกับนาง ระหว่างที่พ่อค้านำขนมเคลือบน้ำตาลใส่ถุงให้จึงอวยพรกลับให้นางได้เข้ารอบลึกๆในการชิงชัยไปด้วย พร้อมเล่าว่าที่เมืองเล่อเฟิ่งอยู่ๆก็คึกคักเป็เพราะการแข่งขันล้วนๆ ปกติคนไม่ได้เยอะขนาดนี้แสดงให้เห็นเลยว่านี่เป็โจทย์แน่นอนที่นางจะได้เศษดาวมา
ลู่อิงิเดินทางไปตามถนนเส้นที่พ่อค้าบอกก็เจอโรงเตี๊ยมพอดีจึงฝากม้าเรียบร้อยถึงลงมาเดินตัวเปล่าสอดส่องในเมืองหาจุดสมัคร ระหว่างทางก็เจอคนหนุ่มมากมายซึ่งนางก็ตั้งข้อสังเกตได้เลยว่ามาเพราะการแข่งแน่นอน เช่นนี้ก็นับว่าไม่น้อยจริงๆอย่างที่พ่อค้าว่าขั้นต่ำก็สามสิบได้เลยมั้ง
เดินอยู่ไม่ถึงเค่อก็เจอจุดรับสมัครใหญ่โตสังเกตง่ายจริงๆ ป้ายผ้ากว้างสีแดงเด่นเขียนว่า ‘ศึกชิงชัยประจำปี’นางก็เดินเข้าไปสมัครทันที รอบข้างมีชายวัยฉกรรจ์หลายคนยืนอยู่เหมือนมองประเมินคู่แข่งที่จะต้องเจอ แน่นอนว่าลู่อิงิดูไม่ใช่ตัวเต็งแน่นอนนางแต่งเป็ผู้ชายก็ได้แต่ภายนอก แต่ขนาดตัวยังบางและเล็กกว่าผู้ชายทั่วไปนักหลายคนอาจจะมองว่านางยังไม่โตด้วยซ้ำ
“คุณชายก็สมัครหรือ?” คนที่น่าจะเป็คนของผู้จัดงานเอ่ยถามนางตอนที่เดินมาหยุดหน้าศาลาทรงหกเหลี่ยม
“ใช่” แล้วเขาก็ส่งกระดาษให้นางเขียนชื่อและอายุ ลู่อิงิพลันคิดว่าไม่ควรใช้ชื่อจริงจึงปรับให้เหลือแค่ลู่ิพอ ส่วนอายุนับรวมโลกเก่าด้วยไหมนะไม่แน่อาจจะเกินร้อยปีแล้วด้วย เช่นนั้นไม่ดีๆเหลือสิบเก้าพอ จะได้เหมาะกับรูปร่างหน้าตา
“เรียบร้อยขอรับคุณชายลู่ิ เชิญรอบริเวณนี้ก่อนอีกครึ่งชั่วยามปิดรับสมัคร นายท่านจางผู้เป็เ้าของงานจะมาพูดถึงการแข่งขัน”
“ได้เลย” ลู่อิงิตอบรับแล้วถอยออกมายืนใกล้ๆบริเวณอย่างเข้าใจแล้วว่าทำไมคนมายืนรอกันแถวนี้นัก
จนเมื่อใกล้เวลาปิดรับสมัครเหลือไม่ถึงหนึ่งเค่อชายที่เป็คนถือกระดาษในศาลาหกเหลี่ยมก็พูดะโอีกรอบให้แน่ใจว่าผู้้าแข่งขันมาลงชื่อเรียบร้อย
นางก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรแค่มองไปรอบๆก่อนที่จะได้ยินเสียงซุบซิบเข้าหูในเื่ของผู้สมัครคนใหม่เพราะความหูเซียนแท้ๆแม้จะเบาก็ได้ยิน
“ถึงจะดูเด็กไปหน่อยแต่แววดี รูปร่างสูงมั่นคง ต้องจับตาดูเสียแล้ว”ประโยคที่บุรุษคุยกันจะประมาณนี้
“คุณชายผู้นี้รูปงามนัก ถ้าเป็ข้าจะเลือกคุณชายผู้นี้เลยไม่ต้องมีการแข่งขันแล้ว” ส่วนเสียงสตรีก็จะเป็อีกแบบเสียงทั้งหมดนี้ผ่านเข้าหูทำให้ลู่อิงิเกิดความสนใจเพราะไม่ใช่แค่บุรุษที่เข้าแข่งขันแต่ยังมีสตรีที่มาดูการแข่งขันด้วยทั้งหมดล้วนพูดกันเซ็งแซ่น้ำเสียงตื่นเต้นปิดไม่มิดถึงผู้สมัครคนล่าสุดหากถ้าชายหนุ่มมาเพื่อแย่งสาวงาม สาวชาวบ้านคนอื่นก็คงอยากมาชมบุรุษอีกที
“ว่าแต่คนไหนนะ”ถ้าเสียงหนาหูเช่นนี้นางก็อยากเห็นเหมือนกันว่าคนที่ทุกคนพูดถึงคือใครลู่อิงิมองไปทางจุดสมัครเห็นคนที่รูปร่างสูงโปร่งกำลังดี ขนาดตัวน่าจะพอๆกับนางได้มั้งเขาหันหลังเขียนใบสมัครอยู่ไม่นานก็คงหันมาจึงจ้องแผ่นหลังนั้นรอจนเขาคนนั้นหันมา
“เอ๋” แต่พอเขาหันมานางพลันก็ชะงักทันที นั้นมันเสี่ยวหรงชัดๆเสี่ยวหรงที่แก่ขึ้นอีกหลายปี น่าจะเริ่มเข้าวัยหนุ่มได้แต่ถ้าเป็เสี่ยวหรงก็เท่ากับเป็สวีจ้าวหรงสิ นี่เขามาทำอะไรกัน!ไหนเขาว่าไม่้าเศษดาวไงนางที่เห็นฝ่ายนั้นก่อนก็เริ่มเดินถอยหลังหลบฉากทีละน้อยเข้าไปที่กลุ่มคนหนาๆหวังให้บุคคลอื่นเป็กำแพงบังตัวนางเอาไว้
“เอาไงต่อดีเนี่ย” นางคิดทบทวนถ้าต้องแข่งกับพระเอกของเื่ใครจะไปชนะเล่า ที่บอกว่าไม่สนดาวก็โกหกงั้นสิแต่เดี๋ยวก่อน..ไม่ๆ หรือเขาไม่ได้มาเพราะดาวแต่มาเพราะสาวงาม ต้องใช่แน่ๆเพราะผู้หญิงอยู่แล้ว! แต่ตามเนื้อเื่ทั้งสองคนยังไม่ควรเจอกันตอนนี้ครั้งหนึ่งั้แ่คุณหนูเถียนหนิวแล้ว เหมือนทุกอย่างเร็วกว่าเดิมจากฉบับนิยายนี่ต้องเป็เพราะนางทำแก้วผลึกสังสรรค์แตกแน่ๆ เส้นเื่ถึงเป็แบบนี้
ข้าขอโทษจริงๆข้าไม่ได้ตั้งใจ แต่ไม่ว่ายังไงจะพยายามให้เส้นเื่ดำเนินไปเช่นเดิมแล้วกันเช่นนี้นางควรรีบไปทำข้อตกลงกับสวีจ้าวหรงดีไหมนะ‘สาวงามท่านรับไปส่วนเศษดาวยกให้ข้า ร่วมมือกันแล้วข้าจะส่งเสริมท่านเฉกเช่นเป็มือข้างซ้ายเลย’
“แบบนี้ดีไหมนะ?” ลู่อิงิเอ่ยอย่างเหม่อลอยจึงไม่รู้ถึงตัวตนคนผู้นั้นมาอยู่ข้างกายเสยแล้ว
“อะไรดีหรือิเกอ?” เสียงกระซิบตอบข้างหูทำลู่อิงิขนลุกซู่เสียงทุ้มๆ นี่มันของ
“เสี่ยวหรง!” นางะโหนีตัวสั่นจากคนที่มายืนใกล้ตัวเมื่อไรไม่รู้พอได้หันไปมองชายหนุ่มที่สูงไล่เลี่ยกันแล้วก็รู้สึกแปลกๆเดือนก่อนยังเป็เด็กน้อยตัวไม่ถึงอก ตอนนี้เป็หนุ่มรูปงามเสียแล้วถึงจะยังไม่โตเป็หนุ่มดีก็พอรู้แล้วว่าถ้าวัยยี่สิบคงจะเรียกได้ว่างามล่มเมืองสมแล้วที่เป็พระเอกของเื่นางขอคารวะ แต่ถึงอย่างไรสุดท้ายใช่ว่านางไม่เคยพบเจอคนรูปงามเช่นนี้เสียเมื่อไรนางมาจากโลกยุคสองพันที่พระเอกซีรีส์หล่อๆ เต็มไปหมดนะไว้ถ้าได้เจอร่างจริงนางจะค่อยๆ ประเมินคะแนนให้อีกทีแล้วกันสวีจ้าวหรง
ขณะที่นางมองร่างใหม่ของเขาขึ้นลงอีกฝ่ายก็มองกลับเช่นกันก่อนจะเอ่ยตอบนาง“ใช่ขอรับิเกอ ข้าเอง” เขาเอ่ยตอบน้ำเสียงรื่นหูฟังสบายทั้งไม่ได้มีท่าทีเป็ศัตรูหรือจะเอาชนะ เป็หมุดหมายที่ดีแสดงว่าคงมาดีล่ะมั้งอาจจะมาทักทายคนรู้จักก็ได้
“ท่านอย่าเรียกข้าเช่นนั้นเลย มิกล้าๆ”
“อะไรกัน ข้ายังเด็กน้อยนักจะต้องให้ิเกอชี้แนะอยู่แล้ว”
อาจจะดูเหมือนนางสบายดีทำเป็คุยเล่นกับเขาผู้เป็จอมมารเช่นสหายแต่ความจริงนั้นทุกข์ทนอยู่ในอกไม่รู้จะไปสะดุดทำเขาอารมณ์เสียด้วยคำพูดตอนไหนร้องไห้ไปก็ไม่มีน้ำตาหญิงงามมาทำให้เขาเห็นใจเสียด้วย
“เห็นใจข้าเถอะ ละเว้นข้าสักครั้ง ข้าจะรีบเก็บเศษดาวแล้วก็จากไป”และที่สำคัญนางต้องแสดงตัวว่าไม่ได้จะมาแย่งหญิงงามกับท่านแม้แต่น้อย
“หึ” สวีจ้าวหรงพ่นลมออกมาเยาะนางหนึ่งที นางก็ไม่รู้หมายความว่าอะไรแล้วต้องทำยังไงต่อไป เช่นนั้นไม่สู้ขอตัวลาเลยดีกว่า
“เช่นนั้นข้าไม่รบกวนท่านแล้ว ข้าขอลา” ลู่อิงิยกมือขึ้นคำนับเตรียมจะเดินไปหาจุดใหม่ให้ยืนห่างๆสายตาสวีจ้าวหรง แต่เหมือนนางจะไม่ได้รับอนุญาตเสียนี่ร่างเด็กหนุ่มยกมือขึ้นห้ามเสียก่อน
“ก็ยืนตรงนี้ด้วยกันจะเป็ไร”
“ไม่เลยๆ ไม่เป็อะไรเลย” แล้วเซียนกระจอกอย่างนางจะไปขัดอะไรได้ลู่อิงิจึงยืนนิ่งหันตัวออกห่างเล็กน้อย ไม่ให้ร่างเด็กโตของเสี่ยวหรงอยู่ในสายตาแล้วปลอบตัวเองว่าไม่เห็นเท่ากับไม่มี ‘สวีจ้าวหรงไม่ได้อยู่ตรงนี้’
นางยืนตัวเกร็งได้ไม่นานการสมัครก็ปิดรับอย่างเป็ทางการจากนั้นคนงานก็ยกแท่นสูงเข้ามากลางบริเวณก่อนจะมีชายร่างสูงใหญ่กำยำค่อนข้างมีอายุมากแล้วเดินขึ้นไปบนแท่นนั้นแล้วเริ่มกล่าวเสียงดังกังวาน
“ต้อนรับ ข้าจางหยงหยวน เป็ผู้นำตระกูลจางและผู้นำการจัดศึกชิงชัยประจำปีขอต้อนรับผู้ร่วมชิงชัยทุกท่าน” หลังคำกล่าวต้อนรับของจางหยงหยวนเสียงะโก้องรวมกับเสียงตบมือก็ดังลั่นทั่วลานจากทั้งผู้แข่งขันและผู้รอชมการแข่งขัน