ประกาศสำคัญ
นิยายเื่ชะตาพ่าย นางร้ายข้ามภพ หมดสัญญาจากสำนักพิมพ์สื่อวรรณกรรมแล้ว
นิยายในแบบ E-Book >> https://joo.gl/vnW56T
หรือสามารถสนับสนุนนิยายแบบรูปเล่มได้ที่สำนักพิมพ์สื่อวรรณกรรม
(ติดต่อที่เพจสนพ.หรือติดต่อนักเขียนได้ค่ะ)
Facebook : หงเฟย 弘飛 หรือ Twitter : @hongfei_writer
ขอให้สนุกกับการอ่านนะคะ
#นางร้ายสายสวย #หงเฟยคนสวน
หงเฟย [ 弘飛 ] : เขียน 04/01/60 : ประกาศ 1/07/63
---------------------------
ตอนที่ 1
แท้จริงแล้วเ้าก็เป็นางร้ายเช่นเดียวกับข้า! (1/2)
หยกนภาคิดว่าตัวเองกำลังฝัน...
ทว่าความเ็ปที่ปลายนิ้วเป็สิ่งยืนยันว่านี่หาใช่ความฝันสีแดงที่ย้อมปลายนิ้วทั้งสิบทำให้ทั่วทั้งร่างสั่นสะท้านอย่างไม่สามารถควบคุมตัวเองได้
นางกำลังกลัว…
หยกนภาใช้ชีวิตมาสามสิบหกหนาวเป็สตรีที่ไม่กลัวเื แต่คราที่นอนมองโลหิตไหลออกจากร่างกายสีแดงของเืเปรอะเปื้อนไปตามพรมขนสัตว์ราคาแพง เป็ครั้งแรกที่ความกลัวแล่นเข้าสู่หัวใจแต่ก็สายไปเสียเเล้ว...หยกนภาตายไปก่อนที่จะได้เผชิญกับความกลัวที่เพิ่งรู้จัก
ใช่ ! นางร้ายระดับอินเตอร์อย่างนางตายแล้วตายด้วยน้ำมือของตัวเอง !
แต่เหตุใดิญญาที่ควรจะชดใช้กรรมในนรกเช่นนางจึงมาโผล่อยู่ท่ามกลางบรรยากาศของ‘งานเลี้ยง’ หรือนรกจัดงานเลี้ยงต้อนรับนางกัน?
ั์ตาสีดำขลับสำรวจสถานที่เบื้องหน้าด้วยอาการสงบนิ่งดอกเหมยสีชาดเป็สิ่งแรกที่สะดุดตา บุปผางามตกแต่งตามสถาปัตยกรรมอันประณีตและหรูหราราวกับพระราชวังโบราณของจีนด้านนอกเต็มไปด้วยหิมะสีขาวตัดกับสีแดงของดอกเหมยเสริมความงามของสถานที่นี้ราวกับสรวง์
เมื่อดวงตาหงส์กวาดมองรอบข้างตัวก็พบผู้คนหลากหลายวัยนั่งอยู่หลังโต๊ะตัวเตี้ยซึ่งมีอาหารสีสันน่ารับประทานและกาน้ำชาวางอยู่อาภรณ์ที่สวมใส่ก็งดงามคล้ายหลุดออกมาจากราชวงศ์ถังของจีน และที่สำคัญ...ทุกสายตาในที่นี้ล้วนมองมาที่นาง
แม้ไม่รู้ว่าเหตุใดนางจึงตกเป็เป้าสายตาเช่นนี้แต่ความรู้สึกบางอย่างทำให้นางหยุดสายตาไปที่สตรีาุโผู้หนึ่งที่นั่งอยู่เบื้องหน้าตนและเป็ตำแหน่งที่สูงที่สุดดวงตาหงส์สบเข้ากับเ้าของเส้นผมสีดอกเลารวบเป็ทรงสูงเช่นสตรีที่ออกเรือนแล้วบนศีรษะประดับด้วยปิ่นหงส์สีทองงดงามอลังการเช่นเดียวกับอาภรณ์สีทองปักลายหงส์สยายปีกอันบ่งบอกถึงฐานันดรที่สูงศักดิ์ได้อย่างชัดเจน
หากเป็ซีรีส์จีนที่นางเคยแสดงดูจากเครื่องประดับและอาภรณ์ลายหงส์นี้ทำให้เดาได้ไม่ยากว่าผู้าุโตรงหน้านี้หากไม่ใช่ ‘ฮองเฮา’ ก็ต้องเป็ ‘ไทเฮา’ อย่างแน่นอน
แต่พิจารณาจากสีของเส้นผมแล้ว นางมั่นใจได้ว่าผู้าุโนี้คือไทเฮาอย่างเเน่นอนเพราะถ้าสตรีตรงหน้าคือฮองเฮา ก็คงเป็ฮองเฮาที่อายุยืนน่าดู... อ่าความคิดเช่นนี้จะต้องโทษดูิ่เบื้องสูงหรือไม่ ?
“อวี้เอ๋อร์”
เสียงเรียกนามอันคุ้นหูดังขึ้นทำลายความคิดเรื่อยเปื่อยของนางนามที่ถูกเรียกเป็นามที่นางใช้ตอนที่ทำงานอยู่ที่จีนแผ่นดินใหญ่
ความเ็ปเรียกร้องให้หยกนภาละความสนใจจากนามที่ถูกเรียกร่างบางหงายฝ่ามือของตนขึ้นเผยให้เห็นนิ้วเรียวทั้งสิบที่ถูกอาบไปด้วยโลหิตที่มาของเืเหล่านี้คือแผลเล็กคล้ายถูกมีดบาดแม้ไม่ใช่แผลใหญ่แต่เืกลับไหลไม่หยุดเมื่อมองดูพิณเจ็ดสายตรงหน้าแล้วคาดว่านี่คงเป็ต้นเหตุของาแ
เืหยาดหนึ่งหยดลง มือเล็กเกิดสั่นขึ้นมา…ความกลัวแล่นเข้าสู่หัวใจนางอีกครั้ง
“ตามหมอหลวงมา !” สิ้นเสียงของสตรีผู้มีตำแหน่งสูงสุดในที่นี้รอบข้างก็เริ่มเกิดความวุ่นวาย
สตรีวัยกลางคนที่เรียกนามของนางในตอนแรกวิ่งมากุมมือเปื้อนเืของนางไว้พยายามใช้ผ้าเช็ดหน้าเนื้อนุ่มกดลงที่าแเพื่อห้ามเืใบหน้าชื้นเหงื่อนั้นเต็มไปด้วยความกังวล
สตรีผู้นี้คือมารดาของนาง...ไม่สิเป็มารดาของร่างนี้
หยกนภาหลับตาลงร่างเล็กพยายามอดทนกับความวุ่นวายในหัวที่เต็มไปด้วยความทรงจำของร่างนี้เื่ราวต่าง ๆ ค่อย ๆ ไหลเข้ามาในหัว ทีละเื่ ทีละเื่...
“ไทเฮาทรงให้ความเป็ธรรมด้วยบุตรีของหม่อมฉันถูกปองร้ายเพคะ ! ”
ฮูหยินตระกูลไป๋กล่าวขึ้นพลางคุกเข่าคำนับหน้าผากมนแตะพื้นเสียงดังโดยไม่ห่วงตนเพียงเพราะ้าเรียกร้องความยุติธรรมให้ ‘ไป๋อวี้’ คุณหนูรองตระกูลไป๋ผู้เกิดจากอัครมหาเสนาบดีฝ่ายซ้าย'ไป๋หาน' และภรรยาเอก 'เยวี่ยเหมย'
วันนี้ไป๋อวี้ มารดาและน้องสาวต่างมารดามาร่วมงานเลี้ยงชมดอกเหมยที่เหวยไทเฮาจัดขึ้นในวังหลวงในขณะที่งานเลี้ยงดำเนินไปอย่างราบรื่น เหวยไทเฮา้าให้คุณหนูรองตระกูลไป๋ดีดพิณเจ็ดสายที่เคยประทานให้
แน่นอนว่าโฉมงามย่อมมากความสามารถไป๋อวี้ออกมาแสดงเพลงพิณต่อหน้าแขกชนชั้นสูงในงานอย่างเก่งกาจและงดงาม แต่ในขณะที่นางกำลังทำการแสดง‘พิณมนตรา’ นิ้วทั้งสิบกลับโดนสายพิณบาดลึกจนได้เืซึ่งเป็จังหวะเดียวกับที่ิญญาของหยกนภาเข้ามาอยู่ในร่างของไป๋อวี้
“เ้าหมายความว่าอย่างไรไป๋ฮูหยิน” เหวยไทเฮาถาม
“ทูลไทเฮา พิณนี้ถูกวางยาพิษเพคะ” เยวี่ยเหมยชี้นิ้วมาที่พิณพระราชทาน สีหน้าของเหวยไทเฮาบึ้งตึงขึ้นมาทันที
“บังอาจ !”
“หม่อมฉันมิกล้า “ เยวี่ยเหมยคำนับอีกครั้งก่อนเงยหน้าขึ้นมาเอ่ยด้วยน้ำเสียงดังฟังชัด“พิณนี้พระนางพระราชทานให้อวี้เอ๋อร์ในงานเลี้ยงชมดอกโบตั๋นเมื่อหลายเดือนก่อนอวี้เอ๋อร์ใช้พิณนี้ฝึกฝนทั้งยังเก็บรักษาด้วยความหวงแหน แต่ก็หาได้มีเื่ใดเกิดขึ้นครานี้นางนำออกมาบรรเลงถึงวังหลวงกลับต้องาเ็เช่นนี้หมายความว่าบุตรีของหม่อมฉันถูกปองร้ายเป็แน่เพคะ”
“ผู้ใดดูแลพิณนี้” เสียงทุ้มจากบุรุษผู้นั่งอยู่ข้างเหวยไทเฮาถามขึ้นมาเยวี่ยเหมยหันหน้ามาแล้วส่งสายตาสื่อความหมายให้หยกนภาในร่างไป๋อวี้
สายตาเช่นนี้...ถึงบทของนางแล้วหรือ ?
“ทูลไทเฮา..” หยกนภาสวมรอยเป็ไป๋อวี้อย่างช่วยไม่ได้นางปรับสีหน้าและน้ำเสียงให้นิ่งสงบแม้จะเจอกับสถานการณ์ที่ไม่ได้ตั้งตัวเช่นนี้ “ผู้ดูแลพิณนี้เป็สาวใช้ประจำตัวของหม่อมฉันเองเพคะ”
หลังจากทบทวนความทรงจำที่เพิ่งได้รับมาจากเ้าของร่างแม้จะไม่สมบูรณ์นักแต่ทักษะการแสดงอันยอดเยี่ยมที่ติดตัวมาก่อนตายก็ทำให้ตอบออกไปอย่างมั่นใจ
ใบหน้างามก้มลงต่ำตามมารยาทริมฝีปากขบเม้มเพื่อข่มกลั้นความเจ็บที่เพิ่มมากขึ้นอย่างแปลกประหลาด แม้ไม่เข้าใจเื่ทั้งหมด ทว่าเมื่ออยู่ตรงนี้แล้วก็ต้องตามน้ำไปไม่ให้ผิดสังเกตแม้จะหวาดกลัวเืที่ยังไหลออกจากปลายนิ้วไม่หยุด แต่จะทำเป็อ่อนแอไม่ได้เสียชื่อนางร้ายระดับอินเตอร์หมด !
“พาตัวนางมา” บุรุษผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งไม่มีผู้ใดกล้าชักช้าเพราะรับรู้ถึงอำนาจของผู้พูด
งานเลี้ยงในวังไม่สามารถพาสาวใช้ประจำตัวมาด้วยจึงต้องให้รออยู่ในที่รับรองสำหรับบ่าวรับใช้ ไม่ถึงหนึ่งเค่อ*สาวน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มก็ถูกทหารคุมตัวเข้ามาในงาน นางคุกเข่าลงคำนับหน้าผากจดพื้นก่อนยันตัวขึ้นนั่งก้มหน้าเนื้อตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว
หยกนภามองภาพตรงหน้าอย่างพออกพอใจ...นอกจากมารดาแล้วไป๋อวี้ผู้นี้ยังมีสาวใช้ที่เล่นงิ้วเก่งไม่แพ้กัน
“เ้าทำสิ่งใดกับพิณนี้” เหวยไทเฮาเริ่มไต่สวน
“ทะ..ทูลไทเฮา ก่อนออกจากจวนบ่าวตรวจสอบแล้ว ไม่มีสิ่งใดผิดปกติเพคะ...”สาวใช้ของไป๋อวี้หยุดชะงัก ก่อนเบิกตาโตคล้ายใร่างเล็กสั่นเทาหนักกว่าเดิม “...เป็ความผิดบ่าวเองเพคะบ่าวไม่รอบคอบเห็นว่ารถม้าของคุณหนูรองกับฮูหยินใหญ่นั้นคับแคบเกินกว่าจะนำพิณใส่มาด้วยบ่าวจึง...”
หากตามบทในซีรีส์ที่นางเคยแสดง ฉากต่อไปนี้คือฉากเปิดโปงผู้ร้ายหรือไม่ก็ต้องเป็...
“บ่าวจึงฝากพิณไว้กับรถม้าของคุณหนูสี่เพคะ”
ฉากใส่ความนางเอกอย่างไรล่ะ !
“คุณหนูสี่ตระกูลไป๋ ?” สิ้นเสียงสารภาพของสาวใช้บุรุษชุดแดงผู้ที่นิ่งเงียบั้แ่แรกเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แสดงออกถึงความสนุกสนานกับงิ้วฉากนี้
“เป็หม่อมฉันเองเพคะ” น้ำเสียงอ่อนหวานขานรับด้วยความหนักแน่นหาความกลัวจากน้ำเสียงนี้ไม่ได้แม้แต่น้อย
เ้าตัวค่อย ๆ ก้าวออกมาจากที่นั่ง จังหวะการก้าวเดินเช่นสตรีชนชั้นสูงส่งให้ชายกระโปรงปักลายดอกบัวสีขาวพลิ้วไหวคล้ายกำลังล่องลอยอยู่ท่ามกลางสายน้ำมองดูแล้วเพลินตายิ่งทั่งทั้งร่างล้วนดึงดูดสายตาผู้มอง ส่วนที่ควรเล็กก็เล็กคอด ส่วนที่ควรมีก็อวบอิ่มยิ่งอาภรณ์สีชมพูขับให้ผิวที่ขาวดูงดงามเปล่งประกายปานเทพเซียน
เช่นนี้เรียกว่าฉากเปิดตัวนางเอกไม่ผิดแน่ !
“หม่อมฉันไป๋ฮวา ถวายพระพรเพคะ” ร่างบางประสานมือไว้ระดับเอวแล้วยอบตัวลงทำความเคารพแบบชนชั้นสูงก่อนจะยืดกายยืนหลังตรงและก้มใบหน้าลงเล็กน้อย
“ได้ยินว่าคุณหนูสี่ตระกูลไป๋เป็เพียงลูกอนุภรรยานางยังกล้ามางานเลี้ยงของชนชั้นสูงอีกหรือ”
“ถึงจะมีสายเืของใต้ท้าวไป๋แต่ก็ไม่มีมนตราของชนชั้นสูงนางเป็เพียงสตรีไร้ค่าเท่านั้น”
“แต่กิริยาท่าทางของนางเหมือนชนชั้นสูงไม่มีผิด”
“ไป๋ฮูหยินและคุณหนูไป๋อวี้ช่างน้ำใจงามชุบเลี้ยงสตรีไร้ค่าจนเป็ผู้เป็คนได้”
“นางยังกล้าปองร้ายพี่สาวตัวเองดูพิณนั่นสิ ! สาวใช้ของคุณหนูรองบอกว่ามันอยู่ในรถม้าของนาง”
เสียงพุดคุยดังอย่างต่อเนื่องั้แ่ ‘ไป๋ฮวา’ ปรากฏตัว ผู้ถูกพูดถึงมีเพียงรอยยิ้มบางประดับบนใบหน้าเสริมให้นางดูงดงามและอ่อนหวานขึ้นหลายส่วนแม้จะแย้มยิ้มอย่างใจเย็นแต่สองมือกลับบีบกันแน่นแล้วน่าปกป้องสมกับความหมายของนาม
‘ฮวา’ แปลว่าดอกไม้ที่แสนบอบบางไร้ค่า แต่ช่างน่าปกป้อง !
ในขณะที่ ‘อวี้’ นั้นหมายถึงหยกอันงดงาม สูงค่า แต่ไม่น่าทะนุถนอม !
หยกนภาเหยียดยิ้มในใจ
ไป๋อวี้เอ๋ย...แท้จริงแล้วเ้าก็เป็นางร้ายเช่นเดียวกับข้า!
--- จบตอน ---
E-Book >> https://joo.gl/vnW56T
สนใจรูปเล่มหรือพูดคุยกับนักเขียน
Facebook : หงเฟย 弘飛
Twitter : @hongfei_writer
#นางร้ายสายสวย #หงเฟยคนสวน
-------------
*ชั่วยาม คือ หน่วยนับเวลาของจีนโบราณ 1ชั่วยาม = 2 ชั่วโมงตามเวลาสากล
*เค่อ คือ หน่วยนับเวลาของจีนโบราณ 1 เค่อ= 15 นาทีตามเวลาสากล
*หวาง / ชินหวาง คือ องค์ชายขั้น 1 ชั้นเอก ผู้ที่จะได้รับตำแหน่งชินหวางโดยมากเป็พระโอรสพระเชษฐาหรือพระอนุชาของฮ่องเต้ *ฉิน คือนามที่ได้รับพร้อมตำแหน่ง เช่น ฉินหวาง (ฉินชินหวาง) เว่ยหวาง(เว่ยชินหวาง) เป็ต้น
*ไท่จื่อ คือ องค์ชายรัชทายาท เป็ผู้สืบทอดราชบัลลังก์ต่อจากฮ่องเต้