เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เล่มที่ 4 บทที่ 112 คนเที่ยงธรรมไม่พูดจาอ้อมค้อม

            “ข้าควรรู้อะไรหรือ?”

            ไป๋เซี่ยเหอยิ้มอย่างสบายอารมณ์นางไม่ตอบทว่าถามกลับ

            ไป๋เหล่าฮูหยินโมโหขึ้นมาทันทีนางยกมือขึ้นมาก่อนจะกดลงที่ตำแหน่งหัวใจอย่างแรง

            “ไป๋เซี่ยเหอเจ้าคิดจะทำอะไรกันแน่?”

            ไป๋เซี่ยเหอก้าวไปข้างหน้าสองก้าวก่อนจะเหลือบตามองไป๋เหล่าฮูหยินที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ด้วยสายตาเย็นชา

            “คนเที่ยงธรรมไม่พูดจาอ้อมค้อมตั๋วเงินหนึ่งล้านตำลึงแลกกับมารดาของข้า”

            ไป๋เซี่ยเหอหยิบตั๋วเงินหนึ่งล้านตำลึงออกมาจากแขนเสื้อก่อนจะเขย่าเบาๆ กลางอากาศ

            ตั้งแต่รับช่วงบ่อนพนันว่านก้วนเงินเก็บของนางก็ค่อยๆ งอกเงย

            แม้ว่าการควักเงินหนึ่งล้านตำลึงออกมาจะเข้าเนื้ออยู่บ้างทว่าหากแลกกับการที่มารดาได้ออกจากจวนสุกลไป๋ก็นับว่าคุ้มค่า

            ไป๋เหล่าฮูหยินจ้องมองตั๋วเงินตั้งแต่ไป๋เซี่ยเหอหยิบมันออกมาแล้วลำคอของนางขยับเล็กน้อย นางกลืนน้ำลาย แววตาเต็มไปด้วยความละโมบ

            “เจ้าพูดจริงหรือ?”

            ไป๋เหล่าฮูหยินใจเต้นหากได้ตั๋วเงินหนึ่งล้านตำลึงมา ก็สามารถจ่ายหนี้ได้ หากมีเงินเหลือ นางก็จะยักยอกได้ด้วย

            เพียงแต่สาวน้อยอย่างไป๋เซี่ยเหอเอาเงินมาจากที่ใดกัน?

            หรือจะเป็นของฮั่วเยี่ยนไหว?

            ทุกคนล้วนกล่าวว่าจวนเซ่อเจิ้งอ๋องร่ำรวยไม่แพ้ฮ่องเต้เห็นได้ชัดว่าคำกล่าวนั้นไม่ได้หลอกลวงเลย เพราะว่าที่พระชายาที่เพิ่งหมั้นหมายกลับมีเงินใช้จ่ายมากมายเช่นนี้แล้ว

            น่าเสียดายที่เป็นไป๋เซี่ยเหอนางแพศยาตัวน้อยไร้มโนธรรม

            หากเปลี่ยนเป็นไป๋ซูเหอ...

            สีหน้าของไป๋เหล่าฮูหยินเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วนางไม่กล่าวอะไรเลยเป็นเวลานาน ไป๋เซี่ยเหอหมดความอดทน จึงยัดตั๋วเงินเข้าไปในแขนเสื้อ

            “ในเมื่อไป๋เหล่าฮูหยินไม่ขาดแคลนเงินเช่นนั้นก็ช่างเถิด ทำเหมือนว่าวันนี้ข้าไม่ได้พูดอะไรแล้วกัน”

            เมื่อตั๋วเงินถูกเก็บไปไป๋เหล่าฮูหยินรู้สึกราวกับหัวใจของตนเองถูกควักออกมา ดวงตาของนางแข็งกร้าวก่อนจะตวาดออกมา

            “เอาเงินมาให้ข้า!”

            เมื่อไป๋เซี่ยเหอเห็นท่าทีของหญิงชราตรงหน้าในใจก็เกิดความเหยียดหยามขึ้นมา

            ไม่ใช่ว่านางไม่เคยเจอคนเห็นแก่ตัวทว่านางไม่เคยเจอคนที่เห็นแก่ตัวมากขนาดนี้มาก่อน เมื่อก่อนไป๋เหล่าฮูหยินมีใจลำเอียงให้ไป๋หว่านหนิงเพียงเพราะอีกฝ่ายมีประโยชน์กับจวนสกุลไป๋ทว่าตอนนี้ไป๋หว่านหนิงแต่งเข้าตำหนักของไท่จื่อในฐานะชายารองและได้สินสอดน้อยมาก นางก็ทิ้งไป๋หว่านหนิงในชั่วพริบตา

            นอกจากนี้ นางยังใช้ชื่อของไป๋เสียนอันในการยักยอกเงิน ทั้งยังเป็นหนี้ไปทั่วแม้ว่าการเป็นหนี้มากมายเช่นนี้จะสามารถทำให้สกุลไป๋ถูกประหารเก้าชั่วโคตรได้ ทว่าไป๋เหล่าฮูหยินยังอดไม่ได้ที่จะเป็นห่วงชื่อเสียงและเกียรติยศของตนเองขณะที่ปวดศีรษะว่าจะอุดรอยรั่วอย่างไร นางก็ยังคงเสาะหาของล้ำค่ามาครอบครองอยู่

            “เงินน่ะให้ได้แต่ท่านต้องยอมให้ข้าพาท่านแม่ของข้าออกไปจากที่นี่”

            น้ำเสียงของไป๋เซี่ยเหอเย็นชาขึ้นเรื่อยๆ

            “พาไปหรือ? เจ้าจะพานางไปไหน?”

            ไป๋เซี่ยเหอหยิบตั๋วเงินขึ้นมาถือไว้ในมือไป๋เหล่าฮูหยินโมโหจนตัวสั่น ปรารถนาจะพุ่งเข้าไปแย่งมันมา

            “เซ่อเจิ้งอ๋องมอบเรือนเล็กๆให้ข้าหลังหนึ่ง ข้าจึงคิดจะพาท่านแม่ของข้าย้ายไปอยู่ที่นั่นจะได้ไม่ขวางหูขวางตาพวกท่าน”

            เมื่อไป๋เหล่าฮูหยินได้ยินเช่นนั้นความละโมบในแววตาก็เพิ่มขึ้น ในใจลอบวางแผนบางอย่างทันที

            แม้ว่านางจะอยากได้ตั๋วเงินในมือของไป๋เซี่ยเหอทว่าตอนนี้นางพยายามสงบสติอารมณ์ลง

            “ข้ารับปากไม่ได้ เจ้ายังไม่ออกเรือนการย้ายออกจากจวนย่อมเป็นไปไม่ได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่เจ้าจะพานายหญิงของจวนสกุลไป๋ไปด้วยหากเจ้าทำเช่นนี้ จะไม่ทำให้ผู้คนหัวเราะเยาะจวนสกุลไป๋ของข้าหรือ?”

            “จวนสกุลไป๋เคยถูกผู้คนหัวเราะเยาะมาตั้งหลายครั้งไม่ใช่แค่ครั้งสองครั้ง จะมีสิ่งใดแย่ไปกว่านี้อีกหรือ?”

            เมื่อไป๋เซี่ยเหอเอ่ยเช่นนั้นสีหน้าของไป๋เหล่าฮูหยินก็ดำดิ่งลง

            “ไป๋เซี่ยเหอ เจ้าอย่าสามหาวให้มันมากเกินไปข้าคือย่าของเจ้านะ”

            ไป๋เหล่าฮูหยินเชิดศีรษะขึ้นสูงก่อนจะมองไป๋เซี่ยเหอด้วยท่าทีหยิ่งผยอง

            “เด็กสาวที่ยังไม่ออกเรือนอย่างเจ้านึกไม่ถึงว่าจะซ่อนเงินเก็บไว้ไม่บอกกล่าว เงินก้อนใหญ่ปานนี้กล้าเก็บไว้ในมือตนเองได้อย่างไร? ไม่กลัวจะทำหายเลย”

            ไป๋เซี่ยเหอไหนเลยจะเดาความคิดของอีกฝ่ายไม่ได้นางยิ้มออกมาทันที “ข้าไม่กลัว หายแล้วก็ยังมีอีก!”

            ไป๋เหล่าฮูหยินโมโหจนแทบกระอักเลือด

            จวนสกุลไป๋ให้กำเนิดสตรีจอมล้างผลาญเช่นนี้ได้อย่างไร?

            ขณะเดียวกันนี่ก็ช่วยยืนยัน‘ความร่ำรวย’ ของจวนเซ่อเจิ้งอ๋องได้มากกว่าเดิม

            ความคิดที่จะส่งไป๋ซูเหอเข้าจวนเซ่อเจิ้งอ๋องยิ่งแน่วแน่มากขึ้นแม้นางไม่อาจเป็นว่าที่พระชายา ก็ต้องเป็นชายารอง

            จะต้องแบ่งชามน้ำแกงมาให้จงได้!

            “เจ้าพูดเหลวไหลให้มันน้อยๆหน่อย มอบเงินมาให้ข้าเก็บ รอให้เจ้าออกเรือนก่อน ข้าถึงค่อยคืนให้เจ้า”

            ไป๋เซี่ยเหอหลุดหัวเราะด้วยความเย้ยหยันนางเคยเจอคนหน้าด้าน ทว่าไม่เคยเจอคนที่หน้าด้านขนาดนี้มาก่อน

            “ไป๋เหล่าฮูหยินท่านเห็นข้าเป็นคนโง่หรือท่านเป็นคนโง่กันแน่?”

            ไป๋เหล่าฮูหยินรู้สึกอับอายขึ้นมาทันทีหัวใจปวดตุบๆ หากไม่ใช่เพราะตอนนี้ไม้เท้าไม่ได้อยู่ในมือ นางจะต้องทุบตีไป๋เซี่ยเหออย่างโหดเหี้ยมแน่นอน

            “เช่นนั้นเจ้ากำลังคิดจะทำอะไรกันแน่?”

            เด็กสาวตรงหน้าที่ในมือถือตั๋วเงินจำนวนมากกำลังย้ำเตือนไป๋เหล่าฮูหยินว่านางไม่ใช่เศษสวะและไม่อาจปฏิบัติต่อนางเหมือนในอดีตได้อีกต่อไป

            “ท่านคิดว่าระหว่างชื่อเสียงอันจอมปลอมกับชีวิตของท่านสิ่งใดสำคัญกว่ากัน?”

            “ไหนเลยจะจริงจังเช่นนั้น? ขอเพียงข้าจ่ายหนี้ครบ ข้าจะสิ้นชีพได้อย่างไร? เจ้าข่มขวัญคนชราอย่างข้าให้มันน้อยๆ หน่อย”

            ไป๋เซี่ยเหอใช้สองนิ้วคีบตั๋วเงินไว้ตรงหน้านางเป่าลมเบาๆ ตั๋วเงินก็โบกสะบัดเกิดเป็นเสียงพึ่บพั่บ

            “แล้วท่านมีเงินหรือ?”

            ไป๋เหล่าฮูหยินโมโหจนต้องหลับตาลงดูราวกับผีฉิว[1]ที่ไม่มีลมอยู่ข้างใน ใบหน้าดูแก่ชราลงกว่าเดิม

            “ข้าตัดสินใจไม่ได้”

            ถึงแม้เจียงเยว่เสียนจะสลบไสลอยู่ทว่านางได้ครอบครองเรือนหลังที่ดีที่สุดในจวน นอกจากนี้ จวนต้องจ่ายเงินเดือนของบ่าวรับใช้เป็นจำนวนมากทั้งยังต้องดูแลบุตรสาวอย่างไป๋เซี่ยเหออีก

            ทุกเดือนในจวนต้องจ่ายเงินไม่รู้มากเพียงใดนางเคยคิดจะไล่สองแม่ลูกออกไปนานแล้ว

            ทว่าไม่รู้เพราะเหตุใดเมื่อนางเอ่ยเรื่องนี้...

            บุตรชายกลับคลุ้มคลั่งราวกับพยัคฆ์พองขนก็ไม่ปานเขาย้ำเตือนนางหลายครั้งว่าความคิดเช่นนี้ไม่แม้แต่จะอนุญาตให้คิด

            ทว่าไม่เคยบอกเหตุผลกับนางเลย

            เรื่องนี้ทำให้นางงุนงง ทว่าก็ไม่กล้าคิดที่จะไล่สองแม่ลูกออกจากจวนอีก

            “เพราะเหตุใด?”ไป๋เซี่ยเหอหยั่งเชิงอย่างระมัดระวัง

            “ข้าไม่รู้” ท่าทีของไป๋เหล่าฮูหยินดูจริงจังอย่างยิ่ง ไม่เหมือนคนที่กำลังพูดโกหก“อันเอ๋อร์กำชับข้าว่าไม่อนุญาตให้วางแผนการกับเจียงเยว่เสียน”

            เมื่อพูดถึงเจียงเยว่เสียนไป๋เหล่าฮูหยินก็เกิดโทสะ เพราะนางเป็นต้นเหตุที่ทำให้สองแม่ลูกทะเลาะกันบ่อยครั้ง

            การที่นางนอนสลบไสลในตอนนี้นับได้ว่ากรรมตามสนองแล้ว

            ไป๋เหล่าฮูหยินเคยเตือนบุตรชายแล้วว่าอย่าแต่งกับสตรีเช่นนี้ เป็นหมอเทวดาแล้วอย่างไร? สุดท้ายก็เป็นเพียงผีอายุสั้นเท่านั้น!

            “ไป๋เหล่าฮูหยิน ท่านต้องระวังคำพูดด้วย!”

            เมื่อไป๋เหล่าฮูหยินสบกับแววตาที่เต็มไปด้วยไอสังหารที่สามารถพรากวิญญาณของไป๋เซี่ยเหอหัวใจก็เต้นผิดจังหวะด้วยความตกใจ นางเบะปาก ทว่าไม่ได้โต้แย้งอะไรอีก

            “เจ้ามอบตั๋วเงินให้ข้าแลกกับข้อเรียกร้องอื่นรับรองว่าข้าจะทำตามข้อเรียกร้องของเจ้าแน่นอน”

            หนี้สินจำเป็นต้องจ่าย แม้ว่าไป๋เหล่าฮูหยินจะปากแข็งทว่าไม่ใช่คนโง่ มิฉะนั้นจะรีบหาทางวางแผนยัดไป๋ซูเหอเข้าไปในจวนเซ่อเจิ้งอ๋องหรือ?

            “ข้ามีเพียงข้อเรียกร้องเดียวเท่านั้นหากทำไม่ได้ก็ช่างเถิด”

            ไป๋เซี่ยเหอทำท่าจะเก็บตั๋วเงินเข้าไปในแขนเสื้อเมื่อเห็นเช่นนั้น หัวใจของไป๋เหล่าฮูหยินก็ปรารถนาที่จะติดตามตั๋วเงินนั้นเข้าไปในแขนเสื้อของนางด้วย

            “รอเดี๋ยว”

            ไป๋เหล่าฮูหยินไม่รู้ว่าควรแสดงท่าทีอย่างไรในการเผชิญหน้ากับไป๋เซี่ยเหอเพราะอีกฝ่ายเข้าหายาก ทั้งยังเอาแน่เอานอนไม่ได้

            เมื่อเห็นสีหน้าลังเลและลำบากใจของไป๋เหล่าฮูหยินไป๋เซี่ยเหอก็สุมไฟอีกครา นางชักจูงอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงที่น่าฟัง

            “ถึงแม้แม่ทัพไป๋จะไม่เต็มใจแต่หากท่านยอมให้พวกเราจากไป เขาย่อมก่อสงครามเย็นกับท่านด้วยความโกรธเคืองเพียงไม่กี่วันเท่านั้นท่านคือมารดาที่ให้กำเนิดเขา เขาจะกล้าตัดความสัมพันธ์กับท่านหรือ?”

            ขณะเอ่ยวาจานัยน์ตาจิ้งจอกก็ยกสูงขึ้น ดูเฉลียวฉลาดและเจ้าเล่ห์ น้ำเสียงของนางฟังดูล่องลอยชวนให้จิตใจสับสน

            “นอกจากนี้ การยอมให้พวกเราจากไปเพียงทำให้พวกท่านแม่ลูกขัดแย้งกันระยะหนึ่งเท่านั้นทว่าหากไม่ยอมทำเช่นนั้น ท่านย่อมไม่มีเงินไปใช้หนี้ เมื่อเรื่องแพร่กระจายไปถึงในวังพวกท่านก็ไม่มีแม้แต่โอกาสที่จะขัดแย้งกันเสียแล้ว!”

            ------------------------

            [1] ผีฉิวหมายถึง ลูกบอล

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว) ที่คุณอ่าน

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808