ไม่ว่าผู้คนบนโลกจะเป็อย่างไร สัจจธรรมที่ว่าโลกหมุนไปข้างหน้าตลอดเวลาก็ยังเป็อย่างนั้นไม่เปลี่ยนแปลง
ทุกวินาทีที่ผ่านพ้นหมายถึงฤดูกาลที่ค่อยๆเปลี่ยนอย่างช้าๆ ใบไม้ที่ร่วงและเกิดขึ้นใหม่นับล้านใบในทุกวัน ดักแด้ที่โผบินกลายเป็ผีเสื้อและโรยราจำนวนนับไม่ถ้วน ก้อนเมฆลอยเลื่อนทุกครั้งที่เงยหน้ามอง กระแสลมซึ่งเปลี่ยนทิศกระทบิัผ่านเสื้อผ้ายังคงรู้สึกถึงชีวิตในทุกอณู
ไม่ว่าเ้าหญิงแคนดี้จะพร้อมหรือไม่ หน้าที่การเป็นักเรียนของเธอก็ยังต้องดำเนินไปอย่างที่มันควรจะเป็
ท่ามกลางบทสนทนาของผู้คน เสียงเอี๊ยดอ๊าดของปากกาเคมีถูไถอยู่บนกระดานสีขาว เสียงลูกบอลหนังไถลไปกับพื้นสนามหญ้า เสียงฝีเท้าของนักวิ่งหลายสิบคนที่ลงจังหวะไม่พร้อมกัน
เสียงมากมายที่ได้ยินเป็ประจำในชีวิตประจำวันกลับดังชัดเจนขึ้นเมื่อสิ่งที่เธอเคยใช้โฟกัสไม่อยู่เคียงข้างอีกต่อไปแล้ว
หญิงสาวเพิ่งได้ลองพิจารณารอบตัวอย่างละเอียดถี่ถ้วนก็ตอนไม่มีรอยยิ้มอบอุ่นดังพระอาทิตย์ของเขาคอยดึงสายตาให้จ้องมอง
แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าหันไปก็ไม่เจอแต่เธอก็อดจะมองหาร่างสูงในที่ที่เขาอยู่เป็ประจำไม่ได้ มันกลายเป็ความเคยชิน
ความเคยชินที่เธอควรจะชินได้แล้วว่าจากนี้จะไม่มีเขาในชีวิต
เสียงสัญญาณเลิกเรียนดังไม่ได้ทำให้เธอขยับตัวเตรียมกลับเหมือนคนอื่น ศีรษะเล็กพิงหน้าต่างมองออกไปไกลเกินกว่าจะสนใจเพื่อนสนิทที่ขอตัวกลับก่อน
หลายคนที่มองมาคงคิดว่าเทพธิดาจะนั่งเป็รูปปั้นอยู่อย่างนั้น แต่เธอกลับลุกพรวดกะทันหันไม่มีปี่มีขลุ่ยพร้อมกับสาวเท้าเดินออกจากห้องอย่างรวดเร็ว
ขาเรียวเล็กหยุดยืนอยู่หน้าเรือนเพาะชำหลังเก่า นึกอยากจะเข้าไปซ่อนอย่างที่เคยทำ หวังเพียงแค่ว่าเขาจะมาตามหาอีกครั้ง
ได้อยู่ในอ้อมแขนอบอุ่นอีกครั้ง ได้ััมือใหญ่ที่เธอคิดถึงยิ่งกว่าสิ่งใด
“ อยู่ที่นี่เองเหรอครับ ? ” ฝาแฝดร่างสูงในชุดพ่อบ้าน เดินตามหาผู้เป็เ้านายก่อนจะรีบเดินเข้ามาหาเธอที่ยังยืนหันหลังให้
“ เ้าหญิงไม่ออกมาสักทีพวกผมเป็ห่วงมากนะ ” เทพหมาป่าในร่างมนุษย์ตะลึงงันพูดไม่ออกเมื่อคนตัวเล็กกว่าโผเข้ากอดแน่น หยดน้ำเปียกบนเสื้อสูทยิ่งบีบหัวใจคู่หูทั้งสองแตกสลาย
“ ฉัน…อึก ฉันคิดถึงเขา ” เสียงหวานสะอึกสะอื้นน่าสงสาร การที่เธอปริปากพูดความในใจออกมาหลังจากเก็บเงียบไว้คนเดียวคงเพราะอดทนเข้มแข็งไม่ไหวอีกแล้ว
เทพทั้งสองชะงัก ก้อนเหนียวหนืดในคอทำให้พูดอะไรไม่ออก แขนแข็งแรงของคนสองคนโอบกอดคนตัวเล็กแน่นทั้งจากด้านหน้าและหลัง พวกเขาไม่แน่ใจว่าการกระทำนี้จะทำให้เ้านายรู้สึกดีขึ้นหรือไม่ มั่นใจเพียงว่าดีกว่าคำพูดสวยหรูมากมายที่พูดไปก็เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้
“ กลับกันเถอะครับ มีคนรอเ้าหญิงอยู่นะ ”
เ้าของเส้นผมสีทองหยักศกเงยหน้ามองผู้พูด ประกายในตาสีทองเต็มไปด้วยความหวังยามจ้องดวงตาสีน้ำตาลแดงของอีกฝ่าย ดวงตาหมาป่าในร่างมนุษย์หากตั้งใจมองจะพบความดุร้ายตามสัญชาตญาณสัตว์ป่าแม้จะถูกกลบด้วยความสดใสอบอุ่นเป็ส่วนใหญ่ก็ตาม เสียงหวานไม่เอ่ยถามคำถามให้เสียเวลา เธอรีบเดินนำเพื่อขึ้นรถกลับพระราชวังให้ไวที่สุดเท่าที่ทำได้
คนที่รออยู่จะเป็ใครไม่สำคัญ หากคัมภีร์เทพเอ่ยปากบอกเธอเช่นนี้ หญิงสาวเชื่อใจคู่หูตนเองได้เลยว่าคนคนนั้นจะทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นอย่างแน่นอน
หน้าประตูไม้สูงใหญ่ไร้วี่แววบ่งบอกการมาเยือนของบุคคลภายนอก เ้าของบ้านเก็บงำความสงสัยเดินสอดส่องสายตามองหาความผิดปกติภายในห้องโถง จนกระทั่งเห็นเงาคนตัวสูงเดินมาจากทางห้องประชุม
“ กลับมาแล้วเหรอ ” เสียงทุ้มติดแหบที่เธอไม่ได้ยินมาสักพักเอ่ยทักทายเป็กันเอง มือใหญ่ขยับแว่นกรอบบางเล็กน้อยเพื่อมองคนตัวเล็กให้ชัดขึ้น
“ ……” ไร้เสียงตอบกลับจากเ้าหญิงแคนดี้ เธอจ้องมองอีกฝ่ายนิ่ง ตัวแข็งค้างราวกับร่างไร้ชีวิต
“ ท่านพ่อ! ” เธอวิ่งเข้าหาผู้เป็พ่อทันทีที่ได้สติ ะโกอดแน่นด้วยความคิดถึงโดยลืมคำนึงอายุอีกฝ่ายว่าท่านาาอเดลเบลอาจปวดหลังได้หากอุ้มเธอเหมือนเด็กๆ
“ กลับมาทำไมไม่บอกกันก่อนคะ ” ริมฝีปากสวยบุ้ยปากน่าเอ็นดู เธอแกล้งกล่าวด้วยน้ำเสียงน้อยใจอย่างไม่ใส่ใจนัก
“ บอกก่อนก็ไม่เซอร์ไพรส์สิ ” ชายวัยกลางคนแย้มยิ้ม รอยตีนกาขึ้นจางๆเป็ริ้วใกล้หางตา ท่านาาลูบเส้นผมสีทองของลูกสาวอย่างเบามือ ดวงตาสีน้ำเงินเข้มทอประกายความสุข
“ ไม่เจอกันแป๊บเดียวทำไมถึงรู้สึกว่าลูกโตขึ้นเยอะมากเลยนะ ” เขากล่าวอย่างภาคภูมิใจขณะสำรวจใบหน้าสวยหวาน
ั์ตาสีทองวาวใสด้วยน้ำตา เธอมองเส้นผมสีขาวโดยธรรมชาติซึ่งถูกหวีเรียบร้อยพลางนึกถึงเหตุการณ์มากมายที่เกิดขึ้นขณะที่ท่านไม่อยู่อย่างรวดเร็วในหัวเหมือนฉายหนังพร้อมกันหลายเื่
“ แต่ก็ยังเป็ลูกกวาดน้อยแสนน่ารักของพ่อเหมือนเดิม ” าาอเดลเบลโน้มหน้าหอมแก้มขาวเนียนของลูกสาวพลางยิ้มอิ่มอกอิ่มใจ แสดงความรักให้สมกับที่หายออกจากบ้านไปทำงานต่างประเทศนับปี
“ ชมเกินไปแล้วนะคะ ” แขนเรียวเล็กกระชับอ้อมกอดคนตรงหน้าแน่นขึ้น ถูไถหน้ากับแผ่นอกกว้างเหมือนแมวน้อยตัวหนึ่ง หัวใจถูกเติมเต็มด้วยความสุขอีกครั้งหลังจากแตกละเอียดไม่เหลือชิ้นดี
“ วันนี้แม่เขาลงมือทำอาหารเย็นต้อนรับพ่อเลยนะ ลูกไปเปลี่ยนชุดเถอะจะได้กินข้าวพร้อมหน้ากัน ”
“ ค่ะ ” ทายาทเพียงคนเดียวของราชวงศ์ราโกเน่ขโมยหอมแก้มผู้เป็พ่ออีกครั้ง ก่อนจะแยกตัวขึ้นบันไดไปยังห้องของตัวเอง
ห้องอาหารติดกับเคาน์เตอร์บาร์ริมชานระเบียงชั้นสองแว่วเสียงหัวเราะของเ้าบ้านหลังจากพระราชวังกว้างใหญ่ต้องเผชิญกับความเงียบเหงาอยู่พักใหญ่ โต๊ะยาวสิบแปดที่นั่งถูกประดับด้วยแจกันดอกไม้หลากสีต้อนรับท่านาา เก้าอี้หัวโต๊ะกลับสู่เ้าของตัวจริงโดยมีภรรยาและลูกสาวสุดที่รักนั่งประกบด้านซ้ายขวา
“ กลับมาครั้งนี้จะอยู่ถาวรเลยไหมคะ? ” ราชินีสวีทตี้เอ่ยถามหลังจากฟังสามีของตนเล่าเื่การทำงานในต่างแดนตลอดหนึ่งปีเต็ม
“ ยังมีรายละเอียดบางอย่างที่ต้องกลับไปจัดการอยู่ แต่คงไม่นานเหมือนที่ผ่านมา ” ท่านาาตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ริมฝีปากยกยิ้มน้อยใหญ่มีความสุขที่ได้กิน Berner Platte อาหารจานโปรดฝีมือภรรยาคนสวย
“ ผมกลับมารอบนี้นอกจากจะกลับมาเจอคุณกับลูกแล้ว ผมว่าจะไปเยี่ยมหมู่บ้านเกษตรกรในแคว้นโมลีเซสักหน่อย จะนำความรู้ด้านการดูแลผลผลิตแบบใหม่ลองปรับใช้กับไร่มะกอกที่นั่น จะไปดูที่ไว้สร้างรีสอร์ตด้วย ผมบอกจะซื้อที่ดินตรงนั้นแต่ผ่านมาหลายปียังไม่สบโอกาสไปสักที ” าาอเดลเบลร่ายยาวถึงตารางงานที่วางแผนไว้ ทุกครั้งที่พูดเื่งานสีหน้าเขาจะจริงจังขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
“ ดีเลยค่ะ แคนดี้ตามพ่อเขาไปด้วยสิ นานๆทีจะได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกัน ” เ้าของเส้นผมสีเทาหยักศกยาวสวยพยักหน้าแสดงความเห็นด้วย ก่อนจะหันกลับมากึ่งชวนกึ่งสั่งกับลูกสาวเพียงคนเดียวซึ่งนั่งทานเงียบเชียบฟังผู้ใหญ่คุยกัน
“ พ่อว่าลูกไปด้วยก็ดี จะให้มาร์ตินพาทัศนศึกษา เขาเป็คนดูแลไร่ที่รู้ทุกเื่ พ่อว่าลูกน่าจะชอบ ” ท่านาาแย้มยิ้มเห็นดีเห็นงามด้วย
หญิงสาวผู้กำลังถูกกดดันจากสายตาคาดหวังของพ่อแม่หันมองขอความเห็นทางสายตากับพ่อบ้านฝาแฝดซึ่งยืนทำหน้าที่อยู่ไม่ไกล ก่อนจะกลับมาทิ้งสายตาบนพื้นโต๊ะอาหารขณะตอบกลับเสียงเรียบ
“ ค่ะ หนูจะเรียนรู้ให้เต็มที่ค่ะ ”
นั่นคือจุดเริ่มต้นในการเดินทางลงใต้มาเยือนเมืองกลางหุบเขาของท่านาาและมกุฎราชกุมารีแห่งราชอาณาจักรโรสริส คนติดตามบางตาค่อนข้างเป็ส่วนตัวไม่เอิกเกริกเช่นเดียวกับคนธรรมดาทั่วไป แต่ถึงอย่างนั้นชาวเมืองกลับมารวมตัวกันต้อนรับแขกคนสำคัญอย่างพร้อมเพรียงไม่ว่าจะผู้เฒ่าผู้แก่ไปจนถึงเด็กๆตัวน้อยวัยกำลังซน
เสียงโห่ร้องด้วยความยินดีดังเซ็งแซ่ไปทั่วไร่สวนเมื่อรถคันหรูประทับตราราชวงศ์จอดสนิททันทีที่ถึงพื้นที่เกษตรกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตาและยิ่งดังมากขึ้นเมื่อปรากฏร่างสูงของเ้าของเส้นผมสีขาวแนบข้างด้วยลูกสาวผู้มีเส้นผมราวกับไหมทองคำเดินเข้าหาฝูงคนด้วยรอยยิ้มเป็มิตร
“ เ้าหญิงแคนดี้ยิ่งโตยิ่งงดงามราวกับเทพธิดาเลยนะคะ ” หญิงชราผู้หนึ่งกล่าวชมคนตัวเล็กด้วยน้ำเสียงสั่นเครือจากความปิติยินดีที่ท่วมท้นในอก
“ ไม่หรอกค่ะ ชมเกินไปแล้ว ” เธอโค้งลงเล็กน้อยเพื่อสื่อสารกับหญิงแก่หลังค่อมได้ถนัด แคนดี้ยังคงใช้ถ้อยคำและน้ำเสียงสุภาพแม้ตัวเองจะเป็ถึงเ้าหญิงยิ่งทำให้คู่สนทนาซาบซึ้งจนไม่อาจกลั้นน้ำตาไว้
“ เป็บุญวาสนาของดิฉันที่ได้เห็นนางฟ้าบนโลกมนุษย์ ” มือเหี่ยวซึ่งกำไม้เท้าช่วยพยุงตัวสั่นเทาขณะมืออีกข้างปาดน้ำตาแห่งความสุข กระทบถึงลูกสาววัยกลางคนที่คอยดูแลอยู่ข้างกายน้ำตาคลอไปด้วย
เ้าหญิงตัวน้อยทำตัวไม่ถูก เธอกระสับกระส่ายหันมองผู้เป็พ่อด้วยสีหน้ากังวลเพราะไม่รู้จะจัดการกับเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างไร แต่ท่านาาอเดลเบลกลับหลุดขำกับท่าทีเงอะงะของลูกสาวแทนที่จะยื่นมือเข้าช่วย
“ มาร์ตินวันนี้ฝากนักเรียนมาทัศนศึกษาด้วยนะ สอนได้เต็มที่ให้ลองปฏิบัติด้วยเลยก็ได้ ” ผู้เป็พ่อกล่าวทีเล่นทีจริง เสียงหัวเราะที่ดังขึ้นกว่าเดิมเป็เครื่องยืนยันว่าการได้แกล้งลูกสาวที่กำลังแสดงสีหน้าประหลาดใจช่างเป็ความบันเทิงที่อยากจะหาสิ่งใดเทียบ
แขกผู้มาเยือนทั้งสองพาตัวเองเดินตามชายวัยกลางคนซึ่งอายุน้อยกว่าท่านาาเพียงไม่กี่ปี ผิวคล้ำกร้านแดดของเขาบ่งบอกถึงการอุทิศตนให้กับการเกษตร เ้าของชื่อ ‘ มาร์ติน ’ เริ่มต้นเล่าั้แ่ประวัติความเป็มาของผืนป่ารกร้างจนกระทั่งแปรเปลี่ยนเป็แหล่งสร้างรายได้ให้กับชาวบ้าน เขาอธิบายแิ วิธีการได้เข้าใจง่ายมากกว่าที่เ้าหญิงแคนดี้จินตนาการไว้
ผู้ที่ดูสนุกมากกว่าเ้านายคงหนีไม่พ้นเทพแห่งดวงอาทิตย์ทั้งสอง หากแปลงร่างกลับเป็ร่างจริงหรือมองเห็นหูกับหางคงได้เห็นหางนุ่มฟูโบกสะบัดด้วยความดีใจเนื่องจากไม่ได้เดินทางไกลมานานหลายเดือน เทพแห่งท้องฟ้าเองก็ดูมีความสุขที่ได้บินโฉบในทัศนียภาพใหม่ๆ
“ เ้าหญิงรู้ไหมครับว่าต้นมะกอกอายุยืนมากเลยนะ ” เทพในร่างมนุษย์ผู้มีดวงอาทิตย์ครึ่งดวงบนหน้าผากชวนเธอคุยขณะพวกเขาเดินชมไร่ตามลำพังเนื่องจากวิทยากรต้องปลีกตัวไปทำงานตามคำสั่งท่านาา
“ รู้ ก็เมื่อกี้เขาเพิ่งบอกไปไง กี่สิบปีนะ? ” ร่างเล็กตอบตามที่ได้ยินมา มือน้อยััใบเขียวราวกับกลัวมันเจ็บ สายตาไล่มองต้นมะกอกลักษณะเดียวกันปลูกเป็แถวยาว
“ ไม่ใช่หลักสิบปีนะครับ พวกผมเคยเห็นต้นมะกอกต้นหนึ่งอยู่มาั้แ่โคลอสเซียมยังไม่สร้างจนตอนนี้กลายเป็สิ่งมหัศจรรย์ของโลกไปแล้วยังออกผลอยู่เลย ”
เธอหันมองคนพูดด้วยสีหน้ายากจะคาดเดาขณะกำลังสับสนว่าจะใเื่ไหนก่อนดีระหว่างต้นมะกอกแสนอัศจรรย์หรืออายุของทั้งสองคน
“ เป็เทพนี่หมายถึงมีชีวิตเป็ะด้วยเหรอ ? ”
“ ไม่หรอก พวกผมถูกฆ่าก็ตายนะแต่แค่ยังไม่มีใครทำสำเร็จ ” ทั้งสองมองฝาแฝดของตนพลางยกยิ้มภาคภูมิใจ ผิดกับผู้เป็เ้านายซึ่งแอบกลอกตาด้วยความหมั่นไส้ในความยิ่งใหญ่ที่เธอไม่มีวันเข้าใจ
เ้าหญิงแคนดี้เดินทอดน่องชมธรรมชาติได้ไม่ทันไรเสียงท่านาาก็ะโเรียกให้เธอเดินมาหาเพื่อพาไปเรียนรู้วิธีการแปรรูปผลผลิตในรูปแบบต่างๆ ซึ่งมาร์ตินได้จัดเตรียมอุปกรณ์สาธิตวิธีการทำมะกอกดองสูตรพิเศษไว้เรียบร้อยแล้ว
“ เหนื่อยหรือยัง พักกินข้าวก่อนไหม ? ” ผู้เป็พ่อถามความเห็นลูกสาวพลางลูบเส้นผมสวยด้วยความเอ็นดูขณะเธอกำลังเดินชมสายพานการบรรจุน้ำมันมะกอกลงขวดสำหรับวางจำหน่าย
“ ดีค่ะ ”
เ้าหน้าที่นำทางมายังห้องรับรองซึ่งมีโต๊ะไม้ขนาดสี่ที่นั่งถูกประดับด้วยผ้าปูสีแดงลายทางสลับขาวตั้งอยู่ บรรยากาศอบอุ่นเหมือนอยู่บ้านด้วยแจกันดอกลิลลี่สีขาวเสริมให้พิซซ่ามาร์การิต้าและเค้ก torta caprese ดูน่าทานมากยิ่งขึ้น
“ ผมลองนำวัตถุดิบพื้นถิ่นมาปรุงอาหารดู หวังว่าจะถูกปากนะครับ ” พ่อบ้านหนุ่มไฟแรงวัยสามสิบต้นนาม ‘ เธโอ ’ พ่อบ้านส่วนตัวควบตำแหน่งเลขาของท่านาาแห่งราชอาณาจักรโรสริสเดินมาพร้อมมีตโลฟสอดไส้ชีสคาชิโอคาวัลโลผสมผักโขมในมือ
ผ้ากันเปื้อนสีกรมท่ากับรอยยิ้มเป็มิตรจากเ้าของเส้นผมสีน้ำตาลประกายเขียวหม่น พ่วงดีกรีเชฟมืออาชีพจากสถาบันชื่อดังการันตีความอร่อยของอาหารมื้อนี้
“ ฝีมือไม่ตกเลยนะคะเธโอ อร่อยมากเลย ” เ้าหญิงแคนดี้ร่าเริงผิดกับก่อนหน้านี้ลิบลับเพียงแค่ได้นำแป้งบางกรอบทาด้วยซอสพิซซ่าโฮมเมดเข้าปาก ั้แ่วุ่นกับกิจกรรมในวันนี้เธอแทบจะลืมไปแล้วว่าตัวเองกำลังเศร้าอยู่ ซึ่งรอยยิ้มแรกของเธอทำให้พ่อบ้านประจำตัวสองคนที่ยืนด้านหลังยิ้มตามเหมือนคนบ้า
“ เป็เกียรติมากครับ ” คนถูกชมยิ้มกว้างเมื่อเห็นเ้านายทั้งสองเพลิดเพลินกับมื้ออาหารที่ตนลงแรงทำ
“ แคนดี้อยากไปเดินเล่นในเมืองไหม ? ”
หญิงสาวตาลุกวาวเป็ประกายเมื่อได้ยินคำชวนที่ไม่ใช่การกลับไปเรียนรู้งานไร่สวน เธอรีบพยักหน้าตกลงอย่างไม่ปิดบังความดีใจเลยสักนิด
“ อยากค่ะ ”
ถึงจะบอกว่ามาเดินเล่นแต่จุดประสงค์ที่แท้จริงของท่านาาคือการเดินสายพูดคุยกับผู้ประกอบการร้านต่างๆเพื่อรวบรวมข้อมูลสำหรับวางแผนธุรกิจในอนาคตอันใกล้ เ้าหญิงแคนดี้จึงต้องเดินชมเมืองกับคู่หูฝาแฝดของเธอแทน
“ โซจิดูสิ เ้านายของเรายิ้มแล้วน่ารักที่สุด ” เทพผู้ประทับรอยดวงอาทิตย์เต็มดวงบนหน้าผากเอ่ยแซวคนตัวเล็กที่เดินนำหน้าด้วยน้ำเสียงเชิงล้อเลียน เมื่อเห็นเธอดูตื่นตาตื่นใจกับการมาเดินเล่นในที่ไม่คุ้นตา
“ ใช่ๆ เ้าหญิงแคนดี้ก็ต้องสดใสแบบนี้ละนะ ” คู่หูอีกคนรีบผสมโรงหยอกล้อด้วยรอยยิ้มก่อนเดินขึ้นมาแนบข้างผู้เป็เ้านายเพื่อแอบมองรอยยิ้มเขินที่เ้าตัวยกมือปิดไว้
“ พูดมาก ” มือเรียวเล็กหันกลับมาฟาดเข้าที่แขนของสองแฝดแทนบทลงโทษ แก้มแดงระเรื่อพองน่าเอ็นดูขณะอมยิ้มตอนพยายามแกล้งดุ
ดินแดนเล็กๆบนูเาแห่งนี้ผู้คนบางตาไม่คึกคักเท่าที่ควรแม้จะอยู่ใน่วันหยุดสุดสัปดาห์ แต่ที่น่าแปลกใจจนแคนดี้นึกสงสัยคือจำนวนรถที่จอดข้างทางเรียงยาวกินพื้นที่ถนนทั้งเส้นแถมยังเป็รถยี่ห้อเดียวกัน รุ่นเดียวกัน สีดำเงาเหมือนกันอีกตั้งหาก
หญิงสาวพยายามค้นคลังข้อมูลในสมองเพื่อนึกว่าเธอเคยเห็นรถแบบนี้ที่ไหน ก่อนจะลงความเห็นกับตัวเองว่าเป็รถของทีมงานที่ตามมาดูแลเธอกับพ่อ ความสนใจจึงหันเหไปที่ร้านชาเล็กๆใกล้หัวมุมสี่แยกไฟแดง
กลิ่นหอมนวลที่โชยมาตามลมคล้ายกำลังดึงดูดคนที่เดินผ่านรวมถึงเ้าหญิงแคนดี้ให้แวะเข้ามาในร้าน
ชั้นวางสูงชนเพดานถูกประดับด้วยชาหลากหลายชนิดทั้งแบบถุงและแบบกล่อง โต๊ะกลางร้านมีกาน้ำชาควันลอยโขมงพร้อมแก้วให้ลูกค้าลองชิมก่อนซื้อกลับ
“ มีชาใบมะกอกด้วย ” เธอหยิบให้โรจิโซจิดูก่อนตัดสินใจซื้อกลับ ใจอยากจะเหมาทั้งหมดเพื่อเป็ของฝากให้คนในวังเช่นปกติที่เคยทำแต่เมื่อตระหนักถึงความลำบากของผู้ติดตามซึ่งมีเพียงสองคน เธอจึงเลือกซื้อเพียงสามกล่องให้ตัวเอง ท่านพ่อและท่านแม่
หลังจากได้ของฝากเ้าหญิงแคนดี้เดินกลับไปหาท่านาาเพราะไม่มีอะไรอย่างอื่นน่าสนใจแล้ว เธอก้าวเท้ายาว มือแกว่งถุงกระดาษไปมาอย่างอารมณ์ดี จนถึงร้านอาหารแห่งหนึ่งซึ่งผู้เป็พ่อกำลังคุยกับเ้าของร้าน เพียงเสี้ยววินาทีรอยยิ้มนั้นกลับมลายหายไปเพียงเพราะบุคคลที่อยู่ตรงหน้า
“ เป็ไง เจออะไรถูกใจไหม? ” แววตาอบอุ่นหันมองลูกสาว แม้เ้าตัวจะยืนตื่นใตาโต ตัวแข็งค้างขณะสายตาจับจ้องไปที่คู่สนทนาซึ่งยืนอยู่ตรงข้ามท่านอเดลเบล
เ้าของเส้นผมสีทองที่เธอคิดถึงทุกลมหายใจเข้าออกยืนตรงหน้าในระยะเอื้อมถึง ดวงตาสีส้มประกายทองของเขากำลังสะท้อนเงาของเธอในตา ชุดสูทสีน้ำเงินเข้มเข้ากับสีผิวเสริมให้ดูภูมิฐานยิ่งกว่าใคร
“ เออ…ซื้อชาใบมะกอกมาค่ะ ” ใช้เวลาเกือบนาทีกว่าเธอจะคลำหาเสียงของตัวเองเจอ ดวงตากลมโตหลุบมองพื้น ไม่อาจทนเห็นลูเช่กอดแขนจับมือเขาอย่างสนิทสนมและไม่อาจสู้สายตาเ็ปจากมือขวาซึ่งยืนอยู่ด้านหลังได้
“ คิดว่าลูกน่าจะเคยเจอเขาแล้ว นี่วองโกเล่พรีโม่ จอตโต แล้วก็ว่าที่ภรรยาเขา ลูเช่ ส่วนที่ยืนอยู่ด้านนี้คือมือขวาของเขา จี ”
คำว่า ‘ ว่าที่ภรรยา ’ ดั่งคมมีดปักลึกเข้าที่หัวใจดวงน้อย แคนดี้อดกลั้น มือเล็กกำแน่นสั่นเทาขณะพยายามไม่ให้หยดน้ำที่กองกันอยู่ที่หางตาไหลออกมา
“ ยินดีที่ได้พบค่ะ ” เธอโค้งศีรษะเล็กน้อยเป็มารยาท ผิดกับอีกฝ่ายที่คุกเข่าลงทำความเคารพเต็มพิธีแม้พวกเขาจะอายุมากกว่า
“ เป็เกียรติมากครับเ้าหญิงแคนดี้ ” สรรพนามแสนห่างเหินเหมือนเกือบปีที่ผ่านมาไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่สอดคล้องกับสายตาอาลัยอาวรณ์ขณะมองร่างเล็กราวกับจะจดจำทุกรายละเอียดไปตลอดกาล
สถานการณ์ ณ ตอนนี้ กำลังทำร้ายพวกเขาทั้งสองหรืออาจจะสามถึงห้าหากนับมือขวาที่ยืนขมวดคิ้วกับพ่อบ้านฝาแฝดที่เครียดแทนเ้านายจนกลืนน้ำลายไม่ลง หัวใจดวงน้อยเจ็บจี๊ดประหนึ่งน้ำเกลือสาดลงบนแผลสด ทรมานเหมือนจมอยู่ใต้น้ำไร้ทางหายใจ
“ เขาบังเอิญมาทำงานแถวนี้ พ่อเลยจะชวนเขาดื่มชาด้วยกันสักหน่อย มีเื่ปรึกษาเยอะเลย ” เ้าของแว่นกรอบบางอารมณ์ดีเมื่อได้เจอที่ปรึกษาเก่งกาจในเวลาที่้าพอดิบพอดีจนไม่ทันสังเกตว่าเ้าหญิงตัวน้อยเปลี่ยนไปเป็คนละคนกับที่เคยยิ้มมีความสุขเมื่อห้านาทีที่แล้ว
“ ยินดีครับ ”
แคนดี้เฟ้นหาเหตุผลร้อยแปดพันเก้าเพื่อหาข้อโต้แย้งแต่รู้ดีว่าไม่มีความหมาย แค่เห็นใบหน้าได้รูปที่เธอชอบมองก็แทบทนไม่ไหวยังจะให้นั่งร่วมโต๊ะทำตัวปกติ เป็ไปไม่ได้